- หน้าแรก
- มหาศึกโลกน้ำแข็ง : ค่ายของข้าอัปเกรดได้ไร้ที่สิ้นสุด
- บทที่ 40 ความขัดแย้ง
บทที่ 40 ความขัดแย้ง
บทที่ 40 ความขัดแย้ง
บทที่ 40 ความขัดแย้ง
"ช่วยพวกเจ้าพวกไร้ประโยชน์กำจัดปิศาจ ทั้งที่ต้องเสี่ยงชีวิตแทบตาย ยังไม่สำนึกบุญคุณกันสักนิด แถมยังกล้าแสดงท่าทีแบบนี้ใส่อีก… คิดว่าข้าโกรธไม่เป็นหรือยังไง?"
คำพูดของ หลี่หู่ ไม่ได้กล่าวออกมาอย่างใจเย็นเลยแม้แต่น้อย แววตาเขาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว แรงกดดันจากตัวเขาพวยพุ่งจนสัมผัสได้ทั่วบริเวณ ใบหน้าเคร่งเครียดราวกับระเบิดใกล้ปะทุ แสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวเริ่มใช้พลังจริงจัง
แต่คำว่า “ไร้ประโยชน์” เพียงสองพยางค์ กลับเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่จุดไฟความไม่พอใจซึ่งสั่งสมมาหลายวันในใจของทุกคนให้ลุกโชนในทันที
สือชิง ก้าวขึ้นหน้ามาสองก้าว เตรียมจะตอบโต้กลับด้วยถ้อยคำเชือดเฉือน แต่ หลัวหมิง ที่อยู่ตรงหน้าเขารีบยื่นมือขวางไว้ก่อน
เมื่อเห็นสายตาของหลัวหมิงที่แฝงท่าทีขอร้อง สือชิงขบกรามแน่น แต่สุดท้ายก็ยอมกลืนคำพูดลงไป
อย่างไรก็ตาม อารมณ์ของหลี่หู่ยังไม่เย็นลง กลับยิ่งรุนแรงขึ้นเมื่อเห็นท่าทีของสือชิง เขาย่อมรู้ดีว่าอีกฝ่ายตั้งใจจะออกมาตอบโต้เขา และเมื่อเห็นว่าหลัวหมิงยังกล้าขวาง จึงยิ่งข่มเหงด้วยน้ำเสียงเสียดแทงยิ่งขึ้น
"ทำไมล่ะ? ข้าบอกว่าพวกเจ้าไร้ประโยชน์ ไม่พอใจหรือไง? อยากพิสูจน์ไหมล่ะ—แค่ข้ากับอาเนิ่งสองคนเดินจากไป เจ้าหุ่นไม้ปิศาจตัวนั้นมาเมื่อไร พวกเจ้ารวมกันทั้งหมดก็ยังไม่ใช่คู่มือมันหรอก!"
แม้สือชิงจะอดทน แต่หัวหน้าค่ายจากอีกสี่แห่งก็ถึงกับทนไม่ไหว
หงกัง, หวงหย่ง, ลู่เหอ, และ เฉินอิง ต่างก็ลุกขึ้นพร้อมกันด้วยท่าทางแข็งกร้าว
แต่ก่อนที่พวกเขาจะทันเอ่ยปาก เสียงของ หยางหนิง ซึ่งเฝ้าดูเหตุการณ์อย่างเย็นชาอยู่ตลอด ก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
"พอได้แล้ว เสี่ยวหู่ หยุดพูดเถอะ!"
แม้จะเป็นการขัดจังหวะหลี่หู่และยับยั้งการปะทะระหว่างสองฝ่ายไว้ได้ แต่แววตาของหยางหนิงยามมองไปยังกลุ่มคนตรงหน้า กลับเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างชัดเจน
"หัวหน้าหลัว เจ้าเป็นคนมาขอให้พวกข้าเข้ามาช่วยเองไม่ใช่หรือ? ทุกคนก็รับปากว่าจะให้ความร่วมมือเต็มที่ พวกเจ้าก็เห็นกับตาแล้วว่าเจ้าหุ่นไม้ปีศาจตัวนั้นมันร้ายกาจแค่ไหน ข้าไม่จำเป็นต้องพูดซ้ำ ถ้าพวกเจ้าไม่ต้องการให้เราช่วยจริง ๆ ก็พูดมาตรง ๆ เดี๋ยวข้ากับเสี่ยวหู่จะไปเดี๋ยวนี้เลย!"
คำพูดของหยางหนิง ทำเอาหัวใจของหลัวหมิงร้อนรุ่มขึ้นทันที
ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น แต่แม้แต่หัวหน้าค่ายอีกสี่คนที่เดิมทีก็คิดจะถอนตัว รวมถึงสือชิงที่สูญเสียหนักที่สุด ต่างก็มีสีหน้าลังเลขึ้นมาทันที
โกรธก็คือโกรธ แต่คำพูดของหยางหนิงก็คือความจริงที่ฟังแล้วเจ็บปวด
หากไม่มีสองคนนี้ พวกเขาก็ไม่อาจต้านทานเจ้าหุ่นไม้ปีศาจได้แน่นอน
หากหยางกับหลี่จากไปจริง ค่ายทั้งหกแห่งใน หงหมู่หลิ่ง ก็คงจะจบสิ้นด้วยเช่นกัน
"พี่ใหญ่ ต่อให้พูดยังไง พวกมันก็ไม่เข้าใจหรอก ผีอยากตายจะไปห้ามยังไงได้? ปล่อยมันไว้เถอะ กลับกันดีกว่า!"
"ท่านทั้ง 2 อย่าได้โกรธเคืองเลย!"
เมื่อเห็นหลี่หู่ดึงหยางหนิงจะเดินจากไป หลัวหมิงรีบยืนขึ้น ค้อมกายคำนับทั้งสองด้วยท่าทีนอบน้อม เสียงที่พูดออกมาแฝงความอับอายปนวิงวอน "ช่วงนี้แต่ละค่ายสูญเสียพลังระดับ ตัดไม้ ไปมาก หัวหน้าหลายคนเลยร้อนใจไปหน่อย ขอให้ท่านทั้งสองโปรดเข้าใจด้วยเถิด"
หลัวหมิงเองก็จนปัญญา—ค่ายฝั่งป่าหงมู่อ่อนแอจริง ๆ
ยิ่งถูกตัดขาดจากโลกภายนอก หากหยางกับหลี่จากไป พวกเขาก็จะหมดหนทางพึ่งพา เมื่อถึงเวลาที่เจ้าปิศาจนั้นมาถึง คงไม่มีใครต้านทานได้
เมื่อเห็นสีหน้าทั้งสองเริ่มอ่อนลง หลัวหมิงจึงรีบพูดต่อ
"ขออภัยที่ข้าต้องพูดตรงๆ นะขอรับ แต่ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปก็ไม่ได้เช่นกัน ในช่วงครึ่งเดือนนี้ ค่ายสี่แห่งรวมกันสูญเสียนักรบระดับ ตัดมไ้ ไปถึง 29 คนเข้าไปแล้ว
พูดไปก็อายท่านทั้งสอง พวกเราอยู่ในดินแดนรกร้างจริงๆ นอกจากค่าย หลัวเกอ ที่พออยู่ได้ ค่ายที่เหลือก็ต้องพึ่งพานักรบระดับ ตัดไม้ ในการดำรงชีวิตกันทั้งนั้น
หากกำลังเหล่านี้ตายหมด ต่อให้ไม่ถูกเจ้าปิศาจนั้นฆ่า คนในค่ายก็คงอดตายหรือไม่ก็ตายหนาวอยู่ดีขอรับ"
หยางหนิงหันไปมองหลี่หู่ที่เริ่มจะเอ่ยปากหุนหัน ก่อนรีบใช้สายตาห้ามไว้ แล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดอย่างเคร่งขรึม
"ข้าเข้าใจสถานการณ์ของพวกเจ้า แต่อยากบอกให้ชัดว่า พลังของเจ้าปิศาจนั้นนั้นพัฒนาเร็วมาก พวกเจ้าไม่อาจจินตนาการได้เลย ตอนนี้พวกเจ้าก็รับมือมันไม่ได้แล้ว ถ้าเราปล่อยไว้อีกไม่กี่วัน มันจะแข็งแกร่งขึ้นแค่ไหนก็ยากจะคาดเดาได้"
พูดจบ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับหลัวหมิง สีหน้าแน่วแน่
"เชื่อข้าเถอะ… เพื่อกำจัดเจ้าหุ่นไม้ปีศาจนั่น การเสียคนไปเพียงเท่านี้ ยังไงก็คุ้ม!"
หลี่หู่เอ่ยเสริมด้วยรอยยิ้มเย็นชา
"เจ้าพวกโง่ บางครั้งการเสียสละก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่เข้าใจเรื่องพื้นฐานแค่นี้ ยังกล้ามาเป็นหัวหน้าค่ายอีก? พวกเจ้าถือว่าโชคดีที่เจอข้ากับพี่ใหญ่ หากไม่เห็นแก่ที่พวกเจ้ายังเป็นมนุษย์เหมือนกัน เราคงไม่ยุ่งเรื่องนี้หรอก!"
"ท่านทั้งสอง แม้ข้ายอมรับว่าท่านมีฝีมือเหนือกว่าและขาดไม่ได้ในการจัดการเจ้าปิศาจ แต่ค่าย ต้าสือ ของข้า เหลือกำลังระดับ ตัดไม้ แค่ข้ากับน้องชายอีกคนเดียวแล้ว ไม่เหลือใครให้ช่วยจริง ๆ ขออภัยด้วย"
แม้คำพูดของหลี่หู่จะมีเหตุผล แต่การเอ่ยคำดูหมิ่นอย่าง “ไร้ประโยชน์” กับ “โง่เง่า” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ทำให้สือชิงหมดความอดกลั้น
เดิมทีค่ายต้าสือก็สูญเสียมากที่สุด ตัวเขาเองก็อยากถอนตัวตั้งแต่แรก การที่หลี่หู่ไม่ให้เกียรติ และดูแคลนอยู่เรื่อย ๆ ยิ่งทำให้ความตั้งใจจะถอนตัวยิ่งหนักแน่นขึ้น
แต่แม้อย่างนั้น เขาก็รู้ดีว่าทั้งสองไม่ใช่คนที่ตนควรจะเป็นศัตรูด้วย ดังนั้น แม้จะพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง ใบหน้าของเขาก็ยังคงรักษาความสุภาพ ยกมือคำนับทั้งสอง ก่อนจะหันไปพูดกับหลัวหมิง
"หัวหน้าลั่ว ขออภัยจริง ๆ ข้ากับน้องชายต้องขอถอนตัว พวกเราออกมานานกว่าครึ่งเดือนแล้ว ทางค่ายคงเริ่มขาดเสบียง ถ้าไม่กลับตอนนี้ คงมีคนอดตายแน่"
หลัวหมิงอ้าปากเหมือนจะรั้งไว้ แต่เมื่อเห็นด้านหลังของสือชิงเหลือเพียง สือตง เพียงคนเดียว จึงกลืนคำพูดลงไป ก่อนเงยหน้ามองตำแหน่งของพระจันทร์บนท้องฟ้า แล้วพูดขึ้นว่า
"สือชิง อีกไม่นานก็จะสว่างแล้ว กลับค่ายหลัวเกอกันก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่ำ ข้าจะมอบผลไม้น้ำแข็งหนึ่งถุงให้พวกเจ้าพกกลับไปด้วย"
ได้ยินดังนั้น ใบหน้าของสือชิงก็ปรากฏแววซาบซึ้งทันที
"ขอบคุณหัวหน้าหลัว ข้าสือชิงขอจดจำในบุญคุณนี้ไว้!"
เมื่อเห็นหัวหน้าอีกสี่ค่ายเริ่มลังเลเหมือนจะเดินตามรอยสือชิง หลัวหมิงจึงรีบพูดขึ้น
"ท่านทั้งสอง หัวหน้าทั้งสี่ อีกไม่นานก็จะเช้าแล้ว กลับค่ายก่อนเถิด แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาหารือกันเรื่องต่อไป"
ทั้งสี่มองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าอย่างลังเล
ทางด้านหลี่หู่ เมื่อได้ยินสือชิงจะถอนตัว สีหน้าเคร่งขรึมของเขาก็แทบจะระเบิดออกมา เขายังก้าวเท้าขึ้นไปหนึ่งก้าว ถ้าไม่ใช่เพราะหยางหนิงห้ามไว้ คงได้ลงมือไปแล้ว
เมื่อเห็นหลัวหมิงยอมปล่อยสือชิงไป หยางหนิงก็ขมวดคิ้วแน่น แววตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่เมื่อหันไปเห็นหัวหน้าอีกสี่คนแล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็เลือกจะไม่พูดอะไร
เขาเพียงส่งสัญญาณให้หลัวหมิงกับคนอื่นเดินนำไปก่อน ส่วนตัวเขากับหลี่หู่เดินตามหลังมาอย่างเงียบ ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความครุ่นคิด
หลังจากกลุ่มคนเดินห่างออกไปได้ระยะหนึ่ง หลี่หู่ก็หันไปพูดกับหยางหนิงด้วยเสียงต่ำ
"พี่ใหญ่ เจ้าพวกโง่นี่ไม่รู้จักบุญคุณ ช่วยมันไปก็เสียแรงเปล่า กลับกันเถอะ ไปหาคนเพิ่มอีกสองสามคน เจ้าหุ่นปีศาจนั่นจะหนีไปไหนได้!"
ใบหน้าของหยางหนิงฉายแววลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้าเบา ๆ
"ถ้าพาใครมาเพิ่ม เจ้าหุ่นปีศาจนั่นคงไม่ใช่ของเราสองคนอีกแล้ว แถมกว่าจะไปกลับก็ใช้เวลานานเกิน มันคงแข็งแกร่งขึ้นอีก แล้วตอนนั้นเราสองคนจะจัดการมันได้หรือเปล่าก็ไม่แน่"
พูดจบ เขาก็ทอดสายตามองกลุ่มคนเบื้องหน้า ครู่หนึ่งจึงถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนพูดเสียงขรึม
"มันโดนเราฟันแขนไปข้างหนึ่ง พลังน่าจะลดลงไปมาก ลองอีกสักครั้งเถอะ ถ้าไม่ได้ผล ค่อยกลับไปขอความช่วยเหลือ ส่วนคนพวกนี้… ก็ปล่อยให้พวกเขาเผชิญชะตากรรมกันเองเถอะ"