เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 68 - Dark Elven City

Chapter 68 - Dark Elven City

Chapter 68 - Dark Elven City


Chapter 68 - Dark Elven City

ซังจินได้เปิดตาขึ้น ทำให้เพดานได้เข้ามาในมุมมองของเขา

'อะ...'

แม้ว่าเขาเพิ่งจะหลับตาลงไปได้พักนึง แต่ว่าเขาก็ได้หลับเพียงพอแล้ว ซังจินได้ลุกยืนขึ้นมาและมองออกไปมางหน้าต่าง พระอาทิตย์ได้ลอยขึ้นมาเหนือตลาดมืดแล้ว

"โอเปอเรเตอร์เหลือเวลาอีกเท่าไหร่ก่อนที่จะเริ่มการจู่โจม?"

[1 ชม. 21 นาที 21 วินาที]

มันยังไม่ได้สายเกินไป เขายังคงสามารถที่จะกินอาหารเช้าและเตรียมตัวก่อนการจู่โจมได้ สิ่งแรกที่ซังจินทำเลยในตอนนี้ก็คืออัพสเตตัสของเขา

"อัพค่าความแข็งแรง 2000 ความคล่องแคล่ว 2000 ความอดทน 1000 พลังเวท 1000 และพลังจิตใจ 2153"

[เรียบร้อยแล้ว]

"แสดงสเตตัสของฉัน]


ฉายา: ผู้พิพากษา

พลังชีวิต: 61120 มานา: 68800

ความแข็งแรง 8412 (+1262)

ความคล่องแคล่ว: 9093 (+1364)

ความอดทน: 5315 (+797)

พลังเวท: 3119 (+468)

พลังจิตใจ: 5983 (+897)

แต้มที่ยังไม่ได้ใช้: 0


ซังจินมองไปที่หน้าต่างสถานะของเขาเป็นอย่างแรก เขากำลังจะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นไป แม้ว่าเขาจะได้รับผลของฉายาสุดยอดนักล่าเพียงครึ่งเดียว ค่าสถานะความคล่องแคล่วของเขาก็เกิน 10000 ไปแล้ว

สเตตัสของเขาสูงมากพอแล้วที่จะสามารถฆ่านักล่าปกติได้อย่างง่ายดาย ปัญหาเดียวที่เขาจะพบก็คือมองเป้าหมายของตนต่ำเกินไปและดูถูกศัตรู

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทักษะที่ติดอยู่กับอุปกรณ์มีความสำคัญที่มากกว่าค่าสถานะ เพื่อที่ซังจินจะรักษาความต่างชั้นนี้เขาก็จะต้องเก็บสะสมเหรียญดำอย่างขยันขันแข็ง

เมื่อเขาอัพสเตตัมเสร็จสิ้น ซังจินก็ลุกขึ้นยืนและหยิบกระดาษข้อมูลที่เขาได้เก็บเอาไว้แล้วจากนั้นก็ลงไปข้างล่าง

"ดารูปิน ช่วยทำ...โจ๊กข้าวเป็นอาหารเช้าให้ฉันที"

"รับทราบ"

เมื่อสั่งอาหารเช้าเสร็จเขาก็นั่งลงบนโต๊ะตัวที่ใกล้ที่สุด จากนั้นเคนก็เดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับส่ายหาง ในขณะที่ซังจินกำลังยิ้มและเล่นกับเคน ซาดาเมียร์ก็ได้เดินตามเข้ามาทักททวเขา

"หลับสบายดีไหมนายท่าน?"

ซังจินหันไปพูดกับซาดาเมียร์ทันทีที่เขาเข้ามา

"มานี่แปปนึงสิ เราจำเป็นจะต้องคุยกันเกี่ยวกับแผนในบทต่อไป"

ซาดาเมียร์ได้เดินเข้ามาใกล้ๆเขา และซังจินก็ถามออกมา

"ฉันคิดว่าพวกเขาจะต้องเคลียการจู่โจมด้วยความเร็วที่มากยิ่งขึ้น...เพราะจะมีวิธีไหม?"

ซาดาเมียร์เอียงหัวของเขาและถามออกมา

"เร็วขึ้น?"

"ใช่แล้ว แม้ว่าในตอนนี้เราจะเร็วแล้ว แต่เราก็จะต้องเร็วขึ้นอีก"

ซาดาเมียร์ได้ลูบคางของเขา เนื่องจากว่าเขาไม่เคยได้มีประสบการณ์ในการข้ามมิติ เขาจึงไม่เข้าใจว่าทำไมซังจินถึงได้ต้องการให้เคลียการจู่โจมเร็วมากยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน

ซังจินจึงหยิบหินแสวงหาฆาตกรทั้งสามอันออกมาและกล่าวอธิบาย

"ฉันต้องการที่จะสามารถเคลียการจู่โจมให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้และจากนั้นก็เข้าไปแทรกแซงการจู่โจมอื่นๆ"

ซาดาเมียรได้หยิบหินก้อนหนึ่งขึ้นมาดู

"โอ้..."

แม้ว่าจะไม่มีความช่วยเหลือจากหน้าต่างข้อมูลของโอเปอเรเตอร์ แต่ก็ดูเหมือนว่าเขาจะรู้ถึงความสามารถของหินก้อนนี้ ตามที่คาดเอาไว้ดูเหมือนเขาจะเป็นจอมเวทที่ยอดเยี่ยมที่สุดในคูตาล จากนั้นซังจินก็หยิบกระดาษข้อมูลออกมาและมองไปที่มัน


Information pertaining to Rudala – Dark Elven City

Boss Monster – ‘Mayan Priestess’ Kerenis

Time limit: 1 hour 30 minutes.


เวลาทั้งหมดที่มีคือ 1 ชม. 30 นาที แม้ว่าถ้าหากเราสามารถจะจัดการบอสและบอสลับได้ภายใน 30 นาที มันก็จะเหลือเวลาอีกเพียงแค่ 20 นาทีต่อรอบเท่านั้นที่เราจะสามารถไปจัดการฆาตกร นายคิดว่ายังไงช่วงเวลาอย่างนี้มันเหมาะสมดีไหม ในการที่จะค้นหาและฆ่าพวกฆาตกร"

ซาดาเมียร์ได้ตอบกลับมา

"ท่านไม่สามารถจะล้มศัตรูเหมือนอย่างที่ท่านเคยทำได้หรือ"

"ฉันทำได้และฉันก็สามารถจะทำมันได้จนถึงตอนนี้ แต่ว่าในตอนนี้ฉันต้องการที่จะให้มันใช้เวลาที่น้อยลงไปอีกเท่าที่จะเป็นไปได้ แม้ว่าสำหรับฉันเอง ฉันก็จะต้องเสียเวลาไปบ้างกับการกำจัดพวกมอนสเตอร์ปกติ"

ซาดาเมียร์ได้รับฟังซังจินเงียบๆ และซังจินก็กล่าวต่อ

"และเมื่อพิจารณาจากการไปกำจัดพวกมอนสเตอร์ปกติ มันก็จะเป็นการใช้เวลาไปอย่างเสียเปล่าและไร้ประสิทธิภาพในแง่ของผลงาน การที่พยายามจะไม่ใช้เวทมนตร์และทักษะในการฆ่าพวกมอนสเตอร์ปกติมันจะใช้เวลานานเกินไป แต่ในขณะเดียวสิ่งเหล่านั้นมันก็ควรที่จะเก็บไว้เพื่อใช้เผชิญหน้ากับบอส บอสลับ หรือไม่ก็พวกฆาตกรในมิติอื่น ถูกไหมหละ?"

ซาดาเมียร์หยักหน้ารับ แม้ว่าซังจินจะมีความสามารถที่มากกว่าพวกนักล่าคนอื่นๆ แต่ว่าการที่จะกวาดล้างพวกมอนสเตอร์ปกติโดยที่ไม่ใช้ทักษะใดๆช่วยเลย มันก็จะต้องเสียเวลาไปบ้าง

"ดังนั้นแล้วสุดท้ายนี้ ฉันจึงต้องการเส้นทางที่จะเดินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เข้ามจใช่ไหม?"

"หืมมม..."

ซาดาเมียร์ได้ลูบเคราของเขา ในขณะเดียวกันซังจินก็มองออกไปและพูดต่อ

"แล้วก็...อย่างที่นายได้เห็นในการจู่โจมล่าสุด..ถ้าหากว่าฉันฆ่าพวกมอนสเตอร์ทั้งหมด มันก็จะทำให้เกิดความเสียที่เกิดขึ้นโดยที่ไม่ตั้งใจ ตั้งแต่นี้ไปฉันจะเลิกผูกขาดพวกมันทั้งหมด"

ซาดาเมียร์ยกคิ้วขึ้น มันดูเหมือนกับเขาอยากจะพูดว่า 'แต่ว่าท่านก็ได้ทำมันดีตลอดมาจนถึงตอนนี้' ซังจินรู้สึกได้ถึงมันเขาจึงกล่าวออกมาอีก

"เหตุผลที่ว่าทำไมฉันถึงถูกขาดแต้มทั้งหมดก็เพราะว่าฉันจะต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้นจนสามารถที่จะสร้างความแตกต่างขึ้นได้ และอีกอย่างหนึ่งนักล่าที่สามารถจะมาถึง 0.01% ก็...."

ซังจินหยุดกลืนน้ำลายไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ

"...ไม่มีศักยภาพที่มากพอ ดังนั้นฉันจึงจะต้องผูกขาดแต้มทั้งหมดทั้งที่รู้ว่ามันจะส่งผลเสียให้กับเพื่อนร่วมทีม...แต่ว่าในตอนนี้ฉันต้องการที่จะพิจารณาถึงภาพรวมและช่วยเหลือนักล่าคนอื่นๆ"

ซังจินได้หมุนหินบนโต๊ะในขณะที่กล่าวต่อ

"ตั้งแต่ที่ฉันได้ลับสิ่งใหม่ๆเหล่านี้มา ฉันก็ไม่จำเป็นจะต้องผูขากแต้มทั้งหมดแล้ว มันจะดีกว่าถ้าหากว่าฉันใช้เวลาที่เหลืออยู่ไปกับการล่าพวกฆาตกร"

ซาดาเมียร์ได้หยักหน้ารับอีกครั้ง เขาเป็นคนที่มีสติปัญญาที่มากเป็นพิเศษและดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการคำอธิบายมี่มากขึ้นเพื่อที่จะเข้าใจ

"ดังนั้นพอจะมีวิธีการใดที่จะทำให้สามารถเคลียการจู่โจมได้อย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ก่อปัญหาให้กับคนอื่นๆได้บ้าง?"

"สำหรับคำถามนี้ ซาดาเมียร์ก็ได้ตอบสนองกลับมา

"เกี่ยวกับสิ่งนี้....การลอบสังหารบอสดีไหม?"

"ลอบสังหาร? ยังไง?"

ซาดาเมียร์ได้เริ่มร่ายเวทมนตร์ออกมาโดยที่ไม่อธิบายอะไรอีก

"ก้าวเดินไปในความมืดมิดโดยที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง ชาโดววอร์ค"

แสงที่มืดมิดได้ส่องสว่สงออกมาจากมือและหลังจากนั้นครู่หนึ่งเคนก็ได้หายไป

"หืมมม?"

ในขณะที่ซังจำกำลังตกใจ ซาดาเมียร์ก็ได้อธิบายออกมา

"มันเป็นเวทมนตร์ดำที่สามารถจะซ่อนสิ่งมีชีวิตไว้ในเงามืดได้ ถ้าหากว่าท่านสามารถเข้าไปอยู่ในเงาได้ภายใน 5 วินาที ท่านก็สามารถจะคงสถานะล่องหนไปได้เรื่อยๆ แต่หากว่าท่านอยู่นอกเงาเกิน 5 วินาทีผลของเวทนี้ก็จะหายไป"

ในขณะที่เขาพูดอยู่ เคนก็ได้หายล่องหนหลังจากผ่านไป 5 วินาที

"ถ้าหากว่าท่านใช้มัน...ท่านก็อาจจะสามารถเข้าไปถึงบอสได้โดยที่ไม่เกิดการต่อสู้ขึ้นเลยซักครั้ง ถ้าหากท่านทำเช่นนั้นมันก็จะช่วยลดเวลาในการจบการจู่โจมให้สั้นลงและมันก็ไม่ส่งผลกระทบกับผู้อื่นอีกด้วย ข้าพูดถูกไหม?"

ซังจินหยักหน้ารับ ตราบเท่าที่เขาไม่เจอกับการที่จะต้องเจอกับการที่ต้องฆ่าให้ครบจำนวนเพื่ออัญเชิญบอสมา เขาก็จะสามารถลอบฆ่าบอสได้ และมันก็โชคดีที่บอสตัวต่อไปเป็น 'นักบวชหญิง เคเรนิส' ซึ่งเธอเป็นบอสประเภทที่รออยู่กับที่

"แต่ว่าเพื่อที่จะทำอย่างนั้น...ท่านก็จำเป็นจะต้องใช้เวทมนตร์ตั้งแต่เริ่มต้น"

"ถ้าหากว่าท่านไม่ได้ใช้เวทมนตร์อื่นอีก ท่านก็จะสามารถรักษาสถานะล่องหนได้ถึง 30 นาที"

ซังจินหยักหน้ารับ แต่แล้วเขาก็หยุดอยู่ครู่หนึ่งและกล่าวออกมา

"แต่ว่าฉันไม่สามารถจะใช้วิธีนี้ได้ในทุกๆบท มันจะเป็นการเสียพลังมากเกินไป เพราะมันหมายความว่านายจะไท่สามารถที่จะช่วยฉันต่อสู้ได้เลย"

ซาดาเมียร์ได้ก้มหัวต่ำลงให้ซังจิน

"จากนี้..ถ้าหากท่านได้ไปร้านเวทมนตร์ นายจะสามารถหาเวทมนตร์ระดับสูงที่เรียกว่า 'ล่องหน' ได้ เนื่องจากที่มันเป็นเวทมนตร์ขาว ข้าจึงไม่สามารถจะใช้มันได้แต่ว่า...ด้วยระดับมานาของท่าน ท่านก็ควรจะสามารถใช้มันได้โดยที่ไม่มีปัญหา"

"หืมม..."

ซักจินหยักหน้ารับและมองไปทางประตูที่ตลาดมืดอยู่ไกลออกไป

ในช่วงเวลาก่อนที่เขาจะตาย เขาเคยไปที่ร้านเวทมนตร์นั้นอยู่เพื่อที่จะขายม้วนคัมภีร์

"ใช่แล้ว...ก่อนที่จะถึงตอนนี้ฉันนั้นไม่ค่อยจะมีเงินสำรองมากนักเพื่อที่จะซื้อหนังสือเวทมนตร์นอกเหลือจากอันที่ดรอปมาจากบอส แต่ว่า...ในตอนนี้ฉันก็ควรจะมีเงินสำรองที่มากพอที่จะไปซื้อมัน ดังนั้นตอนนี้มันก็เป็นช่วงเวลาที่เหมาสมแล้วที่ควรจะนำเงินไปลงทุนที่หนังสือเวทเช่นกัน ฉันจะไปที่นั้นหลังจากที่จบการจู่โจมในวันนี้ นายช่วยแนะนำฉันด้วยว่าควรจะซื้ออะไรที่เป็นประโยชน์บ้างเมื่อเราไปที่นั้น"

ซาดาเมียร์ได้รวบมือขึ้นและโค้งคำนับในขณะที่กล่าวออกมา

"รับทราบนายท่าน"

การที่เจ้านายของเขาสนใจในด้านความเชี่ยวชาญของเขา เขาก็ควรที่จะตอบรับอย่างดีที่สุด หลังจากที่เขาคุยกับซาดาเมียร์จบก็....

"ขอประทานโทษด้วยครับ ท่าน..."

ดารูปินได้ถามออกมา ซังจินหันหน้าไปมองที่เขา เขากำลังยืนรออยู่ห่างออกไปสองสามเก้าพร้อมด้วยถ้วยที่อยู่ด้านบนถาดที่เขาถืออยู่ มันจะต้องเป็นโจ๊กข้าวที่เขาได้สั่งเอาไว้

"ฉันรู้ว่าท่านกำลังยุ่งกับการวางแผนกลยุทธ์ แต่ว่า...ถ้าหากว่าท่านรอนานเกินไป โจ๊กก็จะสูยเสียความอบอุ่นแบะรสชาติ..."

ดารูปินได้อธิบายออกมาอย่างระมัดระวัง

"อา ช่วยเสริฟมันเลยในตอนนี้

ซังจินได้รีบรับถ้วยมาอย่างรวดเร็ว

"ขอบคุณมากดารูปิน ฉันจะมีความสุขไปกับมัน"

ดารูปินได้โค้งคำนับและจากนั้นเขาก็เดินจากไป ซังจินได้หยิบช้อนขึ้นมาและกินไปคำหนึ่ง

มันเป็นรสชาติที่สมบูรณ์แบบมาก เห็นได้ชัดว่าดารูปินได้ใส่ใจเป็นอย่างมากในอาหารแต่ละอย่างของเขา ซังจินได้ลืมทุกสิ่งไปและเพลิดเพลินไปกับอาหาร แต่ในขณะนั้นเองลูกบาศก์ก็ได้ประกาศออกมา

[ราร์ - ไข่ทองคำได้สั่นหนึ่งครั้ง]

มันเป็นคำประกาศที่แปลกๆ ซังจินได้ถือช้อนค้างเอาไว้และอ่านประกาศซ้ำอีกครั้ง

'ราร์...?'

ในตอนนี้เองเขาก็นึกออก มันเป็นไอเทมที่เขาได้รับมาในการจู่โจมก่อนหน้านี้ ชิ้นส่วนลับไข่ทองคำ ซังจินได้หยุดกินและหันไปถามกับโอเปอเรเตอร์

"โอเปอเรเตอร์เอาไข่มาให้ฉันดูที"

ไข่ทองคำได้ออกมาจากลูกบาศก์ จากนั้นซังจินก็ตรวจสอบไข่ไปมา

'...ฉันยังไม่เห็นความเปลื่ยนแปลงใดๆ...'

เขาถือมันเอาไว้ด้วยแขนซ้าย จากนั้นโอเปอเรเตอร์ก็เปิดหน้าต่างข้อมูลออกมา


ราร์ - ไข่ทองคำ

ไข่ระดับวีรบุรุษ

ทักษะติดตัว

เริ่มต้นอาการสั่น - จะสั่นทุกๆสองครั้งทุกๆวัน

กำลังหลับไหลอยู่ภายในนั้นโดยที่ยังไม่ตัดสินใจที่จะฝักออกมา


'ฉันรู้สึกเหมือนกับว่ามีบางอย่างเปลื่ยนไปจากครั้งก่อน...'

แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีประโยชน์อะไร ดังนั้นซังจินจึงตรวจสอบไข่อีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะเก็บมันกลับไปในลูกบาศก์ ในตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่มากนักก่อนที่การจู่โจมจะเริ่มขึ้น ดังนั้นเขาจึงรีบตักข้าวกินต่อ

****

ภายในถ้ำที่มืดมิดมีบางสิ่งที่น่ามหัศจรรย์ปล่อยปสงออกมารอบๆ ลูกกลมๆได้ส่องแสงสว่างสลัวๆออกมาเผยให้เห็นโครงสร้างของเมืองซึ่งถูกสร้างขึ้นตามแนวผนัง ซึ่งสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ได้ถูกสร้างขึ้นตามขั้นตอบต่างๆตามแบบการเรียงตัวของเมล็ด

และในบรรดาสิ่งก่อสร้างจำนวนมาก

"กี้~"

เสียงร้องประหลาดๆได่ดังออกมาทั่วทั้งอากาศ สถานที่ๆซังจินได้มาถึงนั่นคือเมืองใต้ดินของดาร์คเอลฟ์ จากนั้นโอเปอเรเตอร์ก็ประกาศออกมา

[ยินดีต้อนรับสู่สถานที่ๆเรียกว่า รูดาร่า - เมืองดาร์คเอลฟ์

[มันเป็นหนึ่งในเมืองเล็กๆที่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยดาร์คเอลฟ์]

[แต่ได้โปรดระมัดระวัง การเข้าใกล้แหล่งชุมชนเหล่านี้]

[มันมีแนวโน้มว่ามันจะมีการต่อต้านบุคคลที่มาจากภายนอก]

ซังจินเอียงหัวไปซ้ายขวาเพื่อสำรวจรอบๆ

'จัดการบอสทั้งสองด้วยเวลา 30 นาที และใช้เวลา 20 นาทีในแต่ละรอบของการจัดการฆาตกร'

ซังจินได้ถูกกดดันอย่างที่เคยมีมาก่อน เขาหายใจเข้าลึกๆเพื่อที่จะเตรียมพร้อมตัวเอง

หนึ่งส่วนที่ดีก็คือเขารู้อยู่,ล้วว่าบอสลับซ่อนอยู่ที่ไหน แม้ว่าด้วยฉายา 'ผู้พิพากษา' ที่ใส่อยู่ เขาก็สามารถที่จะค้นหาองค์ประกอบลับทั้งสองอย่างได้ตลอดเวลา

ซังจินได้ใช้เวลาอยู่ครู่นึงเพื่อนึกนึงอดีต ที่นี่เป็นบทแรกที่เขาได้พบกับบอสลับเป็นครั้งแรกในเวลานั้น

'และ...ฉันก็เกือบจะตายที่นี่'

มันช่วยไม่ได้ที่ซังจินจะยิ้มขึ้น และจากนั้นเขาก็ดึงดาบคู่ของเขาออกมา

'มาลองดูกันว่ามีอะไรเปลื่ยนแปลงไปบ้าง...ฉันไม่สามารถจะรอได้อีกแล้ว'


ตอนนี้แปลจนจบแล้วครับสามารถจะติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่เพจนี้เลย > จิ้มเลย <

จบบทที่ Chapter 68 - Dark Elven City

คัดลอกลิงก์แล้ว