- หน้าแรก
- ฉันบำเพ็ญวิชามารในโลกสยองขวัญอเมริกา
- ตอนที่ 12: พกดาบฝ่าฝน
ตอนที่ 12: พกดาบฝ่าฝน
ตอนที่ 12: พกดาบฝ่าฝน
ค่ำคืนอันยาวนาน
พายุฝนกระหน่ำซัดสาด
หลังจากอิ่มหนำจากมื้ออาหาร ไวส์ก็กลับเข้าห้องนอน ซุกตัวในผ้าห่มหลับใหลอย่างเป็นสุข ท่ามกลางเสียงฝนที่ตกกระทบหลังคาเซฟเฮาส์และเสียงหมาป่าเห่าหอนเป็นระยะๆ
หลายชั่วโมงผ่านไป หลังจากหลับสนิท
จู่ๆ ไวส์ก็ลืมตาโพลง ประกายปราณปีศาจวาบผ่านนัยน์ตา เนตรมารทำงานทันที
มองดูวิญญาณอาฆาตที่ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตากำลังลอยอยู่ข้างเตียง ไวส์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ "ฉันบอกให้เธอไปตั้งนานแล้วไม่ใช่รึไง?"
ไวส์ลุกจากเตียง สวมเสื้อโค้ทสีดำ หยิบดาบฮั่นข้างหัวเตียงขึ้นมาเหน็บที่เอว แล้วเดินออกจากเซฟเฮาส์ มุ่งหน้าสู่ค่ำคืนที่มืดมิดและเปียกปอน
คืนนี้ชะตาลิขิตให้เป็นค่ำคืนที่ไร้เสียงหมาหอน
หลังจากไวส์ออกไปไม่นาน
ซามูเอลที่กำลังงีบหลับอยู่ก็ลืมตาขึ้นทันที "เฮ้อ~ ไอ้เด็กนี่ เรื่องสาวๆ ล่ะไม่มีดวง แต่เรื่องผีสางล่ะดึงดูดดีนัก ได้เวลาเผ่นอีกแล้วสินะ"
นักล่าปีศาจก็เป็นแบบนี้เสมอ ด้วยเหตุผลร้อยแปดพันประการทำให้พวกเขาต้องย้ายที่อยู่กะทันหัน
มีเหตุผลที่นักล่าปีศาจส่วนใหญ่มักรักสันโดษ เมื่อก้าวเข้ามาในเส้นทางนี้ พวกเขาไม่สามารถมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับใครได้นอกจากเพื่อนร่วมอาชีพ เพราะความสัมพันธ์เหล่านั้นจะนำพาหายนะมาสู่คนใกล้ชิดไม่ช้าก็เร็ว
แน่นอนว่า การชอบแส่เรื่องชาวบ้านก็ให้ผลลัพธ์ไม่ต่างกัน
...
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
เปรี้ยง!!!
ครืน!!
สายฟ้าฟาดผ่าต้นไม้จนเกิดควันขาวโขมง แสงสว่างวาบขึ้นชั่วขณะท่ามกลางความมืดมิดของคืนฝนตก
รายล้อมแสงสว่างนั้นคือมนุษย์หมาป่าขนสีขาวจำนวนยี่สิบตน พวกมันมีปากยาวแหลม เขี้ยวโง้ง แขนขาหนาใหญ่ และกรงเล็บสีดำคมกริบที่ส่องประกายวาววับน่าสยดสยองต้องแสงไฟในยามค่ำคืน
ชาร์ลส์โค้งคำนับอย่างนอบน้อมประจบประแจง ชี้มือไปที่โรงงานร้าง "เจ้าชายเจม อยู่ที่นี่ครับ เราต้องเข้าไปดูข้างในไหมครับ?"
"กลิ่นแร่เงินมิธริลผสมกับกลิ่นเหงื่อ" เจมพูดด้วยความรังเกียจ "ไอ้ขยะนั่นถูกนักล่าปีศาจสกปรกฆ่าตายจริงๆ ด้วย!"
แววตาของชาร์ลส์ไหววูบ "เจ้าชายเจม นี่เป็นความผิดของลูกศิษย์ไม่ได้เรื่องของผมเอง ถึงเวลาผมขอเป็นคนจัดการมันด้วยตัวเองนะครับ"
ดวงตาสัตว์ร้ายบนใบหน้าหมาป่าของเจมแสดงความดูแคลนอย่างปิดไม่มิด "ก็ได้ ฉันชอบดูพวกเอ็กซอร์ซิสต์กับนักล่าปีศาจกัดกันเองอยู่แล้ว แต่ต้องทำให้สนุกหน่อยนะ ไม่อย่างนั้นพวกเราจะคิดบัญชีกับแกฐานที่ทำงานพลาด"
ชาร์ลส์ก้มหัวปลกๆ "ผมจะทำสุดความสามารถเพื่อให้ท่านลอร์ดหมาป่าทุกท่านได้รับชมการแสดงที่ดีที่สุดครับ!"
เจมพอใจกับท่าทีที่เป็นทาสรับใช้ของชาร์ลส์มาก "ดีมาก คัสมู จมูกแกไวที่สุด แกนำทางไป!"
มนุษย์หมาป่าขนขาวตัวเตี้ยก้าวออกมา รับคำอย่างนอบน้อม "ครับ เจ้าชายเจม..."
"เฮ้~"
มนุษย์หมาป่าตัวเตี้ยยังพูดไม่ทันจบ เสียงเย็นชาก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางสายฝน
ในชั่วพริบตา ดวงตาสัตว์ร้ายสีเหลืองเรืองแสงยี่สิบคู่ก็หันขวับไปทางต้นเสียงพร้อมกัน
เปรี้ยง!
สายฟ้าแลบแปลบปลาบผ่าลงมาอีกครั้ง แสงสีขาวซีดเผยให้เห็นร่างหนึ่ง
นักล่าปีศาจในชุดโค้ทสีดำ มือขวากุมดาบฮั่นสีดำสนิท ยืนนิ่งไม่สะทกสะท้านต่อสายฝนที่ชะโลมกายจนเปียกโชก
หนึ่งคนเผชิญหน้ากับมนุษย์หมาป่าชั้นสูงยี่สิบตน
ส่วนชาร์ลส์น่ะเหรอ?
ในสายตาของไวส์ สิ่งมีชีวิตสิ่งนั้นเลวร้ายยิ่งกว่าเดรัจฉานเสียอีก
มนุษย์หมาป่าตัวเตี้ยจ้องมองชายหนุ่มที่ปรากฏตัวขึ้นชั่วครู่ จมูกขยับฟุดฟิดแล้วรายงานเจม "ฝ่าบาท เป็นมันจริงๆ ครับ บนตัวมันยังมีกลิ่นเลือดของเจ้าชายเซนต์-เอสติดอยู่"
ดวงตาของเจมเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานทันที แผ่รังสีอำมหิตกระหายเลือด "ไอ้สวะชั้นต่ำอย่างแกฆ่าน้องชายฉันเหรอ? วันนี้ฉันจะฉีกแขนขาแกเป็นชิ้นๆ"
ไวส์ยังคงตีหน้านิ่ง ปล่อยให้น้ำฝนไหลผ่านใบหน้า "แกฆ่าเนีย เครนท์เหรอ?"
เจมส่ายหน้าอย่างงุนงง "เนีย เครนท์? ใครวะ? ฉันกินผู้หญิงมาเยอะเกินไป ฉันไม่มีนิสัยจำชื่ออาหารหรอกนะ"
ไวส์ยกดาบฮั่นขึ้น ชี้ปลายดาบไปที่ "มนุษย์" เพียงคนเดียวในฝูงหมาป่า น้ำเสียงยังคงเย็นยะเยือก "ไอ้สัตว์ขนยาว ก่อนที่ฉันจะถามแก หุบปากเน่าๆ ของแกซะ!"
ความอวดดีของไวส์ทำให้เจมหัวเราะลั่น แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร
"ฉันฆ่าเอง ฉันหักคอหล่อนเอง" ชาร์ลส์ชิงพูดขึ้นก่อน แววตาฉายแววโศกเศร้าแวบหนึ่ง แต่สุดท้ายเขาก็เลิกคิ้วขึ้น พูดจาด้วยน้ำเสียงยียวน "ฉันฆ่านังแพศยานั่นเอง ผู้หญิงไร้ประโยชน์บังอาจปฏิเสธมนุษย์หมาป่าผู้ยิ่งใหญ่ ช่างไม่เจียมกะลาหัว!"
"งั้นก็ดี" ปราณปีศาจของไวส์โคจรทันที ใบมีดสีขาวถูกปกคลุมด้วยปราณปีศาจสีแดงดำเข้มข้น ใบหน้าเย็นชาราวกับน้ำแข็ง "คืนนี้ พวกแกทุกคนต้องตาย!"
เจมกำลังจะเอ่ยปากเยาะเย้ย แต่ไวส์ไม่อยากเปลืองน้ำลายอีกต่อไป เขาพุ่งตัววูบเดียวมาอยู่ตรงหน้าเจม ดาบที่อัดแน่นด้วยรังสีสังหารฟันเข้าที่คอของเจม
"ทำไมมันเร็วนัก?!"
ดวงตาของเจมหรี่ลง เขายื่นมือขวาออกไปคว้าตัวชาร์ลส์มาใช้เป็นโล่มนุษย์บังดาบ สมกับเป็นพี่น้องคลานตามกันมากับเซนต์-เอสจริงๆ วิธีเอาตัวรอดเหมือนกันไม่มีผิด
ฉัวะ~ ซู่~
ราวกับมีดร้อนตัดเนย หัวของชาร์ลส์ลอยละลิ่วขึ้นฟ้าพร้อมกับสีหน้าที่ยังคงตกตะลึงไม่อยากจะเชื่อ เลือดสีแดงฉานพุ่งกระฉูด
กลิ่นเลือดปลุกสัญชาตญาณสัตว์ป่าของเหล่ามนุษย์หมาป่าให้ตื่นขึ้นทันที
"บรู๊ววว!~"
เจมแหงนหน้าคำรามก้องฟ้า มนุษย์หมาป่าตัวอื่นๆ ก็ทำตาม เสียงหอนโหยหวนดังก้องไปทั่วสารทิศ
สิ้นเสียงคำราม ขนของมนุษย์หมาป่าทั้งยี่สิบตนก็เปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีแดง พวกมันเข้าสู่สภาวะคลั่งพร้อมกัน
การฆ่าล้างบางนองเลือดเริ่มขึ้น ณ บัดนี้
นักล่าปีศาจหนุ่ม ปะทะ 20 หมาป่าโลหิตคลั่งชั้นสูง
หลังจากตัดหัวชาร์ลส์ ไวส์ไม่ได้หยุดมือ เขาเปลี่ยนจังหวะเท้า ขยับไปด้านข้างร่างไร้หัวของชาร์ลส์ แล้วเงื้อดาบฟันใส่เจมอีกครั้ง
เจมไม่เกรงกลัว แววตาสัตว์ร้ายฉายแววโหดเหี้ยม เขาอาศัยพลังฟื้นตัวขั้นสุดยอดเข้าแลกหมัด
ขณะเดียวกัน หมาป่าโลหิตที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก็กรูกันเข้ามา หมายจะฉีกทึ้งร่างไวส์
ในพริบตา ไวส์ก็ตกอยู่ในวงล้อม
เพลงดาบมาร กระบวนท่าที่หนึ่ง!
ดาบมารผ่าปฐพี!
คลื่นดาบพลังงานสีแดงดำยาว 10 เมตรเสียบทะลุร่างมนุษย์หมาป่าตัวหนึ่ง แล้วกวาดฟันเป็นวงกลมรอบตัวอย่างรุนแรง
ตามมาด้วยเสียงหัวหมาป่าเจ็ดแปดหัวร่วงหล่นลงพื้น พลังชีวิตมหาศาลที่ถูกปราณปีศาจช่วงชิงมาไหลทะลักเข้าสู่จุดตันเถียนของไวส์จนเต็มเปี่ยม
แม้ท่าโจมตีของไวส์จะดุดัน แต่เจมก็ยังอาศัยวิชาลับสายเลือดหนีรอดไปได้
ไวส์มองเจมที่ไร้รอยขีดข่วนแล้วเยาะเย้ยทันที "วิชาลับสายเลือด? แกจะใช้ได้อีกกี่ครั้งเชียว?"
หน้าหมาป่าของเจมแข็งค้าง มองดูกองซากศพมนุษย์หมาป่าหัวขาดที่เหี่ยวแห้งบนพื้น เขาถึงกับตะลึง เดี๋ยวนี้พวกนักล่าปีศาจมันเก่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
หรือไอ้หมอนี่จะเป็นลูกผสมโบราณระดับตำนาน?
เขาสรุปได้ทันทีว่าหมอนี่ไม่ใช่คนที่จะไปตอแยด้วยได้
"หนี! แยกย้ายกันหนี!"
พูดจบ เจมก็วิ่งนำไปทางหนึ่งก่อนใครเพื่อน
มนุษย์หมาป่าที่เหลือเห็นดังนั้นก็ทำตาม แตกฮือกันหนีไปคนละทิศละทาง
เจมมีวิชาลับสายเลือด แต่พวกมันไม่มี อย่างมากก็แค่โหมดหมาป่าคลั่ง
เจมเป็นเชื้อพระวงศ์สายเลือดชั้นสูง แต่พวกมันอย่างมากก็แค่ชั้นสูงธรรมดา
อีกอย่าง เงินเดือนแค่สองแสนห้าพันเหรียญสหพันธ์ จะเอาชีวิตมาทิ้งทำไม?
...