เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 การแต่งงาน

บทที่ 2 การแต่งงาน

บทที่ 2 การแต่งงาน


บทที่ 2 การแต่งงาน

เมื่อเดินพ้นซุ้มประตู

ผ่านระเบียงทางเดินอันคดเคี้ยว และข้ามผ่านสวนดอกไม้อีกหลายแห่ง ในที่สุดก็มาถึงศาลารับรองแขก

ด้านนอกมีสาวใช้ยืนรออยู่ก่อนแล้ว

เมื่อเห็นพวกเขา สาวใช้เหล่านั้นก็รีบตรงเข้ามาต้อนรับทันที พลางเอ่ยด้วยความร้อนรนว่า "รีบไปกันเถิด รีบไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า นายท่านกับฮูหยินกำลังรออยู่เจ้าค่ะ"

ลั่วชิงโจวเดินตามหลังสาวใช้สองคนเข้าไปในห้องของเรือนเล็กที่อยู่ติดกัน

มีสาวใช้เตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

เนื้อผ้าเนียนนุ่มลื่นมือ เมื่อต้องแสงสะท้อนจากหิมะก็ดูมันวาว สัมผัสแล้วรู้สึกสบายผิว เห็นได้ชัดว่าเป็นผ้าเนื้อดีราคาแพง

"นี่เป็นเสื้อผ้าของคุณชายรอง ท่านใส่ไปก่อน อย่าทำเลอะเทอะเชียว ถึงเวลาแล้วต้องส่งคืนนะเจ้าคะ"

สาวใช้นามว่าเหมยฮวาเอ่ยกำชับด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมขณะปรนนิบัติเขาสวมเสื้อผ้า นางไม่ได้มองเขาในฐานะคุณชายของจวน และไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกของเขาแม้แต่น้อย

ลั่วชิงโจวก้มหน้า ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร

เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าและจัดทรงผมเรียบร้อยแล้ว

สาวใช้ก็นยกอ่างน้ำมาให้เขาล้างหน้า

จากนั้นจึงพาเขารีบรุดออกจากเรือนเล็ก เข้าสู่ห้องโถงรับรอง

บรรยากาศในห้องโถงดูเหมือนจะไม่ปกตินัก

บนตำแหน่งประธานสูงสุด ผู้ที่นั่งอยู่คือประมุขจวนเฉิงกั๋ว หรือก็คือบิดาของเขา ลั่วเหยียนเหนียน

ด้านข้างคือฮูหยินใหญ่สกุลหวัง

ถัดลงมาคือพี่น้องของลั่วเหยียนเหนียนอีกสองคน รวมถึงผู้อาวุโสคนอื่นๆ ในตระกูลลั่ว

ด้านหลังมีเหล่าลูกหลานรุ่นเยาว์ของตระกูลลั่วยืนอยู่

ส่วนที่นั่งรับรองแขกทางฝั่งซ้าย มีชายวัยกลางคนสวมชุดคลุมยาวผ้าไหมท่าทางภูมิฐานนั่งอยู่หลายคน

ทว่าในยามนี้ ใบหน้าของชายวัยกลางคนเหล่านั้นกลับเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง

เมื่อลั่วชิงโจวก้าวเข้ามาในห้องโถง สายตาของทุกคนต่างจับจ้องมาที่เขา

ฮูหยินรองสกุลหยางเดินออกมาจากด้านหลังของฮูหยินใหญ่ ใบหน้าเปื้อนยิ้มพลางเอ่ยว่า "ท่านรองสกุลฉิน ดูสิเจ้าคะ นี่คือชิงโจวของบ้านเรา หน้าตาหล่อเหลาสุภาพเรียบร้อย เป็นผู้มีความสามารถโดดเด่น แถมยังสอบได้เป็นซิ่วไฉแล้วด้วยนะเจ้าคะ"

แม้สกุลหยางจะเป็นฮูหยินรอง แต่สถานะก็เป็นเพียงอนุภรรยา จึงไม่มีที่นั่งในห้องโถงนี้

ทว่าเรื่องในวันนี้ ลั่วเหยียนเหนียนและฮูหยินใหญ่ต่างลำบากใจที่จะเอ่ยปาก จึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนาง

"ชิงโจว รีบเข้ามาเร็วเข้า มาให้บรรดาท่านอาสกุลฉินดูตัวหน่อย"

สกุลหยางเดินเข้ามาหาลั่วชิงโจวอย่างกระตือรือร้น นางดึงมือเขาแล้วพาไปหยุดอยู่ตรงหน้าแขกเหล่านั้น ปากก็พ่นคำเยินยอด้วยรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม "ชิงโจวของพวกเรานะเจ้าคะ นิสัยดีมาตั้งแต่เด็ก ขยันขันแข็งเป็นที่สุด ลูกหลานบ้านอื่นเอาแต่เที่ยวเล่น มีแต่เขาที่เก็บตัวอ่านหนังสืออยู่ในห้องอย่างมุ่งมั่น..."

นางพรรณนาสรรพคุณยืดยาวเหยียด

ชายวัยกลางคนผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มทางฝั่งซ้ายแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา หันไปมองลั่วเหยียนเหนียนที่นั่งอยู่บนตำแหน่งประธานแล้วเอ่ยว่า "พี่เหยียนเหนียน นี่ท่านคิดจะกลับคำจริงๆ หรือ?"

ลั่วเหยียนเหนียนเผยรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า "พี่รั่วไหว ลั่วคนนี้ไม่ได้มีเจตนาจะกลับคำ สัญญาหมั้นหมายที่ท่านพ่อตกลงไว้ ลั่วคนนี้หรือจะกล้าบิดพลิ้ว?"

ชายวัยกลางคนร่างกำยำอีกคนที่นั่งทางฝั่งซ้ายลุกพรวดขึ้นยืนด้วยความโมโห "เช่นนั้นท่านหมายความว่าอย่างไร? สัญญาแต่งงานที่บิดาท่านกับบิดาพวกเราตกลงกันไว้ คือเจียนเจียหลานสาวของข้า กับลั่วอวี้ลูกชายคนรองของท่าน ไม่ใช่ลูกอนุที่เก็บมาจากซอกหลืบไหนก็ไม่รู้คนนี้!"

ลั่วเหยียนเหนียนขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ได้ตอบโต้

ฮูหยินรองสกุลหยางรีบยิ้มเจื่อนพลางไกล่เกลี่ย "ท่านสามสกุลฉิน ระงับโทสะก่อนเจ้าค่ะ ระงับโทสะก่อน เรื่องนี้อันที่จริงข้าน้อยก็ได้ยินมา และยังมีลายลักษณ์อักษร มีท่านอ๋องจิ้งเป็นพยาน แต่ที่ข้าน้อยได้ยินมาคือ ให้คุณหนูเจียนเจียแห่งจวนของท่านดองกับลูกชายของนายท่านเรา แต่ไม่ได้ระบุเจาะจงว่าเป็นลูกชายคนไหน ท่านสามเจ้าขา ท่านลองดูสิเจ้าคะ คุณชายใหญ่ฉางเทียนของบ้านเราก็ไปเมืองหลวง ส่วนคุณชายรองอวี้เอ๋อร์ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงสำคัญของการเตรียมสอบ อีกทั้งเราถามแล้ว พวกเขาทั้งสองยังไม่มีความคิดเรื่องแต่งงานในตอนนี้ ดังนั้น..."

"ดังนั้นพวกเจ้าก็เลยเตรียมจะเอาเด็กป่าที่ไหนไม่รู้มามัดมือชกพวกเราเพื่อปัดความรับผิดชอบอย่างนั้นรึ?"

ท่านรองสกุลฉินผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มทางฝั่งซ้ายเอ่ยด้วยใบหน้ามืดครึ้ม

ท่านสี่สกุลฉินที่นิ่งเงียบมาตลอด จู่ๆ ก็แค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "ทำไมข้าถึงจำได้ว่าตอนนั้นที่ตกลงกันคือ ให้เจียนเจียหลานเราหมั้นกับลูกชายคนเล็กของตระกูลลั่ว? ตอนนั้นลูกชายคนเล็กของบ้านท่านคือลั่วอวี้ ของหมั้นก็แลกเปลี่ยนกันเรียบร้อย ข้าไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อนเลยว่าตระกูลลั่วของพวกท่านมีลูกชายเพิ่มมาอีกคน คงไม่ใช่ว่าเห็นตระกูลฉินของพวกเราตกอับ เลยคิดจะผิดสัญญา จงใจหาใครก็ได้มาตบตาพวกเรากระมัง?"

สกุลหยางอ้าปากจะแก้ตัว แต่ลั่วเหยียนเหนียนโบกมือห้ามไว้ เขาจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้ ประสานมือคารวะแล้วเอ่ยว่า "พี่ชายทั้งสาม เรื่องนี้ วันพรุ่งนี้ลั่วคนนี้จะไปอธิบายให้พี่เหวินเจิ้งฟังด้วยตนเองถึงที่จวน ลั่วคนนี้ทำอะไรเปิดเผยตรงไปตรงมา ไม่คิดปัดความรับผิดชอบ และไม่มีทางฉีกสัญญาที่ท่านพ่อให้ไว้แน่นอน รับรองว่าจะให้คำตอบที่พี่เหวินเจิ้งพอใจขอรับ"

"เหอะ หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น"

คนสกุลฉินก็ไม่อยากจะรั้งอยู่นาน จึงลุกขึ้นประสานมือลา แล้วเดินหน้าบึ้งตึงจากไปโดยไม่ปรายตามองเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่กลางห้องโถงแม้แต่แวบเดียว

พ่อบ้านหวังที่ยืนอยู่หน้าประตูรีบโค้งกายเดินตามไปส่งแขกทันที

"เหอะ นายท่าน คนสกุลฉินช่างเพ้อเจ้อสิ้นดี! เด็กผู้หญิงคนนั้นถูกลักพาตัวไปตั้งแต่ 10 ขวบ ตอนนี้อายุ 16 แล้วเพิ่งจะตามตัวกลับมาได้ ใครจะรู้ว่าอยู่ข้างนอกนางไปเจออะไรมาบ้าง คิดว่าตระกูลลั่วของเราโง่เง่าหรือไร? อวี้เอ๋อร์ของพวกเราหน้าตาหล่อเหลา พรสวรรค์สูงส่ง อนาคตไกล อีกเดี๋ยวก็จะสอบเข้าสำนักศึกษาหลงหู่ได้แล้ว จะให้ไปแต่งกับสตรีที่แม้แต่ความบริสุทธิ์ก็ยังไม่แน่ชัดได้อย่างไร?"

พอคนสกุลฉินจากไป ฮูหยินรองสกุลหยางก็เริ่มพูดจาถากถางด้วยรอยยิ้มหยันทันที โดยไม่เกรงใจลั่วชิงโจวที่ยังยืนหัวโด่ในห้องโถงแม้แต่น้อย

"เป็นเช่นนี้นี่เอง"

ในวินาทีนี้ ลั่วชิงโจวดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาแล้ว

เขากลายเป็นเครื่องมือในการผิดสัญญาแต่งงานนี่เอง!

ฮูหยินใหญ่สกุลหวังที่ไม่เคยเอ่ยปากพูดมาตลอด บัดนี้เอ่ยขึ้นเรียบๆ ว่า "ไม่ใช่แค่นั้น ตามข่าวที่ข้าสืบมา ดูเหมือนสมองของคุณหนูใหญ่สกุลฉินผู้นั้นจะมีปัญหาด้วย นางไม่พูดจากับใคร ไม่ออกมาเดินเหิน หรือแม้แต่รอยยิ้มก็ไม่มีใครเคยเห็น..."

สกุลหยางอุทานด้วยความตกใจ "เป็นคนปัญญาอ่อนหรือเจ้าคะ?"

จากนั้นนางก็ยิ่งแสยะยิ้มเย็นชา "มิน่าเล่า จู่ๆ คนสกุลฉินถึงได้รีบร้อนมาทวงถามเรื่องแต่งงาน คิดว่าพวกเรารังแกง่ายนักหรือ?"

ลั่วเหยียนเหนียนดวงตาวูบไหว เขาหันไปมองเด็กหนุ่มที่ยังยืนก้มหน้าสงบเสงี่ยมอยู่เบื้องล่าง แล้วเอ่ยเสียงขรึมว่า "ชิงโจว เจ้ารู้หรือไม่ว่าเราเรียกเจ้ามาด้วยเหตุอันใด?"

ลั่วชิงโจวก้มหน้าตอบอย่างนอบน้อม "ไม่ทราบขอรับ"

ก็เอามาเป็นเครื่องมือไงเล่า!

คิดว่าข้าเป็นคนปัญญาอ่อนหรือไง?

ฮูหยินรองสกุลหยางรีบเดินยิ้มร่าเข้ามาหาเขาพลางว่า "ชิงโจว ข่าวดี! ข่าวดีนะ! พรุ่งนี้นายท่านจะไปสู่ขอที่ตระกูลฉินให้เจ้า คาดว่าอีกไม่กี่วันเจ้าก็จะได้แต่งงานกับคุณหนูใหญ่สกุลฉินแล้ว ตระกูลฉินมีบรรดาศักดิ์สืบทอดเหมือนกับตระกูลลั่วของเรา รอให้เจ้าแต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิงไป เป็นเขยขวัญของตระกูลฉิน อยากได้อะไรก็ย่อมได้"

"แต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิง?"

แม้ลั่วชิงโจวจะเตรียมใจไว้บ้างแล้ว แต่ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้

ถูกจับมาเป็นเครื่องมือให้ไปแต่งกับคนปัญญาอ่อนก็ว่าแย่แล้ว นี่ถึงขั้นให้ไปเป็นเขยแต่งเข้าเลยรึ?

ในยุคสมัยนี้ การที่ผู้ชายแต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิง ถือเป็นเรื่องเสียศักดิ์ศรีและไร้เกียรติอย่างที่สุด

เป็นไปตามคาด คนบ้านนี้ไม่มีทางแบ่งสมบัติให้เขาแม้แต่แดงเดียว

ทำเช่นนี้ เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

ส่งเขาไปเป็นเขยแต่งเข้าที่อื่น ไม่เพียงตัดปัญหาเรื่องเขาจะมาแบ่งสมบัติในวันหน้า แต่ยังช่วยรับเคราะห์เรื่องสัญญาแต่งงานแทนลั่วอวี้คุณชายรองได้อีกด้วย

ร้ายกาจ!

วิธีการนี้ เป็นความคิดของบิดาผู้จอมปลอมและเลือดเย็น หรือเป็นความคิดของฮูหยินใหญ่ผู้มากเล่ห์เหลี่ยมที่อยากจะกำจัดเขาให้พ้นหูพ้นตาคนนั้นกันแน่?

หรือว่าจะเป็น...

เขามองไปยังฮูหยินรองผู้มีรูปโฉมงดงามตรงหน้า

ทันใดนั้น เขาก็พลันได้ยินเสียงในใจของฮูหยินรองดังขึ้นว่า "นังแพศยานี่จิตใจอำมหิตจริงๆ ต่ำช้าไร้ยางอาย มิน่าเล่าตอนนั้นถึงวางยาพิษสังหารแม่ของเด็กคนนี้พร้อมกับลูกชายรองของนางโดยไม่กะพริบตา ต่อไปข้ากับเสี่ยวโหลวต้องระวังตัวให้มากกว่านี้เสียแล้ว เด็กคนนี้ก็น่าเวทนานัก แม่ตาย แถมยังเกือบถูกลอบสังหาร ตอนนี้ยังจะถูกขับออกจากจวนให้ไปแต่งงานกับคนปัญญาอ่อนอีก ชีวิตนี้ถือว่าจบสิ้นแล้ว เฮ้อ..."

รูม่านตาของลั่วชิงโจวหดเกร็งทันที

เขาถึงกับได้ยินเสียงความคิดในใจของฮูหยินรองผู้นี้!

จบบทที่ บทที่ 2 การแต่งงาน

คัดลอกลิงก์แล้ว