- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่เทพเจ้าความเร็ว
- บทที่ 28 – รวมหัวต้านคนนอก
บทที่ 28 – รวมหัวต้านคนนอก
บทที่ 28 – รวมหัวต้านคนนอก
"เฟอร์รารี ไดรเวอร์ อคาเดมี่ เหรอ?"
"อ๊ากกก ลู่จือโจว! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นายคือพี่ใหญ่ของฉัน คือพี่ชายแท้ๆ ของฉัน! ฉันรู้อยู่แล้วว่านายต้องทำได้—สมกับที่เป็นไอดอลของหมอซ่งคนนี้!"
"เฟอร์รารีนะเว้ย—เฟอร์รารีเชียวนะเว้ย!"
"นายเห็นนักแข่งพวกนั้นไหม? เวทเทล? ไรโคเนน? ชูมัคเกอร์? อ้อ ลืมไป ราชายังนอนโรงพยาบาลอยู่..."
"แต่—เฟอร์-รา-รี!"
ซ่งโป๋ดีใจจนพูดไม่เป็นภาษา เสียงเชียร์ของเขาดังก้องสะท้อนในห้องน้ำ ผ่านหูฟังยังได้ยินเสียงนางสิงห์คำรามมาจากข้างนอก
"ซ่งโป๋! เข้าไปทำอะไรในนั้นหา?"
ซ่งโป๋เงียบกริบทันที แต่ด้วยสัญชาตญาณเขายังพยายามปกป้องลู่จือโจว "ป...เปล่าครับ ผมแค่เผลอหลับแล้วละเมอ!"
ลู่จือโจวกลอกตามองบน ข้อแก้ตัวบ้าบออะไรเนี่ย? คราวหน้าต้องเลือกคบเพื่อนให้ระวังกว่านี้หน่อยแล้ว
ซ่งโป๋ห่อไหล่ นั่งขดตัวกลมอยู่บนชักโครก ลดเสียงลงอีกครั้ง "ฉันมีคำถามที่ซีเรียสมาก มากๆ ม๊ากมากข้อนึง นายต้องตอบดีๆ นะ"
ลู่จือโจว: "ว่ามา"
ซ่งโป๋กระแอม "สรุปว่า... ตอนนี้นายขับเฟอร์รารีฟรีได้ไหม? หรืออย่างน้อยถ้าซื้อจะได้ส่วนลดหรือเปล่า?"
ลู่จือโจว: ... น้ำเสียงหมอนั่นฟังดูเหมือนถ้าได้ส่วนลดจะเหมาโหลกลับมาสักหน่อยงั้นแหละ
แต่ลู่จือโจวรู้ทันเพื่อน—คนเราต้องมีความฝัน "เดี๋ยวฉันถามให้ พรุ่งนี้ฉันจะไปที่อู่แล้วถ่ายรูปมาให้ นายเอารูปไปโม้สาว ม.ต้น ได้เลยว่าเป็นอู่รถบ้านนายเอง"
"อิอิ" ซ่งโป๋น้ำลายหกแค่คิด แต่สมองก็กระโดดไปเรื่องอื่นทันที "แล้วใครไปทำเรื่องลานายที่โรงเรียน—พ่อหรือแม่?"
"เดี๋ยวนะ—แม่นายคงไม่รู้เรื่องทั้งหมดใช่ไหม? รวมถึงเรื่องที่ฉันช่วยโกหกเป็นเพื่อนร่วมทริปด้วย?"
คราวนี้ ลู่จือโจวไม่มีข่าวดีให้
พอลู่จือโจวยืนยันความจริง ซ่งโป๋ก็ร้องโหยหวน "ฉันตายแน่—เย็นนี้แม่เตรียมเสิร์ฟเมนู 'ผัดหมูใส่หน่อไม้' (โดนก้านมะยมฟาด) ให้กินแน่ๆ"
ไม่จำเป็นต้องปลอบใจ ซ่งโป๋เริ่มเล่นบทดราม่าบีบน้ำตาทันที "แต่เพื่อพี่ใหญ่ของฉัน เพื่อวีรบุรุษลู่จือโจวผู้ยิ่งใหญ่... เฮ้ นายคงไม่วางสายใส่ฉันหรอกใช่ไหม? ลูกพี่? พี่โจว? ทิ้งกันแล้วเหรอ?"
"ไม่นะ... เมื่อสวรรค์จักมอบภารกิจอันยิ่งใหญ่ให้แก่ผู้ใด ย่อมต้อง—เอ่อ ย่อมต้องอะไรต่อนะ?"
ที่ปลายสาย ทางฝั่งมาราเนลโล ลู่จือโจวนอนขดตัวอยู่บนโซฟา ผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว
หนึ่งคืนกับอีกหนึ่งเช้า—แทบจะไม่ถึงสิบสองชั่วโมง—โลกทั้งใบก็พลิกกลับตาลปัตร ละครฉากใหญ่ได้เขียนบทชีวิตเขาขึ้นใหม่ แม้เขาจะหลับยาวตลอดทางจากโรมมามาราเนลโล แต่เบาะหลังแคบๆ ของมินิคูเปอร์ไม่ได้ช่วยให้พักผ่อนได้จริง ตอนนี้เมื่อความตึงเครียดคลายลง เขาจึงหลับไปในวินาทีเดียวและทุกอย่างก็เงียบสงบลง
เสียงฝีเท้าของเลอแคลร์ดังขึ้นที่บันได ตรงทางแยกของระเบียงทางเดิน เขาตั้งใจจะเลี้ยวซ้ายไปทางห้องพักของตัวเอง แต่ก็หยุดชะงัก
สายตาของเขาเบนไปทางขวา ความลังเลวูบไหวในดวงตา
หลังจากหยุดคิดครู่หนึ่ง เขาก็ก้าวไปทางขวา ข้างประตูห้องพักทุกห้องมีป้ายชื่อนามสกุลเจ้าของห้องแขวนอยู่
ห้องที่ยังไม่มีป้ายชื่อ น่าจะเป็นของแขกไม่ได้รับเชิญในวันนี้—
ลู่จือโจว
ตลอดทั้งวัน เลอแคลร์เฝ้าศึกษาไลน์การขับที่ลู่จือโจวใช้
ในทางทฤษฎี มันขัดกับสัญชาตญาณอย่างสิ้นเชิง รถควรจะหมุนคว้างไปแล้ว แต่ลู่จือโจวกลับควบคุมมันได้เสมอ และไม่ใช่เพราะโชคช่วย—เขาทำซ้ำรูปแบบเดิมในโค้งต่างๆ ในรอบต่างๆ มันเปิดโลกใบใหม่ให้กับเลอแคลร์
หลังการฝึกซ้อม เหล่าเด็กฝึกต่างกรูกันเข้ามา คันไม้คันมืออยากทำลายเวลาต่อรอบของลู่จือโจว
นำทีมโดยอเลซี พวกเขามั่นใจว่าสถิตินั้นไม่มีอะไรพิเศษ ก็แค่ยังไม่มีใครเคยเอาจริงเอาจังกับโหมด F4 เท่านั้นเอง พอได้ลอง เดี๋ยวสถิติก็โดนลบ
เหล่าอัจฉริยะผู้หยิ่งทะนงถลกแขนเสื้อ กระตือรือร้นที่จะสั่งสอนลู่จือโจวให้รู้สำนึก
แต่อเลซีล้มเหลว—ตาแดงก่ำด้วยความเจ็บใจหลังจากพยายามนับครั้งไม่ถ้วน
ทีนี้แหละเรื่องเริ่มสนุก
เกิดภาพเหตุการณ์ที่ไม่ธรรมดา ทีละคน ทีละคน ต่างพากันเปลี่ยนเครื่องจำลองเป็นโหมดจับเวลา F4 แม้แต่คนที่ปกติจะสุขุมอย่างฟูโอโกและโจวกวนยูก็ยังเข้าร่วมวง
ทว่าจนกระทั่งค่ำมืด ก็ยังไม่มีใครทำลายสถิตินั้นได้
อเลซีและพรรคพวกยังคงพยายามต่อไป ตาแดงฉานด้วยความมุ่งมั่นปนโมโห
น่าแปลกที่มอนต์ฟาทินีไม่ไล่พวกเขาออกไป เขาออกไปกินมื้อเย็นแล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย ปล่อยให้พวกเด็กหนุ่มวัยสิบหกสิบเจ็ด อดหลับอดนอนจ้องหน้าจอเขม็ง
มีเพียงเลอแคลร์ที่ปลีกตัวออกมา
ไม่ใช่เพราะหยิ่ง แต่เพราะมีเหตุผล
เขาพยายามทำลายเวลาอยู่สิบห้ารอบ และพยายามเลียนแบบไลน์การวิ่งอีกสิบรอบ
เพราะเขาทำไม่สำเร็จ เขาจึงยิ่งชื่นชมความเก่งกาจของลู่จือโจว
แล้วเขาก็ตระหนักได้ว่า ประเด็นไม่ได้อยู่ที่เวลาต่อรอบ การฝึกแบบนี้มันไร้ค่าไปแล้ว
ลู่จือโจวที่เป็นมือใหม่ ค้นพบไลน์การวิ่ง สร้างโมเดลการขับ และทำเวลาเร็วที่สุดภายในความพยายามไม่ถึงสามสิบรอบและเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ส่วนพวกเขา เหล่ามืออาชีพที่มีชั่วโมงบินบนเครื่องจำลองหลายพันชั่วโมง กลับยังทำไม่ได้หลังจากพยายามกันหลายชั่วโมง
ต่อให้สุดท้ายพวกเขารีดเค้นเวลาที่เร็วกว่าออกมาได้ แล้วมันจะมีความน่าภาคภูมิใจตรงไหน?
เลอแคลร์สงสัยว่าลู่จือโจวมองเห็นแทร็กยังไง มองเห็นเส้นทางเหล่านั้นได้ยังไง จากการคุยกันสั้นๆ เมื่อเช้า ลู่จือโจวดูเหมือนจะยินดีแบ่งปัน
แต่เลอแคลร์ลังเล
อเลซีและพรรคพวกกำลังรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว กีดกันคนนอก และขีดเส้นแบ่งอย่างชัดเจน
เลอแคลร์ไม่ชอบเรื่องยุ่งยาก แม้เขาจะไม่เห็นด้วยกับอเลซี แต่เขาก็ไม่อยากก่อคลื่นลม
และถ้าตัดเรื่องความขัดแย้งออกไป เขาเองก็เข้าสังคมไม่เก่ง—การเป็นฝ่ายเริ่มผูกมิตรก่อนไม่ใช่จุดแข็งของเขาเลย
เขาลังเลอยู่หน้าประตู ไม่กล้าเคาะ
เขาหันหลังจะเดินกลับ แต่ก็ตัดใจไปไม่ได้สักที
เสียงฝีเท้าดังขึ้นที่บันได ทำเอาเขาสะดุ้งโหยง แม้จะไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ความรู้สึกผิดกลับแล่นพล่าน
ก่อนที่สมองจะทันสั่งการ เลอแคลร์หมุนตัวเตรียมหนี เขาไปถึงหัวบันได—และเห็นโรซานน่ากำลังเดินขึ้นมาพอดี
เขาเบรกตัวโก่ง วิ่งย้อนกลับมา กวาดตามองหามุมมืด แล้วแทรกตัวเข้าไป—หัว ไหล่ สะโพก ส้นเท้า แนบชิดติดกำแพง กลั้นหายใจ ทำตัวให้ล่องหน
แต่ว่า—ทำไมโรซานน่าถึงมาที่นี่ในเวลานี้?