- หน้าแรก
- สองแม่ลูกย้อนเวลา พลิกชะตาท้าลิขิต
- บทที่ 18 - รอยฝ่ามือสีเขียวคล้ำ
บทที่ 18 - รอยฝ่ามือสีเขียวคล้ำ
บทที่ 18 - รอยฝ่ามือสีเขียวคล้ำ
'หลี่เซียงหรู' (แม่เจียงจิ่งเทา) เพิ่งเลิกงานกลับมา ล้างมือเตรียมทำกับข้าว ก็ได้ยินเสียงคนมา
เดินออกมาจากครัว เห็นลูกชายถอดรองเท้าเปื้อนโคลนทิ้งเรี่ยราด กำลังจะอ้าปากด่า ก็เหลือบไปเห็นเด็กสาวถือตะกร้าตามหลังมา
"อุ๊ยตาย หนูฮุ่ยมาแล้วเหรอ" หลี่เซียงหรูเปลี่ยนโหมดเป็นคุณป้าใจดีทันที รีบกุลีกุจอเชิญเข้าบ้าน
"น้าหลี่ รบกวนด้วยนะคะ"
"รบกวนอะไรกัน เข้ามาๆ ไปตากแดดมาทั้งวันคงหิวน้ำ เดี๋ยวป้าเทน้ำเชื่อมให้กิน"
เหลิ่งฮุ่ยถือตะกร้าเข้าบ้าน
หลี่เซียงหรูเห็นผักในตะกร้า "โอ้โห ผักยอดอ่อนๆ ทั้งนั้นเลย"
"แม่ครับ นี่ผมกับเหลิ่งฮุ่ยอุตส่าห์หลังขดหลังแข็งเก็บมาทั้งเช้า แม่รีบเอาไปจัดการที เที่ยงนี้ผมจะกินขนมแป้งปั้น ไส้เนื้อกับไส้ไข่นะ"
หลี่เซียงหรูรับสัญญาณตาจากลูกชาย รีบลุกขึ้น "ได้สิ เดี๋ยวป้าจะโชว์ฝีมือให้ดู หนูฮุ่ยอยู่กินข้าวเที่ยงกับป้านะจ๊ะ"
พอหลี่เซียงหรูหิ้วตะกร้าเข้าครัว เหลิ่งฮุ่ยจิบน้ำเชื่อม แล้วจ้องหน้าเจียงจิ่งเทาเขม็ง
เจียงจิ่งเทาโดนจ้องจนขนลุก ขยับตัวหนี "จ้องอะไร? เพิ่งรู้ตัวเหรอว่าฉันหล่อ?"
หลงตัวเองชะมัด
เหลิ่งฮุ่ยละสายตา พูดเสียงเรียบ "เมื่อกี้ นายหลอกฉัน"
"หลอกอะไร?" เจียงจิ่งเทาเกาหัว "ฉันไปหลอกเธอตอนไหน?"
เหลิ่งฮุ่ยมองไปทางครัว พูดอย่างมั่นใจ "เมื่อเช้านายไม่ได้นัดกับแม่ไว้ก่อน แล้วแม่นายก็ไม่ได้ชวนฉันมามาทานข้าวด้วย"
เจียงจิ่งเทาดูดฟันจิ๊... ผู้หญิงฉลาดนี่ไม่น่ารักเลย หลอกยากชะมัด
"ที่ฉันพูดเมื่อเช้า จริงทุกคำ ไม่เชื่อก็ตามใจ"
เหลิ่งฮุ่ยไม่เถียง จะจริงหรือไม่จริงรู้อยู่แก่ใจ แต่ประเด็นคือเธออยากกินขนมไส้เนื้อรมควันที่เขาโม้ไว้จริงๆ
ต่างคนต่างเงียบ เจียงจิ่งเทากลัวบรรยากาศมาคุ เลยลุกไปเปิดวิทยุ
ได้ผล เหลิ่งฮุ่ยหันไปสนใจวิทยุทันที วิทยุพกพาแบบทรานซิสเตอร์รุ่นเก่ากึ๊กแบบนี้ เธอเพิ่งเคยเห็นของจริง ปกติเห็นแต่ในหนังสือประวัติศาสตร์
"ชอบฟังวิทยุเหรอ?" เจียงจิ่งเทาเริ่มขี้โม้ "นี่พ่อฉันฝากเพื่อนหิ้วมาจากเซี่ยงไฮ้เชียวนะ เป็นวิทยุทรานซิสเตอร์ด้วย"
"นายรู้ไหมว่าวิทยุมีแบบทรานซิสเตอร์กับแบบหลอดสุญญากาศ แบบแรกเล็กกว่า เบากว่า ประหยัดไฟ และที่สำคัญคือทนทานกว่า คนเลยนิยมมากกว่า"
เหลิ่งฮุ่ยหยิบมาดูแป๊บเดียวก็วางลง แล้วพูดแทงใจดำ "แต่นายไม่ได้บอกนะ ว่าแบบหลอดสุญญากาศเสียงนุ่มนวลมีมิติกว่าเยอะ"
"..." เจียงจิ่งเทากัดฟันกรอด
นั่นไง... โชว์พาวแล้วโดนช็อตฟีล
ผู้หญิงฉลาดนี่ไม่น่ารักจริงๆ กะจะอวดภูมิสักหน่อย ดันเจอคนรู้จริง
หลี่เซียงหรูนั่งเลือกผักอยู่หน้าบ้าน อยากรู้อยากเห็นแทบตายว่าลูกชายจีบสาวเป็นไงบ้าง
เงี่ยหูฟังบทสนทนาในบ้าน ได้ยินลูกชายโดนเบรกจนไปไม่เป็น ก็แอบขำคิกคัก
'เจียงอวี้หลิน' (พ่อ) เลิกงานกลับมา เห็นเมียนั่งยิ้มแก้มปริ จอดรถจักรยานเสร็จก็เดินมาถาม "ยิ้มอะไร?"
หลี่เซียงหรูรวบผักที่เลือกเสร็จ ค้อนขวับใส่ผัว "ไม่มีอะไร รีบไปล้างมือแล้วมาช่วยสับเนื้อในครัว เดี๋ยวนี้"
"สับเนื้อ?" เจียงอวี้หลินงง ถลกแขนเสื้อถาม "เที่ยงนี้ทำอะไรกินเนี่ย?"
"เดี๋ยวเสร็จก็รู้เอง"
มื้อเที่ยงที่บ้านเจียง นอกจากจะได้กินขนมแป้งปั้นสมุนไพรไส้เนื้อที่หากินยากแล้ว เหลิ่งฮุ่ยยังได้วิชาห่อขนมกลับมาด้วย
ถึงหน้าตาขนมที่เธอปั้นจะดูพิลึกกึกกือ แต่อย่างน้อยต้มแล้วไส้ไม่แตก
ก่อนกลับ หลี่เซียงหรูยังใจดีห่อใส่ปิ่นโตฝากไปให้ถังหลินที่โรงพยาบาลด้วย
"น้าหลี่เป็นคนดีจริงๆ"
ในโรงพยาบาล เหลิ่งฮุ่ยมองแม่กินอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็อดชมไม่ได้
เห็นไหม ญาติเตียงข้างๆ กลืนน้ำลายเอือกๆ กันเป็นแถว
แสดงว่าขนมไส้เนื้อนี่คือของดีระดับภัตตาคารในยุคนี้เลยทีเดียว
ถังหลินขำ "แค่ของกินนิดหน่อยก็ซื้อใจเธอได้แล้วเหรอ?"
เหลิ่งฮุ่ยหัวเราะแหะๆ ยังไงซะ หลี่เซียงหรูก็เป็นคนแรกในโลกนี้ที่ยอมแบ่งปันของกินล้ำค่าให้เธอ
เธอประทับใจน้าคนนี้จริงๆ
พอแม่กินอิ่ม เหลิ่งฮุ่ยหันไปเห็นผู้ชายที่นั่งเฝ้าเตียงข้างๆ "วันนี้เปลี่ยนคนเฝ้าเหรอ? ป้าคนนั้นกลับไปแล้ว?"
ผู้ชายคนนั้นหันมา ถังหลินยิ้มตอบเขา แล้วอธิบาย "ป้าแกบอกที่บ้านยุ่ง ต้องกลับไปดูแลบ้าน เลยให้ลูกชายมาเฝ้าเมียแทน นี่ลูกชายคนโตของป้าแก"
เหลิ่งฮุ่ยพยักหน้า สามีมาเฝ้าเมียป่วยก็ถูกต้องแล้ว
ลูกชายป้าแกเป็นคนเงียบขรึม เหลิ่งฮุ่ยก็ไม่อยากคุยกับคนไม่สนิท บรรยากาศในห้องเลยเงียบสงบ
เหมาะแก่การพักผ่อนดีแท้
มื้อเย็นเหลิ่งฮุ่ยไปซื้อโจ๊ก มากินคู่กับขนมที่เหลือ อิ่มแปล้
พอผู้ชายเตียงข้างๆ ออกไปกินข้าว เหลิ่งฮุ่ยก็เช็ดตัวให้แม่
ตัวเองก็ไปอาบน้ำลวกๆ กลับมาก็สองทุ่มกว่า
อยู่โรงพยาบาลไม่มีอะไรทำ ต้องเข้านอนตามเวลา
ผู้ชายเตียงข้างๆ รอจนทุกคนล้มตัวลงนอน ถึงค่อยถืออ่างล้างหน้าออกไปล้างเนื้อล้างตัว
เหลิ่งฮุ่ยหลับๆ ตื่นๆ ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาในห้อง สติกลับมานิดหน่อย สักพักก็ได้ยินเสียงผัวเมียเตียงข้างๆ กระซิบกระซาบกัน
สัญชาตญาณระวังภัยจากวันสิ้นโลกทำงานทันที เธอตื่นเต็มตา
ไฟสลัวๆ ในห้องพอมองเห็นลางๆ
เหลิ่งฮุ่ยลืมตา มองไปทางเตียงข้างๆ เห็นผู้ชายถอดเสื้อเปลือยท่อนบน ที่หัวไหล่มีรอยสีเขียวคล้ำ
มันคือรอยฝ่ามือห้านิ้วชัดเจน เหมือนมีคนเอามือทาบแล้วตบลงไปแรงๆ จนช้ำ
เหลิ่งฮุ่ยลุกขึ้นนั่ง สองผัวเมียได้ยินเสียงก็หันขวับมา
สบตาเข้ากับแววตาหวาดกลัวสุดขีดของทั้งคู่
"เกิดอะไรขึ้น?" เหลิ่งฮุ่ยสงสัย รอยมือขนาดนั้น ต้องใช้แรงขนาดไหนถึงจะตบจนช้ำได้ขนาดนี้
พอเหลิ่งฮุ่ยทัก สองผัวเมียเหมือนเจอทางระบายความกลัว
เมียที่นอนอยู่บนเตียงรีบเล่า "เมื่อกี้เขาออกไปล้างหน้า ห้องน้ำชั้นเราเต็ม เลยลงไปห้องน้ำชั้นล่างสุดตรงสุดทางเดิน... โดน 'อะไรบางอย่าง' ตบเข้าให้ เลยเป็นสภาพนี้"
"หือ?"
เหลิ่งฮุ่ยงง รอยช้ำบนไหล่นั่นมันรอยมือคนชัดๆ ทำไมถึงเรียกว่า 'อะไรบางอย่าง'?
[จบแล้ว]