เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 สร้างอารยธรรมเริ่มที่คุณและฉัน รักษาสิ่งแวดล้อมเริ่มที่ทุกคน

บทที่ 8 สร้างอารยธรรมเริ่มที่คุณและฉัน รักษาสิ่งแวดล้อมเริ่มที่ทุกคน

บทที่ 8 สร้างอารยธรรมเริ่มที่คุณและฉัน รักษาสิ่งแวดล้อมเริ่มที่ทุกคน


บทที่ 8 สร้างอารยธรรมเริ่มที่คุณและฉัน รักษาสิ่งแวดล้อมเริ่มที่ทุกคน

เดินออกจากห้องปฏิบัติการชีวภาพหัวเทียน เหรินเจี๋ยใช้บริการรถเมล์สาย 11 (เดินเท้า) มุ่งหน้ากลับบ้านในเขต 69

ตลอดทางสามารถมองเห็นหอคอยสีขาวสูงตระหง่านตั้งอยู่ทั่วเมืองจินเฉิง ตัวหอคอยเรียวยาว สูงกว่าพันเมตร

ยอดหอคอยสีขาวติดตั้งลูกทรงกลมขนาดใหญ่ กะพริบแสงสีแดง

หากมองลงมาจากท้องฟ้าเหนือเมืองจินเฉิง หอคอยสีขาวเหล่านี้ ก็เหมือนกับหอกเทพเจ้าที่ปักลงมาบนพื้นโลก!

หอคอยสีขาวเหล่านี้ คืออุปกรณ์ป้องกันภัยพิบัติปีศาจขนาดใหญ่ที่ทางการสร้างขึ้น หากเกิดภัยพิบัติปีศาจระดับสูงที่ไม่สามารถปราบปรามได้ทันท่วงที ก็จะเปิดใช้งานหอคอยสีขาวในพื้นที่นั้นๆ

สร้างเป็นม่านพลังปิดกั้น ควบคุมภัยพิบัติปีศาจให้อยู่ในพื้นที่จำกัด ป้องกันไม่ให้ขยายวงกว้าง สร้างความเสียหายต่อเมืองและประชาชนไปมากกว่านี้

กรมซือเหยาเรียกหอคอยสีขาวเหล่านี้อย่างเห็นภาพว่า 'ก้านไม้ขีด' ซึ่งถือเป็นทัศนียภาพที่สวยงามอย่างหนึ่งของเมืองซิงหั่ว (เมืองประกายไฟ)

เพียงแต่ไม่มีใครอยากเห็นก้านไม้ขีดถูกจุดไฟหรอกนะ...

ภายใต้การรุกรานของภัยพิบัติปีศาจ เมืองหลักซิงหั่วทั้ง 33 แห่งของต้าเซี่ย ได้สร้างระบบรับมือภัยพิบัติปีศาจที่สมบูรณ์แบบมานานแล้ว เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน

เหรินเจี๋ยเดินไปพลาง ตรวจสอบมิติทะเลสาบกระจกไปพลาง ตอนนี้เพียงแค่คิด จิตสำนึกของเขาก็จะปรากฏขึ้นในมิติทะเลสาบกระจก

ตอนนี้เขาถึงมีเวลาสังเกตพื้นที่นี้อย่างละเอียด

บนต้นไม้ปีศาจ กิ่งหลักปีศาจเพลิงนั้นยังคงลุกไหม้ ผลปีศาจวิญญาณร้อนระอุ!

ไม่นานเหรินเจี๋ยก็พบว่า กิ่งก้านปีศาจเพลิงไม่ได้สว่างทั้งหมด มีเพียงกิ่งหลักเท่านั้นที่ลุกไหม้ กิ่งย่อยนับร้อยที่แตกแขนงออกมาจากกิ่งหลักยังคงมืดสนิท เหมือนยังไม่ปลดล็อก...

ถ้าเหรินเจี๋ยวิเคราะห์ไม่ผิด กิ่งหลักต้นนี้คือตัวแทนของปีศาจแห่งเปลวเพลิง งั้นกิ่งย่อยบนกิ่งหลักปีศาจเพลิงพวกนี้ มันหมายถึงสกิลหรือเปล่านะ?

เพราะนักรบพันธุกรรมทุกระดับในช่วงชั้นที่หนึ่งและห้าจะมีช่องสกิลหนึ่งช่อง ผู้ทำสัญญาปีศาจก็นับเป็นนักรบพันธุกรรมเหมือนกัน

อีกทั้งกิ่งหลักของต้นไม้ปีศาจ ยังไม่ได้มีแค่กิ่งปีศาจเพลิงกิ่งเดียว แม้แต่กิ่งหลักเองก็มีเป็นพันเป็นหมื่นกิ่ง

ไอ้ที่เหรินเจี๋ยเปิดใช้งานตอนนี้ นับเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งของต้นไม้ปีศาจเท่านั้น...

ลองแตะต้นไม้ปีศาจอีกครั้ง ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย

เหรินเจี๋ยคิดว่าน่าจะเป็นเพราะเขายังอยู่ในระยะตื่นรู้ ยังไม่ได้ตื่นรู้อย่างเป็นทางการ เข้าสู่ระดับหนึ่งขอบเขตตื่นรู้

บางทีเมื่อถึงเวลานั้น อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นก็ได้มั้ง?

สายตาของเหรินเจี๋ยเลื่อนไปที่ผิวน้ำทะเลสาบกระจกอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ หมอกขาวไม่กี่เส้นที่ลอยอยู่บนผิวน้ำถูกต้นไม้ปีศาจดูดไปหมดแล้ว ตอนนี้บนผิวน้ำมีหมอกขาวเพิ่มขึ้นมาอีกไม่กี่เส้น

และในตอนนี้ ผลไม้ปีศาจเพลิงกำลังดูดซับหมอกขาวบนผิวน้ำอยู่...

นึกถึงสิ่งที่นั่วเหยียนพูด เหรินเจี๋ยทำหน้าแปลกๆ ดูท่าเขาคงไม่ได้พิเศษอะไร หมอกขาวนี่คงจะเป็น...

ทันใดนั้น เหรินเจี๋ยพบด้วยความประหลาดใจว่า หมอกขาวบนทะเลสาบกระจกเพิ่มขึ้นมาอีกหลายเส้นอย่างกะทันหัน เหมือนโผล่มาจากความว่างเปล่า

ยังไม่ทันที่เหรินเจี๋ยจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เสียงเอะอะโวยวายจากภายนอกก็ดึงสติเขากลับสู่ความเป็นจริง

"โดดแล้วนะ! ฉันจะโดดจริงๆ แล้วนะโว้ย!"

ตอนนี้เหรินเจี๋ยเพิ่งรู้ตัวว่า ตัวเองเดินมาถึงสะพานจินเจียงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

บนสะพานมีคนมุงดูจำนวนมาก ถูกกั้นไว้นอกเส้นกั้นเขต

บนราวสะพาน มีชายหนุ่มท่าทางหมดอาลัยตายอยากยืนอยู่ มือหนึ่งเกาะราวสะพาน มือหนึ่งกำโทรศัพท์ หน้าซีดเผือด เหงื่อแตกเต็มหน้าผาก ขาสั่นพั่บๆ

เหรินเจี๋ยเห็นกับตาว่า บนกระหม่อมของชายหนุ่มคนนั้น มีหมอกขาวลอยออกมา แล้วหายวับไป

ทันใดนั้น ในมิติทะเลสาบกระจก ก็มีหมอกขาวเพิ่มขึ้นมาหนึ่งเส้น

เหรินเจี๋ยนึกขึ้นได้ว่า ตอนที่เขาเพิ่งคลานออกมาจากเตาเผาศพ ดูเหมือนจะเห็นหมอกขาวลอยออกมาจากหัวของทุกคนเหมือนกัน

เขานึกว่าตาฝาดไปเอง ดูท่าจะไม่ใช่แฮะ

เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายกำลังเกลี้ยกล่อมอย่างหนัก แต่ชายหนุ่มคนนั้นก็ไม่ยอมลงมา

พวกคนมุงเริ่มยุส่ง

"โดดสิวะ? สองชั่วโมงแล้ว นายจะโดดไม่โดด? อย่าปอดแหกสิเฮ้ย? ฮ่าๆ~"

"ได้ยินว่ามีคนจะโดดสะพาน ฉันอุตส่าห์นั่งแท็กซี่มาดูเลยนะ นายอย่าทำให้ฉันมาเสียเที่ยวสิวะ?"

"น้องชาย อย่าเพิ่งรีบโดด สนใจบริการจัดงานศพครบวงจรไหม? ฮวงซุ้ยทำเลทอง หันหน้าทางทิศใต้ สนใจไหม?"

พวกเขาไม่เพียงแค่พูด ยังยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปอัดคลิปด้วย

ตำรวจหลายนายโกรธจัด

"ถ้าเขาโดดจริงๆ พวกคุณจะรับผิดชอบชีวิตเขาไหวไหม? พวกคุณไม่มีลูกหลานรึไง?"

"เขาจะสติแตกอยู่แล้ว อย่ามายุส่ง ถ้าไม่อยากถูกเชิญไปกินกาแฟที่โรงพัก งั้นก็หุบปากซะ!"

เหรินเจี๋ยเห็นกับตาว่า บนหัวของตำรวจหลายนาย มีหมอกขาวลอยออกมา ปรากฏขึ้นในมิติทะเลสาบกระจก

ในกลุ่มคนมุงก็มีหมอกขาวจางๆ ลอยออกมาเหมือนกัน เพียงแต่รวมๆ กันแล้วยังไม่ถึงหนึ่งเส้น

ดวงตาของเหรินเจี๋ยเป็นประกายวูบ ดูท่าต้องพิสูจน์ข้อสันนิษฐานของตัวเองสักหน่อยแล้ว~

เหรินเจี๋ยแหวกฝูงคน ก้าวเข้าไป มุดเข้าไปในเส้นกั้นเขตดื้อๆ

ตำรวจตาโต "เฮ้ยๆๆ? เข้ามาทำไม?"

"เจ้าหน้าที่ซือเหยา กองร้อยที่เจ็ด กรมซือเหยา ผมเป็นมืออาชีพ ให้ผมจัดการเอง"

เด็กฝึกงานก็นับเป็นเจ้าหน้าที่ใช่ไหมล่ะ?

ตำรวจได้ยินดังนั้น ตาเป็นประกาย เจอพระเอกขี่ม้าขาวแล้วใช่ไหม?

ยังไงซะงานหลักของกรมซือเหยาก็คือการกู้ภัยช่วยคนอยู่แล้ว

หวังเผิงเริ่มร้อนรน

"อย่าเข้ามานะ วันนี้ต่อให้เทวดาหน้าไหนมาก็ห้ามไม่ได้ เข้ามาอีกก้าวฉันโดดจริงๆ นะโว้ย!"

ตะโกนไปพลาง ก้มมองใต้สะพานไปพลาง หน้าซีดยิ่งกว่าเดิม

เหรินเจี๋ยเอามือล้วงกระเป๋า พูดสบายๆ

( ⩌~⩌ ) "แน่ใจนะ? คิดดีแล้วเหรอ?"

"พื้นสะพานสูงจากผิวน้ำอย่างน้อยหกสิบเมตร โดดลงไปก็ไม่ต่างอะไรกับฟาดลงพื้นปูน กระดูกหักทั้งตัว อวัยวะภายในตกเลือด หัวแบะ อย่าหวังว่าจะมีใครมาช่วยทัน"

"ตายไปเลยก็ดีไป แต่ถ้าตายไม่สนิท~ นายก็เตรียมตัวนอนเป็นผักบนเตียงพยาบาลไปตลอดชีวิตที่เหลือได้เลย"

หวังเผิงแววตาหวาดกลัว บนหัวมีหมอกขาวลอยออกมาจำนวนมาก กลืนน้ำลายเอือก ตะโกนกลับไป

"ก็ดี! ฉันอยากตายแบบรวดเร็วอยู่แล้ว ตายๆ ไปซะจะได้จบๆ!"

"อย่ามาขู่ซะให้ยาก! ความตายฉันยังไม่กลัว ฉันจะกลัวเรื่องแค่นี้เหรอ?"

เหรินเจี๋ยแค่นหัวเราะ

( ≖乛 ≖) "นั่นสินะ? ความตายนายยังไม่กลัว แต่นายกลับกลัวการมีชีวิตอยู่..."

"เอาสิ โดดเลย ฉันไม่ห้าม อ้อจริงสิ อย่าคิดว่าตายแล้วจะจบนะ พอนายตาย มือถือจะถูกกู้ข้อมูล ประวัติแชต อัลบั้มรูป ประวัติการค้นหาในเบราว์เซอร์ ที่คั่นหน้าเว็บ รวมถึงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ของนาย ทั้งหมดที่ฉันพูดจะถูกพรินต์ออกมา ให้พ่อแม่นายดู..."

"เพื่อพิสูจน์ว่านายฆ่าตัวตายด้วยความสมัครใจจริงๆ ไม่ใช่สาเหตุอื่น"

หวังเผิงตาถลน ( ° 口 °|||) "หา? จ... จริงดิ?"

ตำรวจหลายนายพยักหน้ารัวๆ

สมกับเป็นมืออาชีพ แผนนี้โคตรอำมหิต!

หวังเผิง: !!!

พวกแกเป็นปีศาจหรือไงวะ?

คนตายไปแล้ว ยังต้องตายทั้งเป็นซ้ำอีกรอบเรอะ!?

ตอนนี้ลบยังทันไหม?

รอออนไลน์อยู่ ด่วนมาก!

หวังเผิงกัดฟัน ก้มหน้าก้มตากดมือถือ ลบประวัติรัวๆ ด้วยสีหน้าเสียดายสุดขีด

ส่วนเหรินเจี๋ยถือโอกาสนี้ ย่องเข้าไปใกล้เขาเงียบๆ

หางตาหวังเผิงเหลือบไปเห็นเหรินเจี๋ยเข้ามาใกล้ อดไม่ได้ที่จะตะโกนลั่น

"อย่าเข้ามา! ถอยไป! เข้ามาอีกก้าว ฉันโดดจริงๆ นะ?"

เหรินเจี๋ยชะงักฝีเท้า กลอกตามองบน

( ꒪° ⩌ °꒪) "ลูกพี่~ จะโดดก็อย่าโดดลงแม่น้ำสิ ไปตายที่อื่นไม่ได้เหรอ?"

หวังเผิงโกรธจัด "อะไรนะ? ฉันจะตายอยู่แล้ว ยังต้องเลือกที่ตายอีกเรอะ? ทำไมโดดลงแม่น้ำไม่ได้วะ?"

เหรินเจี๋ยชี้มือไป ทุกคนมองตามทิศทางที่เขาชี้

เห็นป้ายคำขวัญสะดุดตาแขวนอยู่บนราวสะพาน

[โปรดอย่าทิ้งขยะลงแม่น้ำ สร้างอารยธรรมเริ่มที่คุณและฉัน รักษาสิ่งแวดล้อมเริ่มที่ทุกคน~]

หวังเผิงงงเป็นไก่ตาแตก

หมายความว่าไง?

เหรินเจี๋ยผายมือ

╮( ⩌~⩌ )╭ "นายก็เห็นแล้วนี่~ ห้ามทิ้งขยะลงแม่น้ำ~"

ตำรวจ: (||| ๑’ 3 ’๑) พรืดดด~

ห้ามทิ้งขยะบ้าบออะไรกันฟะ!

เขาเป็นขนาดนี้แล้ว ยังจะไปพูดยั่วโมโหเขาอีกเหรอ?

นายเป็นปีศาจหรือไง?

ไอ้หมอนี่มืออาชีพจริงดิ?

หวังเผิง: ???

( ╬ Ò 益 Ó) "ไอ้บัดซบนี่! แกแม่ม~%?…;# *』☆&℃!"

จบบทที่ บทที่ 8 สร้างอารยธรรมเริ่มที่คุณและฉัน รักษาสิ่งแวดล้อมเริ่มที่ทุกคน

คัดลอกลิงก์แล้ว