- หน้าแรก
- เมื่อทาสรักตื่นรู้ ถึงคราวนางเอกต้องหลั่งน้ำตา
- บทที่ 7 จอมคนกลียุคไม่ขอเป็นคนคลั่งรัก 2
บทที่ 7 จอมคนกลียุคไม่ขอเป็นคนคลั่งรัก 2
บทที่ 7 จอมคนกลียุคไม่ขอเป็นคนคลั่งรัก 2
บทที่ 7 จอมคนกลียุคไม่ขอเป็นคนคลั่งรัก 2
จริงสิ ทวีปอเมริกา ในประวัติศาสตร์ พืชผลที่ให้ผลผลิตสูงอย่างมันเทศ มันฝรั่ง ข้าวโพด ล้วนถูกนำเข้ามาจากทวีปอเมริกา แม้ที่นี่จะเป็นโลกสมมติ แต่น่าจะ อาจจะ คงจะคล้ายๆ กัน สามารถส่งกองเรือออกไปค้นหาได้
แต่การไปกลับแบบนี้ใช้เวลานานเกินไป การพัฒนาเป็นเรื่องเร่งด่วน หลังผ่านพ้นสงคราม ประชากรก็เป็นทรัพยากรที่ขาดแคลน อดตายไปคนหนึ่งเขาก็ปวดใจแล้ว แถมวิธีนี้ยังมีโอกาสที่จะคว้าน้ำเหลวอีกด้วย
[ระบบ นายมีวิธีอะไรไหม]
เวินเส้าก็แค่ถามไปตามธรรมเนียม เพราะถ้าไม่มีคนให้ระบาย คงได้อกแตกตายแน่
[โฮสต์สามารถเลือกการหย่อนเสบียง สามารถนำพืชผลไปวางไว้ในโลกนี้ได้โดยไม่ทำให้คนสงสัย]
ไม่คิดว่าระบบจะตอบกลับมาจริงๆ เวินเส้าอึ้งไป ดูเหมือนระบบจะอัจฉริยะกว่าที่เขาคิด หรือบางทีอาจจะมีสติปัญญาเป็นของตัวเอง?
กดความสงสัยไว้ในก้นบึ้งของหัวใจ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องพวกนี้
[หย่อนเสบียง? มันฝรั่งกับมันเทศคิดราคายังไง? กี่คะแนน?]
[มันฝรั่ง มันเทศ 100 คะแนนต่อพันชั่ง]
เวินเส้ารู้สึกปวดใจจี๊ด แต่พอนึกถึง 5000 คะแนนของโลกนี้ ต่อให้สุดท้ายทำภารกิจสำเร็จไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็ยังถือว่ากำไรเห็นๆ
เพียงแต่จุดที่หย่อนลงไป ยังต้องไปสำรวจสถานที่จริงสักหน่อย
บ่ายวันนั้น เวินเส้าก็พาฉือหรงและองครักษ์ไม่กี่คนออกจากวัง มุ่งหน้าตรงไปยังภูเขาร้างนอกเมือง
[ระบบ ล็อกเป้าหมาย หย่อนมันฝรั่ง มันเทศ อย่างละสี่พันชั่ง]
[ติ๊ง—กำลังดำเนินการหย่อน... หย่อนสำเร็จ หักคะแนน 800 คงเหลือ 180 คะแนน]
สี่พันชั่งไม่พอใช้แน่นอน ทำได้แค่ใช้เป็นเมล็ดพันธุ์เพื่อเพาะกล้า ตอนนี้เดือนสาม รอปลูกเดือนสี่ เดือนแปดเดือนเก้าก็น่าจะเก็บเกี่ยวรุ่นแรกได้ หวังว่าฤดูใบไม้ผลิปีหน้าจะสามารถส่งเสริมให้ปลูกได้ทั่วประเทศ
แม้แบบนี้จะยังช้าไปบ้าง แต่การเติบโตของพืชผลย่อมไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน
เวินเส้าลงจากรถม้า มองดูภูเขาร้างลูกนี้ ภูเขาร้างไม่ใช่ภูเขาที่แห้งแล้ง ในทางกลับกัน มันเขียวชอุ่ม เต็มไปด้วยวัชพืชและผักป่า ต้นไม้สูงใหญ่ ในส่วนลึกยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ร้าย
เวินเส้าให้ระบบหย่อนของไว้ที่เขาส่วนนอก ถึงเวลาก็สร้างแนวเขตเตือนภัย ไม่อนุญาตให้คนเข้าไปในป่าลึก แบบนี้ตอนขุดเก็บเกี่ยวก็จะไม่ไปรบกวนสัตว์ป่า การอนุรักษ์สัตว์ป่า เป็นหน้าที่ของทุกคน!
"ไปเบิกทาง" ฉือหรงสั่งพวกองครักษ์ แล้วโค้งตัวเล็กน้อย เดินตามหลังเวินเส้าด้วยท่าทีนอบน้อม
เดินขึ้นเขาไปไม่กี่ก้าว เวินเส้าก็เห็นใบไม้ที่คุ้นตา ดวงตาเป็นประกาย สั่งให้องครักษ์ไปขุด
"ขุดระวังๆ หน่อย"
"พ่ะย่ะค่ะ"
พวกองครักษ์ไม่เข้าใจ แต่ก็ทำตาม จนกระทั่งสิ่งที่อยู่ใต้ดินปรากฏแก่สายตา พวกเขาถึงได้ดีใจอย่างที่สุด
หากเป็นยุคที่บ้านเมืองสงบสุข องครักษ์หน้าพระที่นั่งอาจจะถือตัว ไม่สนใจอาหารแปลกใหม่พวกนี้ แต่ตอนนี้เพิ่งสิ้นสุดสงคราม บ้านเมืองรอการฟื้นฟู ร่างเดิมมีพื้นเพเป็นชาวบ้านตาสีตาสา คนที่ติดตามอยู่ข้างกายตอนนี้ส่วนใหญ่ก็มาจากชนชั้นยากจน
ภายใต้ภูมิหลังเช่นนี้ ย่อมไม่มีใครไม่รู้ถึงความสำคัญของอาหาร
ภายใต้ต้นพืชเล็กๆ มีผลผลิตที่หนักอึ้งฝังอยู่ พืชที่ให้ผลผลิตสูงเช่นนี้ เพียงพอให้ชาวบ้านได้กินอิ่ม
"นี่... นี่กินได้หรือ?" หลังความดีใจผ่านไป พวกเขาก็คำนึงถึงปัญหาที่ตรงไปตรงมาที่สุด หากของสิ่งนี้กินไม่ได้ แต่กลับมีพิษ มิใช่ดีใจเก้อหรือ?
"ทดลองดู ก็รู้แล้ว" เวินเส้ายกยิ้มมุมปาก
"ไป ขุดตรงนั้นขึ้นมาด้วย"
"พ่ะย่ะค่ะ!"
พวกองครักษ์อารมณ์พุ่งพล่าน แม้แต่ฉือหรงยังมือไม้สั่นอยากจะขุดบ้าง
มันฝรั่งและมันเทศ ถูกขุดมาจำนวนหนึ่ง เวินเส้าถึงได้หยุดมือ ตอนจะกลับทุกคนยังอาลัยอาวรณ์ แต่ตอนนี้ที่สำคัญที่สุดคือต้องทดลองดูว่าของสิ่งนี้กินได้จริงๆ หรือไม่
มันฝรั่งและมันเทศที่ต้มสุกแล้วถูกใส่ไว้ในจานสองใบ ไม่มีเครื่องปรุงเพิ่มเติม ไอร้อนลอยกรุ่นดูน่ากินยิ่งนัก
"ให้กระหม่อมลองเถิดพ่ะย่ะค่ะ!" ความตื่นเต้นมีมากกว่าความกลัว มีคนอาสาอยากลองแล้ว
หมอหลวงรออยู่ข้างๆ คอยสังเกตอาการของคนอย่างใกล้ชิด
เวินเส้ามองท่าทางตื่นเต้นปนคาดหวังของพวกเขา แล้วรู้สึกว่าคะแนนที่เสียไปนั้นคุ้มค่า
"รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือไม่?" หมอหลวงจับชีพจรให้องครักษ์ผู้นั้น ไม่มีปัญหา แต่ก็ยังถามอย่างไม่วางใจ
"ไม่! แถมยังรู้สึกอิ่มนิดหน่อยด้วย"
เฝ้าสังเกตมาหนึ่งคืน คนผู้นั้นก็ไม่มีปฏิกิริยาด้านลบ ทุกคนต่างตื่นเต้นดีใจกันยกใหญ่
วันรุ่งขึ้น เวินเส้าก็ให้คนต้มพวกมันใส่จานหนึ่งนำขึ้นว่าราชการ แล้วก็ให้คำอธิบายที่สมเหตุสมผลไปด้วย
"ราชวงศ์ใหม่เพิ่งก่อตั้ง ราษฎรอดอยากขัดสน เรากังวลยิ่งนัก เมื่อคืนก่อนเซียนมาเข้าฝัน บอกเราว่าโอกาสที่จะปรับปรุงความเป็นอยู่ของราษฎรอยู่ที่ภูเขาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้นอกเมืองไปราวสิบลี้ เมื่อวานเราพาคนไปที่นั่น ก็ได้พบกับอาหารสองชนิดนี้"
เวินเส้าโบกมือ ขันทีน้อยสองคนก็ยกจานเดินเข้าไปท่ามกลางขุนนาง ขุนนางที่เข้าแถวอยู่สองฝั่งต่างยืดคอมอง อยากจะเห็นว่าของที่เซียนประทานให้นั้นมีความพิเศษอย่างไร
"เซียนบอกเราว่า ในจานทางซ้ายของพวกท่าน เรียกว่ามันฝรั่ง ทางขวาเรียกว่ามันเทศ พืชสองชนิดนี้ปลูกง่ายมาก ไม่เลือกดิน ผลผลิตต่อไร่อาจสูงถึง 5000 ชั่ง หรืออาจจะมากกว่านั้น"
"อีกครึ่งเดือนก็จะถึงฤดูหว่านไถ ของบนภูเขาลูกนั้นขุดออกมาให้หมด แต่ห้ามเข้าไปในป่าลึก"
"เสนาบดีหวัง เรื่องนี้มอบให้กรมโยธาของท่าน ต้องทำให้ดี มิเช่นนั้นเราจะเอาผิดกับท่าน!"
เสนาบดีหวังก้าวออกมา ระงับความตื่นเต้นในใจ โขกศีรษะกล่าวว่า "กระหม่อมน้อมรับราชโองการ จะไม่ทำให้ฝ่าบาทผิดหวังพ่ะย่ะค่ะ"
ไม่นานนัก ข่าวลือที่ว่าฮ่องเต้องค์ปัจจุบันคือมังกรแท้กลับชาติมาเกิดก็แพร่สะพัดออกไป สำหรับคนโบราณที่งมงาย เรื่องเซียนเข้าฝันแบบนี้ถือเป็นปาฏิหาริย์ บารมีของเวินเส้าในหมู่ประชาชนพุ่งสูงขึ้น ทุกคนต่างจับจ้องเมล็ดพันธุ์ที่เซียนประทานให้ คาดหวังว่าปีนี้มันจะนำความหวังมาให้พวกเขา
"ปาฏิหาริย์ เป็นปาฏิหาริย์จริงๆ!"
เสนาบดีหวังหลังจากลงพื้นที่ตรวจสอบมันฝรั่งและมันเทศแล้ว ก็ยิ้มจนหน้ายับยู่ยี่ จู่ๆ ก็คุกเข่าหันหน้าไปทางพระราชวัง
"ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่นปี!"
"ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่นปี!"
คราวนี้คนที่ขุดผักก็ไม่ขยับแล้ว ต่างพากันวางเครื่องมือในมือลง คุกเข่าตะโกนก้องพร้อมกัน
เวินเส้าที่แก้ปัญหาใหญ่ไปได้เรื่องหนึ่งก็นอนแผ่หลากลับจากว่าราชการเช้าก็นอนยาวไปจนถึงมื้อเที่ยง สดชื่นกระปรี้กระเปร่า
"ฝ่าบาท ตื่นแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ จะให้ตั้งโต๊ะเสวยเลยหรือไม่?" ฉือหรงถามอยู่ข้างๆ
"ฮองเฮาทรงรออยู่ข้างนอกสักพักใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ"
เวินเส้าที่ยังงัวเงียอยู่ สมองพลันตื่นเต็มตา "ฮองเฮามาหรือ?"
โจทย์ข้อนี้เขียนยังไง เขาทำไม่เป็นนะ!
"พ่ะย่ะค่ะ รอมาประมาณหนึ่งชั่วยามแล้ว" ฉือหรงสงสัย ทำไมน้ำเสียงของฝ่าบาทฟังดูตื่นตระหนกชอบกล?
"อะแฮ่ม เรียกฮองเฮามาเสวยด้วยกันสิ" เวินเส้าแสร้งทำเป็นสงบ
"พ่ะย่ะค่ะ"
เดิมทียังตื่นตระหนกอยู่บ้าง แต่พอเวินเส้าทบทวนความทรงจำของร่างเดิมรอบหนึ่งก็ไม่ตื่นตระหนกแล้ว
ฮองเฮามีนามว่าหลี่หว่านหลิง ก่อนแต่งงานกับร่างเดิมเคยมีคู่หมั้นคู่หมาย ทั้งสองเป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่เด็ก ความสัมพันธ์ลึกซึ้ง คู่หมั้นประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ทำให้ฮองเฮาอายุยี่สิบแล้วยังไม่แต่งงาน ประจวบเหมาะกับตอนนั้นร่างเดิมก่อกบฏ ต้องการเงินทุน ถูกใจชาติตระกูลของฮองเฮา จึงสู่ขอนาง
หลังแต่งงานความสัมพันธ์ของทั้งสองเรียบเฉย ต่างคนต่างเคารพซึ่งกันและกัน
ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก มองฮองเฮาเป็นผู้ร่วมมือคนหนึ่งก็พอ เวินเส้าให้เกียรตินางตามสมควร นางก็จะช่วยเขาดูแลวังหลังเอง