เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 73 – Dark Elven City (6)

Chapter 73 – Dark Elven City (6)

Chapter 73 – Dark Elven City (6)


Chapter 73 – Dark Elven City (6)

ซังจินได้พุ่งเข้าไปหาคาเรี่ยนด้วยดาบบลัดเวเจนเพียงข้างเดียว ในขณะที่มืออีกข้างจับที่ด้ามจับของมูนสเปค เขาวางแผนที่จะใช้เสียงคร่ำครวญของคนตายเพื่อที่จะสร้างโอกาสในการโจมตีให้เขาล้มลง โดยการใช้บลัดเวเจน

แต่ว่ามันก็ไม่ได้ง่ายเช่นนั้น เมื่อซังจินเข้าใกล้คาเรี่ยน

"วูบ วูบ"

เขาได้เหวี่ยงดาบออกมาทั้งสองข้าง มันจึงทำให้ซังจินต้องถอยกลับมาในขณะที่ปัดป้องการโจมตีด้วยดาบบลัดเวเจน

จากประสบการณ์ของเขา ผลของเสียงคร่ำครวญของคนตายจะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นเมื่อเขายืนอยู่ใกล้ศัตรู แต่คาเรี่ยนแข็งแกร่งเกินไปที่เขาจะเขาไปประชิดได้

มันจึงช่วยไม่ได้ที่ซังจินจะต้องถอยกลับมาในขณะที่เขาป้องกันการโจมตีไปด้วย หลังจากนั้นครู่หนึ่งเขาก็ตะโกนออกมา

"เสียงคร่ำครวญของคนตาย"

เขารีบใช้งานทักษะอย่างรวดเร็วและดึงดาบออกมา

"กรี๊ดดดดด~"

เสียงกรีดร้องที่น่าหวาดหวั่นได้เต็มไปทั่ว และคาเรียนก็ได้ก้าวถอยออกไปพร้อมกับใบหน้าแสดงความประหลาดใจออกมา

ผลของเสียงคร่ำครวญของความตายดูเหมือนจะไม่ได้ส่งผลต่อเขาเต็มทีี แต่ว่าแค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะเป็นโอกาสทอง

'ฉันไม่รู้ว่าฉันจะมีโอกาสเช่นนี้อีกไหม"

ซังจินได้พุ่งเข้าไปหาคาเรี่ยน แต่ว่า

"แสงสว่างแห่งอิออน"

แสงบางอย่างได้สว่างออกมาภายใต้เกราะของคาเรี่ยน และเขาก็กลับเป็นปกติ

ซังจินรีบแกว่งดาบออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ว่า

"เคร๊ง"

คาเรี่ยนได้นำดาบมาไขว้ไว้และป้องกันการโจมตี ซังจินได้กัดฟันแน่นและเหวี่ยงดาบออกมาอีกครั้ง

"เคร๊ง ปัง"

คาเรี่ยนไม่สามารถจะตอบโต้กลับไปได้และทำได้เพียงแค่ป้องกันการโจมตี เขามีโอกาสน้อยมากที่จะสวนกลับ และเมื่อซังจินคิดว่าไม่มีโอกาสที่จะเจาะการป้องกันไปได้เขาก็ถอยกลับมา

'มอนสเตอร์อะไรกัน'

ซังจินได้หอบหายใจออกมาและกดดาบลงด้านข้าง การล้างบาปของโลหิตได้สิ้นสุดลงแล้ว มันไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะยอมให้มันดูดหลังชีวิตไปอีก

คราวนี้คาเรี่ยนก็ได้พุ่งเข้ามาหาซังจิน เขาค่อนข้างจะแข็งแกร่งกว่าซังจินเล็กน้อยในด้านวิชาดาบ

ทั้งสองคนนั้นต่างก็ฟาดฟันดาบเฉียดผ่านร่างกาย แต่ว่าก็ไม่มีบาดแผลที่สำคัญเลย และในระหว่างต่อสูอยู่นั้น

'ทำไมเขาถึงแข็งแกร่งเช่นนี้'

เบสโกโร่ได้กล่าวออกมาในความคิดของซังจิน ถ้าหากว่าอย่างน้อยมีเคนหรือซาดาเมียร์ ทุกอย่างมันก็ควรจะง่ายขึ้น แต่ว่าเวลาของพวกเขาได้หมดลงไปแล้ว

แล้วก็ด้วยเหตุผลบางอย่างก็ดูเหมือนว่าซังจินจะต้องการเอาชนะเขาในการต่อสู้แบบ 1 ต่อ 1

"เคร๊ง เคร๊ง แคร๊ก แคร๊ก"

นักสู้ทั้งสองคนได้ต่อสู้กัน และดาบทั้งสี่เล่มก็เข้าปะทะห่ำหันกัน แต่ว่ามันก็ยังไม่มีข้อสรุปเลย ในขuเดียวกันนั้นเอง

'...ฆ่า'

มันเผ็นเสียงที่เขาไม่ได้ยินมันมานานแล้ว เสียงกระซิบของยอนฮัวเรท ซังจินเขาไม่สนใจมันและต่อสู้ต่อไป แต่ว่าด้วยเหตุผลบางอย่างเบสโกโร่ก็ได้ตอบสนองต่อเสียงนั้น

'เสียงอะไรน่ะ"

เขาก็คงจะได้ยินเสียงของมันเช่นกัน

'ฆ่า...'

'มันบอกว่าฆ่าหรอ?'

ซังจินกำลังยุ่งกับการต่อสู้เพื่อชีวิตที่รักยิ่งของเขา และผีสองตัวก็ได้คุยกัน จากนั้นซังจินจึงจำเป็นจะต้องใช้ดาบทั้งสองเล่มผลักคาเรี่ยนออกไผและทำบางอย่าง

"อา หุบปาก!"

ในขณะเดียวกันคาเรี่ยนก็ได้ร่ายเวทออกมา

"หอกที่เจาะทั้งลวงทุกสิ่ง ไลท์นิ้งโบลด์"

ซังจินได้กลิ่งไปด้านข้างเพื่อที่จะหลบเวทมนตร์ ในตอนนี้เขาก็นึกออกว่าดาร์คเอลฟ์นักดาบก็รู้วิธีใช้เวทมนตร์ แต่ว่าเขาก็รู้วิธีใช้มันเช่นกัน

'ตาต่อตา ฟันต่อฟัน...เวทมนตร์ต่อเวทมนตร์'

"ความจริงคือเรื่องหลอกลวง และเรื่องหลอกลวงก็คือความจริง"

เบสโกโราได้ร่ายเวทมนตร์ออกมาแทนเขา และจากนั้นเมื่อเบสโกโร่ร่ายเวท เขาก็เริ่มร่ายอีกเวทหนึ่งออกมา

"จงเผาไหม้ทุกสิ่งในเส้นทาง"

ในครั้งล่าสุดแม้ว่ามันจะมีความคาดเคลื่อนอยู่บ้างในตอนที่ร่ายเวทสองอัน แต่ว่าในตอนนี้ซังจินสามารถจะกะจังหวะมันได้ลงตัวแล้ว

"ภาพลวงตา"

ร่างกายของซังจินได้แยกออกมาเป็นหกคน

"บอลไฟ"

บอลไฟหกลูกได้ถูกยิงออกมาจากซังจินทั้งหกร่าง ทุกๆที่ที่ยิงต่างก็มีทิศทางที่ต่างกัน แน่นอนว่าของจริงมันมีเพียงอันเดียว แต่มันก็แยกออกยากว่าอันไหนคือของจริง

คาเรี่ยนที่ไม่รู้ว่าอันไหนคืออันจริง เขาจึงได้ถอยหลังออกมาเล็กน้อยและใช้ดาบของเขาในการปกป้องร่างกาย

"ตูมม"

คาเรี่ยนโชคดีที่ว่าลูกไฟลูกจริงคือลูกที่อยู่ห่างออกไปที่สุด แต่ส่ามันจะยังคงมีผลกระทบ ไฟมันได้ไหม้ลุกลามมาที่ผ้าคลุมของเขา

นี้มันเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมาก ดังนั้นซังจินจึงร่ายเวทมนตร์ออกมาอีกครั้ง

"บอลไฟ"

แต่ว่า

"สะท้อนเวทมนตร์"

เขาได้พึมพัมบางอย่างออกมา และจากนั้นดาบในมือขวาของเขาก็ส่องแสงสีม่วงออกมา เขาได้เฝ้ามองไปที่ลูกไฟทั้งหกลูกที่พุ่งเข้ามา จากนั้นเขาก็สะท้อนลูกไปลูกจริงกลับมา

'อะไรกัน?'

บอลไปได้เปลื่ยนทิศทางและพุ่งมาทางที่ซังจินอยู่ ดวงตาของซังจินได้เบิกกว้างออกมา และจากนั้นเขาก็กลิ้งตัวไปด้านข้างและตะโกนออกมา

"แข็งตัว"

และช่วงเวลาสั้นๆหลังจากนั้น

"ตูมม"

บอลไฟได้ระเบิดออกมา ถึงแม้ว่าซังจินจะทำให้คาเรี่ยนประหลาดใจในครั้งแรก แต่ว่าในครั้งต่อมาเขาก็สามารถจะแยกของจริงออกและสะท้อนมันกลับมาได้

'พระเจ้า...เพียงแค่ครั้งเดียว...เขาสามารถที่จะบอกได้ว่าอันไหนของจริงอันไหนของปลอม'

โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องดูลูกไฟระเบิดออก หรือไม่ต้องรู้ว่าใครคือผู้ร่ายตัวจริง สิ่งนี้มันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

ซังจินได้ยืนขึ้นมาหลังจากที่การแข็งตัวหมดลง เขาดึงดาบออกมา หลังจากที่โดนการสวนกลับล่าสุด ซังจินก็ได้ตัดสินใจ

'ชายคนนี้แข็งแกร่งเกินไปที่จะเอาชนะเขาโดยที่ออมแรงเและไอเทมเอาไว้'

เขาได้ลืมมันไปนานแล้วว่าการจู่โจมเป็นเกมส์ที่เอาชีวิตรอดโดยที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย ถ้าเขาไม่สามารถจะล้มศัตรูข้างหน้าลงได้ เขาก็จะตาย เมื่อเขาได้เตรียมพร้อมตนเอง เขาก็ถามกับเบสโกโร่

"เบสโกโร่ นายบอกว่าการคลั่งจะช่วยเพิ่มความเร็วในการโจมตีแต่ละหลังของฉันใช้ไหม?"

'เพิ่ม 10% ทุกๆครั้งที่ท่านโจมตี'

ซังจินไม่ได้ใส่ใจฟังเขาทั้งหมด ในขณะนั้นซังจินก็ได้หยิบสร้อยยอนฮัวเรทออกมา

"สวมใส่"

เขาได้เก็บส้รอยตัวดางของบาซิลิสลงไป ดวงตาของงูมันเป็นทักษะที่น่าสนใจจะลองกับคาเรี่ยน แต่ว่าเพื่อให้มันแน่นอนและจบลง มันยังมีวิธีที่ดีกว่า นั้นคือการสวมใส่สร้อยคอยอนฮัวเรท

"ฆ่า! ฆ่า!"

เสียงได้เริ่มดังขึ้นและเร็วขึ้นเรื่อยๆ เบสโกโร่ก็ดูเหมือนจะรู้สึกเกี่ยวกับเสียงนี้เช่นกัน

'ฆ่า! ฉันบอกว่า...ฆ่า...'

มันจะต้องแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เนืองจากว่าภายในสนามรบแห่งนี้มีวิญญาณถึงสองตัว

"ฉันจะ"

เมื่อซังจินได้เตรียมพร้อมเสร็จสิ้น เขาก็พูดขึ้นอีกครั้ง

"การล้างบาปของโลหิต"

ทักษะของดาบบลัดเวเจนได่ถูกเปิดใช้งานและดูดเลือดของเขาไปอีกครั้ง ซังจินสังเกตุเห็นว่าคาเรี่ยนดูเหมือนจะตื่นเต้นขึ้นเมื่อเห็นบลัดเวเจนเปล่งแสงสีเลือดออกมา

และสิ่งนี้มันก็เหมาที่จะใช้กับคาเรี่ยน การจะเสียสละเลือดของตนเองเพื่อที่จะให้การโจมตีสั้นๆเป็นการโจมตีที่รุนแรงขึ้นมา เาเรี่ยนได้แสดงออกถึงความระมัดระวังอิกมา

"การป้องกันของความมืด ลบล้างทุกๆสิ่งออกไป โล่แห่งความมืด"

ครู่หนึ่งร่างกายของเขาก็ได้ถูกปกคลุมไปด้วยออร่าแห่งความมืด สิ่งนี้มันเป็นเวทมนตร์ดำที่ใช้สำหรับเพิ่มพลังป้องกัน ซังจินเคยเห็นใันมาก่อนในชีวิตที่แล้ว

'ฆ่า ฆ่า ฆ่า'

'ไปฆ่ามัน ฉันต้องการจะเห็นเลือดของเอลฟ์'

เสียงของวิญญาณได้ดังขึ้นในหัวของเขา ซังจินจึงตะโกนออกมา

"คลั่ง"

โหมดคลั่งของเบสโกโร่ได้เปิดใช้งาน และในท้ายที่สุด

'ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า'

เขาก็ยอมที่จะใช้ยอนฮัวเรท

"บ้าคลั่ง"

การล้างบาปของโลหิต คลั่ง และบ้าคลั่ง ซังจินได้ใช้มันทั้งสามอันพร้อมกัน จากนั้นซังจินก็พุ่งเขาไปหาคาเรี่ยนเหมือนกับเสือดาว

คาเรี่ยนได้เตรียมตัวตั้งรับซังจินที่ได้พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่มากขึ้นกว่าแต่ก่อนถึงสามเท่า เขาจะต้องนำทุกสิ่งทุกอย่างที่มีมาป้องกันการโจมตีนี้ จากนั้นเขาก็นำดาบมาป้องกันตัวเอง

"เคร๊ง เคร๊ง คลิ๊ก แคร๊ก"

คาเรี่ยนนั้นเป็นสุดยอดนักดาบ เขาสามารถที่จะป้องกันการโจมตีของซังจินได้แม้ว่าซังจินจะมีความเร็วมากขึ้นสามเท่า แต่ว่าเขาก็ไม่สามารถจะป้องกันการโจมตีทั้งหมดของซังจินได้

ดาบได้ทะลุเข้าไปโดนเกราะของเขาหนึ่งครั้ง

"ฟิ่ว~"

มูนสเปคได้ปะทะกับต้นแขนของคาเรี่ยน และนี่ก็เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น ด้วยผลของทักษะคลั่ง ซังจินก็เริ่มจะเร็วยิ่งขึ้นไปอีก

คาเรี่ยนได้ก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวเพื่อที่จะ้ปองกัน แต่ว่า

"วูบ"

บลัดเวเจนก็ได้เฉียดร่างกายเขาไป เขาจึงคิดขึ้นกับตัวเอง

'มันยังโอเค ฉันยังไปได้รับการโจมตีที่อันตรายถึงชีวิต'

แต่อันตรายของ 'คลั่ง' มันพึ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น ทุกๆครั้งที่ซังจินโจมตีสำเร็จ ความเร็วและพลังของเขาก็จะมากยิ่งขึ้นไปเท่านั้น เร็วยิ่งขึ้น ยิ่งขึ้นไป และในตอนท้ายคาเรี่ยนได้ถูกโจมตีสามครั้งติดต่อกัน

เมื่อวิญญาณได้เห็นเช่นนั้นเขาก็ตะโกนออกมาอีก

'ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่า ฆ่าาาาา'

'ฆ่ามันซะเค ตัดหัวของมัน และเรามาดูเลือดของมันกัน'

ด้วยเสียงที่บ้าคลั่งนี้ซังจินก็ได้จมลงไปในมัน และสูญเสียสติไป

****

[........ถูกกำจัด]

เมื่อซังจำตั้งสติกลับมา การต่อสู้ก็ได้จบลงแล้ว จากนั้นเสียงเตือนของโอเปอเรเตอร์ก็ตามมา

[คำเตือน พลังยีวิตเหลือครึ่งหนึ่ง]

'หืมมม?'

ซังจินได้รู้าึกประหลาดใจและจากนั้นเขาก็หันไปปิดการ้างบาปของโลหิตในทันที ในตอนนี้เขาได้คิดถึงมัน เขาไม่จำเป็นจะต้องเปิดมันเอาไว้แล้วในตอนนี้

หลังจากที่โจมตีถูกสองหรือสามครั้ง โบนัสการจู่โจมก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญไปทั้งหมด การเปิดใช้งานการล้างบาปของโลหิตในระหว่างที่สูยเสียสติมันอันตรายมาก

'ฉันเพียงแค่โชคดีที่ไม่มีศัตรูรอบๆ...'

ซังจินหันไปมองรอบๆ ศพของคาเรี่ยนได้ถูกตัดออกเป็นชิ้นเล็กๆจนแทบจะไม่สามารถเรียกว่าเป็นศพได้ ซังจินจึงได้ยกดาบขึ้นมาเพื่อที่จะให้ความเคารพเขา

'เขาเป็นศัตรูที่น่าอัศจรรย์ ถ้าหากว่าปราศจาคไอเทม....ฉันก็ไม่สามารถจะมีหวังที่จะเอาชนะเขาได้เลย'

หลังจากคิดดังนั้นซังจินก็ได้หยิบยอนฮัวเรท

"ยกเลิกการส่วมใส่"

และเก็บมันกลับไปในลูกบาศก์ ส่วนเบสโกโร่นั้นเขายังคงคลั่งอยู่

'ฆ่าพวกมันทั้งหมด ฆ่าพวกมัน'

"ยกเลิกการส่วมใส่"

ซังจินได้ถอดหมวกของเบสโกโร่ออกมาในตอนนี้และถือมันเอาไว้ด้านข้าง จากนั้นเขาก็นั่งลงและถอยหายใจออกมา

"วูวว~...."

เขาเป็นศัตรูที่ทรงพลังมาก ส่วนมากบอสลับจะยากที่จะเอาชนะด้วยการร่วมมือของคนห้าคน แต่ว่าคาเรี่ยนแข็งแกร่งยิ่งกว่าพวกนั้นมาก

มันเป็นศัตรูตัวแรกที่สามารถจะปลุกสัญชาตญาณเตือนถึงอันตรายของซังจินได้

'ในตอนนี้ฉันคิดถึงมัน...เมื่อฉันเริ่มซื้อของในร้านมืดมิดยิ่งกว่าสีดำ...ฉันก็ได้หยุดลงทุนในตัวเอง'

เมื่อบทการจู่โจมดำเนินไปเรื่อยๆ ศัตรูก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และยิ่วไปบทไกลๆ ความแตกต่างมันก็จะยิ่งห่างกันมาก ถ้าหากว่าเขาไม่สามารถจะเพิ่มความสามารถให้ทันมันตัวเขาเองก็จะพินาศลง

เมื่อซังจินได้รับพงศาวดารสามก๊ก เขาก็รู้สึกว่าเขาพึ่งไอเทมนี้มากเกินไป ซังจินหันไปมองรอบๆ หนังสือมันได่วางอยู่บนพื้นใกล้ๆ

เขาได้ปัดมันทิ้งไปในช่วงเริ่มต้นการต่อสู้เนื่องจากว่าเขาถูกพุ่งเข้าใส่และขัดจังหวะ ซังจินได้เดินออกไปหยิบหนังสือและปัดฝุ่นมัน

เขาได้คิดกับตัวเอง

'หนังสือเล่มนี้มันมีจุดอ่อนที่ชัดเจนมาก...'

การอ่านข้อความในหนังสือมันจะใช้เวลานานเกินไป หึงจากได้รับไอเทมนี้ก็ควรจะให้แท้งดึงความสนใจไว้และอ่านมันโดยที่ไม่โดนขัดขวาง เจ้าของคนก่อนของมันได้ทำเช่นนี้

'สำหรับหนึ่งเหตุผลหรืออย่างอื่น...มันก็ถึงเวลาแลเวที่ฉันควรจะมองหาการพัฒนา'

จากนั้นซังจินก็หันกลับไปถามโอเปอเรเตอร์เกี่ยวกับเวลาที่เหลืออยู่

"โอเปอเรเตอร์ตอนนี้เวลามันผ่านมาเท่าไหร่แล้วหลังจากการจู่โจมเริ่มขึ้น"

[เวลาได้ผ่านมา 24 นาที 32 วินาทีแล้ว]

"โอเค..."

เขายังคงเหลือเวลาอยู่ และเขาก็ได้เสียพลังชีวิตและมานาไป ซังจินจึงเดินกลับออกไปจากถ้ำ

เขาวางแผนที่จะฆ่าศัตรูบางส่วนเพื่อที่จะเพิ่มพลังชีวิตและมานา มันไม่ควรที่จะมีตัวอะไรที่แข็งแกร่งกว่าคาเรี่ยนแล้วตอนนี้ แต่มันก็ยังมีความเป็นไปได้อยู่ที่ว่ามันอาจจะมีการเอาจำนวนเข้าสู้

ก่อนที่เขาจะกลับออกไป เขาได้กลับมาใส่ 'ดวงตาของบาซิลิส' และ 'เบสโกโร่' เมื่อเขาได้สวมหมวกคืนมา เบสโกโร่ก็ตะโกนออกมาอย่างยินดี

'เฮ้ เคทำไมท่านไม่มช้ข้าในก่อนหน้านี้หละ? เมื่อร่วมกับทักษะคลั่งมันก็ไม่ควรจะมีอะไรที่เป็นไปไม่ได้'

ซังจินได้คิดขึ้นในใจแทนที่จะตอบกลับไป

'เฮ้อ...มันเป็นไอเทมที่ดีนะ...แต่ว่าทำไมมันถึงต้องมีทักษะติดตัวที่แปลกๆด้วย'

จบบทที่ Chapter 73 – Dark Elven City (6)

คัดลอกลิงก์แล้ว