เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 94 – Black Market Ninth Shopping (5)

Chapter 94 – Black Market Ninth Shopping (5)

Chapter 94 – Black Market Ninth Shopping (5)


Chapter 94 – Black Market Ninth Shopping (5)

ซังจินได้ตรวจสอบไปที่หน้าต่างสเตตัสของมูนสเปค


มูนสเปค - ดาบที่ซึ่งมีวิญญาณร้ายสิงอยู่

คาตานะระดับตำนานพิเศษ - ความแข็งแรง SS ความคล่องแคล่ว S พลังจิตใจ A

ทักษะติดตัว

ดูดวิญญาณ(IV) - ฟื้นฟูมานา 4 % ต่อการโจมตีแต่ละครั้ง

การอวยพรแห่งวิญญาณ(I) - จิตวิญญาณแห่งดาบจะปกป้องตัวผู้ใช้

ทักษะใช้งาน

เสียงคร่ำครวญของคนตาย(IV) - วิญญาณร้ายจะออกมาเร่ร่อนเป็นเวลา 10 นาที เพื่อที่จะสร้างความหวาดกลัวให้แก่สิ่งมีชีวิตที่อยู่ใกล้เคียง คูลดาว 20 นาที

ดาบที่มีวิญญาณร้ายสิงสถิตอยู่


หลายสิ่งหลายอย่างได้ถูกเปลื่ยนแปลงไป ซังจินได้เปรียบเทียบกับสถานะในความทรงจำของเขา

'ความแข็งแรงและความคล่องแคล่ว...แล้วรวมทั้งพลังจิตใจด้วยพวกมันทั้งหมดเพิ่มขึ้น การดูดวิญญาณก็เพิ่มขึ้นอีก 2%...การอวยพรแห่งวิญญาณงั้นหรอ? มันอะไรหละนั้น? เสียงคร่ำครวญของคนตายก็เปลื่ยนไปมาก แต่ว่าคูลดาว 20 นาทีเนี้ยนะ? ฉันควรที่จะมีความสุขกับผลกระทบความหวาดกลัวที่มากขึ้นไหมนะ?'

ซังจินได้ตรวจสอบความเปลื่ยนแปลงของไอเมเขาไปทีละอย่าง

'ในที่สุดพวกเราก็ได้พบกับท่าน เจ้านาย'

เขาได้ยินเสียงของผู้หญิงที่นุ่มนวลดังขึ้นออกมาจากดาบ เขาได้ตกใจในทันทีที่ได้ยินเสียงนี้ คาร์กอตได้ยิ้มกว้างออกมาเมื่อเห็นปฏิกิริยาของซังจิน

เขาจะต้องเคยได้ยินเสียงเธอมาก่อนในตอนที่เขาทำการตีเหล็ก

'ฉันได้ปกป้องท่านอยู่เสมอ แต่ว่าฉันไม่สามารถจะติดต่อกับท่านได้จนถึงบัดนี้ ฉันคือมูนสเปค เป็นวิญญารที่ถูกผนึกอยู่ในดาบเล่มนี้'

ซังจินได้พูดกับเธอ

"เธอเป็นผีจากสุสาน..."

'ถูกต้อง ท่าน ไม่กลัวการปรากฏตัวของฉันและตัดสินใจเก็บดาบมา คนส่วนใหญ่มักจะวิ่งหนีไปเมื่อเห็นหน้าตาของฉัน...'

'ฉันก็เคยตายมาเช่นกัน'

เขาไม่ได้บอกสิ่งที่เขาคิดออกไปและตอบกลับไปในทันที

"ขอบคุณมาก ฉันได้จัดการศัตรูของฉันจำนวนมากได้ด้วยความช่วยเหลือของเธอ"

'ฉันก็ดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น'

ซังจินรู้สึกอายเล็กน้อยเมื่อสังเกตุเห็นว่าคาร์กอตได้มองดูเขาสนทนากับวิญญาณ

"ขอบคุณสำหรับดาบเล่มนี้นะ"

"ใช่แล้ว ไปข้างหน้าและลองเหวี่ยงดาบดูก่อน"

ซังจินได้ทำตามที่คาร์กอตได้บอกออกมา เขาได้ดึงดาบออกจากฝัก

"ว๊าวว..."

มันช่วยไม่ได้ที่ซังจินจะอุทานออกมา ใบมีดของมูนสเปคดูน่าประทับใจเป็นอย่างมากอยู่แล้ว แต่ว่าในมันยิ่งดูน่าหวาดกลัวและน่าหลงใหลมากยิ่งขึ้นอีก คาร์กอตได้กล่าวออกมา

"ฉันได้สังเกตุเห็นว่ามีวิญญาณในจณะที่กำลังทำงาน...ดังนั้นฉันจึงได้พยายามลองแก้ไขผลของมันดูเล็กน้อย มันเป็นเหมือนกับบ้านของใครบางคนที่นายรู้อยู่แล้ว"

"ขอบคุณมากๆ"

"แต่ว่า...นายก็รู้...เกี่ยวกับฝักดาบนี้...ฉันยังไม่ได้เริ่มทำมันเลย ดังนั้นมันจึงเหมือนกับในก่อนหน้านี้...ถ้าหากว่านายเพียงแค่รออีกชั่วโมงหนึ่ง ฉันก็จะสามารถทำมันให้นายใหม่ได้นะ"

"ไม่ ไม่ ไม่จำเป็นหรอก ฉันจะใช้อันเก่า"

"นายแน่ใจนะ? มันเก่ามาก"

"ไม่ มันจะไม่เป็นไร ฉันจะชอบมันมากขึ้นถ้าเป็นแบบนี้"

ซังจินได้ส่ายหัวออกมา การปรากฏตัวของมูนสเปคในสภายโทรมๆมันจะดีกว่า ภาพที่สยองขวัญที่พุ่งออกมาจากลายและฝักดาบที่ดูมีอายุมันจะทำให้เป็นเหมือนกับในหนังสยองขวัญมากขึ้น ผลของความกลัวมันจะมากขึ้นโดยที่ไม่คาดคิด

"โอ้? งั้นทำตามที่นายต้องการเถอะ"

"งั้นฉันจะต้องไปแล้ว ฉันจะจ่ายเงินในตอนนี้"

"โอเค"

ซังจินได้ส่งลูกบาศก์ออกไปเพื่อที่จะทำการจ่ายเงิน

"ขอบใจมาก แล้วฉันจะกลับมาอีกครั้ง"

ซังจินได้เดินออกไปหลังจากที่กล่าวลา เขาได้มุ่งหน้าไปยังโรงแรม ในขณะเดียวกันเขาก็คุยกับดวงวิญญาณไปด้วย

"เธอได้ถูกผนึกอยู่ในดาบได้ยังไง?"

'ฉันมักจะมีร่างกายที่อ่อนแอตั้งแต่ยังเด็ก เมื่อฉันอายุได้ 20 ปี ฉันก็ได้ป่วยและตายลง พ่อแม่ของฉันเสียใจมากกับความตายของฉันและฝั่งฉันไว้ที่สุสาน ฉันนั้นเสียใจกับชะตากรรมของฉัน แต่แล้วฉันก็ได้พบกับสิ่งปลอบใจในสถานที่แห่งนั้น'

ซังจินได้นึกไปถึงถ้าที่เขาไปได้พบกับมูนสเปคมาก มันดูเก่า และมีสภาพอากาศที่แย่ แต่ว่ามันก็ดูเหมือนกับว่าจะถูกตกแต่งมาอย่างดีเมื่อมันถูกสร้างขึ้นในครั้งแรก

'แต่แล้วหลังจากที่ฉันตายวันหนึ่ง เนโครแมนเซอร์ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่หลุมศพของฉันและร่ายเวทย์แปลกๆใส่ฉัน...'

เนโครแมนเซอร์คนนั้นคงจะเป็นบอสลับที่เขาได้พบเจอในสุสาน

'เขาได้ปิดผนึกฉันเอาไว้ภายในดาบของพ่อฉัน นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมฉันถึงได้ถูกขังเอาไว้ภายในดาย'

"อา...เนโครแมนเซอร์นั้น...ฉันได้ฆ่าเขาลงไปแล้ว"

'ใช่แล้ว ท่านได้ฆ่าเขาลงไปโดยที่ใช้ฉัน ขอขอบคุณท่านมากที่คุณได้ทำให้ฉันสามารถแก้แค้นเขาได้'

ซังจินได้พยายามนึกไปถึงเหตุการณ์นั้นในตอนนั้นที่เขาได้รับดาบมาก่อนที่จะสู้กับเนโครแมนเซอร์เขาไม่ได้คิดเกี่ยวกับการแก้แค้นอะไรนี่เลย

'ฉันอยากจะขอบคุณท่านอีกครั้งหนึ่ง'

"ไม่จำเป็นหรอก ฉันทำมันก็เพราะว่ามันเป็นภารกิต แต่ว่า...ถ้าเธอโอเค? ช่วยต่อสู้ภายในดาบนั้นต่อไปได้ไหม?"

'ใช่แล้ว มันจะไม่เป็นไร ในตอนแรกฉันนั้นหวาดกลัว...แต่ว่าตอนนี้ฉันชินกับมันแล้ว....มันสนุกมากที่ได้เห็นทุกๆคนวิ่งหนีฉัน'

"เธอไม่ต้องการที่จะจากไปหรอ?"

'ไม่ อยู่อย่างนี้มันดีอยู่แล้ว ฉันจะจากไปเองเมื่อมันถึงเวลาแล้ว'

คำพูดของเธอมันให้ความรู้สึกแปลกๆ เสียงของเธอมันเป็นเสียงของคนอายุ 20 ปี แต่ว่ามันก็ฟังดูว่าเธอเคยชินอยู่กับความกระหายเลือด

"โอ้ใช่แล้ว ทักษะติดตัวการอวยพรแห่งวิญญาณมันใช้งานยังไงกัน?"

'หลังจากที่ฉันได้กลายร่างมากเป็นวิญญาณแล้วการรับรู้ของฉันก็ดีขึ้นมาก...ฉันไม่เข้าใจมันจริงๆ...มันเหมือนกับสัมผัสที่ 6? ถ้าหากว่ามีสิ่งที่อันตรายที่จะเกิดขึ้นกับคุณฉันก็จะเตือนคุณออกมา'

เขาไม่แน่ใจเกี่ยวกับมันนัก แต่ว่าทักษะนี้มันก็ฟังดูเหมือนจะมีประโยชน์

"จริงหรอ? ขอบคุณมาก"

"ด้วยความยินดี"

ในจณะที่พวกเขากำลังสนทนากัน เขาก็ได้นึกถึงเบสโกโร่ขึ้นมา

'ฉันมีวิญญาณอยู่สองตนแล้วในตอนนี้...อย่างน้อยผู้หญิงคนนี้ก็ดูจะสงบมากพอ...พวกเขาจะสามารถพูดกันได้ไหม? ถ้าหากว่าพวกเขาทำได้...เบสโกโร่ก็จะกลายเป็นชายชราที่ไม่สามารถจะละสายตาไปจากหญิงสาวได้...'

แม้ในขณะที่เขาคิดเช่นนั้นเขาก็พูดกับมูนสเปคไปด้วย

"เอาหละ ฉันหวังว่าจะได้ร่วมงานกับเธอตลอดไป"

'ฉันก็เช่นกัน'

ซังจินได้กลับมาที่โรงแรม สิ่งแรกที่เขาพบเมื่อมาถึงโรงแรมเลยก็คือเคนผู้ที่ได้เติบโตขึ้นจนไม่สามารถจะเข้าไปข้างในโรงแรมได้

"โฮ่ง กรรร"

ซังจินได้รู้สึกว่าเคนกำลังพยายามจะถ่ายทอดอะไรบางอย่าง

"อา...ฉันเพียงแค่ไปเอาดาบนี่คืนมา.."

เมื่อเคนได้ยกดาบขึ้นมาโชว์ให้เคนเห็น เคนก็ได้หันมองไปรอบๆ ราวกับว่าเขาสามารถจะมองเห็นในสิ่งที่ไม่สามารถจะมองเห็นได้

'หืมม...ฉันคิดว่าฉันเคยได้ยินมาว่าสัตว์สามารถมองเห็นผีได้ด้วยดวงตาของพวกเขา...'

"ใช่แล้ว ฉันมากับผู้หญิงคนหนึ่ง ฉันไม่แน่ใจว่านายเคยรู้จักกับเขามาก่อนหรือไม่"

เขาได้พูดออกมาในขณะที่เดินเข้าไปในโรงแรม ที่ด้านหลังของเขา

"โฮ่งๆ"

เคนได้เห่าออกมา

"โอเค ไว้เจอกันนะเคน"

****

'แว่นตาเดียวของกอเมท...ใช้กับพงศาวดารสามก๊ก...ดวงดาวไร้นาม...'

ดวงดาวไรนามจะมีประโยชนืมากในบทนี้ ใช้ฉายาสุดยอดนักล่าในตอนเริ่ม และเปลื่ยนเป็นนักล่าสมบัติในตอนหาสมบัติ และในตอนท้ายก็ผู้พิพากษาในการล่าฆาตกร

"โอเปอเรเตอร์สวมใส่ฉายาสุดยอดนักล่า"

[เรียบร้อยแล้ว]

หลังจากที่เขาได้เปลื่ยนฉายาแล้วเขาก็หันมาสนใจกับการอัพสเตตัส

"อัพความแข็งแรง 200 แต้ม ความคล่องแคล่ว 2000 แต้ม ความอดทน 1000 แต้ม พลังเวทย์ 1000 แต้ม และก็พลังจิตใจ 3853 แต้ม"

[เรียบร้อยแล้ว]

"สเตตัสของฉันเป็นยังไงบ้างในตอนนี้?"


ฉายา: สุดยอดนักล่า

พลังชีวิต: 108100 มานา: 127990

ความแข็งแรง: 13912 (+4174)

ความคล่องแคล่ว: 14593 (+4378)

ความอดทน: 8315 (+2495)

พลังเวทย์: 6119 (+1836)

พลังจิตใจ: 9845 (+2954)

แต้มที่ยังไม่ได้อัพ: 0


เป้าหมายหลักของการอัพสเตตัสก็คือการพัฒนาขึ้นของค่าความแข็งแรง ความคล่องแคล่วและความอดทน จากนั้นก็ตามมาด้วยพบัวจิตใจและพลังเวทย์ ถ้าหากว่าพลังเวทย์ของเขามากจนเกินไปมันก็จะทำให้เขาใช้เวทย์ได้เพียงไม่กี่ครั้ง

เขาได้รับความช่วยเหลือจากมูนสเปคและแหวนของลิชในการฟื้นฟูมานา แต่ว่าเขาก็ต้องการพลังจิตใจที่สูงเช่นกันเพื่อที่จะใช้เวทย์ที่หลากหลายในการต่อสู้ นอกจากนี้เขายังจะต้องใช้เวทย์ร่วมกับเบสโกโร่อีกด้วย

ในตอนนี้ซังจินได้มองไปที่หน้าต่างสเตตัสของเขาและคิดขึ้น

'ฉันควรจะเริ่มอัพสเตตัสในทันทีได้แล้ว...เพื่อที่คนอื่นๆที่ถูกเลือกก็จะได้รับผลประโยชน์เช่นกัน'

'ผู้ถูกเลือก' จะได้รับโบนัสสเตตัส 20% จากสเตตัสพื้นฐานของซังจิน ถ้าหากว่าเขาอัพสเตตัสก่อนหน้านี้ คนพวกนั้นก็จะได้รับผลประโยชน์จากสเตตัสของเขา

ความแข็งแกร่งของผู้ถูกเลือกจะเพิ่มขึ้นไปพร้อมๆกับ เมื่อเขาได้เสร็จสิ้นการวางแผนแล้วเขาก็ได้เตรียมอุปกรณ์ทีละชิ้น

ถ้าหากว่ามีอะไรที่เปลื่ยนไปก็คือมูนสเปคที่เป็นอาวุธตั้งแต่ในช่วงต้นของเขา เขาได้ทิ้งมูนสเปคไว้ข้างตัวตลอดเวลาเนื่องจากเพราะว่ามันมีพลังโจมตีทีต่ำกว่าบลัดเวเจน และมีพลังเวทย์ที่น้อยกว่าอาเทอรร์มิโอ โดยส่วนใหญ่ที่เขาจะใช้มันก็ในตอนที่จะใช้ทักษะเสียงคร่ำครวญของคนตายเท่านั้น แต่ในตอนนี้สเตตัสของมันได้เหนือกว่าดาบอื่นๆทั้งสองเล่มนั้นไปแล้ว

"ไม่ต้องกังวลไป ฉันก็จะค่อยๆอัพเกรดพวกนายเช่นกัน"

เมื่อเขาได้ตรวจสอบสิ่งต่างๆเสร็จแล้ว เขาก็เอาเบสโกโร่ออกมาและสวมใส่ ในที่สุดเบสโกโร่ก็ได้พูดออกมาอีกครั้ง

'ฉันคิดถึงนายมากนะ แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น'

ซังจินได้ส่ายหัวของเขา

"ไม่จำเป็น ขอบคุณ"

'แต่ว่า...ความรู้สึกแบบนี้...'

ซังจินได้รู้สึกสังหรณ์ใจขึ้นมาในทันที

'...ไม่มีทาง...เขาสามารถตะรู้สึกถึงมูนสเปคได้?'

แต่

'อา สวัสดี ท่านเบสโกโร่ ฉันสามารถจะได้ยินพวกท่านคุยกันได้'

มูนสเปคได้เป็นคนแรกที่พูดออกมา

'โอ้....ฉันเห็นแล้วว่าในตอนนี้คุณผู้หญิงมูนสเปคสามารถจะสื่อสารกันได้ ขอแสดงความยินดีด้วย'

'ขอบคุณมาก'

ในกรณีนี้สถานการณืที่เลวร้ายที่สุดก็คือซํงจินคิดว่าเบสโกโร่กำลังจะคุกคามทางเพศแก่มูนสเปคโดยที่ซังจินได้ติดอยู่ตรงกลางระหว่างนั้น ซังจินได้กังวลเกี่ยวกับสิ่งนี้ในอนาคต

"ฉันขอห้ามไม่ให้นายพูดเรื่องอื่นๆแบบนั้นอีก มันไม่สามารถจะช่วยได้ถ้าหากว่านายพูดกับฉัน แต่การพูดเช่นนั้นกับอื่นๆโดยไม่มีฉันอยู่มันไม่โอเค"

'โอเค"'

ในตอนนี้ผีทั้งสองตัวได้ยอมรับออกมา ซังจินได้ตัดสินใจที่จะใช้ไม้ตายก้นหีบ

"โดยเฉพาะกัยนายคุณปู่เบสโกโร่ ถ้าหากว่านายฝ่าฝืนกฏนี้ ฉันก็จะขายนายไปในตลาดประมูล"

"โอเค ๆ อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกี่ยวกับหน้า... ฉันหมายถึงสุภาพสตรีที่ทรงสเน่ห์คนนั้นนะ เธอไม่ได้ติดต่อนายมางั้นหรอ?'

ซังจินได้นึกไปถึงนาดา เธอไม่ได้ติดต่อเขากลับมาเลย

"...ใช่"

ซํงจินได้ตอบกลับมาอย่างไม่สบายใจ เขาได้กลับไปที่ชั้นหนึ่งของโรงแรม

"ดารูปินขอลาเต้วะนิลาและก็เค้กชิ้นนึงสิ"

"รับทราบท่านนักล่า"

เมื่อเขาได้สั่งอาหารเช้าออกไปแล้ว เขาก็ได้เริ่มอ่านข้อมูลเกี่ยวกับการจู่โจมรังมังกรแดง มันมีรายละเอียดเป็นอย่างมาก การจู่โจมัดไปมันจะเริ่มเป็นการจู่โจมแบบ 10 คน

ไม่ว่าซังจินจะแข็งแกร่งแค่ มันก็ไม่มีทางที่เขาจะสามารถเคลียการจู่โจมนี้ได้ด้วยตัวคนเดียว ซังจินได้อ่านข้อมูลนี้ไปในขณะที่เคี้ยวเค้กฃฃและเมื่อได้ถึงเวลาเขาก็ได้ถูกเรียกตัวออกไป

สู่รังมังกรแดง


ตอนนี้กลุ่มลับมีจบถึงตอนจบมีทั้งหมดสามกลุ่มแล้วนะครับ สามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <

จบบทที่ Chapter 94 – Black Market Ninth Shopping (5)

คัดลอกลิงก์แล้ว