เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 97 – Red Dragon’s Lair (3)

Chapter 97 – Red Dragon’s Lair (3)

Chapter 97 – Red Dragon’s Lair (3)


Chapter 97 – Red Dragon’s Lair (3)

"ก๊าซซ"

ไฟได้ถูกปล่อยออกมาจากปากของหมานรก 'เฮลฮาว' นักล่าได้หลบออกไปที่ข้างทางและไฟก็ได้ผ่านออกไป

จากนั้นผู้อมตที่อยู่ด้านหน้าก็ได้โจมตีเข้าไปที่หัวของมันด้วยอาวุธของเขา

"ผัวะ"

นักล่าคนอื่นๆก็ได้วิ่งไปข้างหน้าเพื่อที่จะโจมตีเฮลฮาวด้วยเช่นกัน และครู่หนึ่งมันก็พ่ายแพ้ลง พสกเขาได้เตรียมตัวจะสู้ต่อทันที

ยังมีเฮลฮาวเหลืออยู่อีก แต่ว่าก่อนที่มันจะได้ทำอะไรร่างกายของมันก็ได้ถูกแยกออกเป็นสองส่วน สุดยอดนักล่าเคหรือซังจินได้เหวี่ยงดาบสะบัดเลือดทิ้งในขณะที่กล่าวขึ้น

"ฉันคิดว่าไม่น่าจะมีศัตรูในพื้นที่นี่แล้วหละ"

ผู้อมตะได้มองกลับไปที่คนอื่นๆและถามออกมา

"มีใครต้องการจะพักไหม?"

ไม่มีใครตอบกลับมา

"ถ้างั้นไปต่อกันเถอะ"

ที่ถนนด้านหน้านี้มันก็ยังมีทางแยกอีกสองทาง ดังนั้นบาบาเรี่ยนจึงเดินออกไปและใช้ความสามารถของไกด์ เส้นทางซ้ายได้สว่างขึ้น แต่ว่าในครั้งนี้มันเข้มกว่าก่อนหน้านี้มาก

"รอบนี้ไปทางซ้าย ตั้งแต่ที่สีมันได้เข้มขึ้นนั้นก็หมายความว่าพวกเขาใกล้จะถึงแล้ว"

"เข้าใจละ ทุกๆคนอย่าลดความระมัดระวังตัวหละ โอเคไปกันเลย"

ผู้อมตะได้นำทางออกไปอีกครั้ง ซังจินได้เดินไปกับคนอื่นๆด้วย เขายืนอยู่ที่ใจกลางของตำแหน่งทุกๆคน นักล่าได้เดินลงไปเรื่อยๆจนพวกเขาได้ไปพบกับลาวาที่ไหลลงมาเหมือนกับน้ำตกและร่วมกันเป็นบ่อ

มันดูเหมือนกับออนเซ็นในเวอร์ชั่นนรกแทน ที่แห่งนี้เขาได้พบกับเดวิลที่กำลังเพลิดเพลินไปกับการอาบลาวา และเมื่อเห็นเช่นนี้ความทรงจำเก่าๆของซังจินก็ได้แว๊บเข้ามา

'ฉันเคยเห็นมันมาก่อน...'

จากนั้นเองทันใดผู้อมตะก็ได้หยุดลง

"นั่นใครนะ?"

มันสามารถจะมองเห็นเป็นเงาของคนได้จากระยะไกล ในขณะที่นักล่าคนอื่นๆกำลังลังเล ซังก็ได้นึกออกและตะโกนขึ้น

"ไม่ใช่ นั่นมัน..."

แต่ว่าเวทมนตร์ก็ได้ถูกยิงเข้ามาใส่พวกเขาแล้ว

"เพลิงนิรันดร์แห่งนรก อินเฟอโน่"

เพลิงได้แยกออกมาเป็นหลายเส้นๆเข้ามาหานักล่า นักล่าสามารถจะหลบมันได้เนื่องจากว่ามันมากจากระยะไกล แต่ว่ามันก็เป็นอะไรที่ศัตรูได้หวังเอาไว้ จากนั้นมันก็

"เพลิงที่เผาไหม้ จงปกป้องข้า โล่เพลิง"

มันได้กระโดดขึ้นมาพร้อมกับเพลิงที่ปกคลุมร่างกายและลอยสูงไปกว่าสิบเมตรพร้อมกับถือหอก มันได้ลอยไปที่แนวหลังของเหล่านักล่า

ในขณะที่นักล่ายังคงมองขึ้นไปอย่างอ้าปากค้างอยู่ ศัตรูก็เล็งได้เป้าไปที่จอมเวทย์น้ำเงินในทันที เมื่อจอมเวทย์น้ำเงินรู้ตัวว่าเขาเป็นเป้าเขาก็ร่ายเวทย์ออกมาอย่างรวดเร็ว

"โล่น้ำแข็ง"

เขาพยายามที่จะป่องกันตัวเองด้วยเวทมนตร์ แต่ส่าครึ่งปีศาจตัวนี้ก็ได้ทำลายโล่ไปอย่างง่ายดายด้วยหอกและแทงเข้าไปที่ไหล่ของจอมเวทย์

"อ๊าาาา"

"ชั่วเอ๋ย"

นักล่าที่อยู่ใกล้สุดได้เหวี่ยงดาบไปทางศัตรูทันที แต่ว่าครึ่งมังกรมันก็ได้ปบ่อยไฟออกมารอบๆตัว

"อะ...อะไรกัน?"

นักล่าทั้งหมดได้ถอยกลับไป ในขณะเดียวกันกันมันก็เล็งโจมตีไปที่คอของจอมเวทย์ ไม่มีใครที่จะสามารถป้องกันมันได้นอกเสียจากว่าจะเป็นซังจิน ก่อนที่หอกจะแทงเข้าไป

"ฮ้าา"

ซังจินได้ปาดาบออกไปจากมือและมัก็ได้พุ่งเข้าไปใส่ปลายหอก เมื่อการโจมตีถูกหยุดลง นักล่าระยะไกลก็ได้ยิงธนูและหน้่ไม้ออกไปใส่ศัตรู ครึ่งปีศาจก็ได้กระโดดขึ้นไปบนอากาศเพื่อที่จะหลบและร่ายเวทย์ออกมา

"จงเผาไหม้ทุกสิ่งในเส้นทาง บอลไฟ"

มันไม่มีทางที่จะหลบแรงระเบิดของลูกไฟได้ แม้ว่ามันจะไม่ทำความเสียหายถึงชีวิต แต่มันก็จะทำให้การจู่โจมล่าช้าขึ้น ซังจินได้ใช้ให้เบสโกโร่ร่ายเวทย์มาในทันที

"สนามพลังดูดกลืนเวทมนตร์ โล่ต้านเวทมนตร์"

เพื่อที่จะปกป้องนักล่า และในขณะนั้นเองเขาก็

"ฮ่าห์"

เรียกบลัดเวเจนกลับมา

"ตูมม"

บอลไฟได้ปะทะเข้ากับโล่ แต่ก็ไม่มีความเสียหายอะไรเพิ่มเติมขึ้นอีก เมื่อซังจินได้ตรวจสอบสถานการณ์ เขาก็เตรียมดาบทั้งสองเล่มและมุ่งเข้าไปหาครึ่งปีศาจ

ครึ่งปีศาจมันเป็นสุดยอดการใช้เวทย์กับหอกผสมกัน

"เคร๊ง แคร๊ก"

ศัตรูมันได้ควงหอกเพื่อที่จะป้องกันดาบของซังจิน แต่ว่าสิ่งที่มันไม่สามารถจะคาดเดาได้ก็คือดาบของซังจินไปปกติธรรมดา

ดาบของซังจินสามารถที่จะตัดได้แม้แต่แขนของโกเลมเหมือนกับเอามีดร้อนไปตัดเนย หอกก็เช่นกันมันได้ขาดลงเมื่อได้สัมผัสเข้ากับใบมีดของซังจิน

ศัตรูมันได้หวาดกลัวขึ้นมาเนื่องจากสูญเสียทักษะในการต่อสู้ประชิดและเตรียมพร้อมที่จะวิ่งหนี แต่มีหรือที่ซังจินจะยอมปล่อยมันไป

"ดวงตาอสรพิษ"

ดวงตาของอสรพิษได้เปิดขึ้นมาจากสร้อยคอ ครึ่งปีศาจมันได้หยุดชะงักลงสั้นๆและซังจินก็ได้ใช้มูนสเปคในการตัดหัวมัน

"โว๊วว..."

นักล่าที่ยืนอยู่ด้านหลังของซังจินได้จ้องมาที่เขา พวกเขาส่วนใหญ่อ้าปากค้าง บางคนก็กระทั่งปรบมือ ซังจินรู้สึกอายกับท่าทางเช่นนี้เขาจึงรีบเปลื่ยนเรื่องไป

"ถ้างั้นไปกันต่อเถอะ"

ผู้อมตะได้ปิดปากลงและหยักหน้ารับ

"นะ...แน่นอน"

นักล่าได้เริ่มที่จะเคลื่อนไหวอีกครั้ง ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ได้เหล่มามองซังจินเป็นระยะ เขาได้ตกเป็นศูนย์กลางความสนใจของทุกคนอีกครั้ง

'นักบวช' ก็ได้มองมาที่เขาเช่นกัน ซังจินได้นึกขึ้นถึงสิ่งที่เขาได้ยินจากผลของไทด์และคิดออกมา

'คูลดาวมันมีระยะเวลาสิบนาที ใช่ไหม? ในตอนนี้ฉันคิดว่ามันน่าจะผ่านไปครบสิบนาทีแล้ว...'

ซังจินได้หันกลับไปมองนักบวชและเริ่มพูดกับเขาในทันที

"เฮ้ ขอบุหรี่อันนึงสิบ"

"อา ได้"

นักบวชได้ส่งบุหรี่ออกมาอย่างเชื่อฟัง และซังจินก็ได้หยิบมันมาคาบไว้บนปากและถามขึ้น

"ไฟหละ"

นักบวชได้จุดไฟแช็กใส่บุหรี่ให้แก่ซังจินในขณะที่ถามออกมา

"นายก็สูบบุหรี่ด้วยงั้นหรอ?"

ซังจินไดสัมผัสไปที่ต่างกูในขณะที่ตอบกลับไป

"ใช่แล้วหละ"

เขาได้แกล้งทำท่าเป็นสูบบุหรี่ในขณะที่แอบฟังความคิดของนักบวช

'ชายคนนี้...เขาแข็งแกร่งเกินไป แถมเขายังมีโล่ต้านเวทย์อีกด้วย...แม้แต่กับบอลไฟขนาดยักษ์ของศัตรูเขายังกันได้...แล้วมันจะไปนับภาษาอะไรกับเวทย์ของฉัน...'

เขาก็สามารถจะได้ยินความคิดของคนอื่นๆด้วยเช่นกัน

'สุดยอดนักล่าเค...ข่าวลือมันเป็นจริง'

'ฮิโระพูดถูก...เขาเหนือกว่า...ไม่มีใครที่แข็งแกร่งกว่าเขาอีกแล้ว ชายคนนี้ทรงพลังอย่างน่าเหลือเชื่อ'

แต่สิ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุดก็คือเสียงความคิดของนักบวช เขาได้เพ่งความคิดตั้งใจฟังเสียงที่หยาบกระด้าง

'ฉันไม่คิดว่าฉันจะสามารถชิงผลงานมาได้ ถ้าหากว่าเขายังคงมีชีวิตอยู่ หรือ...บางทีถ้าหากว่าเขาเป็นฆาตกร...ใช่แล้ว เขาจะมีพลังมากแค่ไหนกันหละ? ฉันควรที่จะค้นหาพันมิตรอย่างเงียบๆใช่ไหม?'

ซังจินได้ทิ้งบุหรี่ในขณะที่ได้ฟังเช่นนี้

'พันธมิตร...ฉันสามารถทำเช่นนี้ได้'

ทันใดนั้นเองเส้นทางที่พวกเขาเดินอยู่ก็เริ่มค่อยๆกว้างขึ้น ก่อนหน้านี้มันแคบมาก แต่ในตอนนี้มันสามารถที่จะยืนหน้ากระดานพร้อมๆกันได้เจ็ดแปดคนในทีเดียว

ในอีกคำพูดหนึ่ง พวกเขาเกือบจะถึงรังของมังกรแล้ว ไม่ช้าเส้นทางมันก็ได้ขยายกว้างมากขึ้นไปอีก ทันใดนั้นเองซังจินก็นึกขึ้นได้

'ใช่แล้ว...ทางซ้ายมือนี้...'

ผู้อมตะได้เดินไปทางนั้นและหันไม่มอง และ

"อะ"

เขาได้อ้าปากค้างและหยุดลง

'มันคืออะไร?'

นักล่าได้เดินไปข้างหน้าอย่างอยากรู้อยากเห็นและแล้วพวกเขาก็แข็งทื่อไปเช่นกัน ซังจินได้เอนหน้าไปมองดูบอสเช่นเดียวกับคนอื่นๆ

'อย่างที่ฉันจำได้...มันตัวใหญ่มาก'

มันมีช่องกวางมากอยู่ในทางนั้นและมีมังกรแดงตัวมหึมานอนหลับอยู่ หัวของมันมีขนาดเป็นสองเท่าของส่วนสูงผู้ชายสองคน ร่างกายของมันใหญ่พอๆกับตึกขนาด 5~6 ชั้น

กรงเล็บในมือของมันยาวเหมือนกับดาบ เขี้ยวของมันก็ยาวเหมือนกับหอก และหางของมันก็ยาวมากเกินไปกวางสิบเมตร

มันเป็นครั้งที่สองแล้ว แต่ว่ามังกรมันก็ยังคงเป็นศัตรูที่ยากจะเผชิญหน้า นักล่าทุกๆคนได้ตัวแข็งทื่ออยู่กับที่เหมือนกับตุ๊กตา

แม้แต่กับผู้ที่เข้มแข็งมากๆก็ยังคงรู้สึกกลัวกับสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวนี้ ผู้อมตะที่รับหน้าที่เป็นผู้นำได้พูดกับนักล่าคนอื่นๆ

"อะ...เอาหละ จากนี้ พวกเราก็ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการปะทะครั้งแรก"

เขาได้กล่าวออกมาและเดินถอยหลังกลับไปรวมกับคนในทีม นักล่าแต่ละคนต่างก็เช็คไปที่เใโพชั่นในเข็มขัด ระดับมานา พลังชีวิต พวกเขาได้เตรียมพร้อมที่จะปะทะกับบอสของการจู่โจมนี้

การที่ได้เห็นมังกรตนนี้มันได้ทำให้พวกเขาคิดว่า 'มันอาจจะเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของฉัน' ซังจินก็ยังได้เตรียมตัวเองเช่นกัน

'ฉันควรจะใช้อะไรกับมัน?'

เขามีหลายสิ่งที่จะต้องจัดการ แต่ว่าถ้าหากพิจารณาจากการคูลดาวแล้ว มันมีหลายสิ่งที่เขาสามารถจะใช้ได้ในการโจมเพียงครั้งเดียว เช่น พงศาวดารสามก๊ก ซัมม่อนซาดาเมียร์และเคนที่อัพเกรดแล้ว

'ฉันควรที่จะเก็บมันเอาไว้ในภายหลัง แต่ว่า...'

ปัญหามันก็คือบอสลับ เขาไม่ได้รู้มีบอสลับอยู่ในแผนที่นี้หรือไม่ ด้วยความคิดนี้มันทำให้เขาไม่กล้าทุ่มทุกอย่างที่มีให้หมดไปกับบอสมังกรแดง

มันยากที่จะจิตนาการได้ว่าบอสลับมันจะแข็งแกร่งมากแค่ไหน ถ้าหากว่าบอสปกติของการจู่โจมนี้มันก็ระดับมังกรแดงแล้ว แต่ว่าถ้าหากเขาเก็บพลังไว้มากเกินไปเขาก็จะไม่สามารถเอาชนะมังกรแดงได้เช่นกัน

การกระทำของเขามันอาจจะส่งผลอันตรายไปถึงนักล่าคนอื่นๆอีกด้วย ถ้าหากเป็นเช่นนั้นมันก็ยากที่จะหาทางไปจัดการบอสลับ ถ้าจำนวนของสมาชิกเหลือน้อยกว่าสิบคน มันก็อาจจะนำไปสู่การปฏิการมีส่วนร่วมแก่การล่าบอสลับได้

มันเป็นความจริงในอดีตที่ผ่านมา เมื่อมีใครในกลุ่มห้าคนตายไปคนหนึ่ง ทีมของพวกเขาจะล้มเลิกการล่าบอสลับในทันที เพราะว่ามันก็อาจจะนำไปสู่การถูกกำจัดออกไปทั้งทีมได้

'หลีกเลี่ยงการใช้มันให้มากที่สุด...แต่อย่าลังเลที่จะใช้มันเมื่อนักล่าคนอื่นกำลังจะตาย ฉันไม่คิดว่าปัญหามันจะเกิดขึ้นกับฉันหรอก...แต่ว่าถ้าหากใครบางคนตายได้ ฉันก็อาจจะไม่สามารถเสนอการไปล่าบอสลับได้เลย

ซังจ นได้วางตะเกียงของซาดาเมียร์ แว่นตาของกอเมท และรูปสลักของเคนไว้บนเข็มขัด

และในตอนท้าย เขาก็ได้ถอดดวงตาของบาซิลิสออกไปและใส่ยอนฮัวเรทไว้รอบคอแทน

'...ฉันไม่คิดว่าฉันยังไม่จำเป็นจะใช้มันในตอนนี้ แต่ว่า...'

เขาไม่สามารถที่จะระวังตัวได้มากนัก แน่นอนว่าเขาจะใช้มันในตอนที่พรรคพวกของเขาได้ถูกกำจัดออกไปหมด ซังจินได้มองลงไปและคิดขึ้น

'ถ้ามันจำเป็น ฉันจะต้องใช้มันหนึ่งหรือสองชิ้น...ไม่สิ บางทีก็อาจจะแม้แต่สามชิ้น ฉันจะต้องรักษาชีวิตของพวกเขาเอาไว้ จากนั้นฉันก็จะเสนอการล่าบอสลับไปได้

เขาได้ถอดบลัดเวเจนออกมาและส่วมใส่อาเทอร์มิโอองไปแทน มันกรแดงมันใช้เวทย์ที่ทรงพลัง เมื่อเขาได้เตรียมความพร้อมเสร็จสิ้น ซังจินก็มองไปที่นักบวช ดขากำลังสูบบุหรี่อย่างน่ากลัว

'ฉันคิดว่าเจ้าหมอนี่มันกำลังกังวล'

แม้ว่าสำหรับนักบวชผู้ที่จะถูกปกป้องคุ้มครองโดยทีม แต่มันก็ไม่สามารถจะป้องกันมังกรที่สามารถจะพ่นลมหายใจโจมตีได้ เขาจะต้องทำให้ดีที่สุดในรอบนีเ

ทุกๆคนสามารถจะบอกได้เลยว่ามังกรแดงมันไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะสามารถหวังที่จะเอาชนะได้ด้วยการออมแรงเอาไว้ และนักบวชก็ยังหวาดกลัวซังจิน ตราบใดที่ซังจินยังมีชีวิตอยู่ เขาก็ไม่กล้าที่จะทำให้ตนเองเป็นฆาตกร

'ฉันจะสมมุติว่าเขาเป็นพรรคพวกของเราในตอนนี้'

ซังจินได้เตรียมตัวจนพร้แมหมดแล้ว จากนั้นผู้อมตะก็ได้ถามออกมาด้วยเสี่ยงสั่น

"ทุกคนพร้อมนะ?"

พวกเขาหยักหน้าออกมาอย่างแข็งๆ และเดินตามกันออกไป ทันใดนั้นเมื่อเขาเลี้ยวซ้ายมา

นักล่าก็ได้ตัวแข็งทืื่อไปอีกครั้งเมื่อได้เห็นร่างกายขนาดมหึมาของมังกรแดง แต่ในตอนนี้พวกเขาไใ่สามารถจะถอยกลับไปได้ มีแต่จะต้องลุยเข้าไปเท่านั้น ผู้อมตะได้พูดออกมา

"มาลองดูกัน"

นักล่าแต่ละคนต่างก็มีการแสดงออกที่น่ากลัวบนใบหน้าของเขาในขณะที่พุ่งเข้าไปหามังกรแดง มังกรที่ได้หลับอยู่ได้กระตุกเล็กน้อย และเริ่มพึมพัมออกมา

"หืมมม...กลิ่นของเนื้อ..."

ทันใดนั้นเองดวงตาของเขาก็ได้เปิดขึ้น

"เนื้อมนุษย์...น่ากินอะไรอย่างนี้"

จากนั้นโอเปอเรเตอร์ก็ได้ประกาศออกมา

[คำเตือน บอส]

[มังกรแดงคาลกัลป์ปรากฏตัว]

จบบทที่ Chapter 97 – Red Dragon’s Lair (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว