- หน้าแรก
- อย่าเรียกฉันว่าปีศาจ
- บทที่ 10 เถาเหยาเหยา
บทที่ 10 เถาเหยาเหยา
บทที่ 10 เถาเหยาเหยา
บทที่ 10 เถาเหยาเหยา
หลังจากช่วยอันหนิงทำงานเสร็จ เหรินเจี๋ยก็ย่องกลับเข้าห้องตัวเองเบาๆ...
บ้านเป็นลักษณะตึกแถว ชั้นล่างเป็นร้านค้า ชั้นสองเป็นที่พักอาศัย มีสองห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น อันหนิงนอนห้องหนึ่ง ส่วนเหรินเจี๋ยกับเถาเหยาเหยานอนอีกห้อง
ห้องนอนขนาดสิบกว่าตารางเมตร ตรงกลางมีผ้าม่านกั้นแบ่งเขต เหรินเจี๋ยนอนฝั่งซ้าย ฝั่งขวาติดหน้าต่างเป็นอาณาเขตของเถาเหยาเหยา ซึ่งตอนนี้เธอกำลังหลับสนิท
เหรินเจี๋ยที่เหนื่อยมาทั้งวันทิ้งตัวลงบนเตียง กำลังจะพักผ่อน โทรศัพท์มือถือก็สั่นรัวๆ
เหรินเจี๋ยรีบเอามืออุดลำโพงโทรศัพท์แล้วมุดเข้าไปในผ้าห่ม เปิดดูเห็นเป็นข้อความจากนั่วเหยียนที่ส่งมารัวจนหน้าจอลาย
ชื่อในแชตของเธอคือ 'เหล่าซือจี' (เจ๊นักซิ่ง) รูปโปรไฟล์เป็นรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สุดเท่
เหล่าซือจี: (สติ๊กเกอร์ลิงอุรังอุตังขนแดงแบมือขอเงิน) ×10
เจ้าลิงอุรังอุตังตัวนั้นนอกจากจะทำหน้าตาขึงขังแล้ว ในมือยังตัดต่อใส่ตัวอักษรเขียนชัดเจนว่า 'สิบเรื่อง'
"รีบส่งมาเร็วเข้า! ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล ไม่มีอารมณ์จะนอน ออนไลน์รออยู่ ด่วน!"
เหรินเจี๋ยกุมขมับ ยังจะจำได้อีกนะแม่คุณ
รูปโปรไฟล์ของเขาเป็นผู้ชายใส่แว่นหน้าตาหื่นๆ ตัดผมทรงสกินเฮดสวมเสื้อยืดสีดำ ชื่อในแชต 'เจี๋ยเกอ' (พี่เจี๋ย)
เจี๋ยเกอ:
[กลางแจ้ง... .mp4]
[ครูสอนพิเศษตามบ้าน... .mp4]
[ออฟฟิศ... .mp4]
[ครบรอบสิบปี...]
...
เหรินเจี๋ยไม่ลีลา กดแชร์ให้นั่วเหยียนรวดเดียวสิบไฟล์ เพราะรับปากไว้แล้ว เหรินเจี๋ยเป็นเด็กดีที่รักษาคำพูดมาตั้งแต่เด็ก
เหล่าซือจี: (♡´艸`) "โอ๊ะโอ๋! โฮะๆๆ~ พ่อหนุ่มเอ๋ย มีของดีตุนไว้เยอะนี่นา~ อาหารทางจิตวิญญาณในวันข้างหน้าต้องฝากความหวังไว้ที่นายแล้วนะ!"
เจี๋ยเกอ: "เป็นวัยรุ่นก็เพลาๆ หน่อยนะครับ~"
(สติ๊กเกอร์เจี๋ยเกอดันแว่นยิ้มชั่วร้าย) .gif
เหล่าซือจี: "ไม่ต้องมายุ่งกับฉันย่ะ! แต่เห็นแก่นายที่รู้ธรรมเนียม จะให้ความรู้เป็นวิทยาทานสักหน่อย"
"ผู้ทำสัญญาปีศาจโดยทั่วไปมักจะปกปิดตัวตน ปลอมตัวเป็นนักรบพันธุกรรมธรรมดา ถ้าไม่อยากโดนคนของลัทธิประตูสวรรค์ลากไปแขวนคอ หรือจับเผาทั้งเป็นบูชายัญ ทางที่ดีทำตัวให้ต่ำต้อยเข้าไว้นะ"
"ฉันเข้าสู่โหมดการเรียนรู้แล้ว ห้ามรบกวน!"
เหรินเจี๋ยยิ้มขื่น เธอยังอุตส่าห์เดาได้อีก...
แต่ก็จริง ปัจจัยหลายอย่างทำให้สถานะของผู้ทำสัญญาปีศาจเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
ถ้าไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว ทางที่ดีอย่าเปิดเผยตัวตนน่าจะดีกว่า
เศษชิ้นส่วนสีดำนั่นมาจากภัยพิบัติปีศาจระดับ A ที่เมืองจิ้นเฉิงเมื่อสิบปีก่อน เรื่องราวในตอนนั้นอาจจะไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด ตอนนั้นเหรินเจี๋ยยังเด็ก จำรายละเอียดไม่ค่อยได้ ถ้ามีโอกาสต้องลองสืบดูสักหน่อยแล้ว
ข้อความในมือถือมีเพียบ ทั้งข้อความแสดงความห่วงใยจากเว่ยผิงเซิงและพวกเถียนอวี่, กลุ่มงานพาร์ตไทม์ 206 กลุ่มที่แจ้งเตือน 99+, เจ๊จางที่ทักมาถามว่าทำไมคืนนี้เหรินเจี๋ยไม่ไปนวดให้...
เหรินเจี๋ยไล่ตอบทีละข้อความ
......
ที่โซนที่พักอาศัยห้องปฏิบัติการหัวเทียน นั่วเหยียนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ร่างกายเปลือยเปล่า ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี
(ꈍ ᴗ ꈍ) "ในสวนดอกไม้เล็กๆ ขุดๆๆ กันเถอะ~ เฮฮา~"
เช็ดผมที่เปียกหมาดๆ แล้วนอนหงายลงบนเตียง...
ถอดผ้าปิดตาออกแล้ว ตาซ้ายของเธอไม่ได้บอด และไม่ได้ใส่ตาจักรกล เพียงแต่นัยน์ตาเป็นสีม่วงจักรพรรดิ ดูแปลกประหลาดน่ากลัว...
นั่วเหยียนมุดเข้าผ้าห่มด้วยความตื่นเต้น เลียริมฝีปาก แล้วเปิดมือถือ...
"ฮี่ๆ~ ดูอันที่เป็น 'กลางแจ้ง' ก่อนแล้วกัน~"
พอกดเล่นวิดีโอ เสียงเพลงจังหวะสนุกสนานก็ดังขึ้น
"มากา ปากา~ อากา วากา~ มิกา มากา~ มู~"
มองดูเทเลทับบี้หลายตัวกำลังตบมือเต้นระบำอย่างมีความสุขในสวนกลางแจ้ง รอยยิ้มบนหน้าของนั่วเหยียนแข็งค้างทันที
"(o 口 o*)…
นี่คือกลางแจ้ง? ฉบับสะสม?
นั่วเหยียนกัดฟันกรอด ไม่เชื่อว่าจะโดนหลอก กดเปิดวิดีโอไฟล์อื่นดูทีละอัน ไม่เชื่อหรอกว่าจะเป็นแบบนี้ทั้งหมด!
"คือเขา~ ก็คือเขา~ เพื่อนของพวกเรา เจ้าหนูจาจา~" (เพลงล้อเลียนนาจา)
"เธอจูงหาบ ฉันแบกม้า~" (เพลงไซอิ๋วเวอร์ชันเพี้ยน)
"พ่อหนุ่ม~ นายเชื่อในแสงสว่างไหม?" (อุลตร้าแมน)
"ลมพัดฝนสาด ก็ไม่หวั่น~ ลัล! ลัลลัลลา~" (เพลงอิคคิวซัง)
"ตึ๊งตึงตึ่งตึง ตึ๊งตึง~ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ห้องข่าวถ่ายทอดสด มั่งคั่ง! ประชาธิปไตย! สามัคคี! ปรองดอง..."
นั่วเหยียน: !!!
(╬ Ò 皿 Ó) 凸 "เหริน! เจี๋ย! ไอ้บ้าเอ๊ย~ ยังจะมีหน้ามา มากา ปากา? ปากาพ่องสิ! อุตส่าห์ตั้งหน้าตั้งตารอ!"
เสียแรงที่อุตส่าห์อาบน้ำปะแป้ง เตรียมตัวอย่างดี
นั่วเหยียนที่โกรธจนสติแตกคว้ามือถือขึ้นมาพิมพ์ด่ากราดแบบรัวยิก
......
ที่บ้าน เหรินเจี๋ยมองดูหน้าต่างแชต แล้วกดเปิดโหมดห้ามรบกวนอย่างเงียบๆ
เหล่าซือจี: [ 🔈) 60″ ]
[ 🔈) 60″ ]
[ 🔈) 60″ ]
( ง ᵒ̌ 口 ᵒ̌ )ง⁼³₌₃ อ๊ากกกก!
ชัดเจนว่าหกสิบวินาทีเป็นขีดจำกัดของข้อความเสียง ไม่ใช่ขีดจำกัดความโกรธของนั่วเหยียน
มุมปากของเหรินเจี๋ยยกยิ้มขึ้นอย่างกลั้นไม่อยู่ รู้สึกปลาบปลื้มใจ ไม่รู้ว่าวิดีโอเหล่านั้นจะช่วยเยียวยาจิตใจที่ดำดิ่งของนั่วเหยียนได้บ้างไหมนะ
แต่กลับไม่รู้สึกว่าหมอกอารมณ์เพิ่มขึ้นเลยแฮะ เจ้านี่มีขอบเขตการเก็บเกี่ยวจริงๆ ด้วย
และในตอนนั้นเอง เหรินเจี๋ยพบด้วยความประหลาดใจว่า หมอกบนทะเลสาบกระจกเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นทีละเส้นๆ
แหล่งที่มาไม่ใช่นั่วเหยียน แต่มาจากคนข้างกายเขานี่เอง
หลังผ้าม่าน มีเสียงครางด้วยความเจ็บปวดลอดออกมาแผ่วเบา เถาเหยาเหยาที่ห่อตัวอยู่ในผ้าห่มขยับตัวอย่างกระสับกระส่าย
ชัดเจนว่า หมอกอารมณ์เหล่านี้มาจากเถาเหยาเหยา เธอกำลังอดทนต่อความเจ็บปวดขั้นสุด
เหรินเจี๋ยรีบเข้าไปเปิดผ้าห่มออก เห็นเถาเหยาเหยาในชุดนอนลายกระต่ายสีชมพู นอนขดตัวเป็นกุ้ง ผ้าปูที่นอนเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ
ขาทั้งสองข้างและแขนข้างหนึ่งพันด้วยผ้าพันแผล มองเห็นรอยปีศาจสีดำทมิฬเหมือนงูเหลือมที่หัวไหล่ลางๆ
ผิวหนังบริเวณรอยปีศาจดูเหมือนถูกกรดกำมะถันกัดกร่อน กลายเป็นสีดำ แข็ง และแตกร้าว ก่อตัวเป็นสิ่งที่คล้ายเกล็ดสีดำ...
นี่คือโรครอยปีศาจ โรคที่รักษาไม่หาย นับตั้งแต่เหวปีศาจห้วงมิติปรากฏขึ้น โรครอยปีศาจก็ตามมาด้วย
จนถึงตอนนี้มนุษย์ยังหาสาเหตุของโรครอยปีศาจไม่พบ ดูเหมือนมันจะสุ่มเลือกเหยื่อ ด้วยวิทยาการทางการแพทย์ของมนุษย์ในปัจจุบัน ยังไม่สามารถเอาชนะโรคนี้ได้
ทำได้แค่ยับยั้ง บรรเทาความเจ็บปวดตอนกำเริบ
ปัจจุบันยังไม่มีเคสที่รักษาหาย โรครอยปีศาจเปรียบเสมือนฝันร้ายที่สลัดไม่หลุด เหมือนหนอนกินกระดูก ทรมานผู้ป่วยจนกว่าจะตาย
เถาเหยาเหยาถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรครอยปีศาจตอนอายุเพียงห้าขวบ ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่พ่อของเธอ เถาหราน เสียสละชีวิตเพื่อช่วยเหรินเจี๋ย...
เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เชือกป่านมักขาดตรงจุดที่บางที่สุด...
อายุสิบห้า ควรเป็นวัยที่สดใสเบิกบาน แต่เถาเหยาเหยากลับต้องทนทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวด...
ขาสองข้างและแขนถูกรอยปีศาจปกคลุม ทำให้เคลื่อนไหวไม่สะดวก ต้องนั่งรถเข็น
เธอเปรียบเสมือนนกขมิ้นในกรงทอง ห้องแคบๆ ที่แออัดนี้ คือโลกทั้งใบของเธอ...
"อาการกำเริบเหรอ? ทำไมไม่บอก? กินยาแก้ปวดหรือยัง?"
เหรินเจี๋ยเข้าไปประคองเถาเหยาเหยาให้ลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง จัดท่าให้เธอนอนในท่าที่สบาย...
แล้วหันไปหยิบยา
เถาเหยาเหยาหน้าตาสะสวย แก้มป่องยุ้ยๆ แบบเด็กกำลังโต มีความไร้เดียงสาของเด็กสาว ดวงตากลมโตเป็นประกาย ปากนิดจมูกหน่อย ดูเป็นน้องสาวตัวน้อยที่น่ารักน่าเอ็นดู
เพียงแต่ตอนนี้ดวงตาคู่โตของเถาเหยาเหยาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ผมดำสลวยเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ มือหนึ่งกำผ้าปูที่นอนแน่น มองแผ่นหลังของเหรินเจี๋ย...
"พี่~ ไม่กินแล้ว หนูทนได้ ยาแก้ปวดขวดหนึ่งแพงจะตาย เหลือไม่เยอะแล้วด้วย พี่ต้องทำงานพาร์ตไทม์กี่งาน? แม่ต้องซักผ้ากี่ตัว ถึงจะ..."
เหรินเจี๋ยไม่สนใจ เทถ้วยยาแก้ปวดกรอกใส่ปากเถาเหยาเหยาทันที
"แค่ยาแก้ปวด พี่ปัญญาซื้อน่า กินเข้าไปเถอะ ส่วนยาต้านรออีกหน่อย เดี๋ยวเงินก็ครบแล้ว"
เถาเหยาเหยาเป็นโรครอยปีศาจระยะที่สามแล้ว ถ้าไม่ฉีดยาต้าน รอยปีศาจจะลุกลามเร็วมาก ยื้อต่อไปไม่ได้แล้ว
เพียงแต่ราคายาต้านนั้น แพงยิ่งกว่ายาพันธุกรรมเสียอีก
เถาเหยาเหยาส่ายหน้า ขอบตาแดงก่ำ
"พี่~ หรือว่า... ไม่ต้องฉีดแล้วมั้ง โรครอยปีศาจมันรักษาไม่หายหรอก ฉีดยาต้านไปก็เปลืองเงินเปล่าๆ"
"ยังไงหนูก็ต้องตายอยู่แล้ว ถ้าหนูตาย พี่จะได้ไปเรียนมหาวิทยาลัย แม่ก็ไม่ต้องเหนื่อยขนาดนี้ หนู..."
ยิ่งพูด เสียงของเถาเหยาเหยาก็ยิ่งเบาลง...
เห็นเพียงเหรินเจี๋ยยืนอยู่ข้างเตียง จ้องมองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาเคร่งขรึม
เถาเหยาเหยารู้ว่าเหรินเจี๋ยโกรธแล้ว
จึงพูดเสียงอ่อยอย่างน่าสงสาร
( ๑’ ﹏ ’๑) "พี่อย่าโกรธนะ หนู... หนูไม่พูดแล้วก็ได้"
เหรินเจี๋ยถึงได้นั่งลงข้างเตียง ดึงเถาเหยาเหยาเข้ามากอด แล้วตบหลังเธอเบาๆ
"พี่รู้ว่าเธอเจ็บ แต่ต้องเข้มแข็งนะ พี่จะรักษาเธอให้หาย ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนก็ตาม!"
"รอเธอหายดี แล้วค่อยมาดูแลพี่กับน้าอันหนิง ตกลงไหมเด็กดี~"
"เรื่องยาต้านไม่ต้องห่วง รอพี่บรรจุเป็นตัวจริงในกรมซือเหยา พี่ก็จะได้สวัสดิการเจ้าหน้าที่ซือเหยาแล้ว ญาติเจ้าหน้าที่ซือเหยาป่วยหนัก กรมซือเหยาจะมีเงินอุดหนุนค่ารักษาพยาบาลให้..."
"มันจะดีขึ้น ทุกอย่างจะดีขึ้น พี่สัญญา..."
เหรินเจี๋ยพร่ำปลอบเถาเหยาเหยา และปลอบใจตัวเองไปในตัว
นี่คือเหตุผลที่เหรินเจี๋ยยอมทิ้งโอกาสเรียนมหาวิทยาลัย แล้วมุ่งมั่นจะเข้ากรมซือเหยาให้ได้
ยาพันธุกรรมเป็นแค่เรื่องรอง การได้เงินอุดหนุนค่ารักษาพยาบาลต่างหากคือเป้าหมายที่แท้จริง
"พี่~ กอดหนูหน่อย~"
"โตป่านนี้แล้ว กอดเกิดอะไร? พี่น้องไม่ควรถูกเนื้อต้องตัวกัน~"
( ᵒ̴̶̷̥́ ·̫ ᵒ̴̶̷̣̥̀ ) "งื้อ~ ก็ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ สักหน่อยนี่นา ใช่ไหม?"
"ไม่กอด รีบนอนซะ!"
"งั้นจับมือหน่อยก็ได้? ถ้าไม่จับ หนูจะฟ้องแม่ว่าพี่ซ่อนคัมภีร์แสงศักดิ์สิทธิ์ไว้ใต้โต๊ะหัวเตียง! ดินแดนศักดิ์สิทธิ์สามเล่ม อีกสองเล่ม..."
( ⚆ ω ⚆ ) "โอ้~ น้องสาวที่รักของพี่ ไม่ทราบว่าอยากจับมือซ้าย หรือมือขวาดีจ๊ะ?"