- หน้าแรก
- มหาศึกโลกน้ำแข็ง : ค่ายของข้าอัปเกรดได้ไร้ที่สิ้นสุด
- บทที่ 49 ค่ายต้าสือถูกทำลาย
บทที่ 49 ค่ายต้าสือถูกทำลาย
บทที่ 49 ค่ายต้าสือถูกทำลาย
บทที่ 49 ค่ายต้าสือถูกทำลาย
"อ๊า... ขา ขาของข้า..."
"ฮือๆ... คอของข้าหัก เจ็บเหลือเกิน..."
"ท่านแม่ อย่าตายนะ อย่าทิ้งข้าไป..."
"ลูกชาย หัวลูกข้าหายไปไหน ใครเห็นหัวลูกข้าบ้าง..."
...
แม้อสูรกายจะถูกปราบลง แต่ใบหน้าของเซี่ยหงกลับไม่ปรากฏแม้เพียงรอยยิ้มแห่งชัยชนะ
สิ่งที่เขาได้ยิน กลับเป็นเสียงโหยหวนของผู้รอดชีวิตที่เหลือในค่ายต้าสือ เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและหวาะกลัว
คำว่า “โศกนาฏกรรม” คงไม่พอจะอธิบายภาพเบื้องหน้าได้
เขาได้แต่ทอดถอนใจ
"ชุนอวี่... ชุนอวี่..."
เสียงสั่นเครือของสือชิงดังขึ้น เขาเดินโซเซมาทางร่างไร้วิญญาณ
แม้เส้นด้ายที่พันธนาการเขาจะถูกปลดออกแล้ว แต่บาดแผลที่เจาะร่างจนเป็นรูยังคงหลั่งเลือดไม่หยุด—ไหลจากบ่า ปาก แขนขา และลำตัว
ร่างนั้นถูกอสูรกายฟันขาดครึ่งจากเอว เหลือเพียงครึ่งบน จากเสื้อผ้าและเสียงเรียกของสือชิง ย่อมรู้ได้ทันทีว่านั่นคือภรรยาของเขา
ข้างๆ ร่าง ยังมีเด็กหนุ่มสาววัยสิบห้าสิบหกปี ร้องไห้ปานจะขาดใจ
"ท่านแม่... ท่านพ่อช่วยท่านแม่ที เราอยู่โดยไม่มีท่านแม่ไม่ได้..."
หญิงสาวสิ้นสติแทบไม่รับรู้สิ่งใด เห็นพ่อเดินเข้ามา ก็เงยหน้าร้องไห้อย่างเวทนา
เสียงร้องไห้โศกเศร้าช่างบาดลึกถึงขั้วหัวใจ เหล่าเซี่ยชวน หยวนเฉิงที่มาด้วยกัน ต่างก็อดไม่ได้ที่จะน้ำตาซึม
สือชิงสั่นระริกก่อนจะกอดร่างภรรยาไว้แน่น แล้วหันไปมองร่างไร้หัวของน้องชาย สือตง เขาอ้าปากเหมือนจะพูดอะไร แต่สุดท้ายกลับพูดไม่ออก ได้แต่หลับตาแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเสียใจ
เซี่ยหงมองเห็นทุกอย่าง ได้แต่ทอดถอนใจเบาๆ
เหล่าเซี่ยชวน หยวนเฉิงอีกเก้าคนด้านหลังก็พากันเบือนหน้าหนีจากภาพสลด
พวกเขา... เข้าใจดี
ก่อนหน้านี้ อสูรกายเคยควบคุมเซี่ยติง สังหารคนในค่ายต้าเซี่ยจนเลือดนองพื้น
มันสามารถสังหารผู้คนได้มาก ก็เพราะใช้หน้าตาที่ทุกคนคุ้นเคยเข้าไปฆ่าฟันอย่างไร้ปรานี
ความตายน่ากลัวก็จริง แต่การถูกสังหารด้วยมือของคนใกล้ชิด ยิ่งเป็นสิ่งที่บดขยี้หัวใจอย่างรุนแรงยิ่งกว่า
"หัวหน้าสือ... ข้าขอแสดงความเสียใจด้วย"
เซี่ยหงเดินเข้ามาตบไหล่ของสือชิง เดิมทีอยากจะพูดปลอบ แต่คำพูดที่ออกมากลับเป็นเพียงประโยคเดียวที่แสนจะไร้พลัง
เห็นสือชิงยังนิ่งเงียบ จมอยู่ในความเศร้า เซี่ยหงได้แต่ถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะหันไปกวาดตามองรอบค่าย แล้วพูดต่อ
"หัวหน้าสือ เวลาของพวกเรามีจำกัด อสูรกายตัวนั้นอาจกลับมาเมื่อไรก็ได้ ที่ค่ายของพวกท่านยังมีคนรอดชีวิตอีกมาก ถ้าไม่รีบฟื้นคืนสติ เรื่องเลวร้ายอาจเกิดขึ้นอีกก็ได้!"
คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดกลางใจ สือชิงสะดุ้งเฮือก รีบหันไปมองลูกทั้งสองด้วยแววตาตื่นรู้
"ผิง เจ้าไปตรวจสอบจำนวนผู้เสียชีวิต กับคนที่ยังรอดให้ชัดเจน ตรวจทุกซอกทุกมุมของถ้ำให้ครบ ต้องมีบางคนซ่อนอยู่ข้างล่าง รีบพาพวกเขาออกมาให้หมด"
"ลู่ เจ้าไปแจ้งทุกคน ให้รีบเก็บข้าวของ แล้วมารวมกันที่ปากถ้ำ พวกเราจะย้ายที่อยู่เดี๋ยวนี้!"
"เจ้าคะ ท่านพ่อ"
แม้ทั้งสองจะยังจมอยู่ในความเศร้า แต่เมื่อได้ยินคำสั่งของพ่อ รู้ว่าเวลาคับขัน จึงรีบลุกขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่ทันที
หลังสั่งงานเสร็จ สือชิงก็หันไปมองเซี่ยหง
"หัวหน้าเซี่ย..."
เพียงสบตา เซี่ยหงก็เข้าใจความในใจของเขา
แววตาเว้าวอนในดวงตาของสือชิง ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลจากเส้นด้ายสีขาวของอสูรกาย จนแทบขยับเขยื้อนไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงการนำคนที่เหลือในค่ายไปเริ่มต้นใหม่ในที่แห่งใหม่เลย
การโยกย้ายครั้งนี้ จะสำเร็จหรือไม่ยังไม่มีใครกล้ารับประกัน
การสูญเสียกำลังระดับ ตัดไม้ ขั้นสุดท้ายไป—โดยเฉพาะเมื่อคนนั้นคือสือชิง หัวใจของทั้งค่าย นั่นย่อมหมายความว่า...
ค่ายต้าสือได้ล้มสลายโดยสมบูรณ์แล้ว
สิ่งที่สือชิงต้องการ ไม่ใช่แค่ให้เซี่ยหงช่วยเรื่องย้ายค่าย แต่คือ—ฝากฝังผู้รอดชีวิตทั้งหมดไว้กับเขา
สือชิงไม่ได้พูดออกมาตรงๆ เพื่อไม่ให้เซี่ยหงอึดอัดใจ
เขาเข้าใจดีว่า การรับดูแลคนหลายร้อยชีวิต ไม่ใช่เรื่องเล็ก
แม้จะเห็นว่าเซี่ยหงสามารถสังหารอสูรกายได้ ค่ายต้าเซี่ยย่อมมีความแข็งแกร่งพอสมควร แต่สือชิงก็ไม่กล้าหวังสูงว่าจะได้รับการต้อนรับง่ายดาย
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้รอดชีวิตในค่ายต้าสือที่เหลืออยู่... ก็เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา แม้แต่คนที่มีพลังอย่างเขา ยังกลายเป็นคนไร้ความสามารถไปแล้ว
เมื่อเห็นเซี่ยหงนิ่งเงียบไม่ตอบ แววตาเว้าวอนของสือชิงก็ค่อยๆ มอดดับลง เปลี่ยนเป็นความสิ้นหวัง
"ตามพวกเรากลับค่ายต้าเซี่ยซะก่อน เรื่องหลังจากนี้ ค่อยว่ากันอีกที"
ทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น ร่างกายของสือชิงก็สั่นไหว เงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกตะลึง
เมื่อแน่ใจว่าเซี่ยหงตกลงจริง เขาก็ถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่ส่งสายตาขอบคุณแน่นิ่ง พร้อมพยักหน้าแรงๆ
"ท่านพ่อ คนของเราตายไป 132 คน เหลือ 187 คน พี่สาวแจ้งทุกคนให้เก็บของแล้ว น่าจะพร้อมในไม่ช้า"
เสียงสือผิงดังขึ้น เขากับสือลู่เดินกลับมา พร้อมกับผู้คนที่ทยอยเก็บข้าวของเสร็จ
"ชวน เจ้าและคนอีกเก้าคนไปจัดระเบียบ ให้คนขึ้นไปที่ปากถ้ำก่อน เอาเด็กขึ้นก่อนแล้วให้หยวนเฉิงกับคนของเขาช่วยดึงขึ้นไป จากนั้นก็ให้ผู้ใหญ่ตามขึ้นมา คนแก่ก็ให้ปีนเอง จะได้เร็วขึ้น"
"รับทราบ หัวหน้า!"
เซี่ยชวนกับคนของเขาเริ่มจัดการพาผู้คนอพยพอย่างมีระเบียบ
ครั้งที่แล้วที่ค่ายต้าเซี่ยย้ายถิ่น ก็มีเซี่ยหงเป็นผู้นำ และเซี่ยชวนเองก็คอยช่วยอยู่ข้างๆ พอมีประสบการณ์อยู่บ้าง การจัดการจึงรวดเร็วมาก
ไม่นาน เด็กๆ ก็ถูกนำไปไว้ด้านหน้า ใช้เชือกช่วยดึงขึ้นจากปากถ้ำ ผู้ใหญ่ตามหลังพร้อมสัมภาระ
เมื่อเห็นผู้คนทยอยอพยพอย่างเป็นระเบียบ สีหน้าของสือชิงก็ค่อยๆ คลายกังวล
"หัวหน้าสือ มาเถอะ ท่านขยับตัวลำบาก ข้าแบกท่านขึ้นไปเอง"
สือชิงตกใจเล็กน้อยที่เซี่ยหงจะมาแบกตน รีบส่ายหัวทั้งน้ำตาและขำขื่น "หัวหน้า อย่าพูดเล่นเลย ข้าเป็นแค่คนไร้ความสามารถแล้ว จะให้ท่านลำบากไปด้วยไม่ได้ ปล่อยให้สือผิงแบกข้าก็พอแล้ว"
ได้ยินสือชิงเรียกตนว่า "หัวหน้า" เซี่ยหงก็ขมวดคิ้วนิดๆ
เขารู้ทันทีว่าสือชิงกำลังแสดงความจงรักภักดีล่วงหน้า เพื่อให้มั่นใจว่าเซี่ยหงจะไม่ทอดทิ้งคนของตน
ถึงแม้เซี่ยหงจะไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งใครไว้เลยก็ตาม แต่เมื่อเห็นสือชิงระมัดระวังขนาดนั้น ใจของเขาก็พลันรู้สึกหนักอึ้ง
จากปฏิกิริยานั้น ก็พอเห็นได้ว่า ค่ายขนาดเล็กอยู่ในสภาพลำบากขนาดไหน—ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่น้อยนิด ทำให้ไม่สามารถรวมเข้ากับค่ายอื่นได้ง่ายๆ การจะเข้าร่วมกับค่ายที่แข็งแกร่งกว่าก็ต้องมีคุณค่ามากพอ และอีกฝ่ายก็ต้องมีทรัพยากรเหลือเพียงพอ
หากไม่ครบสองเงื่อนไขนั้น ก็คงไม่มีใครยอมรับไว้
ความจริงแล้ว ค่ายต้าเซี่ยเองก็ยังไม่มีความพร้อมมากพอที่จะรับดูแลคนเกือบสองร้อยคนได้ แต่จะปล่อยให้พวกเขาถูกทิ้งให้เป็นเหยื่อของอสุรกายกับสัตว์เย็นเยียบ เซี่ยหงก็ทำไม่ลง
บวกกับสายตาเว้าวอนของสือชิงที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เขาจึงกัดฟันตัดสินใจรับทุกคนไว้
"วางใจเถอะ หัวหน้าสือ ข้าจะไม่ทอดทิ้งพวกเขา กลับค่ายต้าเซี่ยไปกับข้าก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง"
เมื่อได้ยินคำนี้ สีหน้าของสือชิงถึงได้คลายลงอย่างแท้จริง ถึงกับฝืนร่างกาย ก้มตัวลงคุกเข่าขอบคุณ
แต่เซี่ยหงก็รีบพยุงไว้ ไม่ยอมให้เขาคุกเข่าลง
พอดีสือผิงเดินเข้ามา เซี่ยหงจึงช่วยแบกสือชิงขึ้นหลังลูกชาย แล้วนำพาทั้งสองคนเดินไปทางปากถ้ำ
ระหว่างทาง เขาก็เอ่ยถาม
"หัวหน้าสือ ตอนที่พวกท่านเผชิญหน้ากับเจ้าอสูรกายในพื้นที่ของค่ายต้าเซี่ย ท่านหนีรอดมาได้ยังไง ตอนนั้นเหลือแค่หวังหมิงสี่คน ที่เหลือตายหมดเลยหรือ?
แล้วสือตงถูกสลับตัวตั้งแต่เมื่อไร ท่านไม่รู้สึกผิดปกติเลยหรือ?
แล้วท่าน... เคยเห็นตัวจริงของอสูรกายตนนั้นกับตาไหม?”
เซี่ยหงถามติดกันหลายข้อ แต่ที่สำคัญที่สุดคือข้อสุดท้าย
เขาอยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับอสูรกายตนนั้นให้มากที่สุด
สือชิงที่นอนอยู่บนหลังลูกชาย แม้สีหน้าจะเจ็บปวด แต่ก็พยายามตั้งสติ แล้วเริ่มตอบคำถามของเซี่ยหงทีละข้อ...