เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 70 – Dark Elven City (3)

Chapter 70 – Dark Elven City (3)

Chapter 70 – Dark Elven City (3)


Chapter 70 – Dark Elven City (3)

ซังจินได้เข้าไปภายในวิหารในขณะที่ยังซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ในตอนนี้เขาสามารถจะได้ยินเสียงภาวนาออกมา

"ไคม่า โอ พระเจ้าที่ยอดเยี่ยม..."

การฟังคำภาวนานี้มันได้ทำให้เขารู้สึกแปลกๆ เขาได้นึกย้อนดับฟปในอดีต ผ่านทางที่มืดและภายในวิผารนั้นมันมีห้าดาร์คเอลฟ์ยืนอยู่ในตรงกลางภายใต้แสงสว่าง

"ลูกๆของท่านกำลังเตรียมพร้อมสำหรับสงคราม"

นักบวชหญิงจะสามารถมองเห็นเธอในในตรงกลางที่ล้อมรอบด้วยเอลฟ์ทั้งสี่

ในขณะที่เขากำลังคิดอยู่ นักบวชหญิงก็ภาวนาของพรต่อไป

"มอบพรแก่พวกเรา"

ในขณะที่การภาวนาจบลง

งูอนาคอนด้ายักษ์ก็ได้โผล่ออกมากจากที่ไหนสักแห่งและเลื้อยไปรอบๆวิหาร จากนั้นนักบวชหญิงก็ได้ดึงมีดและร่ายเวทออกมา

"มาบี ลาโอดี้ คาสเบอร์"

เมื่อเธอได้ร่ายคำสั่งออกมา งูอนาคอนด้าก็พุ่งเข้าไปมีดสั้นด้วยตัวเอง ซังจินเคยเห็นฉากนี้มาก่อนมันเป็นฉากที่นักบวชหญิงได้ให้พรแก่เอลฟ์ทั้งสี่ด้วยเลือดของอนาคอนด้า

มันไม่จำเป็นเลยที่ซังจินจะต้องดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นอีก ซังจินได้กระซิบออกมาเบาๆในขณะที่ยังคงหลบอยู่ในความมืด

"ซาดาเมียร์ไม่ต้องเข้าร่วมการต่อสู้นะ มันจะเป็นการเสียมานา"

ซาดาเมียร์ได้กระซิบกลับมา

"รับทราบนายท่าน"

ซังจินได้หันกลับไปสนใจที่ใจกลางวิหารอีกครั้ง ลูกแสงได้ลอยวนอยู่ด้านบนของนักบวชหญิง เขาไม่สามารถจะเข้าไปใกล้เธอได้โดยที่จะไม่ต้องสูยเสียสถานะล่องหนนี้

'ฉันจะสามารถเข้าไปหาเธอได้ภายใน 5 วินาทีไหมนะ...? หรือว่าในตอนนี้ฉันควรจะใช้สวิฟพาวเข้าช่วย'

ซังจินหายใจเข้าลึกๆ ในขณะเดียวกันนักบวชหญิงเคเรนิสก็ได้ตัดหัวของอนาคอนด้าและเริ่มกระบวนการเทเลือดลงบนแก้ว มันดูเป็นวิธีการที่น่ากลัว

แต่ว่าหากเธอยิ่งสนใจมันมากเท่าไหร่ การลอบสังหารก็จะง่ายขึ้นเท่านั้น

'5'

ซังจินได้พุ่งเข้าไปใส่เธอพร้อมกับนับถอยหลัง

'4'

เขาได้เข้าไปถึงบันไดของขอบแท่น

'3'

เขาได้กระโดดลงมาจากด้านบนของบันได

'2'

ทะยานผ่านอากาศ

'1'

เขาได้ถือดาบเอาไว้ในแต่ละมือ และเหวี่ยงมันออกไปเพื่อตัดร่างของเธอพร้อมๆกัน

'0'

แต่แล้วหนึ่งในเอลฟ์ที่ได้คุกเข่าอยู่ก็ได้ลุกขึ้นยืนและป้องกันการโจมตีของซังจินด้วยโล่

"เคร๊ง~"

เสียงของเหล็กปะทะกันได้ดังสนั่นสะท้อนไปมา จากนั้นโอเปอเรเตอร์ก็ประกาศออกมา

[คำเตือน บอส]

['นักบวชหญิงเคเรนิส' ปรากฏตัว]

ซังจินเม้มริมฝีปาก

'เวร...ฉันอยากจะฆ่าบอสก่อนที่โอเปอเรเตอร์จะประกาศออกมา...'

ทำได้ทำมันทันใน 5 วินาที แต่ว่าพวกเขาก็ได้ตอบสนองต่อเสียงวิ่ง เอลฟ์ทั้งห้าคนได้หันมาสนใจที่ซังจินและหยิบอาวุธของพวกเขาขึ้นมา

"ผู้บุกรุก"

"ปกป้องนักบวช"

เอลฟ์ที่ได้ปกป้องนักบวชในก่อนหน้านี้เขาได้ถือขวานในมืออีกข้ เขาดูจะเป็นแท้ง

ที่ด้านซ้ายของมันก็ยืนอยู่ด้วยนักดาบที่มองมาด้วยสายตาที่รุนแรง

ด้านขวาก็เป็นดาร์คเอลฟ์ถือหอก และที่ไกลออกไปก็เป็นนักธนูดาร์คเอลฟ์เพศหญิง

ที่ต้องกลางก็มีนักบวชหญิงยืนอยู่พร้อมด้วยมีดและจอก ทั้งสองอย่างยังคงมีเบือดหยดอยู่ นี้มันเป็นการต่อสู้แบบ 5 ต่อ 1

ถ้าหากว่าเขามาพร้อมกับนักล่าคนอื่นๆ มันก็จะเป็นการจับคู่ที่พอดี แต่ว่าซังจินนั้นได้เบือกเส้นทางของหมาป่าเดียวดาย เขาได้ลืมเกี่ยวกับวิธีการต่อสู้หลายคนไปหมดแล้ว

"แต่ว่าการต่อสู้แบบ 5 ต่อ 1 มันก็เสียเปรียบเกินไป"

ซังจินจึงได้โยนรูปสลักหมาป่ามาที่ด้านข้างของเขา

"บรู๋วว~"

เคนได้โผล่ออกมาถัดไปจากเขา ในตอนนี้มันได้กลายเป็นแบบ 5 ต่อ 2 แล้ว แต่ว่านักบวชเคเรนิสกไม่ได้นิ่งเฉย

"จงตื่นขึ้นและกลายมาเป็นทาสของข้า"

มันเป็นเวทมนตร์ที่ซังจินรู้เป็นอย่างดี

"การฟื้นคืนของคนตาย"

จากนั้นศพของอนาคอนด้าก็ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งเนื่องจากเวทมนตร์ มันกลายเป็นแบบ 6 ต่อ 2 แต่ว่าจำนวนก็ไม่ใช่ตัวกำหนดทุกอย่าง

"ฟิ้ว~"

ลูกธนูของนักธนูเอลฟ์ได้เป็นตัวประกาศเริ่มต้นการต่อสู้ ซังจินได้ปัดลูกธนูออกไปและพุ่งเข้าไปใส่ศัตรู

เป็นอีกครั้งที่ตัวแท้งได้เขามาป้องกันเส้นทางของเขา

'ถ้าหากว่านายคิดว่าจะหยุดฉันได้ นายก็คิดผิดแล้ว'

ซังจินได้ปะทะกับแทงสองครั้ง

"เคร๊ง ๆ"

แท้งก็แทบจะไม่สามารถที่จะลดแรงกระแทงจากดาบทั้งสองเล่มของซังจินได้ด้วยขวานและโล่ของเขา แต่แล้ว

"เคร๊ง ๆ"

ด้วยการปะทะกันเพิ่มอีกสองครั้ง ตาของเขาก็เบิกกว้างออกมา เขาได้ตระหนักแล้วว่าเขาไม่สามารถจะรับมือกับซังจินได้ด้วยตนเอง

"รูกอส , มาราน"

เขาได้ถอยกลับหลังไปในขณะที่เรียกชื่อพวกของเขา นักดาลและพลหอกได้วิ่งเข้ามาปะทะกับซังจินในทันที

พวกเขาได้วิ่งเข้ามาขนาบข้างของซังจินและเริ่มโจมตีออกมา

"เคร๊ง"

ซังจินได้หลับหอกไปอีกทางหนึ่ง และปัดดาบออกไปด้วยดาบบลัดเวเจน และจากนั้นเขาก็สวนกลับไปด้วยการหมุนตัวเตะไปที่ท้องของนักดาบ

"พลั๊ว"

"อั๊ก"

เขาได้เตะเขาไปที่กระบังลมของนักดาบเต็มๆ และเพื่อให้แน่มจซังจินก็ได้ใช้เบสโกโร่ร่ายเวทออกมาอีก

"จงถอดคมเขี้ยวและกลายเป็นแกะที่เชื่อฟัง โพลี่ม็อฟฟ์"

นักดาบได้โดนโจมตีและทำให้กลายเป็นแกะในเวลาที่ให้เคียงกัน

"แก!"

แท้งได้วิ่งเข้าไปปะทะกับซังจินพร้อมกับเหวี่ยงขวานออกไป แต่ซังจินก็สามารถจะดึงประสิทธิภาพของแกมแรมออกมาได้อย่างเต็มที่ มันจึงทำให้เขาสาม่รถจะรับมือกับทั้งสามคนพร้อมกันได้

"สสสส์~"

งูอนาคอนด้ายักษ์ได้เลื้อยเข้ามาเพื่อที่จะโจมตีซังจิน แต่แล้ว

"โฮ่ง"

เคนก็ได้กระโดดเข้ามาและกัดไปที่คอของงู

'ขอบใจ'

ซังจินได้คิดขึ้นกับตัวเอง ในขณะที่เขาก็ยังคงปะทะอยู่กับแท้ง แท้งได้ถูกกดให้ถอยกลับไปจนในตอนนี้เขาได้อยู่ห่างจากนักบวชเพียงไม่กี่ก้าว

เมื่อนักบวชใกล้จะตกอยู่ในอันตราย พลหอกและนักธนูก็ได้เพิ่มการโจมตีให้ดุเดือดยิ่งขึ้น

"ฮ้า"

พลหอกได้แทงออหมาในขณะที่หมุนหอกไปรอบๆ

"ฟิ้ว~"

นักธนูใกล้ได้ยิงออกมาในระหว่างซังจินกับพรรคพวกของตน เพื่อที่จะข่ขู่ซังจิน ซังจินก็ยังคงหลบอาวุธต่างๆได้ทั้งหมด

พวกผู้พิทักษ์ทั้งสี่คนนั้นแข็งแกร่งกว่ามอนสเตอร์ปกติแต่ว่าก็ไม่แข็งแกร่งถึงระดับบอส เมื่อนำไผเทียบกับบอสลับจากการจู่โจมก่อนหน้านี้ แมนติคอร์ พวกนี้ดูจะช้าเป็นอย่างมาก

ในขณะที่การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป พวกศัตรูก็ได้เริ่มเต็มไปด้วยเลือด แต่ว่าปัญหาคือบอส ในระหว่างที่พวกผู้พิทักษ์ปกป้องเธออยู่ เธอก็ได้ร่ายเวทออกมา

"ปวดร้าวกระดูกและกล้ามเนื้ออ่อนแรง"

มันเป็นหนึ่งในเวทมนตร์ที่นิยมที่สุดเวทหนึ่ง 'สโลว' ซังจินเตรียมพร้อมที่จะยกเลิกเวทนี้ในทันที

'ฉันจะปลดเวทมนตร์นี้ออกไปด้วยฟรีอาร์คในทันที'

"สโลว"

แต่เป้าหมายของมันไม่ใช่เขา แต่เป็นเคนผู้ที่กำลังปะทะอยู่กับอนาคอนด้า ทันใดนั้นเองอนาคอนด้าก็ได้พุ่งไปรัดเคนที่ช้าลง

'เวรเอ้ย'

ซังจินได้ใช้ดาบในมือขวามูนสเปคปัดการโจมตีของทั้งแท้งและพลหอกในเวบาเดียวกัน จากนั้นเขาก็ชี้ดาบบลัดเวเจนที่อยู่ในข้างซ้ายไปทางเคน

"ฮ้าา"

ดาบได้พุ่งไปใส่อนาคอนด้าและปักลงบนร่างกายของมัน

ในขณะที่มือซ้ายของเขาว่างเปล่า ซังจินก็ได้หยิบกระดิ่งแมนยาต้าออกมาและสั่นมันในทันที

"กริ่ง ๆ "

เสียงสั้นๆได้ดังออกมา ทันใดนั้นเคนก็รวดเร็วขึ้นและหนีออกมาจากการรัดของอนาคอนด้าได้ และจากนั้นก็พุ่งเข้าไปใ่นักบวช นักบวชได้พยายามที่จะหยุดเคนด้วยมีดสั้น แต่ว่าเคนก็ไม่ได้รับความเสียหายอะไรเลย

เคนไม่สนใจมีดสั้นและกัดลึกเข้าไปที่ไหล่ของนักบวชหญิง

"ท่านนักบวช"

ทันใดนั้นนักธนูและพลหอกก็ได้หันไปสนใจเคน ในขณะเดียวกัน

"ฮ่าห์"

ซังจินได้เรียกดาบกลับมา ในที่สุดเขาก็ได้ต่อสู้ 1 ต่อ 1 กับแท้ง ซังจินเริ่มต้นด้วยการเหวี่ยงดาบบลัดเวเจนออกไป

"เคร๊ง"

เขาเล็งไผที่ขวาน แต่เขาก็แสร้งทำเผ็นจะโจมตีไปที่โล่

"วูบ"

และแล้วเขาก็เปลื่ยนทิศทางในทันทีและโจมตีไปที่ขวานในมือ

"เคร๊ง"

ขวานได้ปลิวออกไปไกล จากนั้นแท้งก็ได้ดึงโล่มาเพื่อกันดาบคู่ของซังจิน แต่ว่าการที่จะหยุดการโจมตีของซังจินด้วยโล่เพียงอย่างเดียวนั้นมันเป็นไปไม่ได้

แท้งได้เห็นการโจมตีมาในสองทางในเวลาเดียวกัน ทางหนึ่งจากด้านล่างและอีกหนึ่งจากด้านบน และเขาก็ไม่สามารถจะตอบสนองมันได้ทันเวลา

"อ๊ากก"

ปม้ว่าแท้งจะสวมใส่เกราะหนักทั้งตัว แต่ว่ามันก็ไม่สามารถจะป้องกันการโจมตีของซังจินได้ ซังจินได้ตัดทั้งเกราะและผิวหนังออกไปพร้อมๆกัน เมื่อเขาจัดการกับแท้งได้ ซังจินก็ได้มีเวลาที่จะตรวจสอบดูสถานการณ์

นักธนูและพลหอกกำลังพยายามไล่เคนให้ออกห่างจากนักบวชหญิง เคนได้หมุนไปรอบๆและกลับมาอยู่ข้างๆซังจิน เครได้ถ่มน้ำลายออกมา ในน้ำลายนั้นมันทีทั้งเลือดและผิวหนังของดาร์คเอลฟ์

นักบวชหญิงได้มองมาที่ซงจินและเคน ทันใดนั้นเองเธอก็ได้โยนจอกออกมาใส่ซังจิน จอมมันได้พุ่งมาด้วยความเร็วที่ช้ามากเมื่อเทียบกับลูกธนู แถมมันยังพุ่งมาไม่ถูกทางอีกด้วย

จอกมันได้ตกลงก่อนที่เท้าของซังจิน แต่แล้ว

"มันคืออะไร?"

ซังจินได้มองดูมันลอยเข้ามาโดยที่ไม่คิดอะไรมาก แต่แล้วเลือดภายในจอกก็ได้ละเหยออกไปและกลายเป็นไอ จากนั้นซังจินก็ได้สูดไอนั้นเข้าไปและเขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติ

'นี้มันอันตราย'

ซังจินได้กระโดดถอยกลับไป มันจะต้องเป็นสายพิษจากอนาคอนด้าแน่นอน เคนก็ยังกระโดดถอยกลับมา แต่เคนก็ได้ส่ายไปมา

"...."

หมาป่ามีทักษะการดมกลิ่นที่ดีเป็นอย่างมาก และดังนั้นผลกระทบที่เคนได้รับจึงมากขึ้นไปตามทักษะการดมกลิ่นของเขาอีกด้วย ในขณะที่เคนและซังจินได้หลบออกมาจากไอนั้น นักบวชหญิงก็ได้ร่าวเวทออกมา

"ปิดบาดแผลและลบความเจ็บปวด ฮิว"

แท้งที่ในก่อนหน้านี้นอนบาดเจ็บกรีดร้องอยู่ได้ลุกขึ้นยืนและหยิบโล่ขึ้นมาราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นพลหอกก็ได้หยิบขวานขึ้นมาและโยนมันคืนไปให้เขา

แท้งได้ยืนขึ้นเหมือนกับกำแพงกั้นระหว่างซังจินกับพวกเอลฟ์คนอื่นๆ นักดาบก็ได้กลับมาเป็นปกติและไปยืนอยู่ทางด้านซ้ายของแท้ง นักธนูก็ได้เตรียมพร้อมที่จะโจมตีอีกครั้ง ซังจินได้ขมวดคิ้วขึ้นมา

'นี่มันอาจจะต้องใช้เวลาสักครู่...'

ซังจินได้มองไปที่มือขวาของเขาและไล่ไปยังดาบ 'มูนสเปค'

'ฉันต้องการที่จะเก็บมันไว้สำหรับบอสลับ...'

บอสลับของการจู่โจมนี้ทรงพลังเป็นอย่างมาก แต่ว่าถ้าหากเขาได้เก็บทักษะ 'เสียงคร่ำครวญของคนตาย' เอาไว้ในตอนนี้ มันก็อาจจะทำให้การต่อสู้ลากยาวนานำปอาจจะจนถึงมากกว่าระยะคูลดาวของทักษะนี้ซะอีก ซังจินได่คิดสิ่งนี้ขึ้นในใจและเก็บดาบกลับเข้าฝัก

"ฟิ้ว~"

ลูกธนูได้พุ่งออกมาและซังจินก็ได้ปัดมันออกไปด้วยดาบบลัดเวเจนในมือซ้าย

เขาได้ใช้มืออีกข้างหนึ่งจบไปที่ดาบมูนสเปค จากนั้นเขาก็วิ่งเข้าไปหากลุ่มของดาร์คเอลฟ์ แท้ง นึกดาบ พลหอก ต่างก็วิ่งเข้ามาใส่ซังจินในทันที แต่ว่าขี้คือสิ่งที่เขาได้เล็งเอาไว้

"เสียงคร่ำครวญของคนตาย"ซังจินได้พูดออกมาในขณะที่ชักดาบมูนสเปคออกมาจากฝัก

"กรื้ดดดดดด~"

เสียงร้องโหยหวนได้ดังไปทั่ว และทันใดนั้นนักดาบและพลหอกก็ได้หนีไปในทันที

อย่างน้อยแท้งก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม แต่ว่าเขาก็หวาดกลัวจนไม่สามารถจะเคลื่อนไหวได้

ซังจินได้วิ่งผ่านเขาไปในทันทีและเข้าไปหานักบวชหญิง ถ้าหากว่ามีใครก็ตามที่สามารถจะฮิวได้ก็ควรที่จะจัดการเขาก่อนเป็นอันดับแรก

"ฟิ้ว~"

นักธนูที่อยู่ด้านหลังสุดจึงทำให้เขสได้รับผลของทักษะน้อยตามไปด้วยและเขาก็ได้พยายามที่จะหยุดซังจิน แต่ว่าเขาก็ไม่สามารถจะซื้อเวลาไปได้มากนัก นักบวชหญิงก็ร่ายร่ายเวทออกมาในขณะที่ตัวกำลังสั่น

"ทะ...ทำลายกระจก และ อะ...อีกาที่ตาย...."

เธอกำลังพยายามที่จะร่ายเวทคำสาปออกมา แต่ว่าซังจินก็ได้เข้าไปถึงตัวเธอก่อนและโจมตีออกมา

"เคร๊ง"

ดาบแรกนั้นได้ปัดมีดสั้นออกไปจากมือเธอ

"วูบ"

และด้วยดาบที่สองมันก็ได้ตัดหัวของเธอไป

'ฉึบ'

[บอส 'นักบวชหญิงเคเรนิส' ได้ถูกกำจัดแล้ว]

โอเปอเรเตอร์ได้ประกาศออกมา และจากนั้นเบสโกโร่ก็กระซิบบอกออกมา

'มันนานกว่า 1 นาทีไปแล้วเค'

ซังจินได้แคะขี้หูของเขาในขณะที่ตอบกลับไป

"ใช่แล้ว ฉันรู้"

จบบทที่ Chapter 70 – Dark Elven City (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว