เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 ข่าวดี

บทที่ 1 ข่าวดี

บทที่ 1 ข่าวดี


บทที่ 1 ข่าวดี

รัชศกหยวนผิงปีที่ 3

ลมหนาวพัดกรรโชก หิมะโปรยปรายคละคลุ้ง

ณ เรือนหลังเล็กในมุมอับทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจวนเฉิงกั๋ว ควันไฟกำลังลอยโขมง

ลั่วชิงโจวสวมอาภรณ์บางเบา นั่งยองๆ อยู่ข้างอ่างไฟหน้าประตู มือข้างหนึ่งถือเอี๊ยมสตรีสีขาวนวลปักลายดอกโบตั๋น อีกมือถือพัดสานระดมพัดฟืนแห้งในอ่างไฟอย่างขะมักเขม้น

ฟืนเหล่านี้ล้วนเก็บมาจากกลางหิมะ ด้านนอกจึงเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้างและหิมะ

กว่าเปลวไฟจะเผาไหม้ความชื้นจนแห้งสนิท ไม้ฟืนถึงจะเริ่มติดไฟ

ลั่วชิงโจวไอโขลกขลกท่ามกลางกลุ่มควัน เขาโบกพัดสานในมือไล่ควันที่พวยพุ่งเข้ามาให้จางลง ก่อนจะนั่งลงข้างอ่างไฟ พลางอังเอี๊ยมสตรีในมือไปพลาง เหม่อมองเปลวเพลิงที่ลุกโชนอย่างใจลอย

3 วันก่อน

ตื่นขึ้นมา ก็พบว่าข้ามภพมาอยู่ที่นี่เสียแล้ว

จักรวรรดิต้าเหยียน เมืองมั่ว

จวนเฉิงกั๋ว บุตรชายคนที่ 3 ของตระกูลลั่ว ลูกอนุภรรยา

บัณฑิตหนุ่มร่างกายอ่อนแอ

ในยุคโบราณ ฐานะของลูกอนุภรรยากับลูกภรรยาเอกนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

ยิ่งถ้าเป็นลูกอนุที่เกิดจากสตรีไร้หัวนอนปลายเท้า ก็ยิ่งต้อยต่ำลงไปอีก

และจากความทรงจำในร่างนี้ เขาไม่ได้มีค่าเป็นแม้กระทั่งลูกอนุของประมุขจวนเฉิงกั๋วด้วยซ้ำ

เมื่อ 3 ปีก่อน

มารดาพาเขามายังจวนเฉิงกั๋วและพักอาศัยอยู่ที่นี่

ลั่วเหยียนเหนียน ประมุขจวนเฉิงกั๋วยอมรับในสถานะลูกอนุของเขา แต่กลับไม่ยอมรับสถานะของมารดา

กระทั่งปีที่แล้วมารดาของเขาด่วนจากไป ก็ยังไม่ได้แม้แต่ตำแหน่งอนุภรรยา

ลับหลัง บ่าวไพร่ในจวนต่างพากันนินทาชาติกำเนิดของเขา

"เด็กที่ผู้หญิงบ้านนอกหอบหิ้วมาด้วย ก็ไม่รู้ว่าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของนายท่านจริงหรือเปล่า ดูโหงวเฮ้งแล้วไม่มีส่วนไหนเหมือนนายท่านสักนิด"

"นายท่านช่างมีเมตตา ถ้าถามข้า ควรจะไล่พวกสิบแปดมงกุฎตะเพิดออกไปเสียมากกว่า"

ความทรงจำล้วนเต็มไปด้วยภาพเหตุการณ์เลวร้าย

ลั่วชิงโจวถอนหายใจ พลิกเอี๊ยมสตรีในมือกลับอีกด้าน

คุณชายตระกูลขุนนางบ้าบออะไรกัน ในจวนเฉิงกั๋วแห่งนี้ไม่มีใครเห็นเขาเป็นคุณชายตระกูลลั่วเลยสักคน

แม้แต่สาวใช้บ่าวไพร่พวกนั้นยังกินดีอยู่ดีกว่าเขา หน้าหนาวก็ยังมีถ่านไฟให้ความอบอุ่น

แล้วเขาล่ะ

ในเดือนสิบสองที่หนาวเหน็บหิมะโปรยปรายเช่นนี้ กลับต้องสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบบางเบา เผาไม้ฟืนเปียกชื้น นั่งอยู่ในเรือนซอมซ่อ ไร้คนเหลียวแล

น่าเวทนา น่าสังเวชนัก!

แม้จะเป็นวิญญาณที่ข้ามภพมา แต่ความทรงจำของร่างกายนี้ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน อารมณ์ความรู้สึกของเจ้าของร่างเดิมเขาจึงรับรู้ได้อย่างชัดเจน

คับแค้น กดดัน กลัดกลุ้ม เคว้งคว้าง โกรธเกรี้ยว และ... ความเกลียดชัง

ใช่ ยังมีความเกลียดชัง

มารดาของเขาเพิ่งมีอายุเพียงสามสิบกว่าปี เดิมทีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ แต่เมื่อปีก่อนกลับล้มป่วยหนักและจากไปอย่างกะทันหันโดยไร้ลางบอกเหตุ

นับตั้งแต่เริ่มป่วยจนถึงวาระสุดท้าย ใช้เวลาเพียง 2 วันเท่านั้น

เห็นได้ชัดว่ามีเงื่อนงำ

ส่วน "เขา" คนเดิมเมื่อ 3 วันก่อน จู่ๆ วิญญาณก็หลุดลอยไป จนถูกเขาในปัจจุบันเข้ามาครอบครองร่าง

ต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากลแน่ๆ

พี่น้องในตระกูลใหญ่ เพื่อผลประโยชน์นานัปการ ต่างก็แก่งแย่งชิงดี วางแผนเล่ห์เหลี่ยม ห้ำหั่นกันเอง หรือถึงขั้นเอาชีวิต เรื่องพรรค์นี้เขาย่อมรู้อยู่แล้ว

เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าเพิ่งจะข้ามภพมา ก็ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ทันที

ความคิดที่จะเป็นคุณชายเจ้าสำราญ ไม่ยุ่งทางโลก มุ่งแต่กินดื่มเที่ยวเล่น นอนรอความตายอย่างสุขสบาย เห็นทีจะเป็นไปไม่ได้เสียแล้ว

ทว่าตอนนี้เขาตัวคนเดียวหัวเดียวกระเทียมลีบ ไร้ที่พึ่งพิง ไร้ขุมกำลัง แล้วจะฝ่าวงล้อมสถานการณ์นี้ไปได้อย่างไรเล่า?

"คุณชาย คุณชายเจ้าคะ! บ่าวมีข่าวดีจะมาบอก!"

สิ้นเสียงใสกระจ่างดุจนกขมิ้นเหลืองอ่อน สาวใช้ร่างผอมบางในชุดสีเขียวมรกตก็วิ่งฝ่าลมและหิมะเข้ามาในเรือน ใบหน้าจิ้มลิ้มเกลี้ยงเกลาฉายแววตื่นเต้นดีใจ

เสี่ยวเตี๋ย สาวใช้เพียงคนเดียวของเขา

ในอดีตเพราะทำผิดพลาด จนเกือบถูกฮูหยินใหญ่สกุลหวังจับถ่วงน้ำ แต่ได้มารดาของเขาช่วยชีวิตไว้

นับแต่นั้นมา นางก็กลายเป็นสาวใช้ของสองแม่ลูก จงรักภักดีต่อพวกเขาอย่างยิ่ง

ทว่าด้วยความสัมพันธ์นี้ นางจึงมักถูกสาวใช้บ่าวไพร่คนอื่นในจวนรังแก ตามตัวมักมีรอยฟกช้ำดำเขียวอยู่เสมอ

"ข่าวดีอะไร?"

ลั่วชิงโจวถามพลางพิจารณาเด็กสาวผู้น่าสงสารที่ดูบอบบางราวกับจะปลิวตามลม

สำหรับเขาแล้ว ในจวนแห่งนี้จะมีข่าวดีอะไรได้อีก?

อย่างมากก็คงเป็นช่วงใกล้สิ้นปี พ่อบ้านอาจจะแจกเงินให้เขาเพิ่มสักไม่กี่อีแปะ หรือไม่ก็ตัดชุดใหม่ให้สักชุด

เพราะถึงเวลานั้นต้องไปคารวะผู้ใหญ่ด้วยกัน หากสวมเสื้อผ้าเก่าขาดพวกนี้ ไม่เพียงทำจวนเฉิงกั๋วขายหน้า แต่จะทำให้ฮูหยินใหญ่เสียหน้าไปด้วย

ในฐานะนายหญิงผู้ดูแลจวนเฉิงกั๋ว นางสกุลหวังถือสาเรื่องที่คนนอกจะมานินทาคุณธรรมส่วนตัวของนางลับหลังเป็นที่สุด

ทว่าข่าวที่เสี่ยวเตี๋ยนำมาบอกกลับไม่ใช่เรื่องเหล่านั้น

แม่สาวน้อยเอ่ยด้วยใบหน้าตื่นเต้นว่า "คุณชาย เมื่อครู่ข้าแอบได้ยินนายท่านคุยกับแขกที่หน้าห้องโถงรับรอง ฮูหยินใหญ่ก็อยู่ด้วย ฮูหยินใหญ่เอ่ยถึงท่าน ดูเหมือนจะเป็นเรื่องการแต่งงานของท่านนะเจ้าคะ คุณชาย ปีนี้ท่านบรรลุนิติภาวะแล้ว จะได้แต่งงานแล้วนะเจ้าคะ"

ลั่วชิงโจวตะลึงงัน "แต่งงาน?"

ในยุคสมัยนี้ ผู้คนแต่งงานกันเร็วมาก

อีกทั้งหากเขาแต่งงาน ก็จะได้รับส่วนแบ่งสินทรัพย์ เป็นไปได้ว่าอาจได้แยกออกไปอยู่ข้างนอก มีเรือนเป็นของตนเองและมีอิสระในด้านต่างๆ

แต่ทว่า ฮูหยินใหญ่จะใจดีขนาดนั้นเชียวหรือ ยอมให้เขาแต่งงาน แล้วแบ่งทรัพย์สินของตระกูลลั่วไปได้อย่างราบรื่น?

ถึงแม้เขาจะเป็นลูกอนุ เป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับสืบทอดทรัพย์สินมากมาย และยิ่งไม่เกี่ยวข้องกับบรรดาศักดิ์ แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นลูกชายของตระกูลลั่ว จวนเฉิงกั๋วนั้นมีกิจการใหญ่โต ทรัพย์สินมหาศาล แบ่งเรือนให้เขาสักหลังกับกิจการสักแห่งก็เป็นเพียงเศษขนหน้าแข้ง

ทว่า จากความทรงจำตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เกรงว่าเรื่องนี้คงมีเบื้องลึกเบื้องหลัง

ต่อให้ฮูหยินใหญ่ใจป้ำกับพวกบ่าวไพร่ ก็ไม่มีทางใจกว้างกับเขาอย่างแน่นอน

"คุณชาย รอท่านแต่งงานแล้ว พวกเราก็ย้ายออกไปอยู่ข้างนอกกัน เสี่ยวเตี๋ยคนเดียวทำงานได้เท่ากับคน 3 คน รับรองว่าจะดูแลคุณชายและฮูหยินน้อยเป็นอย่างดีเลยเจ้าค่ะ"

"ไม่รู้ว่าคุณชายจะได้แต่งกับคุณหนูบ้านไหนกันนะ ด้วยฐานะของคุณชาย ต้องเป็นคุณหนูตระกูลผู้ดีแน่ๆ ต้องงดงามมากแน่ๆ เลย"

เสี่ยวเตี๋ยเริ่มจินตนาการถึงชีวิตอันสวยหรูในวันข้างหน้าอย่างเปี่ยมความหวัง

ทันใดนั้นเอง ด้านนอกประตูก็มีเสียงของพ่อบ้านหวังดังขึ้น "คุณชายสามอยู่หรือไม่? นายท่านกับฮูหยินเรียกให้ไปพบขอรับ"

ลั่วชิงโจวพลันสังหรณ์ใจไม่ดี

แต่เขาไม่กล้าชักช้า รีบลุกขึ้นยัดเอี๊ยมสตรีในมือใส่มือเสี่ยวเตี๋ย แล้วเดินมุ่งหน้าออกไปนอกเรือน

เสี่ยวเตี๋ยเบิกตากว้างมองเอี๊ยมในมือ นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ใบหน้าเล็กๆ พลันแดงซ่านขึ้นมาทันที

คุณชายขโมยเอี๊ยมของนางมาได้อย่างไร? นี่มันของใช้ส่วนตัวของลูกผู้หญิงนะ นางซักตากไว้ในห้องแท้ๆ...

ลั่วชิงโจวเดินออกมาจากเรือนเล็ก

หน้าประตูมีชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมสวมชุดคลุมยาวผ้าไหมสีเทายืนอยู่

เขาคือพ่อบ้านรองของจวนเฉิงกั๋ว หวังเฉิง

ว่ากันว่าเป็นญาติของฮูหยินใหญ่สกุลหวัง

พ่อบ้านหวังผู้นี้แตกต่างจากคนอื่น เขาปฏิบัติต่อทุกคนอย่างนอบน้อมดียิ่ง แม้กระทั่งกับลูกอนุที่กลายเป็นคนไร้ตัวตนในจวนอย่างเขา

"คุณชายสาม เชิญขอรับ ไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน ประเดี๋ยวต้องไปพบแขกคนสำคัญ"

พ่อบ้านหวังยิ้มแย้ม โค้งตัวลงเล็กน้อย ท่าทีเคารพนบนอบ ไม่มีที่ติ

"พ่อบ้านหวัง จะให้ไปพบแขกท่านใดหรือ?"

ลั่วชิงโจวก้มหน้าเดินตามหลัง แสร้งทำท่าทางหวาดกลัวเจียมเนื้อเจียมตัว น้ำเสียงระมัดระวัง

ตัวเขาในอดีตก็เป็นเช่นนี้

พ่อบ้านหวังหัวเราะ "พอคุณชายสามไปถึง เดี๋ยวก็ทราบเองขอรับ"

ดวงตาของลั่วชิงโจวทอประกายวูบหนึ่ง ไม่ได้เอ่ยถามอะไรอีก

จบบทที่ บทที่ 1 ข่าวดี

คัดลอกลิงก์แล้ว