- หน้าแรก
- อสูรคู่หูของข้า จะบ้าพลังไปถึงไหน
- บทที่ 16: แค่พี่เฉียเปิดอัลติ ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง
บทที่ 16: แค่พี่เฉียเปิดอัลติ ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง
บทที่ 16: แค่พี่เฉียเปิดอัลติ ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง
บทที่ 16: แค่พี่เฉียเปิดอัลติ ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง
ห้านาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ซินเป่ายังพลิกสถานการณ์ไม่ได้
ผ่านไปอีกห้านาที
ซินเป่าก็ยังคงพลิกสถานการณ์ไม่ได้
ผ่านไปอีกห้านาที...
"?"
เซินเสวี่ยเริ่มรู้สึกทะแม่งๆ
"เดี๋ยวนะ ซินเป่าอึดขนาดนั้นเชียวเหรอ? หรือว่าโตมาด้วยการกินคิปโชเกเป็นอาหาร?"
จ้าวเสวี่ยเฟิงทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก "ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ"
"งั้นไม้ตายของถังผิงก็คือความอึดสินะ!"
เซินเสวี่ยอดหัวเราะไม่ได้
ถ้าต่างฝ่ายต่างปิดเกมเร็วไม่ได้ คนที่มีความอึดมากกว่าย่อมเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด
แม้ว่าป้าหวังเฉียจะไม่ใช่สัตว์อสูรที่ความอึดแย่ก็ตาม
แต่ถ้าความอึดของซินเป่ามันล้นเหลือจริงๆ การลากยาวเป็นชั่วโมงแบบนี้ก็อาจเป็นไปได้
"แต่ชนะแบบนี้มันจะมีความหมายอะไร?
"ฉันอดถามไม่ได้นะว่า นี่มันไม่เท่ากับประจานความไร้น้ำยาของถังผิงเหรอ?
"ถ้าไม่ใช่เพราะซินเป่ามีพรสวรรค์เรื่องความอึด ป่านนี้แพ้ราบคาบไปแปดร้อยรอบแล้วมั้งกับการสั่งการมั่วซั่วแบบนั้น!"
'ก็ตอนแรกท่านผอ.บอกเองไม่ใช่เหรอครับว่าถังผิงแพ้แน่...' จ้าวเสวี่ยเฟิงแอบบ่นในใจ
ทว่าในฐานะครูประจำชั้นของถังผิง เขารู้สึกว่าเรื่องมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
ชัยชนะที่ไร้ศิลปะแบบนี้ดูไม่ใช่วิสัยของ 'ท่านประธานถัง' เลยสักนิด
หรือว่าเขากำลังซ่อนของดีอะไรไว้อยู่...
"ซิน!"
"อาวู!"
สัตว์อสูรทั้งสองยังคงยื้อยุดฉุดกระชากกันไม่เลิก
ด้านล่างเวทีเริ่มมีนักเรียนต่อแถวยาวเหยียด
"พวกนายช่วยเร่งมือหน่อยได้ไหม? เมื่อไหร่จะถึงตาพวกเราเนี่ย?"
"เลิกสู้กันได้แล้วโว้ย!"
"นี่มันปาเข้าไปยี่สิบนาทีแล้วนะ ต่อให้ท้องผูกยังเสร็จเร็วกว่าพวกนายเลยมั้ง!"
เหล่านักเรียนต่างส่งยิ้มพิมพ์ใจที่แฝงคำด่าทอถึงบรรพบุรุษ
เวลาพักเบรกใหญ่มันมีค่าดั่งทองคำนะเว้ย!
สนามประลองไม่ได้มีไว้ให้พวกนายสวีทกันสองคนนะเฮ้ย!
อันที่จริง คนบนเวทีร้อนรนยิ่งกว่าคนข้างล่างเสียอีก
"แทคติกก็ไม่มีปัญหา แล้วทำไมยังเผด็จศึกไม่ได้สักทีวะ?"
เมิ่งหลินเหงื่อแตกพลั่ก
สถานการณ์มันผิดเพี้ยนไปจากแผนการรบที่เขาวางไว้ลิบลับ
พี่เฉียเองก็เริ่มบ่นอุบแล้ว เขาเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว! อยากนอนโว้ย!
"อดทนไว้พี่เฉีย ชัยชนะอยู่แค่เอื้อมแล้ว!"
เมิ่งหลินกัดฟันกรอด "ซินเป่าเองก็ต้องเหนื่อยมากเหมือนกัน บุกเลย!"
ถังผิงเองก็เหงื่อท่วมตัวไม่แพ้กัน
ดูทรงแล้วน่าจะแพ้แน่ๆ ไม่ใช่เหรอ? ทำไมไม่โดนตบคว่ำในม้วนเดียวจบสักทีล่ะ?
ทำไมเหมือนมีแววจะพลิกกลับมาได้อีกแล้ว?
ซินเป่าอึดขนาดนั้นเชียวเหรอ?
เขาไม่รู้จริงๆ นะ!
ความจริงแล้ว นี่เป็นความผิดของเขาเองนั่นแหละ...
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา พี่เฉียฝึกหนักรากเลือดทุกวัน ไม่เคยได้นอนหลับเต็มอิ่มสักคืน
ความเหนื่อยล้าสะสมมาเรื่อยๆ
อาจมองไม่เห็นผลในการต่อสู้ระยะสั้นห้านาที แต่พอยืดเยื้อออกไป จุดอ่อนเรื่องพละกำลังก็เริ่มเผยออกมาให้เห็น
ในทางกลับกัน ซินเป่า
เวลาฝึกซ้อมแต่ละวันของเธอถูกเขาควบคุมไว้อย่างเคร่งครัดไม่ให้เกินห้าชั่วโมง
เวลานอนโดยทั่วไปก็เกินแปดชั่วโมง
นอกเหนือจากเวลาฝึก เขาก็พาเธอไปตระเวนกินดื่มเที่ยวเล่นสารพัด ให้เธอได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่
เรียกได้ว่าเป็นการ 'ออมแรงรอเชือด' คู่ต่อสู้ที่เหนื่อยล้า
ความอึดของซินเป่าก็ส่วนหนึ่ง
แต่สภาพความพร้อมหน้างานต่างหากที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว
"ไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องใหญ่!"
ถังผิงสงบสติอารมณ์และวิเคราะห์สถานการณ์อย่างละเอียด
ซินเป่าแค่ใช้ความอึดยื้อสถานการณ์ไว้ได้เท่านั้น ยากที่จะขยายความได้เปรียบจนพลิกเกมได้
และเมิ่งหลินก็คงไม่ยอมอยู่เฉยๆ แน่
ตราบใดที่พี่เฉียเปิดเกมบุกเต็มสูบ ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง!
ในแง่หนึ่ง ระดับการมองเกมของถังผิงถือว่าสูงมากทีเดียว
ไม่กี่วินาทีต่อมา สถานการณ์ในสนามก็เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์:
ออร่าของพี่เฉียเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน!
เท้าทั้งสองข้าง หัว และกระดูกสันหลังของเขาถูกปกคลุมด้วยเปลือกแข็งสีเขียวเข้ม ทำให้ดูแข็งแกร่งและทรงพลังขึ้นทันตา
ในขณะเดียวกัน ละอองเกสรสีแดงก็ร่วงโปรยปรายลงมาจากใบไม้บนตัวของพี่เฉีย
พี่เฉียคำรามลั่น การโจมตีดุดันขึ้นอย่างน่ากลัวในพริบตา!
"กลิ่นบุปผาลิจ้าน? เกราะหนักแห่งพงไพร? สกิลระดับชั้นยอดขั้นสูงทั้งคู่เลยนี่นา!"
บนอัฒจันทร์ เซินเสวี่ยที่เดิมทีตั้งท่าจะกลับหยุดชะงัก ดวงตาเป็นประกาย
—กลิ่นบุปผาลิจ้าน: เพิ่มความเร็ว พละกำลัง และความทนทานทางกายภาพให้กับตนเองและสัตว์อสูรธาตุไม้ตัวอื่นอย่างมหาศาล แต่แลกมาด้วยสติปัญญาที่ลดลงเล็กน้อย
—เกราะหนักแห่งพงไพร: หลักการคล้ายกับโครงกระดูกภายนอก ช่วยเสริมพละกำลังและความทนทานของร่างกายอย่างมาก
สองสกิลนี้เกื้อหนุนกันได้อย่างลงตัว
อันแรกกระตุ้นจิตใจให้ฮึกเหิม ส่วนอันหลังเสริมแกร่งค่าสถานะพื้นฐาน
"เวลาแค่อาทิตย์เดียว เรียนสกิลระดับชั้นยอดได้ตั้งขนาดนี้เชียวเหรอ?
"จบการต่อสู้นี้ ฉันต้องขอชมเชยนักเรียนคนนี้หน่อยแล้ว
"นักเรียนแบบนี้แหละคือแบบอย่างที่ทุกคนควรเอาเยี่ยงอย่าง!"
เซินเสวี่ยพึงพอใจในตัวเมิ่งหลินมาก "อาจารย์จ้าว คุณคิดว่าไง?"
จ้าวเสวี่ยเฟิงเบิกตากว้าง "ท่านผอ.ครับ รีบดูนั่นเร็ว!"
"ดูอะไร... หือ!?"
สายตากลับไปที่สนามประลอง เซินเสวี่ยถึงเข้าใจว่าจ้าวเสวี่ยเฟิงให้ดูซินเป่า
"อาวู!?"
"ซิน!"
เผชิญหน้ากับการบุกที่รวดเร็วขึ้นของพี่เฉีย ซินเป่าไม่ได้ตื่นตระหนก
แต่กลับหลบหลีกได้อย่างต่อเนื่องด้วยความสุขุมเยือกเย็นอย่างเหลือเชื่อ!
จ้าวเสวี่ยเฟิงมั่นใจมากว่า ต่อให้เป็นสัตว์อสูรตัวหลักของเขาเองลงสนาม ก็ทำไม่ได้ขนาดนี้!
มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว:
ซินเป่าอ่านการเคลื่อนไหวของพี่เฉียออกหมดแล้ว!
วินาทีนี้เองที่จ้าวเสวี่ยเฟิงเข้าใจการต่อสู้นี้อย่างถ่องแท้
ซินเป่าไม่ได้กำลังสู้ยืดเยื้ออะไรเลยก่อนหน้านี้
เธอกำลังเก็บข้อมูลของพี่เฉียต่างหาก!
เธอรู้ว่าตัวเองได้เปรียบเรื่องความอึด และพี่เฉียคงยืนระยะแลกหมัดกับเธอได้ไม่นาน
ด้วยขนาดตัวของพี่เฉีย ยากที่จะใช้ลูกไม้ตลบหลังเอาชนะได้
และเมื่อไหร่ที่พี่เฉียเร่งความเร็ว เขาจะเผลอใช้รูปแบบการโจมตีที่ถนัดที่สุดออกมาโดยสัญชาตญาณ!
ถ้าพี่เฉียเร่งเครื่องตั้งแต่แรก อาจจะพอมีลุ้น
แต่หลังจากยื้อกันมาสิบห้านาที แทคติกของพี่เฉียถูกซินเป่ามองทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว!!
"พี่เฉีย อย่าลน! ตั้งหลักก่อน—เชี่ยไรวะเนี่ย??"
เมิ่งหลินได้เห็นฉากที่ลืมไม่ลง:
ซินเป่าโยน 'โล่แสง' ออกไปโดยไม่ต้องตั้งรับ
ทันทีที่มันลอยไปถึงหน้าพี่เฉีย โล่แสงก็ระเบิดตัวเอง ปล่อยแสงสีขาวจ้าออกมา!
—โล่แสง (ขั้นเชี่ยวชาญ): สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระหลังปล่อยออกไป
—แสงจ้า (ขั้นชำนาญเล็กน้อย): สามารถปล่อยออกมาโดยแนบไปกับสกิลธาตุแสงอื่นได้
โล่แสง + แสงจ้า!
"QAQ อาวู!!!"
ระเบิดแฟลชระยะประชิดเล่นเอาพี่เฉียตาบอดไปชั่วขณะ
ฉันเป็นใคร? ฉันอยู่ที่ไหน?
แล้วตกลงฉันสู้กับใครอยู่วะเนี่ย??
พี่เฉียอาละวาดสะเปะสะปะ และด้วยแรงเฉื่อยจากการพุ่งชน เขาเกือบจะถลาร่วงตกเวที
"พี่เฉีย ถ่ายน้ำหนักลงต่ำก่อน ชะลอความเร็ว!"
เมิ่งหลินรีบสั่งการ: "กลับไปตั้งหลักที่กลางเวทีเดี๋ยวนี้ ห้ามเปิดโอกาสให้มันใช้อัลติเด็ดขาด!"
คำสั่งนี้ทันท่วงทีและถูกต้องมาก
พี่เฉียเองก็แสดงให้เห็นถึงวินัยในการต่อสู้ที่ดีเยี่ยม
เขาเบรกตัวโก่ง หยุดการเคลื่อนไหวได้อย่างเด็ดขาด ไม่ร่วงตกเวที
แม้การมองไม่เห็นจะทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวตามสัญชาตญาณ
แต่เขาก็ยังทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด พยายามจัดระเบียบร่างกาย...
"อาวู???"
แล้วพี่เฉียก็พบว่าเขาขยับตัวไม่ได้
เสียงลมหวีดหวิวชวนขนลุกดังขึ้นรอบตัว
เขารีบถามเมิ่งหลินว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่เมิ่งหลินไม่ได้ตอบ
เพราะเมิ่งหลินเองก็ยืนอึ้งไปแล้ว:
โล่แสงกว่ายี่สิบอันปรากฏขึ้นทันทีที่พี่เฉียหันกลับมา พวกมันจับคู่กัน ประกบหนีบเถาวัลย์ เท้า หาง และส่วนอื่นๆ ของพี่เฉียเอาไว้
โล่พวกนั้นดูเหมือนมีแรงดึงดูดระหว่างกัน ดูดติดกันแน่น
โล่กว่าสิบคู่รุมทึ้งพร้อมกัน ตรึงพี่เฉียให้ลอยค้างอยู่กลางอากาศ!
หากมองให้ดี จะพบว่าไม่ใช่โล่แสงดึงดูดเข้าหากัน
แต่เป็นโล่สองอันที่ถูกกระแสลมรุนแรงจากภายนอกพัดอัดเข้าหากันด้วยแรงดันมหาศาลต่างหาก!
—ควบคุมลม (ขั้นเชี่ยวชาญ): สามารถควบคุมกระแสลมหลายทิศทางได้พร้อมกัน
เป็นที่รู้กันดีว่า ยิ่งน้ำหนักมาก แรงเฉื่อยก็ยิ่งมาก
ไม่เพียงแค่การเคลื่อนที่มีแรงเฉื่อย การหยุดนิ่งก็มีแรงเฉื่อยเช่นกัน
พันธนาการพวกนี้อาจรั้งพี่เฉียที่กำลังเคลื่อนที่เร็วๆ ไม่อยู่
แต่เมื่อพี่เฉียหยุดนิ่งแล้ว ยากนักที่เขาจะเริ่มขยับตัวได้ภายใต้พันธนาการเหล่านี้...
"หึ่งๆๆ...!!!"
"ปัง!!!!"
ห้าวินาทีต่อมา ทั้งสนามประลองก็ได้เห็นพี่เฉียลอยละลิ่วขึ้นสู่ท้องฟ้า