เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 95 – Red Dragon’s Lair (1)

Chapter 95 – Red Dragon’s Lair (1)

Chapter 95 – Red Dragon’s Lair (1)


Chapter 95 – Red Dragon’s Lair (1)

หมู่เมฆสีดำได้บดบังดวงอาทิตย์ ขี้เถ้าได้หล่นลงมาเหมือนกับเม็ดฝนจากท้องฟ้า และแก๊สไอร้อนก็ได้ถูกปล่อยออกมาจากรอยแยกแผ่นดิน

ลาวาได้ไหลลงผ่านมาตามเส้นทาง และละลายพื้นระแวกนั้น ซังจินได้เข้ามาอยู่ในใจกลางของถ้ำ

ก้อนหินรอบๆก็ได้ยิ่งทำให้สภาพอากาศแย่ลงยิ่งขึ้นไปอีก จากนั้นโอเปอเรเตอร์ก็ได้ประกาศออกมา

[ยินดีต้อนรับ นี่คือภูเขาไฟแองกอร์]

[มันเป็นสถานที่ของมังกรไฟคาลกัลป์ได้ทำลังขึ้น]

[โปรดระมัดระวัง มังกรแดงคาลกัลป์พึ่งจะบรรลุนิติภาวะ]

[และมันเป็นที่น่าอับอายสำหรับความโหดเหี้ยมของเขา]

ระดับในการจู่โจมในครั้งนี้มันยากมาก หากนักล่าทั้งสิบคนไม่ได้ให้ความร่วมมือซึ่งกันและกันให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมันก็จะกลายไปเป็นนรกสำหรับทุกๆคน ซังตินได้หยุดนิ่งและพยายามนึกไปถึงเหตุการณ์ในอดีต

'มันผ่านมาพักหนึ่งแล้วสินะที่ฉันคิดว่าฉันจะต้องตายลงที่นี่แน่ๆ'

ในระหว่างการจู่โจมในอดีตแท้งได้เสียชีวิตลง และซังจินก็ได้ถูกบังคับให้ไปทำหน้าที่นั้นแทน แต่แล้วเขาก็ได้ถูกจัดการลงไปด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวจากกรงเล็บของมังกร มันได้ทำให้เขาอยู่ในสถานะที่กึ่งเป็นกึ่งตาย

เมื่อเขาได้ฟื้นตัวขึ้นมา เขาก็พบว่ามีเพียงแค่สามในสิบคนเท่านั้นที่ยังมีชีวิตอยู่

'ตอนนี้ฉันน่าจะพอรับภาระสำหรับคนห้าคนได้ดั้งนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นแบบนั้นอีก...แต่ว่าฉันจะต้องระมัดระวัง'

จากนั้นเองความคิดที่น่าหวาดกลัวก็ได้เข้ามาในจิตใจเขา

'แต่ว่า...แผนที่นี่มันมีบอสลับอยู่ไหมนะ?'

มันยากที่จะจิตนาการถึงบอสในสถานที่แห่งนี้ที่แข็งแกร่งกว่ามังกรแดงคาลกัลป์ ในความเป็นจริงแล้ว ชื่อการจู่โจมครั้งนี้คือ รังมังกรแดง ดังนั้นการที่จะมีสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งกว่ามังกรอยู่ในถ้ำมันจะไร้เหตุผลสิ้นดี

'เอาหละ มันก็อาจจะเป็นไปได้ ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปไม่ใช่ว่าทุกบทจะมีชิ้นส่วนลับซ่อนอยู่...'

ตั้งแต่ที่เขามีดวงดาวไร้นาม เขาสามารถจะตรวจสอบมันในภายหลังได้จากทักษะของนักล่าสมบัติ

'แต่ว่ามันจะยากเกินไปสำหรับการลุยคนเดียว....ฉันคิดว่าในครั้งนี้ฉันจำเป็นจะต้องการความช่วยเหลือจากคนอื่นๆ หลังจากที่จัดการมังกรแดง ฉันคิดว่านักล่าส่วนใหญ่คง...'

ในขณะที่ซังจินกำลังหมกหมุ่นไปกับแผนการของเขา โอเปอเรเตอร์ก็ได้ดำเนินการจัดทีมนักล่า

[ทำการจัดทีมนักล่า]

นักล่าทั้ง 9 คนได้เริ่มปรากฏตัวขึ้นมารอบๆตัวของซังจิน ฉายาและอุปกรณ์ของนักล่าต่างก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเหล่านักล่าที่พวกเขาได้ฟันผ่าและได้รับมา

อุปกรณ์ของพวกเขายังสามารถจะขายและซื้อผ่านจากการประมูลได้ เพื่อที่จะสามารถจับคู่กับอุปกรณ์ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นให้เหมาะสมกับรูปแบบการต่อสู้ของแต่ละคน ในจุดๆนี้พวกเขาแต่ละคนต่างก็ไม่ได้อยู่ห่างจากซังจินมากกับเท่ากับในช่วงแรกๆนัก

แต่ด้วยสิ่งนี้มันก็เป็นเหตุผลของปัญหา เนื่องจากว่าทุกคนต่างก็แข็งแกร่งกันจึงไม่สนใจที่จะรับฟังคำพูดของคนอื่นๆ

แม้ว่าพวกเขาจะต้องการความช่วยเหลือ แต่ด้วยความเชื่อที่ว่า 'ฉันแข็งแกร่งที่สุด' ก็จะได้ปิดกั้นจิตใจของเขาและไม่สนใจผู้อื่น และเนื่องจากว่าในนี้คนยิ่งมีเพิ่มขึ้นเป็น 10 คนนแล้วการที่จะร่วมมือกันจึงกลายเป็นเรื่องยากไปอีก

บอสมันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ความยากลำบากที่แท้จริงก็คือการร่วมมือกันภายในทีม

ในอดีตพวก 10 คนสุดท้ายก็ได้ถูกทำลายด้วยเหตุผลนี้เช่นเดียวกัน

โอกาสในการที่จะเจอฆาตกรได้มากขึ้นยิ่งกว่าที่เคย ซังจินได้เตรียมพร้อมที่จะใช้ดวงตาแห่งเจรามิท

'...ฉันจะตรวจสอบทุกๆคนอย่างรอบคอบที่มีความคิดแปลกๆ'

ในขณะเดียวกันก็ได้มีใครบางคนกล่าวออกมา

"ทุกคนได้เห็นแผ่นข้อมูลแล้วใช่ไหม? มาแบ่งงานตามบทบาทหน้าที่และหารือวางแผนกันเถอะ"

นักล่าทั้ง 10 คนได้ถูกแบ่งตามบทบาทของกันและกันและได้เริ่มที่จะพูดคุยกัน

"พวกเรามีแท้งอยู่สองคนในรอบนี้ เราสามารถจะผลัดเปลื่ยนตัวชนในตอนสู้กับมังกรแดงได้ มีใครที่สามารถจะใช้เวทย์ฟื้นฟูได้บ้างไหม?"

ซังจินสามารถจะใช้เวทย์รักษาได้ แต่ว่าเขาก็เงียบเอาไว้ ถ้าหากเขาใช้เวทมนตร์เขาก็จะสามารถทำมันได้ดีกว่าคนอื่นๆ แต่ว่าการที่เขาไปใส่ใจกับบทบาทของพวกสายฮีลมันจะเป็นการทำให้เขาแสดงสมรรถภาพได้ไม่เต็มที่

ไม่ต้องเอ่ยถึงเลยที่ว่าเขาไม่ได้ดูเหมือนจอมเวทย์ฟื้นฟูเลยในขณะที่เขาพกดาบติดตัวสามเล่ม

"พวกดาเมจประชิดรวมกันทางนี้ทีสิ"

บาบาเรี่ยนที่ได้ถือง้าวยักษ์แกว่งไปรอบๆกำลังรวบรวมคน ซังจินก็ได้เข้าไปร่วมเช่นกัน ทั้งหมดมีนักล่าอยู่สี่คนที่มารวมกัน บาบาเรี่ยนได้กล่าวออกมาถึงกลุ่มนี้

"นายควรจะรู้มาแล้วจากกระดาษข้อมูล มังกรมันสามารถจะใช้กรงเล็บและลมหายใจโจมตีได้จากด้านหน้าและใช้หางโจมตีจากทางด้านหลังได้ ดังนั้นพวกเราควรจะแยกตัวกันและโจมตีมันจากด้านข้าง เนื่องจากการรวมตัวกันเป็นกลุ่มมันไม่ดีนัก ดังนั้นการแบ่งออกเป็นสองกลุ่มมันจะดีกว่าในการกระจายความสนใจ"

"แล้วเราจะตัดสินใจการแบ่งกลุ่มได้ยังไง?"

"เอาหละในตอนนี้ทุกคนควรจะมีระดับทักษะที่เหมือนๆกัน...ดังนั้นมันจะไม่เป็นไรแม้ว่าเราจะแยกกันยังไง? เอาเป็นจัดกลุ่มตามที่ยืนอยู่ในตอนนี้ละกัน"

บาบาเรี่ยนได้ใช้ง้ายยักษ์ของเขาในการที่จะแยกซังจินออกจากอีกสองคน ดังนั้นซังจินจึงจำเป็นต้องร่วมมือไปกับบาบาเรี่ยน

ในความเป็นจริงแล้วมันมันมีความต่างกันอย่างมากในด้านของระดับทักษะ...กลุ่มอื่นๆก็มีการวางแผนแบบนี้เช่นกัน ที่เห็นได้ชัดสุดเลยก็คือ

"สำหรับนักธนู พยายามระวังด้านหน้าของมังกรเอาไว้ ฉันจะเตือนพวกนายทันทีที่ฉันคิดว่ามันจะใช้การโจมตีด้วยลมหายใจ ดังนั้นเตรียมตัวหลบมันเอาไว้ด้วยนะ"

เขาเป็นชายผิวดำสูงที่มีฉายาว่า 'ผู้อมตะ' เขากำลังรับบทเป็นผู้นำในรอบนี้ด้วยเสียงอันดังของเขา

เขาดูเหมือนกับเพื่อนสนิทผิวดำของไอรอนแมน ในขณะที่เขากำลังให้คำแนะนำกับคนอื่นๆ

"คนอื่นๆก็เช่นกันนะ ฉันจะตะโกนให้คำเตือนออกมาดังนั้นให้ความสนใจกับสัญญาณของฉันด้วย"

ซังจินได้เฝ้ามองเขาด้วยความสนใจ การรวมกลุ่มของนักล่านี้ถือว่าเยี่ยมมาก ความสามารถในการรับบทบาทของผู้นำในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ได้หมายความว่าเขามีพรสวรรค์ในฐานะผู้นำ

"จอมเวทย์ช่วยมานี่แปปนึงสิ นายใช้เวทย์สายอะไรงั้นหรอ?"

"ฉันใช้เวทมนตร์แดงและดำ"

"ฉันใช้เวทย์เขียวและเวทย์ขาว"

"มันเป็นเรื่องดีที่เวทย์ของพวกนายสายไม่ทับกัน"

หลังจากที่เขาได้พูดคุยกับจอมเวทย์แล้วเขาก็เข้ามาคุยกับคนทำดาเมจประชิดทั้งสี่คน

"พวกนายจะแบ่งแยกกันโจมตีซ้ายและขวายังไงงั้นหรอ?"

บาบาเรียนได้ชี้นิ้วออกมาที่ซังจินและพูดขึ้น

"พวกเราปีกขวา"

และจากนั้นก็ชี้ไปที่อีกสองคน

"พวกเขาซ้าย"

ผู้อมตะได้เหลือบตามองชายทั้งสี่คน จากนั้นแววตาของเขาก็ได้หยุดลงที่ตัวของซังจิน และตัวเขาก็นิ่งไป

"เอ๊ะ...?"

เขาได้จ้องมาที่ซังจินอยู่ครู่หนึ่ง และซังจินก็จ้องกลับไป

'เราเคยพบกันมาก่อนหรอ?'

ซังจินเป็นคนที่จำใบหน้าของชาวต่างชาติได้ยากมาก เขาได้พยายามที่จะนึกเปรียบเทียบหน้าของชายผิวดำคนนี้กับคนอื่นๆที่เขาเคยพบ แต่เขาก็ไม่สามารถตะนึกออกได้

แต่แล้วจากนั้นผู้อมตะก็ได้กล่าวออกมา

"นายสุดยอดนักล่า....สุดยอดนักล่าเค?"

'หืมมม?'

ซังจินตกใจมาก

'เขารู้ชื่อฉันได้ยังไง?'

เคนั้นเป็นนามแฝงของเขา แต่ว่าก็มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ชื่อนี้ ผู้อมตะได้เข้ามาและจับมือของเขาอย่างกระตือลือร้น เขายิงดูเหมือนกับดาราหนังคนดำในไอรอนแมนจริงๆ

'เกิดอะไรขึ้น? ไม่มีทางน่า ฉันไม่เห็นจำได้เลยว่าเคยเจอคนเช่นนี้'

ในขณะที่เขากำลังคิดเช่นนั้น ชายคนนั้นก็ได้พูดต่ออกมา

"ฉันต้องการที่จะพบนายมากกว่าหนึ่งครั้งซะอีก สุดยอดนักล่าเค"

ซังจินได้ถามเขาออกมา

"...นายรู้ชื่อของฉันได้ยังไง?"

"ฉันได้ยินมาว่านายคือ ชายผู้ที่อยู่ในระดับที่ต่างกับพวกเราอย่างสิ้นเชิง ชายที่สามารถจะเคลียการจู่โจมทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว"

คำพูดของเขาได้ดึงความสนใจของคนอื่นๆอีก 8 คนให้หันมาสนใจในตัวของเขา

"สุดยอดนักล่าเค คือนายใช่ไหม?"

ซังจินไม่ได้ตอบกลับไป เขาไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่สามารถจะปฏิเสธได้ แต่แล้วเขาก็ได้ตัดสินใจอีกจะถามออกมาอีกครั้ง

"นายไปได้ยินชื่อฉันมาจากที่ไหน"

"คนที่คุณได้ช่วยเอาไว้นะ"

"ใคร?"

"ฮิโรกิ"

'...อา'

ซํงจินได้เข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ข่าวลือนี้ได้แพร่กระจายออกไปจากซามูไรชั้นยอดที่เขาได้พบในบทที่ 3 จากนั้นซังจินก็ถามเพิ่มเข้าไปอีก

"แล้วนายเจอกับเขาเมื่อไหร่?"

"เมืองของดาร์คเอลฟ์...ในบทที่ 8 นะ"

เขายังมีชีวิตรอดมาได้อยู่

"เขาเป็นคนที่มีความสามารถที่น่าทึ่งดังนั้นฉันจึงยกย่องเขา ฉันไม่เคยที่จะพบใครที่ใช้ดาบได้ดีกว่าเขาเลย... แต่ว่าเขาก็ได้มีว่ามีชายอยู่อีกคนหนึ่งที่ตัวเขาเองไม่สามารถจะนำไปเปรียบเทียบได้อยู่เลย...ฉันได้ถามเขาออกไปเกี่ยวกับชื่อของคนๆนั้นและเขาก็ได้บอกออกมา สุดยอดนักล่า ชายคนนั้นก็คือสุดยอดนักล่าเค"

'...เข้าใจละ...'

เขาคิดว่ามันอาจจะมีบางอย่างเช่นนี้เกิดขึ้นบ้าง แต่ว่านี่มันเร็วกว่าที่เขาคาดเอาไว้มาก ทุกๆคนได้หันมาจดจ่ออยู่กับบทสนทนานี้

ซังจินไม่ค่อยจะชอบให้มีคนให้ความสนใจกับเขามากนัก แต่ว่านี่ก็เป็นโอกาสที่เขาจะได้ใช้ดวงตาแห่งเจรามิท มันจะไม่มีเวลาเช่นนี้อีกที่ทุกคนจะให้ความสนใจมาที่เขา

ซังจินได้จับไปที่ต่างหูของเขาและตอบกลับมาอย่างไม่เต็มใจ

"เอาหละ เขาเป็นเด็กที่กระตือรือร้นดี...เขาอาจจะพูดเกินจริงไปบ้าง"

แล้วจากนั้นเขาก็สามารถจะได้ยินความคิดภายในของนักล่าทั้ง 9 คนได้

'สุดยอดนักล่า...ฉันไม่คิดว่ามันเป็นฉายาที่ธรรมดา...ตามที่ฉันคิด...'

'หมวกนั่น...ไม่ใช่ว่ามันคืออหัวของบอสลับในปราสาทแวมไพร์หรอกหรอ...ใช่แล้ว มันคือหัวของบอสลับ เขาฆ่ามันงั้นหรอ? ฉันไม่สามารถแม้แต่จะสัมผัสมันได้เลยนะ...'

'เขามีแหวนอยู่ครบทุกนิ้วเลย เขาไปได้พวกมันมาจากไหนกัน?'

'ดาบสามเล่ม....อันที่ดูชำรุดมันดูน่าหวาดกลัว...แต่ว่าสำหรับอีกสองเล่มไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันคือดาบระดับตำนานทั้งคู่'

'เขาอาจจะแค่แข็งแกร่งกว่าคนอื่นๆอยู่นิดหน่อย...มันไม่มีทางที่จะเชื่อได้แน่นอนว่าเขาจะสามารถเอาชนะทั้งบทได้ด้วยตัวคนเดียว'

'โชคดีแล้ว การจู่โจมนี้มันน่าจะอันตรายมาก ดังนั้นการมีคนแข็งแกร่งอยู่มันจะได้ช่วยทำให้ฉันใจชื้นได้บ้าง'

'จริงๆแล้วเขาแข็งแกร่งแค่ไหนกัน? ฉันคิดว่าควรจะตรวจสอบเขา...ตั้งแต่ที่เขาจะต้องไปที่ปีกขวากับฉัน'

'เขามาจากที่ไหนกัน? บอสลับกี่ตัวแล้วที่ถูกเขากำจัด?'

'เขามีส่วนคล้ายคลึงกับฮิโระนะ....เขาเป็นคนที่แข็งแกร่งจริงๆงั้นหรอ?'

ในตอนนี้ได้มีปัญหาเกิดขึ้น เพราะว่าเขาได้ยินเสียงความคิดของทั้ง 9 คนพร้อมๆกัน ดังนั้นขาจึงไม่สามารถจะบอกได้ว่ามันเป็นเสียงของใครบ้าง เขาไม่สามารถจะแยกแยะมันได้ถูกต้อง สิ่งที่เขาพอจะแยกได้ก็มีแค่ความคิดของบาบาเรี่ยนและผู้อมตะที่ยังคงจับมือเขาอยู่

'ถ้าหากว่าฉันต้องการที่จะฟังความคิดของคนทั้ง 9 คน พร้อมๆกัน...ฉันก็จำเป็นจะต้องมีสมาธิเป็นอย่างมาก...'

ซังจินได้คิดขึ้นในขณะเดียวกันเขาก็ได้พูดกับทั้ง 9 คน

"แม้ว่าฉันจะแข็งแกร่ง มันก็ไม่ได้เปลื่ยนความจริงที่ว่าพวกเราจะต้องร่วมมือกันในครั้งนี้ โปรดไว้วางใจกันและให้ความร่วมมือแก่กันและกันด้วย"

และแล้วเขาก็ได้ยินความคิดอีกครั้ง

'อา...เขาเป็นคนที่แข็งแกร่งและเป็นคนที่ดี เขานั้นเป็นคนที่ยิ่งใหญ่'

'ความเชื่อใจ? คำพูดไร้สาระอะไรกัน ฉันจะไปไว้ใจคนแปลกหน้าได้ยังไง? มันมีฆาตกรอยู่ทุกๆที่นั้นแหละ'

'ผู้อมตะและ....เพื่อนร่วมทีมอีกสองคนที่หน้าเชื่อถือ ฉันคิดว่าการจู่โจมนี้คงจะดำเนินไปอย่างราบรื่น'

ท่ามกลางเสียงเหล่านี้ ซังจินก็ได้ยินเสียงหนึ่งที่โดดเด่นดังออกมา

'ฉันจะให้ความร่วมมือไปก่อนในตอนนี้ อย่างน้อยก็จนกว่า.... แต่ว่าถ้าหากฉันผูกขาดแต้มทั้งหมดของทั้ง 10 คน...ฉันจะได้แต้มเท่าไหร่กันนะ?'

ซังจินได้จดจ่อกับการฟังเสียง มันเสียงที่ดูจะหยาบๆ แต่ว่าเขาก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเสียงของใคร

มีเพียงเสียงของสองคนเท่านั้นที่ซังจินสามารถจะแยกออกอย่างชัดเจนนั้นคือของผู้อมตะและบาบาเรี่ยน ซังจินได้พูดต่อออกไป

"ถ้าหากว่าพวกเราให้ความร่วมมือซึ่งกันและกันมันก็สามารถจะจบลงไปได้โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องมีใครที่เสียชีวิตแม้แต่คนเดียว"

'ฮึ่ม ฉันไม่รู้ว่าการจู่โจมที่กำลังจะไปมันเป็นยังไง....แต่ว่าถ้ามีเพียงแค่คนที่จะรอดอยู่ 2 หรือ 3 คน...ฉันก็จะเคลื่อนไหว'

เขาเป็นฆาตกรอย่างแน่นอนโดยที่ไม่ต้องสงสัยเลย เขากำลังหาโอกาสในการโจมตีอยู่ ซังจินได้ให้ความสนใจไปที่เสียงของเขา

'ฆ่ามังกรมันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง...ถ้าฉันรอที่เปลื่ยนไปในขณะที่กำลังหลบหลีกอันตราย โอกาสมันก็จะ...'

นั้นคือเท่าที่เขาได้ยินมาทั้งหมดก่อนที่ดวงตาแห่งเจรามิทจะหมดเวลา จากนั้นผู้อมตะก็ได้กล่าวออกมาว่า

"ใช่แล้ว เช่นเดียวกับที่นายพูด พวกเราทุกคนจะได้กลับออกไปอย่างมีชีวิตถ้าหากพวกเราทุกคนให้ความร่วมมือแก่กันและกัน"

เขาได้ยื่นมืออกมาทางคนอื่นๆและพูดขึ้น

"มาๆ มารวมกันก่อนที่มันจะเริ่มต้นขึ้น"

"คนอื่นๆได้ออกมาข้างหน้าและวางมือลงบนมือของเขา ซังจินก็ได้เข้าร่วมด้วยเช่นกัน

"ไปเอาชนะกัน ไปเป็นทีม"

เขาได้ตะโกนออกมาพร้อมกับยกแขนขึ้น

"ไปเป็นทีม!"

แล้วก็ตามมาด้วยเสียงหยาบที่ซังจินคุ้นเคยจากก่อนหน้านี้

จบบทที่ Chapter 95 – Red Dragon’s Lair (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว