เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 96 - Red Dragon's Lair (2)

Chapter 96 - Red Dragon's Lair (2)

Chapter 96 - Red Dragon's Lair (2)


Chapter 96 - Red Dragon's Lair (2)

"มานี่มา ระวังด้วย"

ผู้อมตะได้ตะโกนออกมาในขณะเอาโล่มาปกคลุมร่างกายนองเขา โกเลมลาวาได้เข้ามาหาเขาจากระยะไกลในขณะเดียวกันกปล่อยความร้อนออกมาด้วย จากนั้นเองนักล่าก็ได้โผล่เข้ามามนสายตา

โกเลมลาวาได้ถูกออกแบบมาสำหรับการต่อสู้แบบสิบคร ดังนั้นมันจึงแข็งแกร่งกว่ามอนปกติในบทอื่นๆ ถ้าหากว่าจะเทียบกันจริงๆแล้วมันก็มีความแข็งแกร่งที่ใกล้เคียงกับบอสในบทอื่นๆเลยทีเดียว หรือบางทีก็อาจจะอ่อนแอกว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ว่ากันว่าการโจมตีธรรมดาของมันก็เพียงพอที่จะทำให้คนตายได้เลยทีเดียว และถ้าหากว่ามีใครบางคนตายไปมันก็จะทำให้การต่อสู้กับมังกรแดงยากมากยิ่งขึ้น

"วูบบ"

โกเลมได้เหวี่ยงทั้งสองข้างของมันที่ทำมาจากลาวาออกมา

แท้งทั้งสองคนในทีมต่างก็ได้หยุดแขนของมันแต่ละข้างเอาไว้ แต่ว่าทุกๆการโจมตีของมันก็ได้ผลักพวกเขาถอยไป

ในขณะเดียวกันนักล่าคนอื่นๆต่างก็พุ่งเข้าไปโจมตี ฟาดและแทง

"หอกน้ำแข็ง"

ใครบางคนก็ได้ยิงเวทย์ออกมา

"ฟิ้ว~"

บางคนก็ได้ยองธนูออกมา แต่ว่าทุกๆคนต่างกระมัดระวังสะเก็ตไฟลาวา

"อ๊าาา"

บาบาเรี่ยนได้ร้องออกมาในขณะที่ถอยออกมาจากแนวหน้า จอมเวทย์ที่อยู่ในด้านหลังก็ได้ตะโกนออกมาอย่างรวดเร็ว

"กำแพงน้ำแข็งจงออกมา ไอซ์ชีล"

เขาได้ป้องกันบาบาเรี่ยนไว้ด้วยโล่น้ำแข็ง ถุงมือของเขาได้ลุกไหม้ขึ้น เขาคงจะถูกลาวาตกมาใส่ในตอนที่เหวี่ยงง้าว

เขาได้ถอดถุงมือออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ว่ามันเป็นหลังจากที่เขาได้ถูกไหม้ไปหลายส่วนแล้ว มันดูเหมือนว่าเขาได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง คนอื่นๆทุกๆคนได้เริ่มที่จะเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังมากขึ้น

แต่ว่าหนึ่งในกุญแจของความแข็งแกร่งของโกเลมลาวานั้นก็คือพลังชีวิตที่มหาศาล แม้ว่านักล่าทั้งสิบคนจะลุมโจมตีไปที่มันอย่างมาก แต่โกเลมมันก็ยังจะสามารถต่อสู้ต่อไปได้

ถ้าหากว่าพวกเขาไม่ได้มีนักดาบเช่นซังจินผู้ที่ไม่สามารถจะคาดการณ์แบบคนปกติได้

ในขณะที่คนอื่นๆกำลังให้ความสนใจกับด้านหน้าของโกเลม ซังจินก็ได้เล็งไปที่หว่างขาของมัน

"จงพันธนาการด้วยน้ำแข็ง ฟรอสต์ไบท์"

เขาได้ปล่อยไอเย็นออกไป แต่ว่าด้วยความร้อนของลาวาจึงทำให้มันเพียงแค่ช้าลงเล็กน้อยเท่านั้น

หลังจากที่ร่ายเวทย์เสร็จ ซังจินก็ได้พุ่งเข้าไปหาโกเลมพร้อมกับมูนสเปคที่พึ่งจะอัพเกรดมาใหม่และลบัดเวเจน แต่แล้วจากนั้นโกเลมมันก็ได้เหวี่ยงแขนซ้ายเข้าใส่ซังจิน

โกเลมนั้นมันไร้ซึ่งข้อต่อจึงทำให้สมันสามารถจะโจมตีได้รอบทิศ ซังจินได้รับการโจมตีของมันด้วยมูนสเปค

"เคร๊ง!"

และก็เอามูนสเปคตัดไปที่แขนขวาของมัน จากนั้น

"ตูมม"

แขนของโกเลมที่สามารถจะทนต่อการโจมตีของคนอื่นๆได้ ได้ถูกตัดลงอย่างง่ายดายและตกลงไปบนพื้น นักล่าคนอื่นๆได้อุทานออกมาเมื่อได้ยินเช่นนั้น

"ว๊าว..."

โกเลมมันดูเหมือนว่าจะไม่รู้สึกถึงการโจมตีอะไรเลยจนถึงบัดนี้ แต่ว่าซังจินก็ได้ตัดแขนขนาดใหญ่ของมันไปได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว ความจริงนี้แม้กระทั่งซังจินก็ยังประหลาดใจ

ซังจินได้มองไปที่ดาบมูนสเปคที่ได้ถูกอัพเกรดมาใหม่

'มะ...มัน..คมมาก'

ในอดีตที่เขาได้เผชิญหน้ากับมันเขาได้ใช้บลัดเวเจนจัดการกับมัน แต่ว่าในเวลานั้นเขาก็ไม่สามารถจะทำแบบนี้ได้ เขาจะต้องทำการฟันมันซ้ำๆและสร้างความเสียหายได้เพียงครั้งละเล็กน้อยเท่านั้น

'ฉันคิดว่า...เพียงแค่ความต่างกันระดับเดียวมันจะต่างกันมากขนาดนี้...'

ซังจินได้คิดขึ้นขณะที่เราเริ่มที่จะตัดชิ้นส่วนต่างของโกเลมลาวา และนักล่าคนอื่นๆกฌตามมาร่วมด้วย ครู่หนึ่งก็เลมก็ได้ล้มลงไป

"วูววว..."

ทุกๆคนได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

"มาพักกันก่อนเถอะ ก่อนที่จะไปต่อ"

ทุกๆคนที่ได้รับดาเมจรวมถึงแท้งต่างก็นั่งลงดื่มโพชั่น ในขณะเดียวกันชายชาวเอเชียก็ได้เข้ามาหาซังจิน เขามีฉายาว่า 'จอมเวทย์น้ำเงิน'

มันเป็นฉายาอันเดียวกันกับที่ซังจินมี

"ฉันได้สังเกตุว่านายได้ใช้เวทย์ฟรอสต์ไบท์...นายคงจะมีพลังเวทย์ที่สูง ขอโทนะแต่ว่า...ช่วยบอกได้ไหมว่านายมีพลังเวทย์เท่าไหร่?"

ซังจินไม่ได้ต้องการที่จะตอบคำถามกลับไป แต่แล้วเขาก็ได้ตอบกลับไออย่างไม่เต็มใจแทน

"มันประมาณห้าพันมั้ง? มันควรจะเป็นเท่านั้นแหละ"

เขาไม่สามารถที่จะทำตัวแบบไม่สนใจใครได้ในการจู่โจมนี้

"โอ้ สุดยอดมาก นอกจากนายจะมีสเตตัสทางกายภาพที่สูงแล้วนายยังมีพลังเวทย์ที่สูงอีกด้วย"

ซังรินให้ความสนใจไปที่เสียงมากกว่าคำพูด ชายคนนี้มีน้ำเสียงที่นุ่มและสูง มันแตกต่างอย่างมากกับเสียงของฆาตกร

"อา ใช่แล้ว เอาหละ..."

ซังจินได้ตอบกลับมาอย่างหมดหวังในขณะที่ตรวจสอบไปที่นักล่าคนอื่นๆ ทุกๆคนต่างก็เงียบไปกับการฟื้นฟู ไม่มีใครพูดออกมาเลยซักคน

'ฉันจำเป็นจะต้องค้นหาฆาตกรที่ซ่อนอยู่...ดังนั้นฉันจึงจะสามารถเตรียมตัวได้ทันเวลา'

ซังจินได้ทิ้งจอมเวทย์น้ำเงินไว้ข้างหลังและเข้าไปพูดคุยกับคนอื่นๆ คนแรกที่เขาเข้าไปหาเลยก็คือ 'รอยัลเรนเจอร์' ที่เป็นนักธนู

เขาเป็นคนผิวขาวหัวแดง แต่ว่าเขามีผิดที่แห้งกรังและหนวดที่ไม่โกน มันจึงทำให้เขาดูไม่สบายตา

'อย่าตัดสินหนังสือจากหน้าปก' เขารู้อยู่ แต่ว่าด้วยรูปร่างหน้าตาของเขาทำให้เขาไม่น่าไว้วางใจ ซังจินได้เข้าไปหาเขาและพูดขึ้น

"เฮ้นายไหวนะ?"

เขาได้ตอบกลับมา

"อ่า สุดยอดนักล่า"

มันเป็นเสียงที่หนา แต่ว่าชัดเจน มันไม่ใช่เสียงที่เขาได้ยินมาในก่อนหน้านี้ และเขาก็สุภาพ

"ฉันสบายดี ขอบใจนายมากนะสำหรับความห่วงใย"

จากนั้นเองเขาก็เดินเข้าไปหาชายผิวดำที่ถือขวาน 'เดสทรอยเย่อร์' และเดสทรอยเย่อร์ก็ได้ถามออกมา

"เฮ้ ดาบเล่มนี้มันทำมารากอะไร? มันมีประสิทธิภาพแค่ไหน? นายสามารถจะตัดแขนของมันได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวได้ยังไง?"

เขาได้ชี้ไปที่บลัดเวเจนแทนที่จะเป็นมูนสเปค บลัดเวเจนนั้นมีรูปร่างหน้าตาสวยกว่ามูนสเปคมาก

และเขาก็คงจะคิดว่าบลัดเวเจนเป็นดาบที่ตัดแขนของโกเลมแทนที่จะเป็นดาบมูนสเปค ซังจินได้หยิบบลัดเวเจนขึ้นมาและพูดขึ้น

"อา...มันเป็นไอเทมระดับตำนาน สามารถจะซื้อมันได้ในตลาดมืด"

"โอ้จริงหรอ? มันสุดยอดมาก"

มันเป็นเสียงต่ำ แต่ว่าเสียงของเขาก็ยังห้างไกลจากฆาตกร

'ดังนั้นคงไม่ใช่เขา'

ซังจินต้องการที่จะไปพูดกับนักล่าเพิ่มอีกสองคน แต่แล้วผู้อมตะก็ได้พูดออกมา

"โอเค ไปกันต่อเถอะ อย่างที่พวกนายได้อ่านในข้อมูล บทนี้มันยาวมาก ดังนั้นมันจึงเป็นไปได้ที่เราจะวิ่งกันจนหมดเวลาก่อนที่จะไปถึงตัวมังกรแดงไก้"

ทุกๆคนได้เตรียมพร้อมที่จะเดินออกไป พวกเขาได้ลุกขึ้นยืนและหยิบอุปกรณ์ขึ้นมา ซังจินได้ให้ความสนใจไปที่การค้นหาฆาตกร แต่แล้ว

"ค๊ากก~ ถุ้ย"

ใครบางคนก็ได้ถุยเสมหะออกมาจากทางด้านหลัง นั่นคือชายผิวขาวผู้ที่ได้สูบบุหรี่อยู่ตลอดเวลา 'นักบวช'

เขาเป็นจอมเวทย์ขาวที่ใช้เวทย์รักษา และเขาก็ได้สูบบุหรี่ในทุกๆโอกาสตั้งแต่ที่การจู่โจมเริ่มขึ้น

ซังจินได้มองไปที่เขาอย่างระมัดระวัง เพราะว่าการที่สูบบุหรี่อาจจะมีส่วนที่ทำให้เสียงของเขาต่ำมากได้ แต่แล้วเขาก็ได้ตอบกลับมาอย่างสุภาพ

"สุดยอดนักล่า ใช่ไหม? พวกเรากำลังจะไปที่ไหนกัน?"

"อา...ใช่"

ซังจินได้หยักหน้ารับ

'หรือว่าฉันจะจำผิดคน?'

แต่แล้วจากนั้นเขาก็กล่าวเพิ่มขึ้นมาอีก

"การโจมตีในก่อนหน้านี้มันได้พิสูจน์ว่ามันจะยาก พวกเรากำลังจะไป... แค่กๆ..."

เมื่อเขาได้ไอออกมา เสียงของเขาก็ได้ไปเหมือนกับเสียงของฆาตกรในก่อนหน้านี้เป๊ะๆ

เสียงของเขาได้เต็มไปด้วยเสมหะ

'มันจะต้องเป็นหมอนี่แน่นอน'

แม้ว่าซังจินจะคิดเช่นนั้น ซังจินก็พูดกับเขาออกไป

"ฉันจะทำมันให้ดีที่สุด คุณนักบวช ฉันหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากนาย"

"นะ...แน่นอน"

ชายคนนี้กำลังแกล้งที่จะทำตัวเป็นคนดี ยกเว้นการสูบบุหรี่ของเขา เขาดูเป็นคนสะอาดสะอ้านและเรียบร้อยมาก

'ฉันคิดว่าคนเลวคงจะต้องพยายามรักษาหน้าตาเป็นคนดี...'

ซังจินได้คิดขึ้นในขณะที่เหล่มองเขาต่อไป เขาได้แสดงทำเป็นจอมเวทย์ขาว แต่นอกเหลือไปจากนั้นเขาคงจะมีเวทย์อื่นๆืี่เรียนรู้เอาไว้อีกแน่

ความจริงแล้วการที่ฆาตกรแสร้งทำเป็นจอมเวทย์ขาวมันเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมมาก มันเป็นการง่านที่จะได้รับความไว้ใจจากคนอื่นๆในขณะที่ทำการรักษา มันจะไม่มีการเปิดเผยการรุกรานใดๆ และการยืนอยู่ในแนวหลังก็ยังเพิ่มโอกาสในการมีชีวิตของเขาอีกด้วย

'ดังนั้นแล้ว เขาจะแกล้งทำเช่นนี้ไปจบจนและโจมตีในทันทีเมื่อมีหนึ่งหรือสองคนตายไป'

ถ้ามันเป็นในกรณีนี้มันก็จะเป็นสถานการณ์ที่อันตรายอย่างมาก ถ้าหากเขาแกล้งทำเป็นรักษาไม่ทัน เขาก็สามารถจะควบคุมจำนวนของคนในปาตี้นี้ได้

ซังจินได้มองไปที่เขาในขณะที่คิดขึ้น

'ว๊าว...เขาฉลาดกว่าที่ฉันคิดซะอีก ฉันควรจะทำยังไงดี?'

เขาไม่สามารถจะโจมตีคนที่ยังไม่ได้ตืดสถานะฆาตกรได้ เหตุผลเดียวที่เขารู้จุดประสงค์นี้ก็คือเขาสามารถจะอ่านใจได้ แต่เขาก็ไม่มีหลักฐานใดๆไปให้แก่ผู้อื่น ดังนั้นหากเขาพูดออกไปว่า

'ชายคนนี้เป็นฆาตกร'

สิ่งเดียวที่เขาจะได้รับคำตอบกลับมาก็คือ

'ไหนหละหลักฐาน?'

'แล้วนายต้องการให้เราทำอะไร? ให้เรากลายเป็นฆาตกรคนแรก?'

และอื่นๆอีกมากมาย

'เอาหละมือของฉันถูกมัดเอาไว้แล้ว'

เขาไม่มีทางเลือกใดๆแต่ส่าในตอนนี้จะต้องไปต่อ อย่างน้อยก็จนกว่าที่บอสมังกรแดงจะถูกสังหาร

'เอาหละ ถ้าหากว่ามีคนที่รอดใกล้เคียงกับ 10 คน เขาก็อาจจะไม่พยายามที่จะกลายไปเป็นฆาตกร'

ซังจินได้ตัดสินใจไปที่การเอาชระมังกรแดงก่อนเป็นอย่างแรก

การจู่โจมนี้มันมีเวลา 2 ชม. ครึ่งดังนั้นเขาจึงต้องรีบจบมันลงอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะเอาเวลาที่เหลือไปใช้ในการล่าฆาตกรในการจู่โจมอื่นๆ

แต่แล้วแท้งที่อยู่ด้านหน้าทั้งสองคนก็หยุดเดินลง ผู้อมตะได้หันกลับมาด้านหลังและพูดขึ้น

"มันควรจะเป็นทางแยก เราควรจะทำยังไงดี?"

ซังจินได้เอียงหัวเพื่อที่จะมองไปด้่นหน้า ทางมันได้ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน สิ่งเดียวที่จะมองเห็นได้ภายในเส้นทางเหล่านั้นคือหลุมลาวารอบๆ

'บอสมันอยู่ไหนกันนะ?'

ถ้ำขอบมังกรมันจะเป็นทางเขาวงกตที่นำทาวจากถ้ำไปอีกถ้ำหนึ่งและด้วยขนาดที่ใหญ่ภายในโพรงถ้ำแห่งหนึ่งจะมีมังกรแดงคาลกัลป์นอนอยู่

ปัญหาในตอนนี้ก็คือซังจินไม่สามารถจะจดจำเส้นทางภายในนี้ได้ ครั้งแรกที่เขาได้มาที่นี่ ซังจินก็ได้แต่ยุ่งกับการเอาตัวรอดมากกว่าจะสนใจสภาพแวดล้อม

และเขาก็ไม่เคยที่จะคิดเลยว่าจะได้กลับมาที่รังมังกรนี้อีกครั้ง

'พระเจ้า...ถ้าพวกเราเสียเวลาไปกับที่นี่ ฉันก็จะไม่มีเวลาสำหรับไปล่าฆาตกร...'

แต่แล้วจากนั้นบาบาเรียนก็ได้ก้าวไปข้างหน้าและกล่าสขึ้น

"ความสำคัญแรกของเขาคือการฆ่าทังกรแดงก่อนถูกไหม? เรายังสามารถที่จะเก็บแต้มผลงานได้ในภายหลังได้"

"แน่นอน"

"นั่นมันถูกต้อง"

"ฉันนั้นมีฉายาไกดใด์ มันเป็นฉายาที่จะนำทางไปสู่บอส"

'โอใช่แล้ว เขาพูดถูก'

บางอย่างเช่นอย่างนี้เฮนริคก็เคยจะได้รับมันเหมือนกันไายในสุสาน บาบาเรี่ยนไก้เหล่มองมาที่ทุกคนและพูดขึ้น

"ถ้าอย่างงั้นฉันจะใช้มันละนะ โอเปอเรเตอร์ฉันจะใช้ทักษะของไกด์ ช่วยนำทางฉันไปหาบอสที"

จากนั้นถ้ำทางด้านขวาก็ได้กลายเป็นสีฟ้า บาบาเรี่ยนได้ชี้ไปที่ถ้ำและกล่าขึ้น

"มันควรจะเป็นทางนี้"

นักล่าได้เดินไปในทางที่เขาชี้ออกไป ซังจินก็ตามไปด้วยเช่นกัน

'บางครั้งมันก็ดีนะที่มีคนมากยิ่งขึ้น'

จบบทที่ Chapter 96 - Red Dragon's Lair (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว