เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 69 - Dark Elven City (2)

Chapter 69 - Dark Elven City (2)

Chapter 69 - Dark Elven City (2)


Chapter 69 - Dark Elven City (2)

[ทำการจัดทีมนักล่า]

ซังจินถือดาบไว้ในขณะที่มองดูเหล่านักล่าที่ปรากฏออกมา 'กำแพงเหล็ก' 'ทหารรับจ้าง' 'จอมเวทเขียว' เเละ 'นักดาบระดับสูง'

มันเป็นฉายาที่ยอดเยี่ยม

เพราะว่ามีเพียงผู้ที่เเข็งเเกร่งเท่านั้นที่จะสามารถผ่านการจู่โจมมาได้ คนเเรกที่ซังจินมองคือ'กำแพงเหล็ก' ดูคราวๆเเล้วเค้าน่าจะเป็นคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เเต่ดูเเล้วเค้าเเข็งเเรง

เขาเป็นทหารรับจ้างที่มีผิวขาวมีดาบที่ยาวห้อยมาจากด้านหลัง เค้าตัวสูงเหมือนกำแพงเหล็ก เเละเขามาสายตัวที่คม

'กรีน เมจ' เป็นคนอินเดีย

เขาใช้คถาโลหะ เเละ มีกล้ามเนื้อค่อนข้างมาก ซังจิน ไม่เเน่ใจว่าเขางาเป็นผู้ชำนาญด้านเวทมนต์เพียงเท่านั้น แต่มันค่อนข้างเป็นไปได้ว่าเข้าใช้เทคนิคต่อสู้ได้ด้วย

เนื่องจากเพราะว่าก่อนที่เขาจะอัพสเตตัสไปที่เวทมนตร์เขาคงจะเคยใช้วิธีทางสู้อื่นมาก่อน

ดังนั้นนักเวทย์ส่วนใหญ่ต้องเริ่มต้นจากอาวุธเเละเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนไปถึงระดับเวทมันต์ที่เเท้จริง เเบบเดียวกับซังจิน และคนสุดท้ายคือ 'นักดาบระดับสูง' ซึ่งเป็นชาวเอเชียตะวันออก

แต่ละคนต่างก็ต่างคนต่างมองไปที่คนอื่นๆ พวกเขาได้ตรวจสอบเพื่อทำความเข้าใจว่าเเต่ละคนสามารถทำอะไรได้บ้าง ด้านความสามารถเฉพาะด้าน นอกจากนี้ยังดูว่าพอจะมีใครมีแนวโน้มที่จะกลายไปเป็นฆาตกรได้บ้าง

เมื่อความเงียบผ่านไปได้ 3 วินาที

"มาเริ่มแนะนำตัวกันก่อนเถอะ"

"มาเริ่มต้นด้วยการแนะนำตัวกันเถอะ"

'กำแพงเหล็ก'เเละ 'นักดาบระดับสูง'ต่างก็พูดออกมาพร้อมๆกันและในสิ่งที่พล้ายกัน พวกเขามองไปที่กันและกันและจากนั้นทหารรับจ้างก็พูดออกมาเป็นคนแรก

"ฉันชื่อ ออลเลอร์ลิโม่ โรมาเนลลี ชาวอิตาลี่"

ถัดไปคือจอมเวทเขียว

"ซันจีฟ วาลี ชาวอินเดีย"

ในขณะที่ทุกคนเเนะนำตัวเอง ซังจินก็ได้ตรวจสอบ 'น้ำศักดิ์สิทธิ์เเห่งการล้างบาป' ภายในเสื้อกั๊กของเขา น้ำขายใสได้อยู่ไายในขวดนั้น

'ฉันสามารถใช้ชฉายา....'

ซังจินไม่รู้ชืฉายาจะมีผลอะไร เเต่ไอเทมมันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ซังจินจึงเก็บไอเทมกลับไปในเสื้อกั๊ก

'ดี...ฉันควรดูให้ดีว่าควรจะสร้างสัมพันธ์อันดีกับใคร'

เเต่เขาก็ควรจะระมัดระวังให้ดีว่าจะใช้สิ่งนั้นกับใคร เพื่อที่จะรวบรวมเหรียญขาวมันยากเป็นอย่างมาก ในกรณีที่จะมีคนแบบแม็กนั้นมันมีน้อยมาก

เพราะว่าถ้าเราเลือกไว้ชีวิตกับคนที่เห็นเเก่ตัว เค้าก็จะเลือกสิ่งที่เห็นเเก่ตัวเเบบเดิม

"ฉัน ลิเว่ย , ชาวจีน"

ซังจินได้สังเกตุเห็นบางอย่างในตัวของนักดาบระดับสูงในระหว่างที่เขาแนะนำตัว ด้ามดาบสีดำ ผักดาบสีแดง

'เขามีบลัดเวเจน'

นักดาบได้ใช้ดาบเล่มเดียวกันกับตัวของซังจิน มันไม่แปลกเลยเพราะว่าไม่ว่าใครก็ตามก็สามารถจะซื้อมันได้หากว่ามีเงินเพียงพอ

'แต่ก็เพราะว่าทักษะของมันทีบทลงโทษ...จึงไม่ค่อยมีใครใช้มันได้ดีเท่าที่ควร'

'การล้างบาปของโลหิต' จะดูดพลังชิวิต 100 ต่อวินาที เเม้เเต่ซังจินที่มีพลังชีวิตสูงกว่าเเทงค์ ยังไม่กล้าที่จะคิดใช้มันนานนักนักดาบคนนั้นจำเป็นจะต้องมีความชำนาญเป็นอย่างมากในทักษะนั้น

เรื่องนี้ทำให้ซังจินคิด

'...ใช่แล้ว ในตอนนี้ทุกคนควรจะได้รับไอเทมระดับตำนานอย่างน้อยคนละหนึ่ง'

ซังจินครุ่นคิดความเป็นไปได้ที่ถ้าฆาตกรจะเป็นเจ้าของไอเทมในตำนาน ถ้าพวกเขามีไอเทมในตำนานที่มีทักษะสูงอย่าง'เเกมเเรมธ์' 'มูนสเปค','เบสโกโร่' ถ้าหากว่ามันเป็นแบบ 1 ต่อ 1 มันก็จะไม่เป็นอะไร แต่ว่าหากเป็น 2 ต่อ 1 หรือ 3 ต่อ 1 มันก็จะเป็นอันตรายอย่างแท้จริง

ซังจินได้นึก 'หินเอนชาน' ที่เขาพึ่งจะได้รับมาในก่อนหน้านี้

'มันถึงเวลาเเล้วที่จะก้าวต่อไป ....คำภีย์เวทย์ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง เเต่ว่า...'

ซังจินถูกขัดจังหวะความคิดของเขา เมื่อเค้ารู้สึกว่าทุกคนหันมาจ้องมองที่เขา ซังจินจึงหันไปมองคนอื่นๆและกล่าวออกมา

"ดีเลย...เป็นอะไรที่ยุติธรรมดี แต่ว่าการเเนะนำตัวไม่ได้หมายความว่า..."

ในตอนนี้มีใครบางที่เคยใช้งานกับระบบนี้แล้ว มันจึงถึงเวลาที่ซังจินจะบอกความตั้งใจของเขาเเล้ว

"ฉันจะออกไปล่าบอสเพียงคนเดียวและจากไป พวกนายช่วยร่วมมือกันและเพิ่มค่าผลงานจากพวกมอนสเตอร์ปกติไปนะ"

เเต่ละคนต่างก็หันหน้ามาด้วยคำพูดของเขา

'ฉันจะล่าบอสเพียงลำพัง'

'และจากไป'

มันยากที่จะเข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร แม้ว่าพวกเขาจะสับสน ซังจินก็กล่าวออกมาต่อ

"ในตอนนี้ฉันสังเกตเห็นคนที่มีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม ก่อนที่ฉันจะออกไปจากบทนี้ ฉันก็อยากจะพูดคุยกับเขาตัวต่อตัว...หรือไม่ก็อะไรทำนองนั้น"

จอมเวทเขียวเป็นคนเเรกที่ตอบสนองต่อเขา

"เรื่องนีมันอะไรกัน? นายหมายถึงอะไรที่จะไปคนเดียว? นายจะไม่ร่วมมือกันหรอ? "

ซังจินเบ้ริมฝีปากก่อนที่จะตอบ

"ใช่แล้ว"

นักดาบระดับสูงได้ตอบสนองซังจินด้วยการชักดาบออกมาและชี้ไปทางซังจิน

"นายเป็นใคร? ฆาตกร?"

มันเป็นการตอบสนองที่ดี เขาคงจะพึ่งได้เผชิญหน้ากับฆาตกรมาอย่างยากลำบากในก่อนหน้านี้แน่นอน จากนั้นซังจินก็ตอบกลับไป

"ไม่ใช่ฆาตกร....ฉันคิดว่ามีบางอย่างที่เเตกต่างกัน ฉันไม่คิดที่จะทำอะไรกับพวกนายเลย เพราะสิ่งที่ฉันจะทำคือออกไปคนเดียว"

นักดาบระดับสูงได้หน้าแดงขึ้นมาในขณะที่เขาตะโกน

"นี้มันไม่ใช่การเริ่มต้นที่ดีเลย แกมันเป็นพวก 'ฆาตกร' ไอเวรเอ้ย!"

ทหารรับจ้างก็ได้หยุดการสังเกตุดูและเข้ามามีส่วนร่วม

"ใช่แล้วก การกระทำของนายมันแสดงออกได้ในทางเดียวคือฆาตกร เพราะดการจู่โจมมันจะต้องร่วมมือกันทั้งห้าคน เเต่ที่คุณพูดออกมาการที่จะออกไปคนเดียว ถ้ามันไม่ใช่คำพูดหรือการกระทำของฆาตกรแล้วมันจะคืออะไร ?"

จากที่พวกเขาพูดมาเหมือนพวกเขาจะไม่รู้จัก"ระบบของฆาตกร"เป็นไปได้ว่าพวกเขาไม่รู้รายละเอียดเกียวกับฆาตกรมากนัก ซังจินได้ถอนหายใจกับคำพูดของพวกเขา

"ดี...ฉันคิดว่าพวกคุณยังไม่เข้าใจ เเต่คุณก็พอจะเข้าใจอยู่บ้างว่าวิธีของฉันมันจะปลอดภัยเเละดีต่อพวกคุณทุกคน"

สุดท้ายแล้วโอเปอร์เรเตอร์ได้ประกาศออกมาว่า

[การจู่โจมจะเริ่มขึ้นในอีก 1 นาที]

ซังจินเดินตรงไปยังจุดเริ่มต้นของการจู่โจม ซึ่งเป็นทางเเยกหลักที่นำทางไปยังเมืองดาร์คเอลฟ์

"เฮ้! หยุด! "

นักดาบได้พูดออกมาเเต่ซังจินก็ไม่สนใจเเละเดินต่อไป

"นายมันไอชั่ว!"

นักดาบไปสามารถจะยืนอยู่เฉยได้อีกและเขาก็พุ่งเข้าไปหาซังจินพร้อมกับชักดาบออกมา ซังจินมองไปที่เขา เขานั้นรวดเร็ว แต่ว่ามันก็เพียงแค่อยู่ในระดับของนักล่า 'ปกติ' เท่านั้น

ซังจินรู้สึกขำกับวิธีการต่อสู้นี้ของนักดาบ อย่างแรกเลยเขาจึงเริ่มด้วยการผลักออกไป

"เคร๊ง"

นักดาบได้ใช้การต่อสู้แบบสวนกลับการโจมตีไป ถ้าหากว่าเป็นนักล่าคนอื่นๆพวกเขาก็จะไม่สามารถป้องกันเท็คนิคนี้ได้ แต่ว่า

'ปัง!'

ซังจินได้ป้องกันการโจมตีเคาน์เตอร์ได้อย่างง่ายดาย

'ตูม!'

มันเป็นการปะทะที่รุนแรงสามครั้ง แล้วจากนั้นดาบบลัดเวเจนของนักดาบก็ได้หลุดออกไปจากมือและไปปักลงบนพื้นข้างหนักของเขา ตัวของนักดาบได้สั่นสะท้านในทันที

"ได้ยังไงกัน....."

ซังจินจ้องที่เขา

"ฉันบอกคุณเเล้ว ฉันเป็นคนพิเศษ"

"โง่อะไรขนาดนี้..."

นักดาบได้พูดอย่างตะกุกตะกักหนังจากที่เขาสูญเสียความมั่นใจไปหลังจากที่ปะทะกันไปสามครั้ง เขายังคงเชื่อว่าซังจินนั้นเป็นฆาตกรที่ไม่ต้องการจะช่วยเหลือใคร

เห็นได้เลยว่าซังจินรู้สึกขบขันกับเขา

'.....ตอนนี้ฉันคิดว่ามัน...ควรจะให้เขาตีฉันซักครั้งเเละให้เขาเข้าไปในสถานะการเป็นฆาตกร?'

มันมีโอกาสที่บลัดเวเจนเล่มนั้นจะกลายมาเป็นของเขา แต่แล้วซังจินก็ได้ลบความคิดนั้นออกไป

'ให้ความสำคัญสถานะฆาตกร' มันเป็นอันตรายต่อสังคมนักล่ามาก 'ฆาตกร' ถ้าหากมันได้เข้ามามีส่วนร่วมในผจญภัย มันจะทำให้เขาไม่สามารถรวบรวมเหรียญขาวได้ มัขทำให้ทีมไม่สามารถเชื่อใจกันได้

และจากประสบการณ์ คนอื่นๆผู้ที่ให้ความสำคัญกับผู้ที่ติดสถานะฆาตกร ดังนั้นหากว่าเกิดการโจมตีเพื่อนร่วมทีมมันก็จะเกิดสถานะฆาตกรขึ้นโดยอัตโนมัตจากระบบ

'ใช่.....ถึงเเม้ตอนนี้เขาจะอยู่ในความดูเเลของฉัน....เขาก็พยายามที่จะฆ่าฉัน....'

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นักดาบก็ได้ปรบมือเรียกสติกลับมาเเล้วก็ดึงดาบออกจากพื้นด้านหลังของเขา เขาเเละนักล่าคนอื่นๆต่างมองไปที่ซังจินด้วยความสงสัย

'เขาเเข็งเเกร่งมากขนาดไหนกัน?'

มันน่าแปลกใจ

'เขาเป็นคนเเบบไหนกัน?'

ความสงสัยและความเคารพสะท้อนอยู่ในดวงตาของพวกเขา ซังจินจึงพูดกับทุกคนอีกครั้ง

"ฉันจะอธิบายเกี่ยวกับฉันอีกครั้ง ฉันนั้นเป็นคนที่..ไม่สิ ใช่แล้วฉันเป็นคนที่แปลกๆ...แม้ว่ามันจะไม่สมเหตุสมผล ช่วยเข้าใจไว้ด้วย ถ้านายเพียงแค่ฟังคำแนะนำของฉันและล่ามอนสเตอร์ปกติ จากนั้นมันก็จะไม่มีอะไรแย่ๆเกิดขึ้น ฉันจะไปแล้วนะ...."

ซังจินได้หยีดอยู่ครู่หนึ่งและจากนั้นก็ถามคำถามที่เขานึกขึ้นได้

"มีใครพอจะรู้เกี่ยวกับบอสลับที่นี่บ้างไหม?"

ในระหว่างช่วงเวลาที่ผ่านมา นี่เป็นครั้งแรกที่ซังจินได้ถามถึงบอสลับ ในตอนนี้ควรจะนักล่าบางคนบ้างแล้วที่อย่างน้อยที่สีดก็เคยได้ยินเกี่ยวกับมัน

"นายไม่รู้งั้นหรอ?"

'กำแพงเหล็ก' ได้ตัวกระตุกขึ้น ซังจินจึงมองไปที่เขา นักล่าคนนี้ได้แสดงให้เห็นว่าเขารู้เกี่ยวกับบอสลัง

"นายหาใครเจอกันหละ? พ่อค้าลับ คนเฝ้าสุสาน หรือไซครอป"

เขาได้กระตุกขึ้นอีกครั้งหนึ่งเมื่อพูดถึงไซครอป

"นายทำได้ยังไง...."

'หนึ่งในสี่...'

ซังจินได้กล่าวย้ำออกมาด้วยตนเองทันที

"ฉันจะไปฆ่าเพียงแค่บอสและบอสลับเท่านั้น จากนั้นฉันก็จะหายไป รู้เพียงเท่านั้นก็พอ"

ในที่สุด

[การจู่โจมจะเริ่มขึ้นในอีก 10 วินาที 9 9]

การนับถอยหลังได้เริ่มขึ้น และซังจินก็หยิบตะเกียงของซาดาเมียร์ออกมา จากนั้นเขาก็ถูมัน

"เรียกข้าหรือนายท่าน?"

ยักษ์สีฟ้าซาดาเมียร์ได้ปรากฏออกมา จากนั้นซังจินก็สั่งเขา

"ซาดาเมียร์ทำตามที่เราได้พูดกันไว้"

ซาดาเมียร์ได้เริ่มร่ายเวทในทันทีที่ซังจินกล่าวจบ

"เดินในความมืดมิดที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง ชาโดววอร์ค""

และจากนั้นซังจินก็หายไปจากการมองเห็น

"เดิรในความมืดมิดที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง ชาโดววอร์ค"

ซาดาเมียร์ก็ยังได้ร่ายมันกับตัวเอง ในขณะนั้นเองที่เขาร่ายจบครู่หนึ่ง

[การจู่โจมเริ่มขึ้นแล้ว]

การจู่โจมได้เริ่มขึ้น และซังจินก็กล่าวกับซาดาเมียร์

"ไปกันเถอะ"

"รับทราบนายท่าน"

****

เมืองดาร์คเอลฟ์มันเป็นสถานที่ๆสมบูรณ์แบบมากในการที่จะใช้ชาโดววอร์ค เพราะในเมืองแห่งนี้มันใต้ปกคลุมไปด้วยความมืดมิดโดยที่ไม่มีโคมไฟให้เห็นเลยจากด้านบน

แหล่งกำเนิดไฟมีเพียงแค่ก้อนกลมๆขาวๆเพียงเท่านั้น แต่มันก็ยังคงง่ายเป็นอยากมากที่จะหาเงาและหลบอยู่ภายในมัน สิ่งนี้มันจึงทำให้ซังจินไม่ได้ต่อสู้เลย

ยามในเมืองนี้ที่เขาได้พบพวกมันได้สวมใส่ชุดเกราะหนักทั้งตัวหรือแม้กระทั่งกับพวกชาวบ้านธรรมดาก็บังพกมืดสั้นไว้ข้างๆเอวต้นเอง

การจะฆ่าพวกชาวบ้านคนสองคนมันไม่ใช้เรื่องใหญาอะไร แต่ถ้าหากว่าพวกเขาวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากพวกการ์ด มันก็จะทำให้เกิดการต่อสู้ที่วุ่นวายขึ้นได้

ซังจินได้เคลื่อนที่ไปเรื่อยๆโดยที่ไม่ส่งเสียงใดๆ เขาหลบผ่านจากโคมไฟไปสู่เงาเรื่อยๆ ในบางครั้งเขาก็นับจังหวะเวลาในตอนที่เขาเคลื่อนที่ผ่านมัน

'5 4 3 2 1'

เขาได้นับมันในใจ การที่เขาได่นับเวลาเช่นนี้มันทำให้ซังจินสามารถกะจังหวะเวลาและเคลื่อนที่ต่อไปได้อย่างสบายใจมากขึ้น และไม่มีข้อผิดพลาด จากนั้นซังจินก็มองเขาไปในเมื่องที่สถานที่ๆวิหารตั้งอยู่

ภายในวิหารนักบวชหญิงเคเรนิสนั่งรอคอยอยู่ จากนั้นซังจินได้วิ่งตัดผ่านแวงสว่างเข้าสู่ร่มเงาต่อไป

'5 4 3 2...'

และแล้วเขาก็ได้มาถึงตึกนี้ แต่แล้ว

"ผู้บุกรุก!"

ซังจินก็ได้ยินเสียงการ์ดพูดออกมา มันได้ทำให้ซังจินประหลาดใจ

'อะไรกัน?'

ยามได้เดินผ่านเขาไปและลงไปที่ด้านล่างของเมือง ที่ๆซังจินพึ่งจะจากมา จากนั้นเบสโกโร่ก็ได้พูดถึงในสิ่งที่ซังจินลืมมันไป

'พวกเขาคงจะพูดถึงพวกนักล่าคนอื่นๆ'

สิ่งที่เบสโกโร่กล่าวออกมามันน่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด แต่นี่มันก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะว่าซังจินจะได้ไม่ต้องหลบยามอีกต่อไป

"สวิฟพาว"

เขาได้กระซิบออกมา พร้อมกกับกรงเล็บที่ซ่อนอยู่ก็ค่อยๆงอกออกมา และจากนั้น

'5'

เขาก็เริ่มนับขึ้นและวิ่งเข้าไปที่ด้านข้างของสิ่งปลูกสร้าง

'4 3 2 1'

และก่อนที่จะครบ 5 วินาที เขาก็ได้หลบไปในเงาอีกครั้ง เขาอยู่สองวินาทีก่อนที่จะเริ่มทำมันอีกครั้ง

'5 4 3 2 1'

เขาได้วิ่งออกไปด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ และทำมันซ้ำไปเรื่อยๆ

ซังจินได้วิ่งตัดผ่านภายในเมืองดาร์คเอลฟ์ และไม่นานหลังจากนั้น เขาก็ได้มาถึงวิหารที่เคเรนิสอยู่ เวลามันพึ่งจะผ่านไปเพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้นหลังจากที่เริ่มการจู่โจม

จากนั้นอัศวินแก่เบสโกโร่ก็ได้กล่าวออกมาอย่างไม่แยแส

'ฉันคิดว่าท่านคงจะทำสถิติใหม่ได้ภายในวันนี้'

จบบทที่ Chapter 69 - Dark Elven City (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว