- หน้าแรก
- อย่าเรียกฉันว่าปีศาจ
- บทที่ 8 สร้างอารยธรรมเริ่มที่คุณและฉัน รักษาสิ่งแวดล้อมเริ่มที่ทุกคน
บทที่ 8 สร้างอารยธรรมเริ่มที่คุณและฉัน รักษาสิ่งแวดล้อมเริ่มที่ทุกคน
บทที่ 8 สร้างอารยธรรมเริ่มที่คุณและฉัน รักษาสิ่งแวดล้อมเริ่มที่ทุกคน
บทที่ 8 สร้างอารยธรรมเริ่มที่คุณและฉัน รักษาสิ่งแวดล้อมเริ่มที่ทุกคน
เดินออกจากห้องปฏิบัติการชีวภาพหัวเทียน เหรินเจี๋ยใช้บริการรถเมล์สาย 11 (เดินเท้า) มุ่งหน้ากลับบ้านในเขต 69
ตลอดทางสามารถมองเห็นหอคอยสีขาวสูงตระหง่านตั้งอยู่ทั่วเมืองจินเฉิง ตัวหอคอยเรียวยาว สูงกว่าพันเมตร
ยอดหอคอยสีขาวติดตั้งลูกทรงกลมขนาดใหญ่ กะพริบแสงสีแดง
หากมองลงมาจากท้องฟ้าเหนือเมืองจินเฉิง หอคอยสีขาวเหล่านี้ ก็เหมือนกับหอกเทพเจ้าที่ปักลงมาบนพื้นโลก!
หอคอยสีขาวเหล่านี้ คืออุปกรณ์ป้องกันภัยพิบัติปีศาจขนาดใหญ่ที่ทางการสร้างขึ้น หากเกิดภัยพิบัติปีศาจระดับสูงที่ไม่สามารถปราบปรามได้ทันท่วงที ก็จะเปิดใช้งานหอคอยสีขาวในพื้นที่นั้นๆ
สร้างเป็นม่านพลังปิดกั้น ควบคุมภัยพิบัติปีศาจให้อยู่ในพื้นที่จำกัด ป้องกันไม่ให้ขยายวงกว้าง สร้างความเสียหายต่อเมืองและประชาชนไปมากกว่านี้
กรมซือเหยาเรียกหอคอยสีขาวเหล่านี้อย่างเห็นภาพว่า 'ก้านไม้ขีด' ซึ่งถือเป็นทัศนียภาพที่สวยงามอย่างหนึ่งของเมืองซิงหั่ว (เมืองประกายไฟ)
เพียงแต่ไม่มีใครอยากเห็นก้านไม้ขีดถูกจุดไฟหรอกนะ...
ภายใต้การรุกรานของภัยพิบัติปีศาจ เมืองหลักซิงหั่วทั้ง 33 แห่งของต้าเซี่ย ได้สร้างระบบรับมือภัยพิบัติปีศาจที่สมบูรณ์แบบมานานแล้ว เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน
เหรินเจี๋ยเดินไปพลาง ตรวจสอบมิติทะเลสาบกระจกไปพลาง ตอนนี้เพียงแค่คิด จิตสำนึกของเขาก็จะปรากฏขึ้นในมิติทะเลสาบกระจก
ตอนนี้เขาถึงมีเวลาสังเกตพื้นที่นี้อย่างละเอียด
บนต้นไม้ปีศาจ กิ่งหลักปีศาจเพลิงนั้นยังคงลุกไหม้ ผลปีศาจวิญญาณร้อนระอุ!
ไม่นานเหรินเจี๋ยก็พบว่า กิ่งก้านปีศาจเพลิงไม่ได้สว่างทั้งหมด มีเพียงกิ่งหลักเท่านั้นที่ลุกไหม้ กิ่งย่อยนับร้อยที่แตกแขนงออกมาจากกิ่งหลักยังคงมืดสนิท เหมือนยังไม่ปลดล็อก...
ถ้าเหรินเจี๋ยวิเคราะห์ไม่ผิด กิ่งหลักต้นนี้คือตัวแทนของปีศาจแห่งเปลวเพลิง งั้นกิ่งย่อยบนกิ่งหลักปีศาจเพลิงพวกนี้ มันหมายถึงสกิลหรือเปล่านะ?
เพราะนักรบพันธุกรรมทุกระดับในช่วงชั้นที่หนึ่งและห้าจะมีช่องสกิลหนึ่งช่อง ผู้ทำสัญญาปีศาจก็นับเป็นนักรบพันธุกรรมเหมือนกัน
อีกทั้งกิ่งหลักของต้นไม้ปีศาจ ยังไม่ได้มีแค่กิ่งปีศาจเพลิงกิ่งเดียว แม้แต่กิ่งหลักเองก็มีเป็นพันเป็นหมื่นกิ่ง
ไอ้ที่เหรินเจี๋ยเปิดใช้งานตอนนี้ นับเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งของต้นไม้ปีศาจเท่านั้น...
ลองแตะต้นไม้ปีศาจอีกครั้ง ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย
เหรินเจี๋ยคิดว่าน่าจะเป็นเพราะเขายังอยู่ในระยะตื่นรู้ ยังไม่ได้ตื่นรู้อย่างเป็นทางการ เข้าสู่ระดับหนึ่งขอบเขตตื่นรู้
บางทีเมื่อถึงเวลานั้น อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นก็ได้มั้ง?
สายตาของเหรินเจี๋ยเลื่อนไปที่ผิวน้ำทะเลสาบกระจกอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ หมอกขาวไม่กี่เส้นที่ลอยอยู่บนผิวน้ำถูกต้นไม้ปีศาจดูดไปหมดแล้ว ตอนนี้บนผิวน้ำมีหมอกขาวเพิ่มขึ้นมาอีกไม่กี่เส้น
และในตอนนี้ ผลไม้ปีศาจเพลิงกำลังดูดซับหมอกขาวบนผิวน้ำอยู่...
นึกถึงสิ่งที่นั่วเหยียนพูด เหรินเจี๋ยทำหน้าแปลกๆ ดูท่าเขาคงไม่ได้พิเศษอะไร หมอกขาวนี่คงจะเป็น...
ทันใดนั้น เหรินเจี๋ยพบด้วยความประหลาดใจว่า หมอกขาวบนทะเลสาบกระจกเพิ่มขึ้นมาอีกหลายเส้นอย่างกะทันหัน เหมือนโผล่มาจากความว่างเปล่า
ยังไม่ทันที่เหรินเจี๋ยจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เสียงเอะอะโวยวายจากภายนอกก็ดึงสติเขากลับสู่ความเป็นจริง
"โดดแล้วนะ! ฉันจะโดดจริงๆ แล้วนะโว้ย!"
ตอนนี้เหรินเจี๋ยเพิ่งรู้ตัวว่า ตัวเองเดินมาถึงสะพานจินเจียงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
บนสะพานมีคนมุงดูจำนวนมาก ถูกกั้นไว้นอกเส้นกั้นเขต
บนราวสะพาน มีชายหนุ่มท่าทางหมดอาลัยตายอยากยืนอยู่ มือหนึ่งเกาะราวสะพาน มือหนึ่งกำโทรศัพท์ หน้าซีดเผือด เหงื่อแตกเต็มหน้าผาก ขาสั่นพั่บๆ
เหรินเจี๋ยเห็นกับตาว่า บนกระหม่อมของชายหนุ่มคนนั้น มีหมอกขาวลอยออกมา แล้วหายวับไป
ทันใดนั้น ในมิติทะเลสาบกระจก ก็มีหมอกขาวเพิ่มขึ้นมาหนึ่งเส้น
เหรินเจี๋ยนึกขึ้นได้ว่า ตอนที่เขาเพิ่งคลานออกมาจากเตาเผาศพ ดูเหมือนจะเห็นหมอกขาวลอยออกมาจากหัวของทุกคนเหมือนกัน
เขานึกว่าตาฝาดไปเอง ดูท่าจะไม่ใช่แฮะ
เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายกำลังเกลี้ยกล่อมอย่างหนัก แต่ชายหนุ่มคนนั้นก็ไม่ยอมลงมา
พวกคนมุงเริ่มยุส่ง
"โดดสิวะ? สองชั่วโมงแล้ว นายจะโดดไม่โดด? อย่าปอดแหกสิเฮ้ย? ฮ่าๆ~"
"ได้ยินว่ามีคนจะโดดสะพาน ฉันอุตส่าห์นั่งแท็กซี่มาดูเลยนะ นายอย่าทำให้ฉันมาเสียเที่ยวสิวะ?"
"น้องชาย อย่าเพิ่งรีบโดด สนใจบริการจัดงานศพครบวงจรไหม? ฮวงซุ้ยทำเลทอง หันหน้าทางทิศใต้ สนใจไหม?"
พวกเขาไม่เพียงแค่พูด ยังยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปอัดคลิปด้วย
ตำรวจหลายนายโกรธจัด
"ถ้าเขาโดดจริงๆ พวกคุณจะรับผิดชอบชีวิตเขาไหวไหม? พวกคุณไม่มีลูกหลานรึไง?"
"เขาจะสติแตกอยู่แล้ว อย่ามายุส่ง ถ้าไม่อยากถูกเชิญไปกินกาแฟที่โรงพัก งั้นก็หุบปากซะ!"
เหรินเจี๋ยเห็นกับตาว่า บนหัวของตำรวจหลายนาย มีหมอกขาวลอยออกมา ปรากฏขึ้นในมิติทะเลสาบกระจก
ในกลุ่มคนมุงก็มีหมอกขาวจางๆ ลอยออกมาเหมือนกัน เพียงแต่รวมๆ กันแล้วยังไม่ถึงหนึ่งเส้น
ดวงตาของเหรินเจี๋ยเป็นประกายวูบ ดูท่าต้องพิสูจน์ข้อสันนิษฐานของตัวเองสักหน่อยแล้ว~
เหรินเจี๋ยแหวกฝูงคน ก้าวเข้าไป มุดเข้าไปในเส้นกั้นเขตดื้อๆ
ตำรวจตาโต "เฮ้ยๆๆ? เข้ามาทำไม?"
"เจ้าหน้าที่ซือเหยา กองร้อยที่เจ็ด กรมซือเหยา ผมเป็นมืออาชีพ ให้ผมจัดการเอง"
เด็กฝึกงานก็นับเป็นเจ้าหน้าที่ใช่ไหมล่ะ?
ตำรวจได้ยินดังนั้น ตาเป็นประกาย เจอพระเอกขี่ม้าขาวแล้วใช่ไหม?
ยังไงซะงานหลักของกรมซือเหยาก็คือการกู้ภัยช่วยคนอยู่แล้ว
หวังเผิงเริ่มร้อนรน
"อย่าเข้ามานะ วันนี้ต่อให้เทวดาหน้าไหนมาก็ห้ามไม่ได้ เข้ามาอีกก้าวฉันโดดจริงๆ นะโว้ย!"
ตะโกนไปพลาง ก้มมองใต้สะพานไปพลาง หน้าซีดยิ่งกว่าเดิม
เหรินเจี๋ยเอามือล้วงกระเป๋า พูดสบายๆ
( ⩌~⩌ ) "แน่ใจนะ? คิดดีแล้วเหรอ?"
"พื้นสะพานสูงจากผิวน้ำอย่างน้อยหกสิบเมตร โดดลงไปก็ไม่ต่างอะไรกับฟาดลงพื้นปูน กระดูกหักทั้งตัว อวัยวะภายในตกเลือด หัวแบะ อย่าหวังว่าจะมีใครมาช่วยทัน"
"ตายไปเลยก็ดีไป แต่ถ้าตายไม่สนิท~ นายก็เตรียมตัวนอนเป็นผักบนเตียงพยาบาลไปตลอดชีวิตที่เหลือได้เลย"
หวังเผิงแววตาหวาดกลัว บนหัวมีหมอกขาวลอยออกมาจำนวนมาก กลืนน้ำลายเอือก ตะโกนกลับไป
"ก็ดี! ฉันอยากตายแบบรวดเร็วอยู่แล้ว ตายๆ ไปซะจะได้จบๆ!"
"อย่ามาขู่ซะให้ยาก! ความตายฉันยังไม่กลัว ฉันจะกลัวเรื่องแค่นี้เหรอ?"
เหรินเจี๋ยแค่นหัวเราะ
( ≖乛 ≖) "นั่นสินะ? ความตายนายยังไม่กลัว แต่นายกลับกลัวการมีชีวิตอยู่..."
"เอาสิ โดดเลย ฉันไม่ห้าม อ้อจริงสิ อย่าคิดว่าตายแล้วจะจบนะ พอนายตาย มือถือจะถูกกู้ข้อมูล ประวัติแชต อัลบั้มรูป ประวัติการค้นหาในเบราว์เซอร์ ที่คั่นหน้าเว็บ รวมถึงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ของนาย ทั้งหมดที่ฉันพูดจะถูกพรินต์ออกมา ให้พ่อแม่นายดู..."
"เพื่อพิสูจน์ว่านายฆ่าตัวตายด้วยความสมัครใจจริงๆ ไม่ใช่สาเหตุอื่น"
หวังเผิงตาถลน ( ° 口 °|||) "หา? จ... จริงดิ?"
ตำรวจหลายนายพยักหน้ารัวๆ
สมกับเป็นมืออาชีพ แผนนี้โคตรอำมหิต!
หวังเผิง: !!!
พวกแกเป็นปีศาจหรือไงวะ?
คนตายไปแล้ว ยังต้องตายทั้งเป็นซ้ำอีกรอบเรอะ!?
ตอนนี้ลบยังทันไหม?
รอออนไลน์อยู่ ด่วนมาก!
หวังเผิงกัดฟัน ก้มหน้าก้มตากดมือถือ ลบประวัติรัวๆ ด้วยสีหน้าเสียดายสุดขีด
ส่วนเหรินเจี๋ยถือโอกาสนี้ ย่องเข้าไปใกล้เขาเงียบๆ
หางตาหวังเผิงเหลือบไปเห็นเหรินเจี๋ยเข้ามาใกล้ อดไม่ได้ที่จะตะโกนลั่น
"อย่าเข้ามา! ถอยไป! เข้ามาอีกก้าว ฉันโดดจริงๆ นะ?"
เหรินเจี๋ยชะงักฝีเท้า กลอกตามองบน
( ꒪° ⩌ °꒪) "ลูกพี่~ จะโดดก็อย่าโดดลงแม่น้ำสิ ไปตายที่อื่นไม่ได้เหรอ?"
หวังเผิงโกรธจัด "อะไรนะ? ฉันจะตายอยู่แล้ว ยังต้องเลือกที่ตายอีกเรอะ? ทำไมโดดลงแม่น้ำไม่ได้วะ?"
เหรินเจี๋ยชี้มือไป ทุกคนมองตามทิศทางที่เขาชี้
เห็นป้ายคำขวัญสะดุดตาแขวนอยู่บนราวสะพาน
[โปรดอย่าทิ้งขยะลงแม่น้ำ สร้างอารยธรรมเริ่มที่คุณและฉัน รักษาสิ่งแวดล้อมเริ่มที่ทุกคน~]
หวังเผิงงงเป็นไก่ตาแตก
หมายความว่าไง?
เหรินเจี๋ยผายมือ
╮( ⩌~⩌ )╭ "นายก็เห็นแล้วนี่~ ห้ามทิ้งขยะลงแม่น้ำ~"
ตำรวจ: (||| ๑’ 3 ’๑) พรืดดด~
ห้ามทิ้งขยะบ้าบออะไรกันฟะ!
เขาเป็นขนาดนี้แล้ว ยังจะไปพูดยั่วโมโหเขาอีกเหรอ?
นายเป็นปีศาจหรือไง?
ไอ้หมอนี่มืออาชีพจริงดิ?
หวังเผิง: ???
( ╬ Ò 益 Ó) "ไอ้บัดซบนี่! แกแม่ม~%?…;# *』☆&℃!"