- หน้าแรก
- ฉันบำเพ็ญวิชามารในโลกสยองขวัญอเมริกา
- ตอนที่ 4: หลบหนี
ตอนที่ 4: หลบหนี
ตอนที่ 4: หลบหนี
บนทางหลวงสายหลักที่มุ่งหน้าออกจากเมืองเซนต์สตัน
"แม่งเอ๊ย! แม่งเอ๊ย! แม่งเอ๊ย!"
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความตื่นเต้นหรือความโกรธเกรี้ยว ซามูเอลทุบพวงมาลัยรถรัวๆ ขณะเหยียบคันเร่งรถเอสยูวีบุโรทั่งจนมิดไมล์เพื่อหนีออกจากเมือง
ส่วนไวส์น่ะเหรอ?
อารมณ์ของเขาไม่ได้แปรปรวนอะไรมากนัก เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรก
เมื่อเทียบกับรังอมนุษย์ชั้นต่ำคราวก่อน การกลืนกินแวมไพร์ชั้นสูงแค่ใช้เวลานานกว่านิดหน่อย
เรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับวิชามารของเขาที่ยังอยู่แค่ขั้นวัฏฏะที่หนึ่ง
ไวส์เดาว่าถ้าระดับวิชาสูงขึ้น ความเร็วในการปล้นชิงและกลืนกินก็น่าจะเร็วขึ้น และนำมาซึ่งพลังที่มหาศาลกว่าเดิม
สรุปสั้นๆ คือ
ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า!
ไวส์รู้สึกพึงพอใจมากที่ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นจากการหล่อเลี้ยงของปราณปีศาจ พลังชุดใหม่นี้ทำให้เขาเข้าใกล้การทะลวงผ่านไปสู่วัฏฏะที่สองของวิชาเทพอสูรเก้าวัฏฏะเต็มที
ตอนสำเร็จวัฏฏะที่หนึ่ง ไวส์ได้รับวิธีการใช้ปราณปีศาจและประสบการณ์การต่อสู้จำนวนมากเป็นรางวัลตกทอด
เขาอยากรู้จริงๆ ว่ารางวัลสำหรับการสำเร็จวัฏฏะที่สองจะเป็นอะไร
ดูเหมือนเขาต้องหาโอกาสฆ่าพวกอมนุษย์เพื่อชิงพลังชีวิตมาให้มากกว่านี้เพื่อทะลวงด่านต่อไป
แต่จะว่าไป แวมไพร์ชั้นสูงตนนี้ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ไม่เห็นจะเก่งกาจเหมือนที่อาจารย์ซามูเอลเคยโม้ไว้เลย
ไม่เห็นจะมีวิชาหายตัว เทเลพอร์ต ร่างหมอก กายาเหล็ก หรือพละกำลังมหาศาลพิสดารอะไร
หรือว่าเป็นเพราะไอ้ตัวที่เขาฆ่ามันอ่อนแอเกินไป?
หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งและหาคำตอบไม่ได้ ไวส์ก็ดึงสติกลับมาสู่โลกความจริง
ทำไมถึงยังรู้สึกหิวอยู่นิดหน่อยนะ?
เขาหยิบถุงบิสกิตเล็กๆ ออกมาจากช่องเก็บของหน้ารถแล้วเริ่มเคี้ยวตุ้ยๆ ราวกับว่าการฆ่าแวมไพร์ชั้นสูงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
หลังจากซามูเอลระบายอารมณ์จนพอใจแล้ว เขาก็ขับรถต่อไปพร้อมกับถามขึ้นว่า "แกทำแบบนั้นได้ยังไง? แกฆ่าแวมไพร์ชั้นสูงได้โดยไม่ต้องเตรียมตัวเนี่ยนะ? แล้วทำไมศพมันถึงเหี่ยวแห้งเร็วขนาดนั้น? หรือเป็นมนตร์ดำ?"
ไวส์ยัดถุงขนมเปล่าลงกระเป๋าเสื้อ กะว่าจะเอาไปทิ้งถังขยะทีหลัง
จากนั้นเขาก็งัดข้ออ้างที่เตรียมไว้ออกมา แสร้งทำหน้าจริงจังแล้วมั่วไปว่า "ฉันเป็นคนเอเชียนะ บรรพบุรุษฉันมาจากทวีปตะวันออกอันลึกลับ! ฉันรู้วิชากำลังภายในประจำตระกูลบ้างนิดหน่อย!"
"กำลังภายใน? อ๋อ~ เข้าใจแล้ว! เป็นพวกเต๋า? หรือพวกพุทธ?" ซามูเอลเข้าใจไปเองทันที "มิน่าล่ะ แกถึงดูต่างจากพวกมือใหม่ทั่วไป แล้วครอบครัวแกล่ะ?"
ไวส์แสร้งทำเป็นซึมเศร้าได้อย่างสมจริง "พวกเขาถูกพวกอมนุษย์ฆ่าตายหมด มีฉันหนีรอดมาได้แค่คนเดียว"
ซามูเอลชะงักไป เขาไม่เคยได้ยินไวส์พูดถึงความหลังอันเจ็บปวดพวกนี้มาก่อน คงมีแต่เด็กกำพร้าหรือคนที่มีความแค้นฝังลึกกับพวกสิ่งลี้ลับเท่านั้นแหละที่จะเลือกมาฝากตัวเป็นศิษย์กับนักล่าปีศาจเถื่อน
และไวส์ก็เป็นทั้งสองอย่าง
ซามูเอลรู้สึกว่าเขาเข้าใจเรื่องราวของลูกศิษย์คนนี้ลึกซึ้งขึ้น จึงรีบพูดว่า "เสียใจด้วย ฉันไม่รู้มาก่อน แต่มันก็สมเหตุสมผลดี ไม่มีคนปกติที่ไหนเลือกมาเป็นศิษย์นักล่าปีศาจเถื่อนหรอก"
เพราะยังไงเสีย อาชีพเอ็กซอร์ซิสต์มืออาชีพก็ดูดีมีสง่าราศีกว่าพวกเราเยอะ แถมสวัสดิการและค่าตอบแทนก็ดีเยี่ยม
ไวส์ไม่รู้ว่าอาจารย์ราคาถูกของเขากำลังจินตนาการไปถึงไหนต่อไหน แต่ตอนนี้เขาแค่ผายมือออก "ช่างมันเถอะ คนเราต้องมองไปข้างหน้า สักวันฉันจะแก้แค้นให้ได้"
คำพูดนี้ทำเอาซามูเอลขอบตาแดงก่ำ "พูดได้ดีมาก ไวส์"
...
สามวันต่อมา
หน้าร้านฟาสต์ฟู้ดไก่ทอดรสพริกไทยซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายแดนรัฐวูล์ฟ
ซามูเอลถือเบอร์เกอร์ไก่รสพริกไทยในมือข้างหนึ่ง อีกมือถือใบประกาศจับของไวส์ด้วยความรู้สึกกลัดกลุ้ม ดูเหมือนพวกเขาจะกลับไปรัฐเวียร์เพซไม่ได้สักพักใหญ่ๆ
แม้รัฐวูล์ฟกับรัฐเวียร์เพซจะไม่ถูกกันมาตลอด แต่เผ่าโลหิตที่คุมรัฐเวียร์เพซอยู่ก็สามารถส่งหมาล่าเนื้อมาลอบสังหารพวกเขาได้ง่ายๆ
เฮ้อ~
ซามูเอลถอนหายใจ
คงต้องดูกันไปทีละก้าว และหวังว่าลูกศิษย์ตัวน้อยของเขาจะดวงแข็งพอ
ขณะที่ซามูเอลกำลังเหม่อลอย ไวส์ก็เดินออกมาจากห้องน้ำสาธารณะ
ไวส์สะบัดมือที่เปียกน้ำ พลางบ่นอุบ "อาจารย์ไม่อยากรู้หรอกว่าฉันเจออะไรในห้องน้ำ"
ซามูเอลวางเบอร์เกอร์ที่กินไปครึ่งหนึ่งลงบนหลังคารถ แล้วยื่นใบประกาศจับให้ไวส์ "เลิกบ่นได้แล้ว ที่นี่ไม่ใช่โรงแรมห้าดาวนะ นี่ใบประกาศจับแกจากพวกเผ่าโลหิต"
"ใบประกาศจับ?" ไวส์แปลกใจเล็กน้อยขณะรับใบปลิวมาดูรูปถ่ายเบลอๆ ของตัวเองบนนั้น แล้วแค่นหัวเราะ "พวกเผ่าโลหิตมันปอดแหกขนาดนี้เลยเหรอ? ไม่กล้ามาล่าเองรึไง?"
"การทำตามกฎระเบียบไม่ใช่ความขี้ขลาด ครั้งนี้เราแค่โชคดี ไม่งั้นเราคงมาไม่ถึงรัฐวูล์ฟหรอก" ซามูเอลอธิบายต่อ "แต่แกไม่ต้องกังวลมากนัก อย่างมากพวกมันก็แค่ส่งหมาล่าเนื้อที่ฝึกมาแล้วมาก่อกวนแก พวกเผ่าโลหิตไม่กล้าแห่กันเข้ามารัฐวูล์ฟโต้งๆ หรอก รอเรื่องเงียบเดี๋ยวก็ดีเอง"
ไวส์ขยำใบประกาศจับแล้วโยนทิ้งไปอย่างไม่ยี่หระ "มาหนึ่งฉันก็ฆ่าหนึ่ง มาสองฉันก็ฆ่าคู่ ขนาดแวมไพร์ชั้นสูงฉันยังฟันร่วงมาแล้ว ถ้าไอ้เดรัจฉานพวกนี้กล้าโผล่มาจริงก็เข้าทางฉันพอดี"
ซามูเอลส่งชุดเบอร์เกอร์อีกชุดให้ไวส์ พูดอย่างอ่อนใจ "กำลังของมนุษย์มีขีดจำกัด ถึงแกจะมีพลังลึกลับจากทวีปตะวันออก แต่ก็ต้องระวังตัวไว้ พวกเผ่าโลหิตไม่ใช่พวกที่จะไปแหยมด้วยเล่นๆ ได้!"
"รู้แล้วน่า" ไวส์ตอบส่งๆ รับชุดเบอร์เกอร์มาแกะกินแล้วถามว่า "แล้วไงต่อ จะไปไหน?"
ซามูเอลตอบ "ฉันเตรียมเซฟเฮาส์ไว้ที่รัฐวูล์ฟ เราน่าจะไปถึงก่อนเที่ยงคืนวันนี้ ฉันตุนเสบียงไว้ที่นั่นพอสมควร พอให้แกใช้ชีวิตอยู่ได้สักพัก ช่วงสั้นๆ นี้เราคงกลับไปรัฐเวียร์เพซไม่ได้"
ในเวลาเดียวกัน
รัฐเวียร์เพซ
ศาสนจักร
วิหารศักดิ์สิทธิ์
คลิฟฟ์ เคลลี่ และจอห์น ยืนเรียงหน้ากระดาน คุกเข่าข้างหนึ่ง ก้มหน้าต่ำ
การตายของแวมไพร์ชั้นสูงในครั้งนี้ทำให้ทั้งสามคนเสียสิทธิ์ในการดูแลเมืองเซนต์สตัน แม้ความผิดจะไม่ได้อยู่ที่พวกเขา แต่ก็ต้องมีใครสักคนมารับผิดชอบรองรับอารมณ์โกรธของพวกเผ่าโลหิต
บาทหลวงแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเริ่มประกาศบทลงโทษสำหรับทีมเอ็กซอร์ซิสต์ทั้งสาม
"เพราะความไร้ความสามารถของพวกเจ้า ทำให้คนของพระบิดาได้รับบาดเจ็บสาหัส เพื่อรักษาเกียรติแห่งศาสนจักร พวกเจ้าจงเดินทางไปยังรัฐวูล์ฟและลงทัณฑ์พวกนอกรีตที่บังอาจทำร้ายคนของพระบิดา! จงใช้สิ่งนี้ไถ่โทษในความผิดพลาดของพวกเจ้าซะ!"
คลิฟฟ์ก้มหน้ายอมรับโดยไม่โต้แย้ง "ขอพระบิดาทรงเป็นพยาน ข้าขอสาบานว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จ! พวกนอกรีตต้องได้รับการลงทัณฑ์!"
เคลลี่กับจอห์นหันมามองหน้ากัน อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเห็นคลิฟฟ์ผู้เป็นหัวหน้าก้มหน้ายอมรับไปแล้ว พวกเขาจึงได้แต่เก็บความสงสัยและคำพูดมากมายไว้ในใจ
คนหนุ่มสาวทั้งสองไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงต้องมารับกรรมทั้งที่ความผิดไม่ได้อยู่ที่พวกเขาเลยชัดๆ
บาทหลวงแห่งศาสนจักรพอใจกับท่าทีของคลิฟฟ์มาก ท่านพยักหน้า "ทัศนคติดีมาก คลิฟฟ์ ทอส พระสันตะปาปามีคำสั่งลงมา ตราบใดที่เจ้าทำภารกิจสำเร็จ นอกจากการไถ่โทษแล้ว พระบิดาจะยอมรับเจ้าเป็นว่าที่อัศวินศักดิ์สิทธิ์ และเจ้าจะมีโอกาสได้ไปฝึกฝนต่อที่วิหารหลัก"
คลิฟฟ์เงยหน้าขึ้นด้วยความตื่นเต้นทันที แล้วประกาศก้อง "คลิฟฟ์ขอถวายชีวิตเพื่อภารกิจนี้! ข้าจะนำการลงทัณฑ์จากพระบิดาไปมอบให้แก่คนบาปผู้นั้นให้จงได้!"