เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 คุณชายรองลั่วอวี้

บทที่ 7 คุณชายรองลั่วอวี้

บทที่ 7 คุณชายรองลั่วอวี้


บทที่ 7 คุณชายรองลั่วอวี้

"คุณชาย เมื่อครู่พวกเขาพูดถึงองค์หญิงใหญ่ด้วย"

"บ่าวเคยแอบได้ยินพวกคนรับใช้ในจวนคุยกัน บอกว่าองค์หญิงใหญ่เก่งกาจไม่แพ้ชายอกสามศอก ออกศึกตั้งแต่อายุสิบสาม ได้ยินว่าเมื่อเร็วๆ นี้องค์หญิงใหญ่นำทัพรบชนะครั้งใหญ่ไม่ไกลจากหน้าเมืองมั่วของเรานี่เองเจ้าค่ะ"

เมื่อมาถึงถนนสายเหนือ เสี่ยวเตี๋ยก็เริ่มเจื้อยแจ้วถึงองค์หญิงใหญ่ผู้ที่ชาวต้าเหยียนขนานนามว่า "องค์หญิงแม่ทัพ"

สำหรับสตรีจำนวนมากในจักรวรรดิต้าเหยียน องค์หญิงใหญ่ผู้นี้คือไอดอลที่พวกนางเทิดทูนบูชา

อายุสิบสามออกศึกร่วมกองทัพ

อายุสิบห้านำกองทหารม้าบุกจู่โจมค่ายศัตรู สังหารแม่ทัพข้าศึก

อายุสิบหกนำทัพยึดด่านไป๋สุ่ยที่ต้าเหยียนเสียไปนานถึงเจ็ดปีกลับคืนมา

ระหว่างนั้นยังขับไล่ข้าศึกได้อีกหลายครั้ง

อายุสิบเจ็ดได้รับการแต่งตั้งเป็นองค์หญิงใหญ่ (จ่างกงจู่) และได้รับพระราชทานแคว้นศักดินา "แคว้นจันทราเพลิง" เป็นกรณีพิเศษ

ในปีเดียวกันนั้น อ๋องจิ้งก่อกบฏ นำทัพนับแสนมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงอวี้จิงอย่างฮึกเหิม แต่กลับถูกนางสกัดและตีแตกพ่ายกลางทาง นางตัดศีรษะอ๋องจิ้งและพรรคพวกคนสนิทนับพันส่งไปยังเมืองหลวง

นับแต่นั้นมา นางจึงถูกผู้คนตราหน้าว่าโหดเหี้ยมอำมหิตและกระหายเลือด

และในปีเดียวกันนั้น นางยังสั่งฝังทั้งเป็นทหารเชลยศึกจากแคว้นไป่ฮวาแคว้นเพื่อนบ้านนับแสนนาย ทำให้ชื่อเสียงของนางแบ่งเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน

แน่นอนว่า สตรีส่วนใหญ่ในจักรวรรดิต้าเหยียนยังคงชื่นชมนางอยู่มาก

ลั่วชิงโจวค้นความทรงจำเกี่ยวกับองค์หญิงใหญ่ผู้นี้ได้ไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นเพียงเรื่องเล่าขาน

เสี่ยวเตี๋ยเล่าอย่างออกรสไม่หยุดปาก แต่ก็ล้วนเป็นเรื่องที่ฟังมาจากพวสาวใช้บ่าวไพร่ในจวนเฉิงกั๋ว ไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน

ทั้งสองซื้อถังหูหลู้ เดินเล่นอีกสักพัก ก็กลับจวน

พอลั่วชิงโจวกลับเข้าห้อง เตรียมจะอ่านหนังสือ สาวใช้คนหนึ่งก็บุกเข้ามาในเรือนอย่างเกรี้ยวกราด ใบหน้าถมึงทึง "ลั่วชิงโจว! เจ้าไปไหนมา? ทำไมเพิ่งจะกลับเอาป่านนี้? คุณชายรองเรียกหาเจ้า!"

สาวใช้ผู้นี้มีนามว่า ลวี่เอ๋อ เป็นสาวใช้คนสนิทของคุณชายรองลั่วอวี้

นางไม่เคยเห็นลั่วชิงโจวเป็นคุณชายสามแห่งจวนเฉิงกั๋ว และมักรังแกเสี่ยวเตี๋ยอยู่เป็นประจำ

ลั่วชิงโจวมองนางแวบหนึ่ง แล้วเดินตามนางออกจากเรือน

ลวี่เอ๋อเดินนำหน้าด้วยใบหน้าบึ้งตึง เร่งเร้าอย่างหงุดหงิด "เดินเร็วๆ หน่อย อย่าให้เสียเวลาฝึกยุทธ์ของคุณชายรอง ช่วงนี้คุณชายรองกำลังเตรียมสอบ ต่อไปต้องสอบเข้าสำนักมังกรพยัคฆ์ที่เมืองหลวงให้ได้ ถ้าเจ้าทำเสียเรื่อง เจ้าได้รับผิดชอบไม่ไหวแน่!"

ลั่วชิงโจวมองตาของนาง แล้วได้ยินเสียงในใจ: น่ารำคาญชะมัด จะกลับตอนไหนไม่กลับ ดันกลับมาตอนข้ากำลังจะปรนนิบัติคุณชายรอง แล้วนังเสี่ยวเหอตัวดีนั่นก็แกล้งบุกเข้ามาขัดจังหวะข้าชัดๆ

ลั่วชิงโจวถามขึ้นลอยๆ "ลวี่เอ๋อ เจ้ากับเสี่ยวเหอรังแกเสี่ยวเตี๋ยบ่อยๆ ใช่ไหม?"

ลวี่เอ๋อชะงักฝีเท้า หันขวับกลับมามองเขา "ใครบอก? มีหลักฐานไหม?"

ลั่วชิงโจวหรี่ตาลง "รอยช้ำที่แขนเสี่ยวเตี๋ยเมื่อไม่กี่วันก่อน เจ้าเป็นคนหยิกใช่ไหม?"

ลวี่เอ๋อแค่นเสียง "นังแพศยานั่นมาฟ้องเจ้ารึ?"

จากนั้นนางก็แสยะยิ้มเย้ยหยัน "น่าขันสิ้นดี นังแพศยานั่นร่านแต่กำเนิด ตอนแรกคิดจะยั่วยวนคุณชายรอง เกือบโดนฮูหยินใหญ่จับถ่วงน้ำ แล้วนัง... แม่ของเจ้าก็ไปขอตัวมา ตอนนี้ยังไม่เจียมตัว มายั่วยวนเจ้าอีก คิดจะจับคุณชายไต่เต้าเป็นหงส์ แต่คงนึกไม่ถึงกระมังว่าตอนนี้เจ้ากำลังจะ..."

"เพียะ!"

ยังพูดไม่ทันจบ ลั่วชิงโจวก็ตบหน้าฉาดใหญ่ใส่นางเต็มแรง จนตัวเซถลาล้มคว่ำไปกองกับพื้น

"เจ้า... เจ้ากล้าตบข้า?"

ลวี่เอ๋อนอนกองกับพื้น กุมแก้มที่ปวดแสบปวดร้อน ทั้งตกใจทั้งโกรธแค้น "ข้าเป็นสาวใช้ของคุณชายรองนะ! เจ้า..."

"ข้าคือคุณชายแห่งจวนเฉิงกั๋ว! เป็นเจ้านายของเจ้า!"

ไม่รอให้นางพูดจบ ลั่วชิงโจวก็จ้องเขม็ง แผ่รังสีอำมหิตกดดัน "ต่อให้เป็นแค่ลูกอนุ ก็ยังเป็นเจ้านายของเจ้า! ส่วนเจ้า มันก็แค่สาวใช้ชั้นต่ำที่ใช้เงินซื้อมา ข้าจะตบเจ้าแล้วจะทำไม? เจ้าบังอาจลามปาม ไม่เคารพเจ้านาย ปากพล่อยพูดจาหยาบคาย ข้าสั่งสอนเจ้า มันไม่สมควรตรงไหน?"

ลวี่เอ๋อกุมแก้มที่เจ็บปวด จ้องมองเขาด้วยความเคียดแค้น

ขณะเดียวกัน สายตาของนางก็วูบไหว ในใจเต็มไปด้วยความสงสัยระคนหวาดหวั่น

ในความทรงจำของนาง เด็กหนุ่มบ้านนอกคนนี้มักจะเจียมเนื้อเจียมตัว ขี้ขลาดตาขาว แม้แต่จะพูดเสียงดังกับพวกนางยังไม่กล้า แต่วันนี้ทำไมจู่ๆ ถึงเปลี่ยนไปเป็นคนละคน?

หรือคิดว่ากำลังจะได้แต่งเข้าตระกูลฉิน มีคนหนุนหลังแล้ว?

น่าขำสิ้นดี!

คอยดูเถอะ เดี๋ยวข้าไปฟ้องคุณชาย...

"ถ้าเจ้าคิดจะไปฟ้อง ก็เชิญ"

ลั่วชิงโจวแสยะยิ้มเย็น "เท่าที่ข้ารู้ ฮูหยินใหญ่สั่งกำชับไว้แล้วว่าช่วงนี้คุณชายรองกำลังฝึกยุทธ์เตรียมสอบ ห้ามใครรบกวน เจ้าถือดีว่าตัวเองมีรูปร่างหน้าตาพอไปวัดไปวาได้ วันๆ เอาแต่ยั่วยวนคุณชายรอง ทำให้เขาหมกมุ่นในกามารมณ์ ละทิ้งการเรียน ถ้าข้าเอาเรื่องนี้ไปบอกฮูหยินใหญ่ เจ้าคิดว่าเจ้าจะโดนโบยจนตาย หรือจะโดนฮูหยินใหญ่จับถ่วงน้ำดีล่ะ?"

สิ้นคำพูด ลวี่เอ๋อหน้าถอดสีทันที "จะ... เจ้าพูดพล่อยๆ! ข้าไม่ได้ยั่วยวนคุณชายรอง!"

ลั่วชิงโจวยิ้มเยาะ "ยั่วหรือไม่ยั่ว ไม่ได้อยู่ที่ปากเจ้าพูด ถ้าข้าบอกฮูหยินใหญ่ นางย่อมต้องเรียกคนอื่นมาสอบสวน ถ้าถามไปถึงเสี่ยวเหอ เจ้าคิดว่านางจะช่วยปิดบังให้เจ้าไหมล่ะ?"

"เจ้า... เจ้า..."

ลวี่เอ๋อทำท่าจะลุกขึ้น แต่พอได้ยินประโยคนี้ ขาก็อ่อนยวบลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด

"คราวหน้าถ้าบังอาจรังแกเสี่ยวเตี๋ยอีก ก็ลองนับดูว่าเจ้ามีหัวให้ตัดกี่หัว!"

ลั่วชิงโจวทิ้งท้ายเสียงเย็นเฉียบ แล้วรีบเดินจากไป

สำหรับสาวใช้ประเภทข่มเหงคนอ่อนแอแต่กลัวคนแข็งอย่างนาง การยอมถอยและอดทนรังแต่จะทำให้นางได้ใจและรังแกหนักข้อขึ้น

เสี่ยวเตี๋ยเป็นคนของเขา

นอกจากเขาแล้ว ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์รังแก!

ยังไงเสียเรือก็ออกจากท่าแล้ว เขาจะต้องแต่งเข้าตระกูลฉินแน่ๆ ต่อให้สาวใช้นางนี้ไปฟ้อง คุณชายรองผู้นั้นก็คงไม่ทำอะไรเขา

เพราะเขายังมีประโยชน์ในฐานะเครื่องมือที่ยังใช้ไม่เสร็จ

ดังนั้น เขาจึงคร้านจะแสร้งทำเป็นคนอ่อนแออีกต่อไป

เดินผ่านระเบียงทางเดิน มุ่งหน้าสู่เรือนต้งถิงซวนที่พักของลั่วอวี้

หน้าประตูเรือนพบเสี่ยวเหอกับสาวใช้คนอื่น

เสี่ยวเหอเห็นเขา ก็รีบเร่ง "รีบตามมาเร็ว คุณชายรองรอเจ้าตั้งนานแล้ว"

ว่าพลางพานำเข้าประตูเรือน

เดินผ่านสวนดอกไม้ มุ่งหน้าสู่ลานฝึกยุทธ์ขนาดย่อม

เสี่ยวเหอถามอย่างแปลกใจ "ลวี่เอ๋อล่ะ? ไม่ได้มาพร้อมเจ้าหรือ?"

ลั่วชิงโจวตอบเรียบๆ "แยกกันกลางทาง สงสัยจะปวดท้อง คงไปเข้าส้วมมั้ง"

เสี่ยวเหอขมวดคิ้ว ไม่ได้พูดอะไร

แต่ลั่วชิงโจวกลับได้ยินเสียงในใจของนาง: หรือว่ารอบเดือนมา? มิน่าเมื่อกี้ถึงจะใช้ปากปรนนิบัติคุณชายรอง นังร่านเอ๊ย! ขอให้ตกส้วมจมขี้ตายไปซะ!

ลั่วชิงโจว "..."

ที่แท้ไม่ว่าจะที่ไหน ยุคสมัยใด ก็หนีไม่พ้นการแก่งแย่งชิงดี

จวนแห่งนี้ภายนอกดูสงบสุขกลมเกลียว แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยการเชือดเฉือน วางแผนร้าย

สาวใช้ซึ่งอยู่จุดต่ำสุดของจวน หากอยากจะถีบตัวขึ้นสูง ก็ต้องวางแผนและทำผลงานอย่างสุดชีวิต

คู่แข่งยิ่งน้อย โอกาสก็ยิ่งมาก

เสี่ยวเหอกับลวี่เอ๋อ สองสาวใช้ที่ปกติดูรักใคร่กลมเกลียว หัวร่อต่อกระซิก ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด คิดไม่ถึงว่าจะแอบสาปแช่งกันลับหลังขนาดนี้

ลั่วชิงโจวเดินตามเสี่ยวเหอมาถึงลานฝึกยุทธ์

บนลานกว้าง ชายหนุ่มในชุดฝึกยุทธ์สีดำกำลังร่ายรำเพลงหมัดอย่างดุดันแข็งแกร่ง

ท่วงท่าดูไม่เร็วนัก แต่ทุกหมัดที่ชกออกไปกลับมีเสียงแหวกอากาศ ยิ่งชกยิ่งหนักหน่วง ยิ่งชกเสียงยิ่งดัง ราวกับเสียงฟ้าร้องที่เคลื่อนจากไกลเข้ามาใกล้ ดังสนั่นหวั่นไหว

อานุภาพน่าเกรงขาม!

"คุณชายรองกำลังฝึกวิชา ห้ามแอบดู!"

เสี่ยวเหอรีบหันขวับมากางแขนขวางทางเขาไว้ สีหน้าเย็นชา

ลั่วชิงโจวจึงเบนสายตาไปทางอื่น

ไม่นาน ลั่วอวี้ก็ร่ายรำเพลงหมัดอัสนีบาตจนจบกระบวนท่า

พอเก็บหมัด บ่าวรับใช้ชายก็รีบนำผ้าขนหนูไปถวาย

ลั่วอวี้เช็ดเหงื่อบนใบหน้า แล้วมองลงมายังเบื้องล่าง เอ่ยเรียบๆ "เสี่ยวเหอ ให้เขาเข้ามา"

"รีบเข้าไปสิ คุณชายรองเรียกเจ้า"

เสี่ยวเหอรีบเร่งยิกๆ

ลั่วชิงโจวเดินเข้าไป หยุดยืนที่ขอบลานฝึก ก้มหน้าลงต่ำ "คุณชายรอง"

แม้ชายผู้นี้จะเป็นพี่ชายในนาม แต่เขาก็รู้สถานะตัวเองดี จึงไม่กล้าเรียกตีสนิท

และไม่เคยมีใครแก้ให้เขาเรียกเป็นอย่างอื่น

แม้แต่บิดาของเขาได้ยิน ก็ไม่เคยว่ากล่าวอะไร

สำหรับลั่วชิงโจว ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเขามานานแล้ว

ใจของเขาด้านชาไปเสียแล้ว

ลั่วอวี้จ้องมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา "ชิงโจว เจ้ากับข้าเป็นพี่น้องกัน ไม่ต้องทำตัวเหินห่างเกรงใจเหมือนบ่าวไพร่หรอก ฟังท่านแม่บอกว่า อีกไม่กี่วันเจ้าจะต้องแต่งงานแล้วใช่ไหม?"

ลั่วชิงโจวก้มหน้า "ข้าก็เพิ่งทราบขอรับ"

ลั่วอวี้หัวเราะ "กะทันหันไปหน่อยจริงๆ แต่ฝ่ายหญิงคือตระกูลฉิน ก็ถือว่าไม่น้อยหน้าเจ้านักหรอก"

เขาเว้นจังหวะ แล้วยิ้มกล่าวต่อ "เจ้าคงรู้แล้ว ข้าก็จะไม่พูดอ้อมค้อม การที่เจ้าต้องแต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิงครั้งนี้ ช่วยข้าได้มากจริงๆ ปีหน้าสำนักมังกรพยัคฆ์เปิดรับศิษย์ เมืองมั่วของเราปีนี้มีโควตาแค่สามที่ สองที่แรกไม่มีทางหลุดมือไปจากตัวเต็งแน่ๆ ข้าเลยต้องแย่งชิงที่นั่งสุดท้ายมาให้ได้ ตอนนี้ข้าทุ่มเทฝึกยุทธ์เตรียมสอบ จะเอาเวลาและกะจิตกะใจที่ไหนไปแต่งงาน พอดีเจ้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ให้ข้า ชิงโจว การที่เจ้าไปแทนข้า เป็นการตัดสินใจของท่านพ่อกับท่านแม่ ข้าเองก็เพิ่งรู้"

พูดจบ เขาก็หัวเราะร่า ตบไหล่ลั่วชิงโจว "จะว่าไป คุณหนูใหญ่ตระกูลฉินคนนั้นเดิมทีควรจะได้เป็นพี่สะใภ้รองของเจ้า แต่ตอนนี้เจ้ากลับต้องไปแต่งกับนาง ในใจข้า... ก็รู้สึกแปลกๆ อยู่เหมือนกัน แต่เอาเถอะ พี่น้องกัน เรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ไม่พูดอะไรมาก ข้าเรียกเจ้ามาวันนี้ นอกจากจะขอบใจเจ้าแล้ว ยังมีของจะให้เจ้าด้วย"

สิ้นเสียง บ่าวรับใช้ชายสองคนก็อุ้มของเข้ามา

ลั่วอวี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม "ได้ยินว่าเจ้าขลุกอยู่แต่ในห้องอ่านหนังสือ เตรียมสอบปีหน้า ข้าเลยให้คนไปซื้อตำรา เครื่องเขียน หมึก พู่กัน กระดาษ มาให้เจ้า ล้วนเป็นของดี เจ้าเอาไปใช้เถิด ถ้าไม่พอ ก็ให้คนมาบอกข้าได้ทุกเมื่อ"

"อ้อ แล้วก็หยกพกชิ้นนี้เจ้ารับไป ปีที่แล้วข้าฆ่าสัตว์อสูรนอกเมืองได้ตัวหนึ่ง ผ่าท้องมันแล้วเจอสิ่งนี้ ว่ากันว่าพกติดตัวไว้จะช่วยให้จิตใจสงบ มีสมาธิ น่าจะมีประโยชน์กับคนเรียนหนังสืออย่างเจ้า ข้าใส่ไปก็เสียของเปล่าๆ"

ลั่วชิงโจวก้มศีรษะขอบคุณ

ลั่วอวี้พยักหน้า ไม่พูดพร่ำทำเพลง โบกมือไล่ "ให้พวกเขายกของไปส่งเจ้าที่เรือน ข้าต้องฝึกวิชาต่อ ไม่รั้งเจ้าไว้กินข้าวนะ"

ลั่วชิงโจวขอตัวลา

ก่อนจากไป เขาสบตาลั่วอวี้แวบหนึ่ง แล้วได้ยินความคิดในใจ: แปลกจริง ทำไมรู้สึกว่าไอ้หมอนี่ดูเปลี่ยนไปจากเดิม เมื่อก่อนเห็นหน้าข้าก็ตัวสั่นงันงก ขาอ่อนพับๆ ตอนนี้แม้จะยังนอบน้อม แต่กลับไม่ถ่อมตัวจนน่าสมเพช แถมดูใจกล้าขึ้นเยอะ น่าเสียดาย ถูกท่านพ่อกับท่านแม่เขี่ยทิ้ง ให้ไปแต่งกับคนปัญญาอ่อนบ้านสกุลฉินเสียแล้ว ชาตินี้คงจบเห่แค่นั้น ไม่อย่างนั้นนะ จะจับมาอบรมสั่งสอนให้เชื่อง แล้วส่งไปกำนัลคุณชายเมิ่งที่จวนเจ้าเมือง ได้ยินว่าคุณชายเมิ่งชอบบัณฑิตหนุ่มหน้าตาดีท่าทางอ่อนแอแบบนี้เป็นที่สุด...

คำพูดเหล่านั้นดังก้องอยู่ในหัวลั่วชิงโจว ขณะเดินตามหลังสาวใช้และบ่าวรับใช้กลับเรือน กำปั้นในแขนเสื้อของเขาค่อยๆ กำแน่นขึ้น

จบบทที่ บทที่ 7 คุณชายรองลั่วอวี้

คัดลอกลิงก์แล้ว