เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 75 - Dark Elven City (8)

Chapter 75 - Dark Elven City (8)

Chapter 75 - Dark Elven City (8)


Chapter 75 - Dark Elven City (8)

นักทำลายได้เหวี่ยงขวานออกไป

"อะไร...,"

'เพชฌฆาต' ได้ถูกฟาดกระเด็นไปไกลก่อนที่เขาจะพูดจบ จากนั้นนักทำลายก็ชูขวานขึ้นมาและตะโกน

"แผ่นดินไหว"

แต่ว่าก่อนที่มันจะถูกเพชฌฆาต

"บลิ้ง"

เพชฌฆาตได้ใช้เวทมนตร์เพื่อที่จะหลบไปทางอื่น

"ตูมม"

ที่ทางเข้าของวิหารได้สั่นออกมาอย่างรุนแรง ในเวลาเดียวกันที่ร่างกายของนักทำลายก็ได้มีออร่าสีแดงปรากฏออกมา และจากนั้นโอเปอเรเตอร์ก็ปราะกาศขึ้น

[การโจมตีพันธมิตรจะทำให้เข้าสู่สถานะ 'ฆาตกร']

มีการอธิบายเพิ่มเติมอีกด้วยเกี่ยวกับบทลงโทษ แต่ว่านักทำลายที่กำลังโกรธอยู่ก็ไม่สนใจ เขามองค้าหนเพชฌฆาตด้วยดวงตาที่กระหายเลือด

"ฟิ้ว~"

ลูกธนูของสไนเปอร์ระดับสูงได้เปิดเผยตำแหน่งของเพชฌฆาต เขากำลังอยู่ที่ขั้นบันไดของวัด ในตอนนี้มันกำลังเป็นสถานการแบบ 2 ต่อ 1 เพชฌฆาตได้พยานามที่จะหนีออกไปโดยที่ถูกอีกสองคนตามล่า

ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นนักล่าทั้งสามคนก็ได้ออกไปจากวอหาร และจากนั้นครู่หนึ่งเสาแสงสีขาวก็ได้ปรากฏขึ้นในวิหารและมีชายคนหนึ่งเดินออกมา

****

ซังจินได้มองออกไปรอบๆ ด้านในนี้มีศพของนักบวชหญิงและผู้พิทักษ์อยู่ และก็ยังมีศพของนักล่าอีกสองคนอยู่อีกไม่ไกล

'ฆาตกรอยู่ไหนกัน?'

ซังจินได้เดินออกไปจากวิหารและมองไปรอบๆ จากวิหารมันเป็นที่ๆสูงที่สุดของเมือง เขาจึงสามารถจะมองเห็นทุกๆสิ่งได้จากที่นี้

ไกลออกไปได้มีนักล่ากำลังไล่กันอยู่ ซังจินไม่รู้ว่าพวกเขาไล่ล่ากันเพราะอะไร แต่ว่าซังจินก็รีบใช้ทักษะทันที

"สวิฟพาว"

จากนั้นเขาก็วิ่งออกไปในทันที หลังจากนั้น 10 วินาทีต่อมา เขาก็ได้เห็นเพชฌฆาตกำลังต่อสู้กับนักทำลายและสไนเปอร์ระดับสูง ทั้งสองคนได้มีออร่าสีแดงอยู่ จากนั้นเบสโกโร่ก็แสดงความเห็นออกมา

'มีสองคน'

ไอเทมสี่ชิ้น ซังจินได้คิดเกี่ยวกับมันอย่างยินดี เขาหยักน่ารับในทันที

"มันมีสองคน"

แต่แล้วหลังจากนั้น 'เพชฌฆาต' ก็ได้โต้กลับ'

"รากจงยึดพวกเขาไว้กับพื้นดิน พัวพัน!"

เขาได้ใช้เวทมนตร์เพื่อที่จะหยุดนักทำลายไว้กับที่

"บลิ้ง"

แล้วใช้การวาปไปที่นักธนู ก่อนที่ซังจินจะได้ทำอะไรขวานของเขาก็ได้ผ่าหัวของนักธนู

'ในตอนนี้เหบือเพียงหนึ่งแล้ว'

แม้ว่ามันจะเป็นการต่อสู้แบบ 2 ต่อ 1 เขาก็สามารถจะจัดการไปได้หนึ่งคน เขานั้นมีความแข็งแกร่ง

"แก!"

เมือนักทำลายได้หลุดออกจากรากไม้ เขาก็ได้พุ่งเข้าไปประชิดตัวทันที หากว่าไม่มีการแทรกแซงเกิดขึ้น ซังจินก็อาจจะสูญเสียทั้งคู่ไป

'ฉันจะไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้น'

ซังจินได้ขยับตัวอย่างรวดเร็ว ฆาตกรกำลังยุ่งอยู่กับเพรฌฆาต เขาจึงไม่ได้สังเกตุถึงซังจินที่ใกล้เข้ามา

เมื่อนักทำลายยกขวานเขาขึ้น ซังจินก็ได้ตัดมือเขาทิ้งจากด้านหลังในทันที

"อ๊ากกก"

นักทำลายที่ได้ถูกปลดอาวุธโดยซังจินจากทางด้านหลังได้ร้องออกมาอย่าวเจ็บปวด จากนั้นซังจินก็ตามมาด้วยการตัดหัวเขาในทันที

"อั๊ก"

ด้วยเสียงร้องสั้นๆ นักทำลายก็ได้คุกเข่าลงไป เพชฌฆาตได้มองมาที่ซังจินอย่างประหลาดใจ มันยากที่จะจินตนาการมีนักล่ามาจากข้างนอก ซังจินก็หันไปมองเขาเช่นกัน

'เขาอาจจะไม่จูบแหวนของฉัน แม้ว่าฉันจะถาม....จริงไหม?'

ซังจินไม่มีความรู้สึกว่าชายคนนี้จะยอมรับเลย เขาแข็งแกร่ง เขาสามารถจะเอาชนะการต่อสู้ในก่อนหน้านี้ได้ มันจึงไม่มีเหตุผลที่เขาจะยอมรับคำขอของซังจิน

หลังจากที่จ้องมองมาที่ซังจินอยู่ครู่หนึ่งด้วยตาที่เบิกกว้างขึ้น ในที่สุดเขาก็ถามออกมา

"นายเป็นใคร? ศตรูงั้นหรอ?"

ซังจินได้ตอบกลับออกมาด้วยการฉีกยิ้มที่มุมปาก

"มาลองดู ถ้าหากว่านายคิดเช่นนั้น"

เพชฌฆาตไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรดี จากนั้นซังจินก็เดินเขาไปหยิบไอเทมขึ้นมาจากบนพื้นและเก็บมันลงไปในลูกบาศก์ และกล่าวกับเพชฌฆาต

"นายสามารถจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ได้อย่างอิสระเลย แต่ว่าอย่าไปลองต่อสู้เพียงคนเดียวด้วยความประมาทละ"

ซังจินได้ทิ้งคำพูดเอาไว้ในขณะที่เดินกลับขึ้นไปบนเนินของวิหาร การเลือกวหวิหารเป็นจุดวาปมันเป็นความคิดที่ดี

นักล่าทุกๆคนจะต้องผ่านในจุดๆนั้นเหมือนๆกัน และมันก็เป็นชุดชมวิวที่ยอดเยี่ยมภายในเมือง

เมื่อเขากลับไปถึงวิหาร เขาก็หยิบเอาหินก้อนที่สองออกมา และเบสโกโร่ก็พูดขึ้น

'เราควรจะทำมันที่ให้เร็วขึ้นในครั้งต่อไป เพราะตั้งแต่ที่ฆาตกรถูกโต้กลับและโดนฆ่าไปก่อนที่เราจะไปถึง'

"นายพูดถูก"

ซังจินหยักหน้ารับ ถ้าหากเขาไปเร็วกว่านี้ เขาก็จะสามารถจัดการฆาตกรได้ทั้งสองคนและได้รับไอเทมสี่ชิ้นในรอบนี้ เมื่อเขาเตรียมตัวพร้อมแล้ว เขาก็ตะโกนออกมาอีกครั้ง

"การแสวงหาความยุติธรรม"

[หินแสวงหาฆาตกรจะสามารถใช้ได้ในทุกๆ 10 นาทีเท่านั้น]

[ได้โปรดลองใหม่อีกครั้งหลังจากผ่านไป 4 นาที 27 วินาที]

"โอ้ จริงหรอ?"

ซังจินได้มองไปที่หินก้อนที่สอง มันไม่ได้มีบอกเวลาคูลดาวของมัน มันอาจจะเป็นเนื่องจากว่ามันเป็นไอเทมจิปาถะ ตั้งแต่ที่โอเปอเรเตอร์ได้กล่าวออกมาเขาก็ไม่สามารถจะทำอะไรกับมันได้

'เยี่ยม ถึงแม้ว่ามันจะใช้เวลา 10 นาที ฉันก็ยังมีเวลาเพียงพอดังนั้น...มันควรจะไม่เป็นไร'

ซังจินได้มองออกไปรอบๆ ในระยะไกลออกไปเขาสามารถจะมองเห็นเต็นท์สีดำที่นำไปสู่ถ้ำได้

มันเป็นที่ๆบอสลับคอยอยู่ แต่แม้ว่าเขาจะฆ่ามอนสเตอร์อะไรเพิ่มขึ้นอีกในพื้นที่แห่งนี้ เขาก็จะไม่ได้รับอะไรเลย พ่อค้าในร้านค้ามืดมิดยิ่งกว่าสีดำได้กล่าวเอาไว้ว่าการแจกรางวัลจะมีเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

ในตอนนี้เขามีเวลาว่าง ดังนั้นเขาจึงนั่งลงไปที่พื้นบันไดและถามกับโอเปอเรเตอร์

"ช่วยส่งไอเทมที่ฉันได้รับจากการจู่โจมก่อนหน้านี้มาที"

ตามคำขอของเขา โอเปอเรเตอร์ได้ส่งฟอเทมออกมาสามชิ้น มันมีดาบต้องสาป จอก และนิ้วแปลกๆ ซังจินได้หยิบดาบขึ้นมาเป็นอย่างแรก

'มันเป็นไอเทมในตำนาน ถ้าหากว่าฉันจำไม่ผิด...'


อาเทอร์มิโอ - จอมเวทหายนะ

ดาบสั้นระดับตำนาน - ความแข็งแกร่ง S ความคล่องแคล่ว A

ทักษะติดตัว

กลืนเวท (II) - ลดดาเมจที่ได้รับจากเวทมนตร์ลง 20%

ทักษะใช้งาน

สะท้อนเวทมนตร์ (IV) - สะท้อนเวทมนตรโจมตีที่มีระดับต่ำกว่า 6 ลงไป

คูลดาว 10 นาที

ดาบชนิดพิเศษที่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับล่าจอมเวท


'โอ้ววว...'

ซังจินหยักหน้าอย่างยินดี มันเป็นดาบที่สุดยอดมาก ทั้งทักษะใช้งานและทักษะติดตัวทั้งหมดมันไว้ใช้สำหรับต่อต้านเวทมนตร์ ดาบเล่มนี้มันจะช่วยให้การต่อสู้กับจอมเวทง่ายดายขึ้น

และสเตตัสของมันก็ยอดเยี่ยม เหมาะสมแล้วที่มันเป็นไอเทมระดับตำนาน ซังจินได้ตัดสินใจในทันที

"สวมใส่"

เขาได้ทดลองควงมันกลางอากาศ มันให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากคาตานะที่เขาใช้ตามปกติ แต่ว่ามันก็ควรจะคล้ายกันในทางทฤษฏี

'สิ่งนี้มันคุ้มที่จะใช้เป็นอาวุธที่สาม'

ด้วยสเตตัสนี้มันคุ้มค่าที่จะพกพามันไปทั่วๆ การเปลื่ยนไปใช้มันในตอนที่ได้เผชิญหน้ากับจอมเวทมันจะทำให้ทุกๆอย่างง่ายขึ้น

ซังจินได้แขวนดาบไว้ที่ข้างซ้าย ด้านหลังของเขาเป็นมูนสเปค ถ้าหากว่าเขาได้รับมันมาในชีวิตก่อนหน้านี้เขาก็จะขายมันไปในตลาดประมูล แต่ว่าในตอนนี้เขาสามารถจะมีดาบเสริมไว้ได้แล้ว

ไอเทมต่อมาคือจอก มันเป็นจอแปลกๆที่มีรูปภาพของงูสลักอยู่


ดาร์ค - จอกต้องสาป

อาวุธสนับสนุนระดับวีรชน (ขอเปลื่ยนระดับจากวีรบุรุษเป็นวีรชนนะครับ)

ทักษะติดตัว

เพิ่มพลังมนตร์ดำ(III) - เพิ่มพลังของเวทมนตร์ดำ 30%

ทักษะใช้งาน

สปิริตลิ้งค์ (มารากอร์) - มันเป็นงูพิษที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมากซึ่งมีชื่อว่า มารากอร์

ถ้าหากว่ามันถูกฆ่าหรือถ้า 10 นาทีผ่านไป มันก็จะหายไป

จอกของนักบวชหญิงเคเรนิส

คำสาปแช่งมีความถูกต้องมากกว่าคำอวยพร


'ในตอนนั้นทีเธอได้กล่าวถึง...'

เขาได้จำได้ว่าเคยมีใครบางคนได้ใช้มันในอดีต หนึ่งในสิบคนสุดท้าย ผู้หญิงเพียงคนเดียวในหมู่ผู้ชาย 'นาดา' ซังจินได้รำลึกนึกถึงอยู่ครู่หนึ่ง

เธอมีการกระทำที่หยาบคาย แต่ว่าเธอก็มีผิวที่เรียบเนียนและใสสะอาด จมูกที่โด่ง ดวงตาที่โตและสว่างสดใสดั่งมรกต

'เธอเป็นคนที่สวยมาก...'

แต่ว่าก็ไม่เหมือนกับเซริน ฮาน เธอสามารถจะมีชีวิตรอดไปได้จนถึงตอนท้ายโดยที่ไม่ต้องปิดบังใบหน้าที่แท้จริง

มันเป็นเพราะความเร็วที่น่าอัศจรรย์ ทักษะมีดที่อันตราย และพลังเวทมนตร์ดำที่ทรงพลังของเธอ

ในบรรดาชาย 9 คนสุดท้ายไม่มีใครเลยที่กล้าจะต่อต้านเธอ

'แต่นี่ก็เป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิงกับฉัน...'

มันเป็นความจริง เขาไม่มีมือว่างอีกแล้วที่จะถือมันไว้เฉยๆ ทักษะอัญเชิญงูมันก็ไม่ได้ดีมากนัก

'มันควรจะเป็นไอเทมสนับสนุนที่มีประโยชน์สำหรับจอมเวทดำ...'

และซังจินก็ยังมีเคนและซาดาเมียร์อยู่แล้วด้วย

'ฉันควรจะขายมันออกไปในราคา 4000 เหรียญ'

ซังจินได้เก็บจอกกลับเข้าไปในลูกบาศก์ และไอเทมชิ้นสุดท้ายมันเป็นมือที่แห้งเหี่ยวคล้ายกับมือของมัมมี่


มามาย่า - นิ้วมือล้างสมอง

เครื่องประดับระดับวีรชน

ทักษะใช้งาน

ควบคุมจิตใจ(II) - สามารถสั่งการเป้าหมายได้อย่างอิสระเป็นเวลา 10 วินาที

การให้เป้าหมายฆ่าตัวตายหรือให้เป้าหมายทำร้ายตัวเองไม่สามารถจะทำได้

ผู้ที่ใช้ความสามารถนี้จะไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ในระหว่างที่ใช้งาน

คูลดาว 20 นาที

ดาร์คเอฟ์ได้เป็นเจ้าของของดวทมนตร์สะกดจิต และด้วยสิ่งนี้มันก็สามารถจะลบความกลัวจากพันธมิตรหรือควบคุมจิตใจศัตรูก็ได้


มันเป็นไอเทมที่แปลกที่มีทักษะแปลกๆ ซังจินได้หันมองไปรอบๆเพื่อที่จะตรวจสอบ

'ฉันควรจะใช้ไอเทมนี้ยังไงดี?'

ควบคุมเป้าหมาย 10 วินาที แต่ก็ไม่สามารถจะให้ทำร้ายตัวเองได้ เบสโกโร่ได้แสดงความคิดเห็นขึ้นมา

'แม้ว่ามันจะไม่สามารถสั่งให้ทำร้ายตนเองได้...ท่านก็ไม่สามารถจะให้วิ่งออกไปจากหน้าผาหรือวิ่งเข้าไปในใจกลางกลุ่มของศัตรูได้งั้นผรอ?'

"แต่ในขณะเดียวกันฉันก็ไม่สามารถจะเคลื่อนที่ได้"

นี้มันเป็นปัญหาเพียงอย่างเดียวที่ใหญ่มาก

"มันจะง่ายกว่าสำหรับฉันเพียงแค่ก้าวออกไปและฆ่าพวกมันด้วยตัวเอง"

'มันก็จริง...แต่ก็มันอาจจะมีประโยชน์ในบางสถานการณ์...'

ซังจินได้ตัดสินใจที่จะไม่ขายมันออกไปในตอนนี้ เขายังไม่สามารถที่จะมองเห็นประโยชน์ของการใช้งานมันจริงๆได้ แต่จากสิ่งที่เบสโกโร่กล่าว เขาก็รู้สึกว่ามันอาจจะมีประโยชน์ในสักวันหนึ่ง

เมื่อซังจินตรวจสอบไอเทมเสร็จสิ้น เขาก็หยิบหินขึ้นมาอีกครั้ง ในตอนนี้มันได้ผ่านไปมากกว่า 4 นาทีแล้ว

[คำขอเคลื่อนย้ายมิติได้รับการยินยอม]

เวลาได้ถูกต้อง การย้ายมิติได้เริ่มขึ้นแล้ว

[คุณจะวาปไปในอีก 10 วินาที 10 9 8]

การนับถอยหลังได้เริ่มต้นขึ้น และซังจินก็ได้ถูกวาปออกไปเป็นครั้งที่สอง

****

ในนักล่าทั้งห้าคน สองคนได้ถูกฆ่าไปในระหว่างการล่า ตอนนี้มีเพียงสามคนที่รอดอยู่ แม้ว่าพวกเขาจะเหลือเพียงสามคน พวกเขาสองในสามคนนั้นก็ได้ร่วมมือกันฆ่าอีกคนหนึ่งเพื่อทีจะเอาผลงานมา แต่ว่าสุดท้ายแล้วพวกเขาก็ทำสำเร็จ

"วูว...เยี่ยมมาก"

"นายก็ด้วย"

นักล่าทั้งสองคนที่มีออร่าสีแดงได้แสดงความยินดีกัน ก่อนหน้านี้ก่อนที่พลหอกจะต่ย หนึ่งในพวกเขาได้แสดงความคิดเห็นออกมาว่า

"ชายคนนี้...ได้ผูกขาดแต้มผลงานมากจนเกินไป"

นักล่าคนอื่นๆก็ได้ตอบกลับมา

"เราควรจะอยู่รอดมีชีวิตด้วยกันกับเขาได้งั้นหรอ?"

พวกนักล่าพยายามที่จะห้ามปรามการกระทำที่เขาคิดขึ้นมา แต่ว่าพวกเขาก็มีความคิดมากขึ้นไปอีก

'ถ้าหากเขาตาย ฉันก็จะได้ทุกๆอย่าง'

พวกเขาได้ทรยศพรรคพวกของพวกเขาเพื่อแต้มผลงานที่มากขึ้น มันไม่มีเหตุผลที่จะทรยศใครถ้าหากว่าเขาเป็นคนรอดคนสุดท้าย โดยปราศจากคำพูด ทั้งสองคนได้ถอยออกห่างจากกันพร้อมๆกัน

พวกเขาได้มองไปที่ตาของกันและกันืจากนั้นก็ยิ้มขึ้น

"นายคิดเหมือนที่ฉันคิดไหม?"

"แล้วนายหละ?"

"ไม่มีปัญหา มาต่อสู้เพื่อที่จะดูว่าใครจะได้รับแต้มไปทั้งหมดกันเถอะ

"ฟังดูดีนี่"

ชายทั้งสองคนต่างก็หยิบอาวุธของตนขึ้นมาและเข้ามาเผชิญหน้ากัน และแล้วในที่สุดพวกเขาก็ได้เข้าปะทะกัน

"เคร๊ง"

จบบทที่ Chapter 75 - Dark Elven City (8)

คัดลอกลิงก์แล้ว