- หน้าแรก
- มหาศึกโลกน้ำแข็ง : ค่ายของข้าอัปเกรดได้ไร้ที่สิ้นสุด
- บทที่ 41 ค่ายหลัวเกอ
บทที่ 41 ค่ายหลัวเกอ
บทที่ 41 ค่ายหลัวเกอ
บทที่ 41 ค่ายหลัวเกอ
จุดตั้งหลักของค่ายหลัวเกอ ตั้งอยู่ในหุบเขาแคบระหว่างภูเขาสูงสองลูก ทางทิศตะวันออกของเทือกเขาหงมู่
ภูเขาทั้งสองตั้งตระหง่านพุ่งขึ้นสูงจากพื้นดินราวสองถึงสามพันเมตร รูปร่างยาวเรียวไม่ต่างจากภูเขาหอคอยที่ค่ายต้าสือตั้งอยู่ พลังความเย็นที่สั่งสมมาหลายปีหลอมรวมกับความหนาวเหน็บ กลายเป็นผลึกน้ำแข็งสีดำที่จับแน่นอยู่ทั่วหน้าผาของภูเขาทั้งสอง
ความสูงของภูเขาที่นี่มากกว่าภูเขาหอคอย ผลึกน้ำแข็งจึงหนากว่าหลายเท่าตัว
แต่สิ่งที่แปลกคือ ยิ่งต่ำลงใกล้ตีนเขา ผลึกน้ำแข็งกลับยิ่งบางลง สีสันก็จางลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งใกล้พื้นดิน กลายเป็นเพียงหินธรรมดาสีซีดจาง
เมื่อเข้าใกล้ถึงเพิ่งเห็นว่า ขอบหน้าผารอบด้านมีไอสีขาวบางเบาโอบล้อมตลอดเวลา และยิ่งลอยสูงขึ้นเรื่อย ๆ ผลึกน้ำแข็งสีดำเหล่านั้นก็ค่อย ๆ ละลาย กลายเป็นหยดน้ำที่ไหลซึมลงจากหินผา
"ความร้อนจากถ่านหินสามารถหลอมละลายผลึกน้ำแข็งที่สะสมมาหลายปีได้ขนาดนี้ ค่ายหลัวเกอคงไม่มีใครต้องตายเพราะหนาวอีกแล้วสินะ"
แม้จะพำนักอยู่ที่ค่ายหลัวเกอมาครึ่งเดือนแล้ว แต่ทุกครั้งที่กลับมา หงกัง ผู้พูดจาตรงไปตรงมา ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมออกมา
หัวหน้าค่ายอีกสามคน รวมถึงสือชิงและผู้ติดตามระดับ ตัดไม้ จากค่ายของพวกเขาเอง เมื่อได้ยินคำของหงกัง และเห็นไอขาวลอยขึ้นจากหินผา สีหน้าก็เต็มไปด้วยความอิจฉา
"ตายเพราะหนาวงั้นหรือ พูดอะไรไร้สาระ ค่ายหลัวเกอของข้า ต่อให้ไม่พูดถึงเสื้อขนสัตว์ที่ทุกคนมีติดตัว แต่แค่ถ่านหินที่เผาให้ความร้อนตลอดปีตลอดชาติ นับยี่สิบปีมานี้ก็ไม่เคยมีใครตายเพราะหนาวเลยสักคน!"
แม้หลัวหมิงจะไม่พูด แต่ผู้ติดตามของเขาก็อดไม่ได้ที่จะแทรกขึ้น
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ความรู้สึกนั้นชัดเจนจนสัมผัสได้ว่าผู้นี้ภูมิใจในค่ายของตนเพียงใด
และเมื่อได้ยินว่า "ยี่สิบปีไม่มีคนตายเพราะหนาว" ใบหน้าของทุกคนก็ยิ่งแสดงความอิจฉาอย่างเด่นชัด
โดยเฉพาะหัวหน้าค่ายทั้งห้าขนาดเล็ก ที่สัมผัสถึงน้ำหนักของคำพูดนั้นได้ชัดเจนที่สุด
พูดตามตรง ต่อให้เทียบกับอสูรน้ำแข็งและปิศาจ ความหนาวจัดก็ถือเป็นภัยธรรมชาติที่เบาที่สุด
แต่ถึงจะเบาแค่ไหน แต่ละปีก็ยังมีผู้คนเสียชีวิตเพราะความหนาวอยู่ไม่น้อยในทุกค่าย
สำหรับค่ายขนาดเล็กอย่างพวกเขา วิธีต้านหนาวมีเพียงการตัดไม้จุดไฟ แต่การหาฟืนก็ไม่ใช่เรื่องที่สำเร็จได้ทุกครั้ง หากโชคร้ายเจออสูรน้ำแข็งเข้า ไม่เพียงแค่ไม่มีฟืน ยังอาจต้องเสียชีวิตอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงไม่กี่ปีมานี้ ป่าไม้ในหุบเขาหงมู่ขยายตัวเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ต้นไม้โตเร็วจนน่าตกใจ บางคืนถึงขั้นหาต้นไม้ที่โค่นได้ไม่เจอเลยสักต้น
ไม่เพียงแค่หาไม้ลำบาก ร่างกายของชาวค่ายธรรมดา โดยเฉพาะเด็กเล็ก ก็เป็นปัญหาใหญ่ หากอุณหภูมิลดฮวบ แม้หลบอยู่ในถ้ำ มีไฟก่อไว้ ก็ยังอาจหนาวตายได้
เพราะเหตุนี้ การที่ไม่มีใครตายเพราะหนาวถึงยี่สิบปี สำหรับค่ายหลัวเกออาจเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับค่ายเล็กทั้งห้า กลับเป็นความหวังอันไกลเกินเอื้อม
แน่นอน เมื่อมีคนอิจฉา ก็ย่อมมีคนดูแคลน
"พวกบ้านนอกไร้ค่า แค่นี้ก็ทำเป็นตื่นเต้น ช่างน่าสมเพช!"
ใบหน้าของหลี่หู่เต็มไปด้วยความดูแคลน ตรงข้ามกับสายตาชื่นชมของหงกังและคนอื่นโดยสิ้นเชิง
เห็นได้ชัดว่าเรื่องก่อนหน้านี้ทำให้หลี่หู่ไม่สบอารมณ์ จึงจงใจใช้คำว่า “บ้านนอกไร้ค่า” เพื่อดูแคลนทุกคน
แม้หยางหนิงจะไม่พูดอะไร แต่สีหน้าของเขาก็ไม่ต่างจากหลี่หู่มากนัก
"แค่ค่ายบ้านนอกพวกเจ้าดีใจกันใหญ่ ดูแค่เมืองเป่ยซั่วของพวกข้า หรือค่ายขนาดกลางที่เข้าท่าหน่อย ต่างก็รู้จักใช้ถ่านหินบดพื้นปลูกพืช เจ้าน่ะได้ของดีแต่ไม่รู้ใช้ ยังจะมานั่งยิ้มโง่ ๆ อยู่นี่ ช่างน่าสมเพชนัก!"
คนอื่นพอฟังก็ไม่ได้แสดงความเห็นอะไร
แต่หลัวหมิงกลับชะงัก ก่อนที่ใบหน้าจะสว่างขึ้นราวกับคิดอะไรได้
"ขอบคุณท่านที่ชี้แนะ ข้าพึ่งรู้วันนี้เองว่าถ่านหินยังใช้ประโยชน์ด้านนั้นได้ด้วย"
คำพูดของหลี่หู่ตอนแรกตั้งใจจะแดกดัน แต่กลับกลายเป็นการเปิดทางให้หลัวหมิง ขอบคุณด้วยความจริงใจ
หลี่หู่ใบ้รับประทานไปชั่วขณะ แต่พอได้สติกลับมาก็รีบเสริมด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"อย่าเพิ่งดีใจนัก การจะทำแบบนั้นต้องใช้ที่ดินไม่น้อย ถ่านหินที่ต้องใช้บดพื้นก็มีมาก ขนาดพวกเจ้าที่มีระดับ ขุดดิน แค่ 5 คน ต่อให้ขุดกันเป็น 10 ปีก็ยังไม่พอ!"
คำพูดนี้เหมือนน้ำเย็นราดหัว หลัวหมิงที่เมื่อครู่ยังดูมีความหวัง ถึงกับหน้าถอดสี
แม้เขาไม่ว่าอะไร แต่สายตาของหงกัง สือชิง และหัวหน้าค่ายทั้งห้า ต่างก็เริ่มเปล่งความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
"พอเถอะ อย่าพูดมาก รีบเข้าไปข้างในดีกว่า!"
หยางหนิงเห็นว่าหัวหน้าค่ายทั้งห้าเริ่มแสดงความไม่พอใจอย่างเปิดเผย สีหน้าก็ไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม เพียงแต่หันไปจ้องหลี่หู่ ก่อนออกปากเรียกให้ทุกคนเข้าไปด้านใน
"ทุกท่าน เชิญด้านในก่อนเถอะ!"
ไม่รู้ว่าหลัวหมิงเป็นคนใจเย็นโดยธรรมชาติ หรือสามารถควบคุมจิตใจที่ดี แม้จะโดนหลี่หู่ล้อเลียน เขาก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เชื้อเชิญทุกคนอย่างใจเย็น
ในขณะที่ทุกคนสนทนา ก็ไม่ได้หยุดเดิน ตอนนี้พวกเขามาถึงกลางหุบเขาแล้ว
แม้จะเป็นค่ายขนาดกลาง แต่เหมือนกับค่ายต้าเซี่ยและค่ายต้าสือ ค่ายหลัวเกอก็ตั้งอยู่ในที่ลับตาคน
ปากหุบเขาถูกกองหินยักษ์และต้นไม้ซ้อนทับไว้แน่นหนา หากใครผ่านมาเห็น คงไม่มีทางคาดเดาได้เลยว่าด้านในซ่อนค่ายที่มีผู้คนกว่าพันชีวิต
หลัวหมิงพาทุกคนอ้อมซ้ายผ่านกองหิน ลูกน้องไม่กี่คนเดินไปข้างหน้าพลางดึงท่อนไม้กลมยักษ์ออกจากกองเศษไม้ เส้นผ่านศูนย์กลางกว่าห้าเมตร ยาวกว่า 50 เมตร
เมื่อท่อนไม้ถูกดึงออก หินและไม้ที่ซ้อนทับอยู่ควรจะถล่มลงมา แต่กลับไม่ขยับแม้แต่น้อย
ช่องทางยาวกว่า 30 เมตร ปรากฏขึ้นท่ามกลางกองหินกับต้นไม้ คล้ายประตูสู่โลกอีกใบ ทุกคนที่คุ้นเคยกับมันดี ก็เดินตามหลัวหมิงเข้าไปอย่างไม่ตื่นตระหนก
เมื่อเดินพ้นช่องทางเข้า ภายในหุบเขาก็เผยโฉมทั้งหมดออกมา
ความลึกของหุบเขายังไม่แน่ชัด แต่ด้านข้างทั้งสองมีระยะกว้างถึงสามถึงสี่ร้อยเมตร ที่น่าทึ่งที่สุดคือยอดของภูเขาทั้งสองด้านไขว้กันพอดี ปิดกั้นแสงสว่างจากภายนอกอย่างสมบูรณ์
แน่นอน แค่ไม่มีแสงยังไม่พอจะต้านความหนาว
ต่างจากค่ายต้าเซี่ยและต้าสือที่พึ่งถ้ำและก่อไฟ ค่ายหลัวเกอกลับสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ขึ้นกลางหุบเขา
จะเรียกว่าบ้านก็ไม่ใช่ เรียกว่า "กล่องไม้ยักษ์" คงเหมาะกว่า
ทั้งหมดมีห้าหลัง รูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส แต่ละหลังกว้างราว 50 เมตร รองรับคนได้หลายร้อยคน
ในบ้านไม้ทุกหลังมีการจุดไฟ ภายในส่องแสงอบอุ่น มีควันขาวลอยออกจากปล่องด้านบนเป็นสาย เสียงพูดคุยดังลอดออกมาจากด้านใน
แสงไฟสะท้อนกับไม้ ทำให้บ้านทั้งหลังส่องประกายทองเรืองรอง บ่งบอกได้ชัดว่าใช้ไม้ชนิดพิเศษที่แข็งแรงอย่าง "ไม้จินหลิน" ในการก่อสร้าง
"พอเข้าหุบเขาก็รู้สึกอุ่นขึ้นเลย ถ่านหินนี่ดีจริง ๆ!"
หงกังยื่นมือออกมารับความอุ่น ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชม
ระหว่างนั้น ก็มีคนจากค่ายเดินออกมาต้อนรับ หลัวหมิงทักทายผ่าน ๆ แล้วพาทุกคนตรงไปยังบ้านไม้หลังในสุด
เมื่อใกล้ถึงตัวอาคาร ซือตงที่เดินอยู่ข้าง ๆ ซือชิงก็หันไปมองบ้านหลังเล็กด้านซ้าย สีหน้ากระตุกเล็กน้อย
"พี่ใหญ่ ที่นั่นคือที่ไหน?"
ซือชิงหันไปตามสายตา ถึงเห็นว่าใกล้บ้านหลังในสุด ยังมีบ้านไม้อีกหลังเล็กไม่ถึงสิบเมตรตั้งอยู่
หลัวหมิงที่เห็นทั้งสองคนมองไปทางนั้น จึงอธิบายว่า
"นั่นคือที่พักของบิดาข้า"
ทั้งสองได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปทันที
บิดาของหลัวหมิง… อดีตหัวหน้าค่ายหลัวเกอ… หลัวเฟิง?