เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 74 – Dark Elven City (7)

Chapter 74 – Dark Elven City (7)

Chapter 74 – Dark Elven City (7)


Chapter 74 – Dark Elven City (7)

ซังจินได้ออกมาจากทำพร้อมกับพลังชีวิตและมานาที่เหลือครึ่งหนึ เขาจึงวางแผนที่จะใช้แหวนแวมไพร์และมูนสเปคในการฟื้นฟูมันคืนมา

เขาได้ใช้เวลาในการกำจัดบอสทั้งสองตัวไป 25 นาที ดังนั้นเขาจึงยังมีเวลาเหลืออยู่อีกมาก เขรจึงตัดสินใจที่จะไม่รีบเร่งอะไรมากและคิดบางสิ่งบางอย่างในขณะเดียวกัน

'เมื่อฉันวาปไป...แล้วที่ไหนกันที่ฆาตกรควรจะยืนอยู่"

ใน 5 นาทีจากนี้ พวกนักล่าก็ควรจะสู้กับบอสจบแล้ว และเมื่อมันเสร็จสิ้น กวกฆาตกรก็จะเริ่มปรากฏตัวออกมา เขาทีเวลาอยู่ 1 ชม.ในการจัดการฆาตรกรทั้งสามการจู่โจม เขาจะต้องทำมันไม่ให้ช้าไปกว่านั้น

จากการจู่โจมสู่การจู่โจม เขาจะต้องค้นหาฆาตกร การสู้รบมันจะกินเวลาน้อยกว่าการค้นหาซะอีก

และถ้าหากเขาต้องการจะพิจาณาค้นหาคนจะมอบเหรียญขาวให้เขาหรือคนที่เขาต้องการจะมอบ 'น้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งการล้างบาป' ให้ เขาก็จะไม่มีเวลามากนัก

ดังนั้นเขาจะต้องค้นหาฆาตกรให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นซังจินก็ชี้ไปที่ศพของที่เขาเพิ่งจะจัดการก่อนที่จะกล่าวออกมาว่า

"การกวักมือของลิช"

เขาได้เติมเต็มมานาของเขาในขณะที่ไปรอบๆเมือง สถานที่ๆดีที่สุดก็ดูเหมือนจะเป็นวิหารที่บอสหลักอยู่

มันเป็นใจกลางของเมือง มันอยู่ในจุดที่สูงที่สุด เขาจึงสามารถจะมองเห็นนักล่าที่กำลังสู้อยู่ได้อย่างรวดเร็ว

ซังจินได้เก็บดาบกลับไปก่อนที่จะเริ่ทปีนขึ้นไปที่เมือง มีเอลฟ์บางตัวได้มาขวางเส้นทางของเขา แต่ว่าพวกเขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของซังจิน

บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าเขาได้ต่อสู้เป็นตายกับสุดยอดนักดาบมาก่อน การฆ่าพวกเอลฟ์ตัวอื่นๆมันจึงให้ความรู้สึกเหมือนว่ากำลังสู้กับเด็ก

'วูบ'

ทุกๆครั้งที่ซังจินร่ายรำดาบ หัวของเอลฟ์ก็จะร่วงไปบนพื้น ในขณะที่เขากำลังล่าอยู่จากนั้นเขาก็ำามกับโอเปอเรเตอร์

"โอเปอเรเตอร์พลังชีวิตมีเท่าไหร่แล้ว?"

เขาได้ตรสจสอบพลังชีวิตไปเรื่อยๆขณะที่กำลังล่าเอลฟ์ และแล้วในขณะเดียวกันเขาก็ได้วิ่งมาพบกับกลุ่มนักล่า

"อ่ะ นาย"

"ผู้พิพากษา..."

เป็นคนอื่นๆที่ได้เข้ามาในการจู่โจมพร้อมกับเขา พวกเขาดูจะรู้สึกตกใจมากเมื่อได้เห็นเขาราวกับว่าเห็นผี มันไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ เพราะว่าในก่อนหน้านี้ลูกบาศก์ได้สุ่มบอกออกมาตลอดเวลา

[บอสปรากฏตัว]

[บอสถูกกำจัด]

[บอสลับปรากฏตัว]

[บอสลับถูกกำจัด]

และจากคำพูดของซังจิน

"อา...ฉันสัญญาว่าฉันจะฆ่าแค่บอสเท่านั้น พวกนายมีอิสระเลยในการล่าพวกเอลฟ์รอบๆ"

พวกนักล่าได้เงียบไร้ซึ่งคำพูด

'นายทำแบบนี้ได้ยังไงกัน?'

ไม่มีใครเลยที่กล้าจะถามออกมา คำพูดและการกระทำของซังจินนั้นมันอยู่คนละโลกกับพวกเขาแล้ว

โดยเฉพาะกับ 'นักดาบระดับสูง' เขารู้สึกกังวลว่าซังจินจะทำอะไรบางอย่างขึ้นเพื่อแก้แค้นสำหรับในเหตุการณ์ก่อนหน้านีและหลีกเลี่ยงที่จะสบสายตา้

เมื่อซังจินเห็นเช่นนี้ เขาจึงไม่สามารถจะห้ามยิ้มของเขาเอาไว้ได้ในขณะที่เดินออกไป ที่นี่มันมีศัตรูไม่มากแล้วในระหว่างทางขึ้นไปวิหาร

นักล่าทั้งสี่คนได้พยายามเคลียเส้นทางอย่างขยันขันแข็ง แต่ว่าอย่างไรก็ตามในบางครั้งซังจินก็จะเขาไปล่าเอลฟ์ในเส้นทางด้วย

[พลังชีวิตเต็ม]

โอเปอเรเตอร์ได้บอกกับซังจินในะอนที่เขาได้เหวี่ยงดาบตัดหัวเอลฟ์ไปอีกตัวหนึ่ง

"เวลามันผ่านมาเท่าไหร่แล้วตั้งแต่การจู่โจมเริ่มขึ้น"

[30 นาที 12 วินาที]

มันถึงเวลาที่เขาจะต้องไปแล้ว ซังจินได้เก็บดาบเข้าฝักและหยิบหนึ่งในหินแสวงหาฆาตกรออกมา

ซังจินได้กลับเข้ามาในวิหารอีกครั้ง และมองออกไปรอบๆ เมื่อเขาแน่ใจแล้วว่าไม่มีศัตรูอยู่ใกล้ เขาก็ชูหินขึ้นและกล่าวออกมา

"การแสวงหาความยุติธรรม"

แม้ว่าเขาจะอยู่ในใต้ดินแสงก็ได้ส่องลงมาและล้อมรอบที่ซังจิน

[ทำการขอเคลื่อนย้ายมิติแล้ว]

[การที่การเคลื่อนย้ายมิติจะเสร็จสิ้น การแจกร่างวัลการจู่โจมจะต้องเกิดขึ้นที่นี่]

[เริ่มต้นการแจกรางวัล]

โอเปอเรเตอร์ได้เริ่มแจกรางวัลอย่างรวดเร็ว

[มอนสเตอร์ที่กำจัด: ชาวบ้านดาร์พเอลฟ์ 44 คน การ์ดดาร์คเอลฟ์ 25 คนืจอมเวทดาร์คเอลฟ์ 8 คนรวมทั้งหมด 728 แต้ม]

[บอสที่กำจัด: 'นักบวชหญิงเคเรนิส 1100 แต้ม]

[บอสลับ: ดาร์คเอลฟ์ที่ถูกเนรเทศ 1100 แต้ม]

[รวมแต้มทั้งหมดเป็น 9480 แต้ม]

[ผลงานของคุณคือ 65.5% ได้รับแต้มสเตตัส 6209 แต้ม เหรียญดำ 6209 เหรีย โบนัสเคลียการจู่โจม แต้มสเตตัส 2800 แต้ม เหรียญดำ 2800 เหรียญ ผลของไอเทมเพิ่มเงินรางวัล 10% รวมทั้งหมดเป็นแต้มสเตตัส 9009 แต้มและเหรียญดำ 9910 เหรียญ]

[และในตอนนี้เราจะเริ่มแจกไอเทม]

ซังจินได้กลืนน้ำลายเข้าไปโดยที่ไม่ตั้งใจ สิ่งนี้มันทำให้เขาต้องกังวลใจเสมอ

[อาเทอร์มิโอ - จอมเวทหายนะ]

[ดาร์ค - ถ้วยต้องสาป]

[มามาย่า - นิ้วมือล้างสมอง]

[หินเอนชานร์]

[หนังสือเวทมนตร์ - สโลว]

[หนังสือเวทมนตร์ - โล่ความมืด]

[โพชั่นฟื้นฟูขนาดใหญ่ 2 ขวด]

โอเปอเรเตอร์ได้ส่งข้อความแสดงความยินดีมาถึงสองครั้ง

[ขอแสดงความยินดีด้วยืคุณได้รับไอเทมในตำนาน 'อาเทอร์มิโอ']

[ขอแสดงความยินดีด้วย คุณได้รับชิ้นส่วนไอเทมระดับตำนาน 'หินเอนชานร์]

ได้มีไอเทมหลายชิ้นตกลงมาที่เบื้องหน้าของซังจิน และก่อนที่ซังจินจะหยิบพวกมันขึ้นมา สิ่งแรกที่สายตาของซังจินได้มองไปก็คือดาบระดับตำนาน 'อาเทอร์มิโอ'

'นี่มันเหมาะมาก...'

มันเป็นดาบเวทมนตร์ของคาเรี่ยนมี่ซึ่งเขาได้ใช้สะท้อนลูกไฟของซังจินกลับมา ซังจินต้องการที่จะหยิบมันขึ้นมาเพื่อดูหย้าต่างข้อมูล แต่ว่าลูกบาศก์ก็ยังคงยุ่งวุ่นวายกับการประกาศอยู่

[และสุดท้ายนี้จะเป็นการแจกฉายาที่ได้รับจากในการจู่โจม]

[นักฆ่า - การโจมตีศัตรูที่ไปรู้ตัวจะเพิ่มความเสียหาย 100%]

'นักฆ่า...ฉันคิดว่ามีใครบางคนใช้ฉายานี้เมื่อเร็วๆมานี้...'

และในตอนนี้เองเขาก็นึกออก คนๆนั้นก็คือเจ้ามาเฟียที่พยายามจะข่มขืนคนอื่นในหุบเขาคนยักษ์ ต้องขอบคุณเขาที่ทำให้ซังจินรู้สึกฝืนในการใช้ฉายานี้ แต่ว่าผลของมันกดีมาก ไม่ว่าจะเป็นบอสหรือฆาตกร ถ้าหากว่าเขาสามารถจะประสบความสำเร็จในการซุ่มโจมตี ฉายามันก็จะมีประโยชน์เป็นอย่างมาก

'การสวมใส่ฉายานี้มันจะทำมห้การซุ่มโจมตีมีดาเมจเพิ่มขึ้นเผ็นสองเท่า และการที่ไม่สวมใส่มันก็จะมีความเสียเพิ่มขึ้น 1.5 เท่า....มันหมายความว่าถ้าหากฉันเห็นโอกาสการซุ่มโจมตีฉันก็ควรจะใช้มัน...'

ในขณะที่ซังจินกำลังนึกถึงสิ่งนี้ เขาก็นึกไปถึงการมีอยู่ของ 'ดวงดาวไร้นาม' มันเป็นไอเทมที่ดีมาด เนื่องจากว่ามันอนุญาติให้ปรับเปลื่ยนฉายาได้ตามสถานการณ์

การต่อสู้กับคาเรี่ยนมันลำบากมากยิ่งขึ้นเนื่องจากเขาส่วมใส่ฉายา 'ผู้พิพากษา' แทนที่จะเป็น 'สุดยอดนักล่า' ราคา 20000 มันคุ้มค่าแล้วที่จะจ่ายเพื่อซื้อสิ่งนั้น

'ฉันไม่รู้ว่าจะมีไอเทมที่คุ้มค่าอีกไหม...แต่ว่าในตอนนี้ฉันจะต้องเก็บมันใส่ตระกร้าไว้ก่อน

[การแจกรางวัลสิ้นสุดลงแล้ว คำขอเคลื่อนย้ายมิติได้รับอนุญาติ]

[คุณจะวาปไปในอรก 10 วินาที 10 9]

โอเปอเรเตอร์ได้เริ่มต้นนับถอยหลัง และซังจินก็ได้เตรียมพร้อมตัวเอง มันจะไม่มีความเมตตาสำหรับพวกชั่วร้าย ผู้ที่ได้เข้าไปในวังวนของมันครั้งนึงแล้ว เขาผู้นั้นก็จะวนอยู่ในนั้นตลอดกาล

เขาจะต้องกำจัดเจ้าพวกนั้นให้หมดไปจากการจู่โจมให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และป้องกันไม่ให้พวกเขาสามารถไปถึงช่วงท้ายเกมได้ และก็ด้วยผลข้างเคียงของการทำเช่นนี้มันก็ได้ทำให้เขาได้รับไอเทมมาอีกด้วย สำหรับซังจินการทำเช่นนี้มันเหมือนกับยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

[5 4 3]

เมื่อการนับถอยหลังใกล้จะสิ้นสุดลง ซังจินก็ได้ยืดตัวเองเพื่อที่จะให้ร่างกายยืดหยุ่น เขาต้องการที่จะใช้เวลาหาพวกฆาตรให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ในมิติอื่นๆนักล่านับหมื่นยังคงอยู่ในการจู่โจมที่ยังไม่จบลงอยู่ แม้ว่าถ้ามีเพียงหนึ่งในสิบส่วนที่มีฆาตกร มันก็ควรจะยังมีฆาตกรเยอะอยู่ดี

การเริ่มต้นใช้หินแสวงหาฆาตรให้บ่อยที่สุดมันเป็นสิ่งที่ดี ถ้าหากว่าเขาสามารถใช้หินทั้งสามอันได้หมด เขาก็จะสามารถพิจารณาถึงสิ่งที่ได้รับจากพวกนั้นมากขึ้น

[2 1 0]

การนับถอยหลังได้สิ้นสุดลง และซังจินก็ได้ถูกวาปไปที่มิติอื่น

****

นักล่าทั้งห้าคนทั้งแข็งแกร่งและมีพรสวรรค์ พวกเขาร่วมมือกันได้อย่างสมบูร์แบบและเข้าไปหาบอสที่ได้รอพวกเขาอยู่ในวิหาร เมื่อพวกเขาได้เข้ามาที่ด้านในของวิหาร

" ไคม่า โอ พระผู้เป็นเจ้าที่ยิ่งใหญ่ๆ ลูกๆของท่านกำลังเตรียมที่จะไปสู้รบได้โปรดมอบพรให้แก้ลูกๆของท่านด้วยเถิด"

พวกเขาได้เห็นนักบวชหญิงและผู้พิทักษ์ทั้งสี่คนกำลังทำพิธีแปลกๆอยู่ พวกเขาได้หันหน้ามามองกันและกระซิบออกมา

"มันดูเหมือนว่าพวกเราจะสามารถซุ่มโจมตีในที่พวกมันกำลังยุ่งอยู่ได้"

"ใช่แล้ว เริ่มต้นการต่อส้ด้วยการจัดการนักธนูและนักบวชหญิงก่อนเลย"

"ใช่แล้ว มันเป็นไอเดียที่ดีเลย"

พวกเขาได้วางแผนที่จะซุ่มโจมตีบอส แต่ว่า

"สสสสสส์~"

งูอนาคอนด้ายักษ์ได้ฆ่าตัวตายด้วยการพุ่งเข้าไปใส่มีดสั้นของนักบวช และสไนเปอร์ระดับสูงก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เว้นแต่อ้าปากค้างออกมา

"อ่ะ..."

มันได้สร้างเสียงแปลกๆออกม

"ใครกันที่มารบกวนพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา"

นักบวชหญิงได้เปล่งเสียงออกมา และการต่อสู้ก็เริืมขึ้นโดยการที่การซุ่มโจมตีไม่สำเร็จ แต่การต่อสู้ก็เป็นไปได้ด้วยดี

นักล่าพวกนี้มีพลังมากพอืี่จะสามารถเข้ามาถึงนักบวชได้ภายใน 30 นาที แต่ว่่าปัญหาก็ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อนักบวชหญิงได้เริ่มใช้เวทมนตร์ล้างสมองแปลกๆ

เมื่อเธอได้หยิบเอานิ้วแปลกๆที่ขรุขระออกมาจากผ้าคลุมและเมื่อชี้ไผที่ใครซักคน มันก็จะทำให้เขาคนนั้นหันกลับมาต่อสู้กับเพื่อนร่วมทีม

พวกเขาจะสูญเสียพันธมิตรและได้รับศัตรูมาแทน และจากเป้าหมายทั้งหมด หนึ่งเดียวที่ได้รับผลกระทบคือ 'เพรฌฆาต' ตัวทำดาเมจที่แข็งแกร่ง

ในขณะที่นักล่ากำลังลังเลเนื่องจากไม่รู้ว่าจะตอบโต้ไปอย่างไร

"อ๊ากกก"

มันก็ได้มีอุบัติเผตุเกิดขึ้นมา นักล่าคนอื่นๆก็ได้พยายามอย่างผนักเพื่อที่จะหยุดการล้างสมอง แต่ว่าในระหว่างที่มันดำเนินต่อไป

"อุ๊กก"

อุบัติเหตุครั้งที่สองก็ได้เกิดขึ้นมา ผู้รอดชีวิตสองคนและ 'เพชฌฆาต' ที่ได้เป็นอิสระจากการล้างสมองก็ได้จัดการล้มบอสลง

[นักบวชหญิงได้ถูกกำจัด]

[จะกลับสู่ตลาดมืดในอีก 58 นาที 23 วินาที]

ในที่สุดพวกเขาก็สามารถจะจบการจู่โจมได้ แต่ว่าผู้รอดชีวิตทั้งสองคนก็ไม่ได้มีความสุข 'นักทำลาย' ผู้ที่ใช้ค้อนยักษ์ก็ได้กล่าวกับ 'เพชฌฆาต'

"ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของนาย"

"ทำไมมันถึงเป็นแบบนั้นกัน?"

"ทำไม? ทำไมมันถึงเป็นความผิดของฉัน? สิ่งนั้นมันคือทักษะของบอส ถ้าหากว่านายโดนมันแล้วนายก็จะเป็นเช่นเดียวกับฉัน นายคิดว่านายจะสามารถหยุดยั้งผลของมันได้งั้นเหรอเมื่อนายโดนมัน?"

"ฉันก็ไม่ได้โดนทักษะนั้นนี่"

"หยุดการแกล้งทำซะเถอะ ถ้าหากนายต้องการจะตำหนิใครซักคน ก็ควรจะตำหนิสไนเปอร์ที่ได้ทำให้เราซุ่มโจมตีล้มเหลวในก่อนหน้านี้ ฉันได้ต่อสู้อย่างหนัก ฉันไม่สามารถจะทำอะไรกับการที่ถูกล้างสมองได้"

สไนเปอร์ระดับสูงที่ได้ฟังอยู่ด้านข้ทงก็ยังได้เข้ามาร่วมการเถียงกันนี้

"นายกำลังพูดอะไรกัน? นายคิดว่ามันจะแตกต่างกันงั้นหรอ? ไม่ว่าเขาจะต่อสู้แบบไหนมันก็จะเกิดการถูกล้างสมองขึ้น และนายก็จะถูกล้างสมองไม่ว่ายังไงก็ตาม นายได้ฆ่าพรรคพวกด้วยมือของนายเอง"

"ฉันไม่ได้ฆ่าพวกเขาเพราะว่าฉันต้องการที่จะฆ่า!"

ทั้งสามคงยังคงตะโกนและโต้เถียงกันต่อไป และแล้วในที่สุด 'นักทำลาย' ก็ไม่สามารถจะระงับความโกรธของเขาเอาไว้ได้อีก ในที่สุดเขาก็ได้เหวี่ยงค้อนออกมา

จบบทที่ Chapter 74 – Dark Elven City (7)

คัดลอกลิงก์แล้ว