- หน้าแรก
- เล่ห์ลับฮูหยินยอดรัก
- บทที่ 21 รางวัลจากคุณหนูใหญ่
บทที่ 21 รางวัลจากคุณหนูใหญ่
บทที่ 21 รางวัลจากคุณหนูใหญ่
บทที่ 21 รางวัลจากคุณหนูใหญ่
พอพ้นประตูจวนเฉิงกั๋ว
ลั่วชิงโจวก็รีบปล่อยมือนาง
แม้ว่ามือน้อยๆ ของคุณหนูใหญ่ตระกูลฉินจะนุ่มนิ่มหอมละมุน ชวนให้ลุ่มหลงจนไม่อยากปล่อย
แต่ชีวิตน้อยๆ ของเขาสำคัญกว่า
แม่นางที่ยืนอยู่ข้างหลังน่ะ เขาตอแยด้วยไม่ไหวจริงๆ
ถ้าบอกว่าหลังจากไป๋หลิงเตือน เขาต้องระวังตัวแจเมื่ออยู่ต่อหน้าแม่นางเซี่ยฉานแล้วล่ะก็ ตอนนี้เป็นต้นไป เขาต้องระวังตัวเป็นหมื่นเท่าพันทวี
เขาไม่อยากถูกปาดคอตายก่อนวัยอันควร ทั้งที่ยังไม่ทันตั้งตัว
เสี่ยวเตี๋ยยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้
"คุณชาย เช็ดหน้าหน่อยเถอะเจ้าค่ะ"
"ไม่เป็นไร"
"แต่ว่า... น้ำเลอะเต็มไปหมด เสื้อข้างในเปียกหมดแล้วนะเจ้าคะ"
"ไม่เป็นไรน่า"
"เช็ดเถอะเจ้าค่ะ ไหลลงไปในกางเกงแล้ว..."
"..."
ลั่วชิงโจวมองยัยหนูตัวดีแวบหนึ่ง รับผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดคราบน้ำชาที่หน้าและคอ
น้ำชาที่สาดมาร้อนพอสมควร
แต่การฝึกวิชาในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเริ่มเห็นผล
ผิวหนังของเขาเริ่มทนทานขึ้น จึงไม่รู้สึกเจ็บปวดเท่าไหร่
หวังว่าจะไม่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ก็พอ
คุณหนูใหญ่ตระกูลฉินขึ้นรถม้าไปแล้ว
หญิงร่างกำยำที่เป็นคนขับรถม้าปล่อยม่านลง แล้วนั่งประจำที่คนขับ ไม่ได้มีท่าทีจะเชิญเขาขึ้นรถไปด้วย
ตอนมาห้ามเดินเท้า
แต่ขากลับเขาเดินได้
อันที่จริงเขาชอบเดินมากกว่า
ตัวเปื้อนเลอะเทอะแบบนี้ ขึ้นไปก็รังแต่จะทำให้คนเขารังเกียจ
นั่งไปก็อึดอัดเปล่าๆ
รถม้าค่อยๆ เคลื่อนตัว
ไป๋หลิงและเซี่ยฉานเดินขนาบข้างรถม้าซ้ายขวา
ลั่วชิงโจวพาเสี่ยวเตี๋ยเดินตามหลังไป๋หลิง พยายามอยู่ห่างจากสาวน้อยจอมโหดผู้นั้นให้มากที่สุด
ไป๋หลิงหันมายิ้มหวาน เอ่ยชม "เขยขวัญวันนี้ทำได้ดีมากเลยนะเจ้าคะ กล้าลุกขึ้นมาบังน้ำชาให้คุณหนู ทำเอาข้ามองท่านใหม่เลย ไม่เหมือนบัณฑิตขี้ขลาดบางคน เห็นเมียตัวเองโดนรังแก ไม่กล้าแม้แต่จะหือ"
ลั่วชิงโจวรู้ดีว่าคุณหนูใหญ่ในรถม้าและเซี่ยฉานได้ยินบทสนทนานี้ จึงไม่ได้ตอบอะไร
พูดมากผิดมาก
ต่อหน้าแม่นางคนนั้น เขาพูดให้น้อยที่สุดเป็นดี
อีกอย่าง การที่เขาบังน้ำชาให้คุณหนูใหญ่ เป็นสิ่งที่สมควรทำ ไม่ใช่เรื่องน่าอวดอ้าง
ยังไงนางก็เป็นภรรยาเขา
แถมเรื่องนี้ต้นเหตุมาจากเขาด้วยซ้ำ
คนที่ฮูหยินใหญ่เกลียดและแค้นที่สุดคือเขา
เดิมทีนางคิดว่าลูกเมียน้อยอย่างเขาจะต้องไปแต่งงานกับคนปัญญาอ่อน ใช้ชีวิตตกอับน่าสมเพชไปตลอดชาติ ใครจะคิดว่าเขากลับได้แต่งงานกับสาวงามปานนางฟ้า นางจะไม่แค้นได้อย่างไร?
ให้นางแค้นไปเถอะ
ยังมีเรื่องที่จะทำให้นางแค้นจนกระอักเลือดและสิ้นหวังรออยู่อีกเยอะ!
"เขยขวัญ ไปขอรางวัลจากคุณหนูสิเจ้าคะ"
จู่ๆ ไป๋หลิงก็เอ่ยขึ้นยิ้มๆ จงใจทำเสียงดังฟังชัด
ลั่วชิงโจวกำลังจะปฏิเสธว่า "ไม่เป็นไร" แต่เห็นนางขยิบตาทำท่าทางซุกซนส่งสัญญาณให้เขา แล้วนางก็วิ่งถลาไปที่หน้าต่างรถม้า เอ่ยเสียงใส "คุณหนูเจ้าขา เขยขวัญบอกว่าคืนนี้อยากจะร่วมหอกับคุณหนู คุณหนูตกลงไหมเจ้าคะ?"
สิ้นประโยค สีหน้าของลั่วชิงโจวเปลี่ยนไปทันที
พร้อมกันนั้น เขาสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตเย็นยะเยือกที่พุ่งมาจากอีกฟากของรถม้า!
ต้นคอเขาเย็นวาบ
ภายในรถม้าเงียบกริบ
คุณหนูใหญ่ตระกูลฉินไม่ได้ตอบรับ
แต่ไป๋หลิงกลับตะโกนลั่น "รับทราบเจ้าค่ะคุณหนู บ่าวจะไปบอกเขยขวัญเดี๋ยวนี้ว่าคุณหนูตกลงแล้ว"
พูดจบ นางก็เดินกลับมาหาลั่วชิงโจว ยิ้มร่า "เขยขวัญ คุณหนูตกลงแล้วนะเจ้าคะ บอกว่าเป็นรางวัลให้ท่าน"
ลั่วชิงโจวมองนางด้วยความงุนงง
เขาไม่ได้ยินเสียงคุณหนูใหญ่พูดอะไรสักคำ?
แถมม่านหน้าต่างก็ไม่ได้เปิดออก ต่อให้ใช้ภาษาปากหรือภาษามือก็มองไม่เห็นอยู่ดี?
ยัยหนูนี่จงใจแกล้งเขาเล่นหรือเปล่า?
แต่นางจะกล้า "ปลอมแปลงรับสั่ง" ต่อหน้าเจ้านายตัวเองขนาดนี้เชียวหรือ?
"เขยขวัญ ไม่ขอบคุณหน่อยหรือเจ้าคะ?"
ไป๋หลิงเลิกคิ้ว "หรือว่าเขยขวัญไม่อยาก?"
ลั่วชิงโจวไม่รู้จะตอบอย่างไร ได้แต่เงียบต่อไป
ไป๋หลิงหัวเราะคิกคัก แล้วเดินนำหน้าไป
เมื่อกลับถึงจวนตระกูลฉิน
ฉินเหวินเจิ้งยืนหน้าเคร่งรอพวกเขาอยู่ที่ห้องโถงใหญ่
ปรากฏว่ามีบ่าวรับใช้ที่ยกของขวัญวิ่งกลับมารายงานเรื่องราวที่เกิดขึ้นในจวนเฉิงกั๋วให้เขาทราบแล้ว
ลั่วชิงโจวนึกว่าท่านพ่อตาจะดุด่าพวกเขาอย่างรุนแรง หรือถึงขั้นลงโทษเซี่ยฉาน
แต่ที่น่าแปลกใจคือ ท่านพ่อตากลับปลอบโยนพวกเขาด้วยท่าทางอ่อนโยน แล้วด่าทอคนจวนเฉิงกั๋วว่าไม่ใช่คน
"ชิงโจว เจ้าทำได้ดีมาก พ่อดูคนไม่ผิด ที่เจ้าปกป้องเจียนเจียในยามคับขัน พ่อภูมิใจมาก"
"ลั่วเหยียนเหนียนถึงกับยอมให้เมียตัวเองทำกิริยาต่ำช้าใส่พวกเจ้า เสียแรงที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่! เรื่องนี้ตระกูลฉินขอจดบัญชีแค้นไว้!"
"ตั้งแต่นี้ไป พวกเจ้าไม่ต้องไปเหยียบที่นั่นอีก ถือซะว่าไม่รู้จักคนพวกนั้น"
ลั่วชิงโจวมองตาเขา และได้ยินเสียงในใจ: ไอ้แก่ลั่วเหยียนเหนียน พ่องตาย แม่งเอ้ย ดูถูกตระกูลฉินของข้า สักวันกูจะทำให้มึงเสียใจจนร้องไห้ไม่ออก!
ลั่วชิงโจว "..."
ที่แท้ท่านพ่อตาผู้ทรงภูมิฐานของภรรยา แท้จริงแล้วเป็นคนแบบนี้...
"เอาล่ะ พวกเจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ"
ฉินเหวินเจิ้งด่าทอด้วยมาดขรึมๆ ไปสองสามประโยค แล้วโบกมือไล่
ลั่วชิงโจวขอตัวลา
ตอนแยกกันที่ระเบียงทางเดิน ไป๋หลิงเตือนยิ้มๆ "เขยขวัญ คืนนี้อย่าลืมอาบน้ำให้ตัวหอมๆ รออยู่ในห้องนะเจ้าคะ"
ฉินเจียนเจียสีหน้าเรียบเฉย
เซี่ยฉานที่อยู่ข้างๆ เย็นชาดุจน้ำแข็ง แววตาดุจคมมีด
ลั่วชิงโจวไม่กล้าตอบรับ พาเสี่ยวเตี๋ยเดินจากไปเงียบๆ
กลับถึงเรือนเล็ก
นายบ่าวนั่งคุยกันครู่หนึ่ง
ลั่วชิงโจวเข้าห้องอ่านหนังสือ
เสี่ยวเตี๋ยปิดประตูเรือน ออกไปหาสาวใช้คนอื่นเรียนเย็บปักถักร้อยและเป่าขลุ่ย
แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างลงมากระทบตัว อบอุ่นสบาย
ลั่วชิงโจวอ่านหนังสือไปได้สักพัก พอนึกถึงการโจมตีอันดุดันของพ่อบ้านหวังเมื่อเช้า และกระบี่สังหารของเซี่ยฉาน จิตใจก็เริ่มคันไม้คันมืออยากฝึกวิชา
ฝึกยุทธ์น่าสนุกกว่าเยอะ!
เขาวางหนังสือลง นั่งขัดสมาธิบนพื้น เดินลมปราณสองสามรอบ
พอรู้สึกถึงกระแสความร้อนไหลเวียนในกายชัดเจน ก็ลุกออกไปที่มุมลานบ้าน เริ่มกระแทกตัวเข้าใส่ต้นไม้ใหญ่ทั้งสองต้น เพื่อฝึกความแข็งแกร่งของผิวหนังและกล้ามเนื้อ
เวลาฝึกวิชา มักผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เผลอแป๊บเดียวก็เที่ยงวัน
เสี่ยวเตี๋ยยกมื้อเที่ยงมาให้
ลั่วชิงโจวรีบกินอย่างรวดเร็ว
พอเสี่ยวเตี๋ยเก็บจานชามออกไป เขาก็ปิดประตูเรือน ฝึกวิชาต่อ
"ปัง!"
"ปัง! ปัง! ปัง!"
เสียงร่างกายกระแทกต้นไม้ดังต่อเนื่องในลานบ้าน
ฟังจากเสียงก็รู้ว่ารุนแรงและหนักหน่วงเพียงใด
ลั่วชิงโจวกระแทกจนเหงื่อท่วมตัว ปวดร้าวไปทั้งร่าง แต่ก็ยังไม่หยุดพัก
จนกระทั่งผิวหนังแทบจะปริแตก เขาถึงหยุดพักเพื่อเดินลมปราณ
จากนั้นก็เริ่มกระแทกต่อ
ผิวหนังจากนุ่มเป็นแข็ง จากแข็งเป็นนุ่ม สลับไปมา จนเริ่มมีความเหนียวแน่นทนทาน
ทุกตารางนิ้วบนเรือนร่าง ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปท่ามกลางการฝึกฝนอันหนักหน่วง
เปลือกไม้ของต้นไม้ใหญ่ทั้งสองต้น เริ่มแตกร้าว
ลั่วชิงโจวรู้ดีว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น
กว่าเขาจะกระแทกจนลำต้นแหลกละเอียด นั่นถึงจะเรียกว่าสำเร็จขั้นต้นของการฝึกผิวหนัง
พริบตาเดียว
ดวงตะวันก็คล้อยต่ำลงสู่ขอบฟ้า
ทิวเขาไกลลิบสีครามเข้ม แสงอาทิตย์อัสดงสาดส่องเป็นสีแดงระเรื่อ หมอกจางๆ ลอยอ้อยอิ่ง
ราวกับสาวงามที่ขวยเขินหน้าแดงระเรื่อ กำลังนอนมองเขาด้วยสายตาซุกซนและเอียงอาย
ลั่วชิงโจวรู้สึกใจลอย
คืนนี้ คุณหนูใหญ่ตระกูลฉินจะมาจริงๆ หรือ?