- หน้าแรก
- พลิกชะตาฟ้า ไหนบอกว่าเจ้าไม่เป็นวรยุทธ์
- บทที่ 24 ศัตรูกับมิตร, ต้องรู้จักพอเพียง
บทที่ 24 ศัตรูกับมิตร, ต้องรู้จักพอเพียง
บทที่ 24 ศัตรูกับมิตร, ต้องรู้จักพอเพียง
บทที่ 24 ศัตรูกับมิตร, ต้องรู้จักพอเพียง
"ยอดเยี่ยม ข้ากำลังกังวลว่าหัวหน้าสาขาหวังจะเป็นคนหัวโบราณอยู่พอดี" เป้ยเส้าชิงหัวเราะร่า หมุนพัดในมือก่อนจะสะบัดกางออก "ข้าคิดว่าเจิ้งเสวียนเฉิงนั่นแหละคือกบฏลัทธิเสวียนหวง คดีลอบสังหารนายอำเภอคนก่อนที่จับคนร้ายไม่ได้ก็เพราะเขาให้ท้าย คดีฆ่าล้างตระกูลโม๋ก็เหตุผลเดียวกัน"
ถ้าได้นายอำเภอหวังที่เป็นถึงระดับบริหารของลัทธิเสวียนหวงมาช่วย การสร้างหลักฐานเท็จป้ายสีเจิ้งเสวียนเฉิงว่าเป็นกบฏก็ง่ายนิดเดียว รับรองว่าแก้ตัวไม่หลุด
"คุณชายเป้ยต้องการให้ลัทธิศักดิ์สิทธิ์ของข้าร่วมมือใส่ร้ายใต้เท้าเจิ้งสินะ? ได้ทั้งแก้แค้น ได้ทั้งความดีความชอบ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ฉลาดจริงๆ" นายอำเภอหวังเข้าใจทันที แต่แล้วก็ถามกลับ "แล้วในการร่วมมือครั้งนี้ ข้าจะได้อะไร?"
"การให้อภัยจากข้า" เป้ยเส้าชิงตอบสั้นๆ
นายอำเภอหวังนึกว่าหูฝาด "การให้อภัย?"
"ถูกต้อง การให้อภัยจากข้า!" เป้ยเส้าชิงหุบพัด ยิ้มเย็น "ข้าจะยกโทษให้เรื่องที่เจ้าร่วมมือกับเจิ้งเสวียนเฉิงลอบสังหารข้า ไม่อย่างนั้นข้าแค่รายงานตัวตนที่แท้จริงของเจ้าไปบอกท่านพ่อ เจ้าก็มีแต่ต้องทิ้งตำแหน่งหนีตาย หรือไม่ก็รอความตายอยู่ที่นี่ แผนการทั้งหมดของลัทธิเสวียนหวงในทงโจวก็จะพังพินาศ"
"ถ้าอย่างนั้นจะเรียกว่าร่วมมือ คงไม่ถูก เรียกว่าการข่มขู่ฝ่ายเดียวจะเหมาะกว่า" นายอำเภอหวังยิ้มเจื่อน
เป้ยเส้าชิงยิ้มตอบ ไม่ปฏิเสธคำพูดนั้น "เมื่อผ่านเรื่องนี้ไปได้ เราถึงจะมีความร่วมมือที่ยั่งยืนต่อกันได้"
"แล้วข้าจะเชื่อใจได้ยังไงว่าคุณชายจะไม่กลับคำ หรือเสร็จนาฆ่าโคถึก?" นายอำเภอหวังระแวง
ถ้าได้ร่วมมือกับเป้ยเส้าชิงจริง จะเป็นผลดีต่อการขยายอำนาจของลัทธิทั้งในทงโจวและระดับอาณาจักรอย่างมหาศาล เขาจึงสนใจทั้งในแง่ส่วนตัวและส่วนรวม แต่กลัวโดนหักหลังนี่แหละ
เป้ยเส้าชิงหัวเราะเบาๆ "ถ้าข้าจะเล่นงานเจ้า ข้าแค่รายงานตัวตนเจ้าไปบอกท่านพ่อก็จบ จะมาเสียเวลาทำเรื่องยุ่งยากแบบนี้ทำไม? ขนาดเรื่องที่เจ้าจะฆ่าข้า ข้ายังยกโทษให้ นี่ไม่เรียกว่าความจริงใจในการร่วมมืออีกเหรอ?"
แม้ความจริงตอนนี้เขาจะไม่กล้าและไม่อยากติดต่อจวนโหวเลยก็ตาม แต่ก็ไม่เสียหายที่จะใช้ชื่อพ่อมาขู่
"คุณชายเป้ยใจกว้างดั่งมหาสมุทร นับถือ!" นายอำเภอหวังเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะประสานมือคาราวะจากใจ
เป้ยเส้าชิงส่ายหน้า "ข้าก็แค่เลือกทางที่ตัวเองได้ประโยชน์ที่สุดเท่านั้น"
นายอำเภอหวังถอนหายใจ "ตกลง! ในเมื่อคุณชายจริงใจขนาดนี้ ข้ายอมร่วมมือ ข้าจะเอาป้ายคำสั่งและเอกสารปลอมของลัทธิไปซ่อนไว้ในห้องหนังสือของเจิ้งเสวียนเฉิง ถึงเวลาคุณชายก็นำกำลังไปค้น แล้วสาวกที่ถูกจับในที่เกิดเหตุจะซัดทอดเจิ้งเสวียนเฉิงเอง"
เห็นได้ชัดว่าเขามีสายลับแฝงตัวอยู่ข้างกายเจิ้งเสวียนเฉิง
"ถ้าทำแบบนั้น ลัทธิเสวียนหวงของเจ้าต้องเสียสละคนไปไม่น้อยเลยนะ" เป้ยเส้าชิงเดาะลิ้น
นายอำเภอหวังพูดอย่างทรงธรรม "เพื่อเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ของลัทธิ สาวกทุกคนย่อมพร้อมเสียสละ"
"ถ้าอย่างนั้น ทำไมไม่เห็นหัวหน้าสาขาหวังเสียสละเป็นคนแรกบ้างล่ะ?" เป้ยเส้าชิงแขวะ
นายอำเภอหวังไม่โกรธ ตอบอย่างจริงจัง "ข้าใช้ทรัพยากรของลัทธิไปมากกว่า ดังนั้นข้าต้องตายให้มีคุณค่ามากกว่าพวกเขา ถ้าวันนั้นมาถึง ข้าก็พร้อมจะทำ"
เป้ยเส้าชิงเลิกคิ้ว จ้องมองเขาเขม็ง ดูเหมือนจะไม่ได้โกหก ในใจอดทึ่งไม่ได้ว่าลัทธิเสวียนหวงล้างสมองคนเก่งจริงๆ มิน่าถึงสืบทอดมาได้เป็นพันปีแม้จะไม่เคยทำการสำเร็จสักครั้ง
"ดี งั้นข้าจะรอฟังข่าวดีจากหัวหน้าสาขา"
"ขอลา!" นายอำเภอหวังหันหลังกระโดดข้ามกำแพงหายไป
กงซุนอี้ถึงกล้าเดินเข้ามา เตือนด้วยความกังวล "คุณชาย กบฏลัทธิเสวียนหวงเป็นที่รังเกียจของทุกแคว้น ท่านไม่ควรไปพัวพันกับพวกมันมากเกินไปนะขอรับ"
เขากลัวว่าสำนักกระบี่เหล็กจะพลอยโดนหางเลขข้อหากบฏไปด้วย
"เจ้าสำนักกงซุนวางใจเถอะ ข้าเป็นลูกหลานขุนนาง กินดีอยู่ดี จะไปร่วมกบฏกับพวกมันทำไม? แค่หลอกใช้เท่านั้นแหละ" เป้ยเส้าชิงตอบ
กงซุนอี้โล่งใจ แต่ยังเตือนต่อ "พวกกบฏเสวียนหวงเชี่ยวชาญการล่อลวงจิตใจคน คุณชายต้องระวังตัวด้วย"
"สบายใจได้ พวกมันล้างสมองข้าไม่ได้หรอก" เป้ยเส้าชิงยิ้มเยาะ
เยี่ยหานซวงเดินเข้ามา นางไม่สนเรื่องกบฏ สนแต่เรื่องความปลอดภัย "พี่ใหญ่ หมอนั่นเคยคิดจะฆ่าพี่นะ จะร่วมมือกับมันจริงๆ เหรอ?"
"ก็เลยให้มันช่วยฆ่าเจิ้งเสวียนเฉิงเป็นการไถ่โทษไง ศัตรูกับมิตรไม่ใช่สิ่งที่ตายตัว มิตรอาจกลายเป็นศัตรู ศัตรูก็อาจกลายเป็นมิตรได้" เป้ยเส้าชิงหันไปมองกำแพงที่นายอำเภอหวังเพิ่งกระโดดออกไป "รอดูกันไปก่อน"
เขาไม่เคยกลัวการฆ่าคน โจรป่าภูเขาเฟิ่งหวงที่กินข้าวหม้อเดียวกันมาตั้งนาน เขายังฆ่าทิ้งได้ตาไม่กะพริบ
แต่การฆ่าไม่ใช่เป้าหมาย เป็นแค่วิธีการ เป้าหมายคือทำให้ชีวิตตัวเองดีขึ้น ตอนแรกจะฆ่านายอำเภอหวังก็เพื่อการนี้ ตอนนี้ร่วมมือกันก็เพื่อการนี้เช่นกัน
ถ้าใช้ประโยชน์จากนายอำเภอหวังเพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้ ก็ไม่จำเป็นต้องเปลืองแรงฆ่าเขา
......................................................
"ท่านหัวหน้าสาขา!"
ในตรอกใกล้โรงรับจำนำ กลุ่มคนนำโดยเถ้าแก่โรงเตี๊ยมจวี้หยวนเข้ามารุมล้อมนายอำเภอหวัง
"ไม่มีอะไรแล้ว แยกย้ายกันไปเถอะ"
นายอำเภอหวังโบกมือไล่ เขาไม่อยากบอกใครว่าเพิ่งไปเจอเป้ยเส้าชิงมา และยิ่งไม่อยากบอกเรื่องข้อตกลง เพราะถ้าเกิดความร่วมมือระยะยาวขึ้นมาจริงๆ เป้ยเส้าชิงจะมีค่าต่อลัทธิมาก
ในราชสำนักมีคนอย่างเขาแฝงตัวอยู่ ในลัทธิเสวียนหวงก็ย่อมมีสายลับของราชสำนักแฝงตัวอยู่เช่นกัน เขาจึงต้องระวังตัวแจ ไม่ให้ข่าวรั่วไหลจนเกิดเรื่อง
เป้ยเส้าชิงปีนกำแพงกลับบ้าน เห็นไฟในห้องยังเปิดอยู่ก็แปลกใจ ผลักประตูเข้าไป เซี่ยชิงอู๋ยังไม่นอนจริงๆ นางล้างเครื่องสำอางออกแล้ว ปล่อยผมสยาย สวมชุดนอนผ้าไหมสีขาวนั่งอ่านหนังสืออยู่
เขาเหลือบมองไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง เห็นแม่ทัพหลีนอนหลับปุ๋ย หน้าดำคร่ำเครียดทันที คนถูกเฝ้ายังไม่นอน ไอ้คนเฝ้าดันหลับก่อนซะงั้น
"กลับมาแล้วเหรอ" เซี่ยชิงอู๋วางหนังสือ ลุกขึ้นเดินมายิ้มหวาน "ข้ารู้ว่าท่านไม่อยากให้คนอื่นรู้ เลยให้สาวใช้เตรียมน้ำไว้ให้ในห้อง ล้างหน้าล้างตาหน่อยสิ"
คงเพราะกลัวโดนเอาเปรียบอีก คราวนี้นางเลยป้องกันตัวแน่นหนา ท่อนล่างไม่ได้ใส่แค่ถุงน่องไหมน้ำแข็งบางเบาเหมือนเคย แต่สวมกางเกงผ้าแพรสีขาวทับไว้อีกชั้น
แต่สายตาของเป้ยเส้าชิงกลับพุ่งตรงไปที่เท้าเปลือยเปล่าของนาง เพราะถุงน่องไหมน้ำแข็งคู่นี้เป็นสีดำ เนื้อผ้าบางเบาแนบสนิทไปกับข้อเท้ากลมกลึงและเท้าเล็กๆ น่าทะนุถนอม
เซี่ยชิงอู๋นึกว่าใส่กางเกงทับแล้วจะรอด
ไร้เดียงสาจริงๆ
"บางทีข้าก็สงสัยนะว่าเจ้าจงใจหรือเปล่า" เป้ยเส้าชิงเงยหน้าขึ้นพูด
"จงใจอะไร?" เซี่ยชิงอู๋งง ไม่ทันได้คิดอะไรมาก เดินเข้าไปช่วยเขาถอดเสื้อคลุม "น้ำยังอุ่นอยู่ รีบไปล้างตัวเถอะ"
จู่ๆ เป้ยเส้าชิงก็หันมาประจันหน้ากับนาง
"ว้าย!" เซี่ยชิงอู๋ตกใจ ถอยหลังหนีโดยสัญชาตญาณ แต่ถูกเป้ยเส้าชิงคว้ามือดึงตัวเข้าไปหา ก้มมองนางด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ฮูหยินช่างงดงามจริงๆ"
"อื้อๆๆ ปล่อยข้าก่อนเถอะ" เซี่ยชิงอู๋พยักหน้ารัวๆ ตอบส่งเดช ทันใดนั้นก็รู้สึกถึงภัยคุกคามที่คุ้นเคย จึงเริ่มดิ้นรน หน้าแดงก่ำ ถลึงตาใส่ "เดี๋ยว! ท่านจะทำอะไร?"
"ฮูหยิน ข้าถามหน่อย เจ้าเป็นคนเนรคุณคนหรือเปล่า?" เป้ยเส้าชิงถามหน้าตาย
เซี่ยชิงอู๋งงเป็นไก่ตาแตก แต่ก็โพล่งตอบ "เปล่าซะหน่อย ข้ารู้คุณคน บุญคุณต้องทดแทน!"
"บุญคุณต้องทดแทน งั้นก็ดีสิ ตอบแทนบุญคุณข้าหน่อยเป็นไง" เป้ยเส้าชิงพูดอย่างจริงจัง
เซี่ยชิงอู๋ตาโต "บุญคุณอะไร?"
"บุญคุณช่วยชีวิต วันนั้นข้าฆ่าแต่ผัวเจ้า ไม่ได้ฆ่าเจ้า ก็เท่ากับช่วยชีวิตเจ้าไว้" เป้ยเส้าชิงอ้างตรรกะวิบัติหน้าตาเฉย "เจ้าควรจะตอบแทนข้าไม่ใช่เหรอ?"
"ท่าน... ท่านมันหน้าด้าน!" เซี่ยชิงอู๋รู้ทันความคิดชั่วร้ายของเขา ใจเต้นระรัว ตัวสั่นด้วยความโกรธ "ไอ้โจรชั่ว! ปล่อยข้านะ!"
แม่ทัพหลีที่ถูกเสียงดังปลุกตื่นเหลือบมองหยกพกที่คอ "ท่านเจ้าเมือง ข้าขอพูดอย่างเป็นกลางนะ..."
"ไสหัวไป!"
"รับทราบ!" แม่ทัพหลีกระโดดหน้าต่างหนีไปทันที
เชือกถักเส้นเดียวช่วยได้แค่นี้แหละ
เป้ยเส้าชิงจำต้องลดความต้องการลง ก้มมองเท้าเล็กๆ ในถุงน่องสีดำที่ดูนุ่มนิ่มน่าสัมผัส แล้วพูดว่า "ถ้าฮูหยินไม่เต็มใจ สามีก็เป็นคนรู้จักพอเพียง"
"ทำไมท่านถึง... คนเราไม่ควร... อย่างน้อยก็ต้องไม่..." เซี่ยชิงอู๋โกรธจนพูดไม่ออก จนปัญญาจริงๆ สูดหายใจลึกข่มความอาย หน้าแดงก่ำกระซิบเสียงเบาหวิว "งั้นท่านไปล้างเท้าก่อนสิ"
......................................................
นายอำเภอหวังทำงานรวดเร็วทันใจ วันรุ่งขึ้น ขณะที่เป้ยเส้าชิงกำลังกินมื้อเช้า เขาก็ส่งคนมาแจ้งข่าวว่าทางฝั่งเขาเตรียมการเรียบร้อยแล้ว พร้อมลงมือได้ทุกเมื่อ
ปฏิบัติการล่าเจิ้งเสวียนเฉิง เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
(จบตอน)