เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 คุณเป็นยอดคนผู้โดดเด่นแล้วนะ

บทที่ 9 คุณเป็นยอดคนผู้โดดเด่นแล้วนะ

บทที่ 9 คุณเป็นยอดคนผู้โดดเด่นแล้วนะ


บทที่ 9 คุณเป็นยอดคนผู้โดดเด่นแล้วนะ

หวังเผิงเลือดขึ้นหน้า ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนแล้ว เตรียมจะปีนกลับเข้ามาแลกหมัดกับเหรินเจี๋ยตรงนั้นเลย

เกิดมาไม่เคยเจอใครปากคอเราะร้ายขนาดนี้มาก่อน อะไรคือแม่น้ำห้ามทิ้งขยะวะ!

นี่มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย!

เหรินเจี๋ยกลับรู้สึกสนุก เพราะแค่ชั่วพริบตาเดียว เขาโกยหมอกขาวจากตัวหวังเผิงได้เพียบ

แต่เหมือนคราวซวยจะมาเยือน ลมกรรโชกพัดกระแทกด้านข้างสะพาน หวังเผิงที่ขาอ่อนอยู่แล้ว พอโดนลมปะทะ เท้าก็ลื่นพรืด หงายหลังร่วงลงสู่แม่น้ำเบื้องล่างทันที

"อ๊ากกก!!! ช่ว..."

ฉากกะทันหันนี้ทำเอาทุกคนสะดุ้งโหยง!

=͟͟͞͞=͟͟͞͞(●⁰ꈊ⁰) "ชิ~"

เหรินเจี๋ยตาเบิกโพลง พุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว แทบจะเป็นสัญชาตญาณ ใต้ฝ่าเท้าบังเกิดประกายไฟเจิดจ้าปะทุขึ้นหลายสาย

เสียง "ตูม" ดังสนั่น รองเท้าข้างหนึ่งระเบิดกระจุย แม้แต่พื้นยางมะตอยยังเป็นรอยไหม้เกรียม

อาศัยแรงส่งนี้ เหรินเจี๋ยพุ่งไปถึงจุดเกิดเหตุไวปานสายฟ้าแลบ ยื่นมือคว้าตัวหวังเผิง

และไม่ทำให้ผิดหวัง เขาคว้าหวังเผิงไว้ได้เต็มมือ!

...คว้าโทรศัพท์มือถือของหวังเผิง!

( ꒪Д꒪)ノ "อ๊ากกก! มือถือ! มือถือของฉัน! อย่าดูประวัติการค้นหานะเว้ย!"

ทว่าเหรินเจี๋ยยังไม่ยอมแพ้ มือหนึ่งเกาะราวสะพาน อีกมือพุ่งไปคว้าหวังเผิงที่กำลังร่วงลงสู่ผิวน้ำ

วินาทีถัดมา ฝ่ามือซ้ายของเขาหลุดออกจากข้อมือ ดีดตัวพุ่งออกไปทั้งฝ่ามือเหมือนจรวด

แม่นยำราวจับวาง มันพุ่งเข้าไปคว้า 'ด้ามจับ' ตรงกลางร่างของหวังเผิง แล้วล็อกแน่น!

( ✖ 0 ✖ ) "อ๊ากกก!"

เสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือดดังก้องไปทั่ว

เห็นเพียงร่างของหวังเผิงถูกมือจักรกลหิ้วโตงเตงอยู่กลางอากาศ ตาถลน น้ำตาพุ่งปรี๊ด ดิ้นพล่านอย่างรุนแรง!

( ง ᵒ̌ 皿 ᵒ̌ )ง⁼³₌₃ "ปล่อย! ปล่อยสิโว้ย! แกจับตรงไหนของแกวะเนี่ย?"

ตอนนี้น้ำหนักตัวทั้งหมดของเขา มันไปรวมศูนย์อยู่ที่จุดยุทธศาสตร์จุดเดียวนั่นน่ะสิ

ตำรวจและคนมุงรีบกรูเข้ามาดู ก้มมองลงไปใต้สะพานด้วยสีหน้าหวาดเสียว แล้วพร้อมใจกันตัวสั่นสะท้าน

โหดร้ายทารุณที่สุด!

แบบนี้มันจะยังใช้งานได้อยู่ไหมเนี่ย?

เหรินเจี๋ยเองก็อึ้งไปเหมือนกัน แขนกลของเขามีฟังก์ชันนี้ด้วยเหรอ?

( ͡° ͜ʖ ͡°)=----- "ไม่ต้องห่วง ฉันจะดึงนายขึ้นมาเดี๋ยวนี้แหละ"

ปากพูดไป มือก็กดปุ่มดึงสลิงเก็บมือจักรกลกลับมา

หวังเผิง: ???

ชั่วขณะนั้น เขาร้องโหยหวนหนักกว่าเดิม

ดึงขึ้นมา? แบบนั้นมันจะไม่ขาดกระจุยเลยเรอะ?

( T ﹏ T |||) "อ๊ากกก! ปล่อย! ฉันขอร้องล่ะ ปล่อยฉันลงไปเถอะ ฉันยอมตกลงไปตายดีกว่า อย่าช่วยฉันเลย!"

เหรินเจี๋ยทำหน้าจริงจัง

( ー`дー´) "พูดบ้าอะไร! หนึ่งชีวิตสดใสอยู่ตรงหน้า ในฐานะเจ้าหน้าที่ซือเหยา หน้าที่ค้ำคอไม่อนุญาตให้ฉันปล่อยมือ!"

หวังเผิงตาเหลือกขาวไปแล้ว

( X ﹏ X ) "งั้นแกก็ช่วยเบามือหน่อยได้ไหม?"

เหรินเจี๋ยยิ้มแห้งๆ

( ⌒_⌒;) "โทษที พอดีฉันมือใหม่ ยังใช้ไม่ค่อยคล่อง ฉันทำเวลาเร็วมากนะ นายทนหน่อยแล้วกัน"

วินาทีนี้ หวังเผิงได้สัมผัสอย่างลึกซึ้งว่า คำว่า 'อยู่มิสู้ตาย' มันเป็นยังไง...

แม้แต่ตำรวจยังเอามือปิดหน้า

มือใหม่บ้าบออะไรกัน!

เจ้าหน้าที่ซือเหยาเขาช่วยคนกันดิบเถื่อนขนาดนี้เลยเหรอ?

ท่ามกลางสายตาหวาดผวาของทุกคนและเสียงกรีดร้องของหวังเผิง ในที่สุดเหรินเจี๋ยก็ลากคนขึ้นมาได้สำเร็จ

ตลอดกระบวนการ หมอกขาวไหลออกมาไม่ขาดสาย ถูกดูดเข้าไปในมิติทะเลสาบกระจกจนเกลี้ยง

เห็นเพียงหวังเผิงนอนงอตัวเป็นกุ้งต้มอยู่ที่พื้น มองเหรินเจี๋ยด้วยความเคียดแค้น ขณะถูกตำรวจหิ้วปีกขึ้นมา

"อย่าให้ฉันรู้นะว่าแกชื่ออะไร!"

เหรินเจี๋ยยิ้มร่า

"ฉันชื่อเหรินเจี๋ย(任傑ผู้โดดเด่นแซ่เหริน)! ไม่ต้องขอบคุณหรอกพวก ในฐานะคนที่ฉันเหรินเจี๋ยช่วยมากับมือ อย่างน้อยนายก็นับว่าเป็น 'ยอดคนโดดเด่น(人傑เหรินเจี๋ย)' ได้แล้วล่ะนะ ใช้ชีวิตให้ดี ลืมอดีต แล้วโอบกอดวันพรุ่งนี้ซะ!"

พูดจบ เหรินเจี๋ยก็สะบัดตูดเดินจากไปอย่างเท่ๆ

อย่างที่เขาว่า ทำดีแล้วสะบัดก้นไป ปิดทองหลังพระ ไม่หวังสิ่งตอบแทน

ถ้าไม่ใช่เพราะรองเท้าข้างหนึ่งระเบิดจนเละ บวกกับฝ่าเท้าที่ดำเมี่ยม เดินกะเผลกสูงต่ำไม่เท่ากัน ท่าทางนั้นคงจะดูเท่ไม่หยอก

หวังเผิงแทบคลั่ง!

ยอดคนโดดเด่นบ้าบออะไร?

ยอดคนโดดเด่นเขานับกันแบบนี้เหรอ?

วันหลังอย่าให้เจอนะโว้ย!

"ไป! ตามพวกเราไปที่สถานีตำรวจ ไปทำบันทึกประจำวัน!"

ยอดคนโดดเด่นหวังเผิงโวยวายด้วยความเจ็บปวด

"ไปโรงพยาบาลก่อน!"

ขืนไม่ไปโรงพยาบาลตอนนี้ ตัวเองคงได้เปลี่ยนชื่อจาก 'หวังเผิง' (王鵬 - ราชานก) เป็น 'หวังเผิง' (王朋 - เพื่อน) ที่ไม่มี 'นก(鳥)' แล้ว!

(鵬 คำนี้เหลือแต่朋 คำว่า鳥 หาย)

...

ระหว่างทางกลับบ้าน เหรินเจี๋ยอารมณ์ดีไม่น้อย ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าหมอกขาวนั่นคืออะไร

มันน่าจะเป็น 'พลังอารมณ์' นั่นเอง

มิน่าล่ะ ผลไม้ปีศาจวิญญาณถึงได้คอยกลืนกินหมอกอารมณ์พวกนั้นตลอด!

สาเหตุที่เขาไม่ถูกบาปกำเนิดปีศาจครอบงำ ก็น่าจะเป็นเพราะหมอกอารมณ์พวกนี้นี่แหละ

ขอแค่เขาป้อนพลังงานนี้อย่างต่อเนื่อง รักษาระดับหมอกอารมณ์บนผิวน้ำไว้ ไม่ให้วิญญาณปีศาจกินจนหมด เขาก็จะไม่ได้รับผลกระทบจากบาปกำเนิดใดๆ

ส่วนการเก็บรวบรวมหมอกอารมณ์ก็ง่ายมาก

ขอแค่คนรอบข้างเกิดความผันผวนทางอารมณ์อย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเศร้า เสียใจ โกรธ หรือแม้แต่ดีใจ

ขอแค่เป็นอารมณ์ที่รุนแรงกว่าปกติ เขาก็สามารถเก็บเกี่ยวได้หมด

ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เขาฟื้นคืนชีพจากเตาเผาศพ หรือตอนที่ช่วยหนุ่มโดดสะพานอย่างห้าวหาญ ย่อมพิสูจน์เรื่องนี้ได้แล้ว

เพียงแต่ยังไม่แน่ใจว่ารัศมีในการเก็บเกี่ยวมันกว้างแค่ไหน

ไม่รู้ว่าผู้ทำสัญญาปีศาจคนอื่นมีความสามารถแบบนี้ไหม แต่พี่สาวนั่วเหยียนบอกว่า ผู้ทำสัญญาปีศาจส่วนใหญ่ใช้พลังอารมณ์ของตัวเองป้อนวิญญาณปีศาจ

ไม่เคยได้ยินเรื่องการเก็บเกี่ยวอารมณ์คนอื่นเลยแฮะ?

พอเข้าใจหลักการ เหรินเจี๋ยก็โล่งอกไปเปราะหนึ่ง ขอแค่คอยเก็บเกี่ยวหมอกอารมณ์เรื่อยๆ เขาก็จะไม่ถูกบาปกำเนิดปีศาจครอบงำ

ยังไงเขาก็ไม่อยากกลายเป็นพวกวิตถารเหมือนพี่สาวนั่วเหยียนหรอกนะ!

แถมดูเหมือนการเก็บเกี่ยวหมอกอารมณ์ ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร

คิดได้ดังนั้น ดวงตาของเหรินเจี๋ยก็ลุกโชนไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้ รอให้เขาตื่นรู้อย่างเป็นทางการ มีพลังที่แข็งแกร่งกว่านี้ เขาคงจะรับงานพาร์ตไทม์พร้อมกันได้มากขึ้น หาเงินได้มากขึ้นสินะ?

...

เขต 69 ถนนวงแหวนนอกหนานซาน แสงไฟสีเหลืองสลัวจากเสาไฟส่องกระทบถนนที่ดูรกรุงรัง ตึกที่พักอาศัยเก่าคร่ำครึตั้งเบียดเสียดกันแน่นขนัด

ระเบียงตึกเต็มไปด้วยเสื้อผ้าตากแขวนหลากสีสัน บรรยากาศของวิถีชีวิตชาวบ้านลอยฟุ้งปะทะใบหน้า!

นี่คือที่ที่เหรินเจี๋ยอาศัยมา 10 ปี เป็นชุมชนเก่าที่ทรุดโทรม...

เหรินเจี๋ยเดินมาหยุดอยู่ใต้ตึกเก่าที่สีลอกร่อน

ชั้นล่างมีห้องแถวร้านค้ามากมาย ทั้ง 'ซูเปอร์มาร์เก็ตซวงหม่านอี้' (พอใจทั้งคู่), 'อาหารเช้ากังจื่อ' แต่ตอนนี้ต่างก็ดึงประตูเหล็กม้วนลงปิดร้านกันหมดแล้ว...

มีเพียงร้านเดียวที่ยังเปิดไฟป้ายหน้าร้าน และยังไม่ปิดประตู...

บนป้ายเขียนตัวอักษรขนาดใหญ่ว่า:

'ร้านซักรีดอันหนิง'

เหรินเจี๋ยเดินเข้าไป ภายในร้านมีพื้นที่ประมาณยี่สิบตารางเมตร ดูคับแคบมาก สองข้างทางเรียงรายไปด้วยเครื่องซักผ้าเก่าๆ ที่กำลังส่งเสียงคำรามอย่างเหนื่อยอ่อน...

ราวตากผ้าเต็มไปด้วยเสื้อผ้าและผ้านวมที่ซักเสร็จแล้ว...

"น้าอันหนิงยังไม่นอน?"

เหรินเจี๋ยถอนหายใจ หันไปดึงประตูเหล็กม้วนลงอย่างคล่องแคล่ว แล้วปิดไฟป้ายหน้าร้าน...

ประตูบานนี้... เปิดรอเขาอยู่

เดินเข้าไปด้านใน ขึ้นบันไดไปชั้นสอง สายตามองผ่านทางเดินแคบๆ

เห็นหญิงสาวรูปร่างผอมบาง สวมผ้ากันเปื้อน กำลังยืนอยู่ที่อ่างซักผ้า ใช้มือขยี้ซักเสื้อผ้าอยู่...

มือที่แช่น้ำมานานจนผิวแตก ปลายนิ้วพันด้วยพลาสเตอร์ยา บนหน้าผากมีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพราย...

ในตะกร้าผ้ายังมีเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ซักอีกกองโต

แม้หญิงสาวจะมีอายุราวสามสิบไม่เกินสี่สิบปี แต่หน้าตายังคงสะสวย เพียงแต่บนใบหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยยากของชีวิต!

เหมือนจะได้ยินเสียง อันหนิงหันกลับมามองเหรินเจี๋ย ใบหน้าเปื้อนยิ้มอ่อนโยน...

"เสี่ยวเจี๋ย กลับมาแล้วเหรอ? น้าเก็บข้าวเย็นไว้ให้ ในตู้เย็นนะ เดี๋ยวอุ่นกินเองนะจ๊ะ~"

หัวใจเหรินเจี๋ยบีบแน่น รู้สึกแสบจมูกขึ้นมา...

"ดึกป่านนี้แล้ว ทำไมยังไม่พักผ่อนอีกครับ? เหยาเหยาล่ะ?"

อันหนิงยิ้ม "หลับไปแล้ว วันนี้หลับเร็วหน่อย"

เหรินเจี๋ยพูดไปพลาง เดินผ่านทางเดินไปหยิบเสื้อผ้าในตะกร้ามาช่วยซัก!

อันหนิงมองด้วยสายตาจนใจ "ไม่ต้องมาช่วยหรอก รีบไปนอนเถอะ ฝึกที่กรมซือเหยาเหนื่อยไม่ใช่เหรอ? เฒ่าเว่ยดูแลเธอดีไหม?"

เหรินเจี๋ยยิ้ม "ช่วยกันซักจะได้เสร็จเร็วๆ ไงครับ ลุงเว่ยดูแลผมดีมาก เรื่องบรรจุเป็นตัวจริงน่ะ แค่รอเวลาเท่านั้นเอง~"

พอพูดถึงเรื่องนี้ แววตาอันหนิงหม่นลง ก่อนจะแกล้งทำเป็นพูดเรื่องอื่นขึ้นมา "เสี่ยวเจี๋ย วันนี้น้าได้รับจดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัยชื่อดังอีกสามแห่งเลยนะ ทางชิงเป่ยโทรมาบอกด้วยว่าสามารถยกเว้นค่าเทอมให้ได้..."

"ปิดเทอมฤดูร้อนยังไม่หมด ยังไม่ถึงเวลารายงานตัว เธอจะไม่ลองพิจารณาอีกทีเหรอ? ไปเรียนต่อเถอะนะ..."

เหรินเจี๋ยส่ายหน้ายิ้ม "น้าอันหนิง อย่ากล่อมผมเลยครับ ผมอายุ 18 แล้ว มีสิทธิ์ตัดสินใจชีวิตตัวเอง ไม่ต้องเข้ามหาวิทยาลัยก็เรียนรู้ได้..."

"อีกอย่าง เป็นเจ้าหน้าที่ซือเหยาก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีอนาคต เงินเดือนก็สูงจะตาย~"

อันหนิงขอบตาแดงระเรื่อ "แต่เป็นเจ้าหน้าที่ซือเหยามันอันตรายเกินไป บ้านนี้เป็นภาระให้เธอมากพอแล้ว น้าไม่อยากให้ชีวิตเธอต้องมาจมปลักเพราะครอบครัวเรา..."

แต่ยังพูดไม่ทันจบ เหรินเจี๋ยก็พูดแทรกขึ้นมา

"ถ้าจะพูดเรื่องภาระ ผมต่างหากที่เป็นภาระของน้ากับเหยาเหยา..."

"เสี่ยวเจี๋ย..."

"พอเถอะครับน้าอันหนิง ไม่คุยเรื่องนี้แล้ว ได้ข่าวว่าปู่หวังข้างบ้านแกจะมีลูกคนที่สองเหรอ?"

ดึกดื่นค่อนคืน สองน้าหลานคุยเรื่องสัพเพเหระ เสียงพูดคุยแผ่วเบาลอดผ่านหน้าต่าง ลอยไปไกล... แสนไกล...

จบบทที่ บทที่ 9 คุณเป็นยอดคนผู้โดดเด่นแล้วนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว