เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 นายเองก็สู้ได้ดีเหมือนกันนี่นา

บทที่ 17 นายเองก็สู้ได้ดีเหมือนกันนี่นา

บทที่ 17 นายเองก็สู้ได้ดีเหมือนกันนี่นา


บทที่ 17 นายเองก็สู้ได้ดีเหมือนกันนี่นา

"..."

"เอ่อ อันที่จริง เรื่องท้าประลองของพวกเราก็ไม่ได้รีบด่วนอะไรขนาดนั้นหรอก"

"ใช่ๆ! นายไปก่อนเลยเพื่อน! พวกเรามีธุระพอดี ขอตัวก่อนนะ!"

"ฉันก็มีธุระเหมือนกัน! รอด้วยสิ!"

หลังความเงียบชั่วอึดใจ เพื่อนร่วมชั้นที่เคยคะยั้นคะยอถังผิงต่างก็พากันวงแตก ทิ้งเรื่องท้าประลองไปจนหมด

ทุกคนต่างกลัวว่าตัวเองจะเป็นรายต่อไปที่ถูกซัดจนปลิว...

บนอัฒจันทร์ที่อยู่ห่างออกไป

เสิ่นเสวี่ยและจ้าวเสวี่ยเฟิงเองก็ตกตะลึงไปพักใหญ่

สำหรับอาจารย์วัยกลางคนสองท่าน ฉากเมื่อครู่อาจจะน่าตกใจเกินไปสักหน่อย

ข่าวดีคือคราวนี้ไม่มีใครถือถ้วยชาอยู่

ไม่งั้นคงได้มีกางเกงเปียกเพิ่มอีกหลายตัว

"เขาไปเรียนวิธีนั้นมาจากไหน? โล่แสงกับควบคุมลม... การจับคู่แบบนี้เคยมีมาก่อนหรือเปล่า?"

"ดูเหมือนจะไม่มีนะครับ..."

เสียงของจ้าวเสวี่ยเฟิงเบาลงเรื่อยๆ

ไม่สิ ท่านจะมาถามผมทำไม? ถ้าท่านไม่รู้ แล้วผมจะไปรู้ได้ยังไงเล่า!

"สรุปว่า... เชียเกอแพ้ไปดื้อๆ แบบนี้เลยเหรอ?"

ในขณะนี้ จ้าวเสวี่ยเฟิงก็ช็อกไม่แพ้เสิ่นเสวี่ย

ในฐานะลูกศิษย์ของตัวเอง เขาควรจะรู้ตื้นลึกหนาบางดีที่สุด

แต่ตั้งแต่ซินซินโชว์ระเบิดแสงออกมา การต่อสู้นี้ก็หลุดลอยออกไปจากการคาดการณ์ของเขา วิ่งเตลิดไปไกลจนกู่ไม่กลับ...

เหลือเชื่อจริงๆ ที่สัตว์อสูรที่มีแรงกดดันวิญญาณเกิน 500 จะพ่ายแพ้อย่างหมดรูปให้กับคู่ต่อสู้ที่มีแรงกดดันวิญญาณไม่ถึง 400!

แล้วลูกข่างพายุเนี่ย มันรุนแรงขนาดนั้นเชียวหรือ?

เขาจำได้ว่าแรดทมิฬวายุคลั่งไม่ได้น่ากลัวขนาดนี้นี่นา!

"ผมพอจะเข้าใจความคิดของเขาแล้วล่ะ"

จู่ๆ เสิ่นเสวี่ยก็เผยสีหน้าเหมือนบรรลุบางอย่าง

"คุณสังเกตไหม? แนวทางการฝึกสัตว์อสูรในปัจจุบันล้วนหมุนรอบการเพิ่มค่าแรงกดดันวิญญาณ"

จ้าวเสวี่ยเฟิงพยักหน้า

นี่เป็นเรื่องพื้นฐานที่รู้กันทั่วไป

แรงกดดันวิญญาณแปรผันตรงกับความแข็งแกร่งและประสิทธิภาพของสัตว์อสูร

จุดขายของสถาบันกวดวิชาต่างๆ ก็เน้นไปที่การสอนทักษะระดับสูงได้กี่ท่า รับประกันว่าจะเพิ่มแรงกดดันวิญญาณได้เท่าไหร่...

สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของแรงกดดันวิญญาณอย่างชัดเจน

แน่นอนว่าท้ายที่สุดแล้ว แรงกดดันวิญญาณก็เป็นเพียงค่าอ้างอิง

ไม่อย่างนั้นคงไม่ต้องมีการประลองกันหรอก แค่เอาค่าแรงกดดันวิญญาณมาเรียงลำดับก็จบแล้ว

"แต่ผมเคยอ่านวิทยานิพนธ์ฉบับหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสารพันธมิตรเสินจีเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งชี้ให้เห็นว่าแรงกดดันวิญญาณอาจไม่ใช่ตัวชี้วัดเพียงอย่างเดียว"

เสิ่นเสวี่ยผายมือออก

"ค่าของแรงกดดันวิญญาณแสดงถึง 'ปริมาณ' ของอนุภาควิญญาณ"

"ทว่า ตัวอนุภาควิญญาณเองอาจไม่ได้เหมือนกันไปซะทั้งหมด"

"เปรียบเหมือนเศษเหล็กหนึ่งลูกบาศก์เมตรกับเหล็กกล้าหนึ่งลูกบาศก์เมตร แม้ปริมาตรจะเท่ากัน แต่คุณสมบัติต่างกันอย่างสิ้นเชิง"

"ความแตกต่างระหว่างการสร้างบ้านด้วยเศษเหล็กกับการสร้างด้วยเหล็กกล้านั้นมหาศาลจนจินตนาการไม่ถึง"

"สิ่งนี้อธิบายได้ว่าทำไมสัตว์อสูรบางตัวถึงพัฒนาได้เร็วแต่ก็ติดคอขวดเร็ว ในขณะที่สัตว์อสูรบางตัวที่ไม่ได้รับความคาดหวังกลับผงาดขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ"

จ้าวเสวี่ยเฟิงดูเหมือนจะเข้าใจ "ท่านหมายความว่าอนุภาควิญญาณของซินซินเปรียบเหมือนเหล็กกล้า ส่วนของเชียเกอเปรียบเหมือนเศษเหล็กงั้นหรือครับ?"

เขานึกถึงสถานการณ์คล้ายๆ กันในมนุษย์

บางคนดูผอมเพรียวแต่พละกำลังอาจไม่ด้อยไปกว่าคนกล้ามโต

บางคนดูตัวใหญ่แต่จริงๆ แค่บวมฉุ

"ก็ไม่ได้สุดโต่งขนาดนั้นหรอก แต่คอนเซปต์ประมาณนั้นแหละ"

เสิ่นเสวี่ยพยักหน้า "ตามมุมมองของบทความนั้น สัตว์อสูรที่มีรากฐานมั่นคงกว่าจะมีอนุภาควิญญาณที่มี 'คุณภาพ' สูงกว่า"

จ้าวเสวี่ยเฟิงขมวดคิ้ว "ผมไม่เคยได้ยินทฤษฎีนี้มาก่อนเลย..."

"ยังไงซะ มันก็เป็นสมมติฐานที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ แถมผ่านไปเป็นสิบปีแล้ว การแพร่หลายในวงจำกัดจึงเป็นเรื่องปกติ"

"มนุษย์เรายังมีความรู้เกี่ยวกับอนุภาควิญญาณจำกัดเกินไป"

เสิ่นเสวี่ยถอนหายใจด้วยความสะเทือนใจ

"และอย่าลืมว่าช่วงนั้นเป็นยุคตื่นทองของสถาบันฝึกสอนต่างๆ"

"การเรียนทักษะระดับสูงและการเร่งค่าแรงกดดันวิญญาณให้พุ่งพรวดคือความก้าวหน้าทีจับต้องได้"

"เทียบกับคำว่า 'รากฐาน' ที่ดูจับต้องยาก คุณคิดว่าคนทั่วไปจะเลือกเชื่ออันไหนมากกว่ากัน?"

"อีกอย่าง ค่าเรียนทักษะพื้นฐานสิบท่า ก็เทียบไม่ได้กับค่าเรียนทักษะระดับชั้นยอดแค่ท่าเดียว!"

"สถาบันพวกนั้นก็ต้องทำมาหากิน จะทุบหม้อข้าวตัวเองทำไม?"

"ก็จริงครับ"

จ้าวเสวี่ยเฟิงก้มหน้าลง "และคนส่วนใหญ่ก็คงไม่ทุ่มเทลงทุนกับสัตว์อสูรตัวเดียวมากเกินไป"

"พอเห็นว่าศักยภาพเริ่มตัน ก็เปลี่ยนตัวใหม่"

"ในสถานการณ์แบบนี้ การปูรากฐานมันไม่คุ้มทุนจริงๆ..."

ทั้งสองตกอยู่ในความเงียบโดยไม่ได้นัดหมาย

เสิ่นเสวี่ยเปลี่ยนสัตว์อสูรตัวแรกไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน

แม้จ้าวเสวี่ยเฟิงจะยังเก็บตัวแรกไว้ แต่ก็ยกเลิกสัญญาไปนานแล้ว

พวกเขาต่างก็เป็นหนึ่งใน "คนส่วนใหญ่" เหล่านั้น

และเคยชินกับมันมานานแล้ว

แต่ตอนนี้—

พวกเขาเห็นใครบางคนกำลังฉีกตัวออกจากฝูงชน ปฏิเสธที่จะเดินตามกระแสอย่างเชื่องเชื่อ

เสิ่นเสวี่ยพลันนึกถึงเสียงแจ้งเตือน "ไม่แลกเปลี่ยน" นั้นขึ้นมา

จู่ๆ เขาก็หัวเราะ

"ดึกแล้ว ไปกันเถอะ เวทีนี้เป็นของพวกเขา"

วันต่อมา

[อันดับปัจจุบัน: โรงเรียนมัธยมสัตว์อสูรอันดับหนึ่งเมืองไหว อันดับสัตว์อสูรปีหนึ่ง]

[สัตว์อสูรปัจจุบัน: ซินซิน (เพกาซัสทองคำขาว)]

[ธาตุ: ลม, แสง]

[สายพันธุ์: ระดับชั้นยอดระดับต่ำ]

[แรงกดดันวิญญาณ: 423]

[อันดับเรียลไทม์: 103 / 987 (ขยับขึ้น 10 อันดับ)]

[รอบสรุปผลถัดไป: อีกยี่สิบวัน]

[รางวัลที่ได้รับ: นมเปรี้ยวโพรไบโอติกตรา 'ยวี่โย่ว' ซีรีส์ขนมเซียนสัตว์อสูร 4 ลัง!]

ขยับขึ้น 8 อันดับจากการชนะเชียเกอ และอีก 2 อันดับจากการชนะเพื่อนร่วมชั้นในการสอบย่อยเมื่อวันเสาร์

ถังผิงนั่งกินข้าวอยู่ในโรงอาหาร มองหน้าจอแสงของระบบด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน

เนื้อในชามไม่อร่อยอีกต่อไป

ครั้งนี้เป็นการท้าประลองส่วนตัว ไม่มีเงินรางวัลหรืออะไรทั้งนั้น

แต่ระบบดันแจกรางวัลมาให้

สรุปคือ ทุนการศึกษาเก้าร้อยเก้าสิบหยวนของฉันเมื่อคราวที่แล้วยังใช้ไม่หมด คราวนี้ก็ยังโดนใช้ออกไปอีกใช่ไหม?

นี่ฉันยังต้อง... ขอบคุณนายที่ช่วยฉันประหยัดมัธยัสถ์ขนาดนี้ด้วยหรือเปล่า?

แต่ช่วยให้เงินที่ฉันใช้ได้จริงๆ หน่อยไม่ได้เรอะ!

ไอ้ความก้าวหน้าบ้าบอ ช่วยออกไปห่างๆ ฉันทีเถอะ!

"คิดไม่ถึงเลยว่าขนาดข้าทุ่มสุดตัวแล้ว ก็ยังเอาชนะเอ็งไม่ได้"

เมิ่งหลินส่ายหน้าถอนหายใจ "ถังโต้ว ระหว่างเรามีกำแพงหนาทึบแห่งความเศร้ากั้นอยู่เสียแล้ว"

"นายก็ทำได้ดีมากเหมือนกัน..."

ถังผิงยิ้มทั้งที่กัดฟันกรอด

เขาอยากจะกระโดดงับคอเมิ่งหลินให้ตายคามือ

ถังผิงยอมรับคำท้าก็เพราะได้ยินว่าเมิ่งหลินมั่นใจนักหนา

นึกว่าเมิ่งหลินจะชนะเขาได้แบบชัวร์ๆ เสียอีก! ไอ้หมอนี่พึ่งพาไม่ได้เลย!

ยิ่งชนะมากเท่าไหร่ ความเสียหายจากการพ่ายแพ้แค่ครั้งเดียวก็จะยิ่งจำกัดลง

โดยเฉพาะเมื่อชนะคู่ต่อสู้ที่มีมูลค่าสูงอย่างเชียเกอ

มันต่างจากการชนะพวกโนเนมไก่กา...

ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ การหวังจะกอบโกยเงินแสนจากการแพ้แค่ครั้งเดียวแทบจะเป็นไปไม่ได้แล้ว!

ช่างเถอะ... มองในแง่ดี อันดับสูงขึ้นก็ทำให้เจอคู่ต่อสู้เก่งๆ ได้ง่ายขึ้น

การแข่งขันระดับชั้นปีคือเวทีหลัก ฉันต้องมองการณ์ไกลเข้าไว้

กินไปได้ไม่กี่คำ โทรศัพท์ของเมิ่งหลินก็ดังขึ้น อาจารย์จาก 'อวี้เสวี่ยปัง' โทรตามตัวให้ไปหาเดี๋ยวนี้

เมิ่งหลินไม่มีทางเลือก ได้แต่จำใจบอกลาอาหารตรงหน้า

"อ้อ จริงสิ ถังโต้ว เอ็งสังเกตไหม ซินซินดูเหมือนจะตัวสูงขึ้นนะ!"

เมิ่งหลินทักทิ้งท้ายก่อนจากไป

"จริงดิ? ขนาดนั้นเลย?"

ถังผิงเหลือบมองซินซินที่กำลังไปตักอาหารเพิ่ม

นางเพิ่งกินอาหารสูตรข้าวโอ๊ตหมดไปชามหนึ่ง และกำลังขอให้คุณป้าตักเพิ่มให้

บัตรสีดำถูกหนีบไว้อย่างแน่นหนาระหว่างโล่แสงสองอันข้างกาย ดูสะดุดตามาก

"ตัวสูงขึ้นจริงๆ ด้วยแฮะ!"

ถังผิงนึกย้อนไปตอนทำสัญญาครั้งแรก นางผอมจนเห็นซี่โครง

ได้ยินว่าโดนรังแกในสวนสาธารณะตลอด กินไม่อิ่มนอนไม่หลับ

พอมาอยู่กับเขา ใช้บัตรดำรูดปรื๊ดทุกวัน กินอาหารเกรดพรีเมียมราคาหลักร้อยต่อจิน

แถมยังกินจุ ความอยากอาหารมากกว่าเพกาซัสรุ่นเดียวกันตั้ง 3-4 เท่า!

ตอนนี้ซินซินโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่ขนสีเทาหม่นๆ ก็ดูเงางามขึ้นมาบ้างแล้ว

ระหว่างที่ซินซินเดินกลับมา สัตว์อสูรโต๊ะอื่นมองอาหารในชามนางด้วยสายตาอิจฉา

สัตว์อสูรบางตัวหันไปมองเจ้านายตาละห้อย... แล้วก็โดนจ้องกลับตาเขียว

แน่นอนว่าไม่มีใครบ้าจี้ให้สัตว์เลี้ยงกินของแพงระยับขนาดนั้น

เอาเงินไปลงคอร์สเรียนหรือซื้อยาบำรุงยังจะคุ้มกว่า...

"ซินซิน!"

"ให้ฉันเหรอ? ขอบใจนะ!"

รับลูกอมนมเม็ดเป้งที่ซินซินยื่นให้ ถังผิงยิ้มละมุน

ถือซะว่าใช้เงินซื้อสุขภาพและความสุขให้ซินซินก็แล้วกัน คุ้มค่าจะตาย!

อย่าไปท้อถอยกับความก้าวหน้าแค่ชั่วคราว

รักษาทัศนคติเชิงบวกเข้าไว้ ฉันจะต้องถดถอยและรวยเละให้ได้เลยคอยดู!

จบบทที่ บทที่ 17 นายเองก็สู้ได้ดีเหมือนกันนี่นา

คัดลอกลิงก์แล้ว