เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 65 - Tahrakhan Plateau (10)

Chapter 65 - Tahrakhan Plateau (10)

Chapter 65 - Tahrakhan Plateau (10)


Chapter 65 - Tahrakhan Plateau (10)

มารอนได้ร้องออกมาอย่างเจบปวดจากการสูยเสียแขน

"นี้มันอะไรกัน แกเป็นใคร?"

ชายหัวกระโหลกได้หลุดลงและชี้ขึ้นไปที่ฉายาบนหัวของเขาด้วยดาบในมือ

'ผู้พิพากษา'

ตั้งแต่ที่เขาสามารถเข้าใจคำพูดได้.เขาก็ไม่ใช่มอนสเตอร์อย่างแน่นอน มารอนได้วางมือลงบนหัวใจของเขาและกล่าวออกมา

"ชะ..ใช่แล้ว ผู้พิพากษา...ไม่สิท่านผู้พิพากษา...ฉันแค่ต้องการที่จะอยู่รอด ฉันทำมันเพียวเพราะฉันอยากจะอยู่รอดเพียงแค่นั้นเองนะ"

ในขณะที่เขาพยายามจะซื้อเวลาให้กับตัวเอง เขาก็รีบคิดอย่างรวดเร็วเท่าที่ทำได้ รองเท้าที่เขาใส่มันเป็นรองเท้าสำหรับหนีฉุกเฉิน มันจะช่วยให้เขาสามารถพุ่งขึ้นไปบนฟ้าได้ไกลกว่าสิบเมตรและช่วยให้เขาหนีไปได้

'ถ้าฉันสามารถจะเปิดใช้งาน...'

หากเขาสามารถทำได้

"ลองคิดดูสิ...ถ้าหากว่าฉันไม่สามารถจะเพิ่มค่าผลงานของฉันตั้งแต่ต้น..."

เขาค่อยๆหยิบเศษฝุ่นด้วยมือที่ไม่เป็นอันตรายของเขา

"ฉันมีครอบครับของฉันอยู่ในนรกนั้น"

เขาเล็งและโปรยฝุ่นนั้นไปทางหัวกระโหลก โดยเฉพาะส่วนตาเป็นพิเศษ แต่ผู้พิพากษาได้ปัดสิ่งสกปรกออกไปจากอากาศได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เขานั้นไม่มีเสลาให้ไปทึ่งกับการปัดฝุ่นออกไปของผู่พิพากษา เขาจะต้องรีบเปิดใช้งานฟังก์ชั่น 'หลบหนีฉุกเฉิน' แต่ว่า

"ดวงตางู"

ทันใดนั้นเองดวงตาบนสร้อยคอของชายหัวกระโหลกก็เปิดขึ้น เมื่อมารอนจ้องมองเข้าไปที่ดวงตาของงูเขาก็รู้สึกตัวแข็งทื่อ

"หลบหนี...."

ลิ้นขอเขาหยุดนิ่งแข็งทื่อ ผู้พิพากษาค่อยๆเดินเข้าอย่างอย่างใจเย็นในขณะที่พูดกับเขา

"เขาผู้ที่ทำเพื่อประโยชน์ของตน"

อย่างช้าๆ เขาค่อยๆยกดาบขึ้นมา

"ขโมยในสิ่งที่ไม่ใช่ของตน"

ทันใดนั้นเองอาการอัมพาตได้หมด เขาจึงตะโกนออกมา

"หลบหนีฉุกเฉิน"

แต่ว่าก่อนที่เขาจะได้พุ่งออกไป ดาบของผ้พิพากษาก็ได้ตัดเขาออกเป็นสองส่วน จากนั้นมารอนก็สามารถจะได้ยินอีกประโยคหนึ่งเป็นประโยชน์สุดท้ายที่เขาได้ยิน

"นายและทุกๆคนที่เหมือนกับนายเป็นศัตรูของมนุษยชาติ"

****

แม็กมองออกไปจากระยะไกลในขณะที่กอดตัวเอง เขาเห็นเหตุการที่ได้เกิดขึ้นทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ ในช่วงเวลาที่เขาหมดหวังแล้ว อยู่ๆผู้พิพากษาก็โผล่ออกมา

และด้วยฝีมือดาบที่เหนือมนุษย์และการใช้เวทมนตร์ในพริบตา เขาได้จัดการสองฆาตกรไปโดยไร้ซึ่งบาดแผล

แม็กเคยเห็นนักล่ามานับไม่ถ้วนจนถึงตอนนี้ แต่นี้มันเป็นระดับที่ต่างออกไปเป็นระดับที่ยากจะเชื่อว่าเป็นมนุษย์ ทั้งเวทมนตร์และดาบคู่นั้น เมื่อแม็กได้เห็นเช่นนี้เขาก็คิดขึ้นกับตัวเอง

'ได้ยินไหมพระเจ้า ฉันไม่กลัวความตายหรอก แต่ฉันขอภาวนาให้ไอลูกกระ***สองคนนี้มันพบจุดจบที่น่าอถาจ'

เขาเชื่อว่าการภาวนาของเขาสำริดผลและชายหัวกระโหลกได้รับข้อความมาจากพระเจ้า ให้มาพดุงความยุติธรรมแทนพระเจ้า ผู้ที่มีชื่อว่าผู้พิพากษา

ผู้พิพากษาเขาได้พูดประโยคสุดท้ายกับมารอดและจากนั้นก็ประหารเขา

มันแปลกมา เมื่อผู้พิพากษาได้ฆ้านักล่า ได้มีไอเทมบางส่วนตกออกมา

ผู้พิพากษาได้หยิบไอเทมเหล่านั้นขึ้นมาและเก็บมันลงไปในลูกบาศก์ นี้มันดูเหมือนจะเป็นเหตุการที่ไม่เป็นปกติ โดยปกติแล้วไอเทมของนักล่าจะไม่แยกจากนักล่าแม้ว่าเจ้าของจะตายลงไป แม็กรู้สิกับว่าปาฏิหาริย์กำลังดำเนินอยู่

'เขาแตกต่างไปจากคนอื่นๆ"

ในขณะที่แม็กสรุปความคิดของเขา ผู้พิพากาก็ได้เก็บไอเทมทั้งหมดเสร็จสิ้น เขาหันหน้ากลับมาและเดินเข้ามาหาแม็ก แม็กจึงมองขึ้นไปหาเขาและกล่าวถามออกมา

"...ท่านมาเพื่อที่จะตอบรับคำอธิฐานของฉันหรอ?"

แต่แล้วผู้พิพากษาก็ได้ถอดหน้ากากออกมา ภายในนั้นเป็นชายหนุ่มชาวเอเชียที่มีอายุน้อยมาก เขากำลังมีใบหน้าที่ดูหงุดหงิด

"ทำไมนายถึงได้น่ารำคาญนัก"

มันช่วยไม่ได้ที่แม็กจะต้องเงียบและปิดปากลง

****

ซังจินจำเป็จะต้องถอดหมวกออกมา ในระหว่างที่กำลังต่อสู้เจ้าผู้ที่เสพติดสงครามได้แสดงท่าทางออกมาทุกๆครั้งที่ซังจินกำลังจะฆ่าใครบางคน

'เยี่ยมมาก ฆ่ามัน'

'เยียยยร์~'

'นายสุดยอดมากเค'

เขาได้ตะโกนกรอกหูมาตลอดเวลา แม้กระทั่งในตอนที่เขาเสร็จสิ้นการเก็บของและเดินเข้าไปนักล่าคนสุดท้าย เขาก็ถามออกมา

'นั่นใครนะ เหยืออีกตัวหรอ?'

'ไม่สิเขาเป็นผู้ถูกล่า'

'เขาอ่อนแอเกินไป จบชีวิตเขาลงที่นี่เลย'

เขากำลังเรียกร้องในสิ่งที่ไม่สมควร

"เงียบ"

ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวพยายามจะบอกอะไรบางอย่างเมื่อเบสโกโร่ขัดจังหวะ

'ทำไม ข้าจะเงียบได้ยังไง ข้าไม่ได้พูดคุยกับใครมาเป็นเวลานานแล้วนะ'

เสียงของเบสโกโร่ได้ดังกลบเสียงของนักล่าไปจนหมด ดังนั้นซังจินจึงจำเป็นจะต้องเอาเขาออกมาจากหัว

"ทำไมนายถึงน่ารำคาญอย่างนี้"

เขาเป็นชายแก่ แต่ว่าเขาก็ดูเหมือนจะบ้าอีกด้วย ซังจินเข้าใจแล้วว่าเคาท์เดมิทรีรู้สึกอย่างไร

ไม่ว่าเขาจะเป็นนายทหารที่มีชื่อเสียงมากแค่ไหน เขาก็ยังคงเป็นเพียงชายแก่ที่ต้องการจะไปแตะต้องบุตรสาวที่น่ารักของเขา เขาจึงจำเป็นจะต้องทำเช่นนั้น เมื่อเขาได้ถอดหมวกออกมา วิสัยทัศน์ของเขาก็ได้กลับมาเป็นปกติ

ซังจินมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ฟม่มีที่สิ้นสุดและถอนหายใจยาวออกมา

"วูว~"

แต่แล้วเขาก็รู้สึกว่ามีใครบางคนจ้องมาที่เขาอย่างจริงจัง นั้นคือผู้รอดชีวิตคนสุดท้าย ชายผิวขาว เขากำลังเงยหน้ามองมาที่ซังจินด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

ซังจินจึงมองลงไปที่เขา ชายคนนั้นได้มีเลือดไหลนองออกมาที่ขาของเขส

"นายเป็นอะไรมากไหม?"

เขาดูเหมือนจะมีอายุ 30~40 ปี เขาดูมีอายุแก่กว่าซังจินมาก เขาทำเพียงแค่หยักหน้าโดยไม่พูดอะไร เขาเป็นแท้งดังนั้นเขสก็ควรจะรู้ระดับพลังชีวิตของตนเองดี

"อา ฉันดีใจนะที่นายได้ยิน"

ซังจินพยายามจะยิ้มออกมาหลังจากนั้น เมื่อเขาแทรกแซงการจู่โจม เขาก็สามารถจะได้รับไอเทมใหม่ถึงสี่ชิ้นจากสองนักล่า มันเป็นสิ่งที่ดี

ไอเทมส่วนใหญ่ที่เขาได้รับในรอบนี้ดูเหมือนว่าอย่างน้อยมันก็อยู่ในระดับวีรบุรุษ ซังจินได้คิดคำนวนผลกำไรที่เขาได้รับในรอบนี้

'ฉันควรจะได้รับเงินจากไอเทมพวกเขาแต่ละชิ้นก็ 4000~5000 เหรียญ...และถ้าหากว่ามันได้รับการเสนอราคามากขึ้นไปิีกละก็....ไม่สิฉันควรจะตรวจสอบข้อมูลของมันก่อนที่ฉันจะตัดสินใจว่ามันคุ้มค่าไหม'

แต่แล้วชายคนนั้นก็ขัดความคิดเขาด้วยคำถามแปลกๆ

"นายคือ...เทวดา?"

ซังจินเอียงหัวอย่างสงสัย เขาเสียสติจากการที่ถุกเพื่อร่วมทีมทรยศหรือยังไง? ซังจินจึงตอบกลับไป

"เทวดางั้นหรอ? ฉันดเหมือนกับเทวดาขนาดนั้นเลยหรือยังไง?"

"งั้น...ทำไมนาย...ถึงได้มาอยู่ที่นี่?"

มันช่วยไม่ได้ที่เขาจะไม่เข้าใจเพราะตามปกติแล้วจะมีเพียงนักล่าห้าคนเท่านั้นที่ถูกเรียกมา แต่มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ซังจินจะต้องไปอธิบายให้เขาเข้าใจ จากนั้นลูกบาศกก็ได้ขัดจังหวะสนทนาของพวกเขา

[ฆาตกรทั้งหมดถูกกำจัดแล้ว จะกลับสู่ตลาดมืดในอีก 3 นาที]

การแทรกแซงนี้มันถูกออกแบบมาให้จบลงหลังจากที่ฆาตกรตายไปครู่หนึ่ง ซังจินจึงตัดสินใจที่จะให้คำแนะนำแก่ชายคนนั้นแทนที่จะตอบคำถามของเขา

"ฉันไม่สามารถจะอยู่ที่นี่ต่อได้...ดังนั้นฉันก็ไม่สามารถจะปกป้องนายได่ สำหรับช่วงเวลาที่เหลืออยู่ก็จงไปหาที่หลบซ่อนพวกมอนสเตอร์ซะ เก็บผลรางวัลทั้งหมดและกลับไปสู้ตลาดมืดอย่างปลอดภัย"

เขาเป็นคนที่โชคดีเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแค่เขาจะรอดชีวิตจากเหตุการที่สิ้นหวัง แต่เขาก็ยังสามารถที่จะได้รับแต้มทั้งหมดจากรอบนี้ไปได้ จากนั้นชายคนนั้นก็ตอบกลับเขามา

"...เอ่อ...นายช่วยชีวิตของฉันเอาไว้...แล้วฉันจะสามารถตอบแทนนายคืนได้ยังไง?"

ซังจินต้องการจะส่ายหัวและปฏิเสธออกไป แต่แล้วสายตาของเขาก็มองไปที่แหวนของตนพ อดี

แหวนที่อยู่ในรูปร่าวงูสองตัวพันกันอยู่ 'แหวนเฮริค - แหวนของขุนศึก'

'มันมีราคาเพียงแค่ 3000 เหรียญดำเท่านั้น ไปข้างหน้าและซื้อมันซะในตอนนี้'

บอกค้าแปลกๆในร้านมืดมิดยิ่งกว่าสีดำได้บอกกับเขาและเสนอให้เขาไปซื้อมัน แต่แหวนวงนี้มันเป็นเรื่องยากมากที่จะใช้ผลของมันเต็มประสิทธิภาพ

อำนาจการปกครอง(I)

รับ 1 เหรียญขาวจากผู้ที่ตั้งใจและมีอิสระมาจูบที่แหวน ผู้ที่จูบแหวนจะได้รับผลลดเหรียญเงินรางวัลการจู่โจมลง 10% อย่างถาวร สามารถใช้งานได้แค่หนึ่งครั้งต่อหนึ่งคนเท่านั้น

มันเป็นวิธีเดียวที่เขาจะได้รับเหรียญขาวในตอนนี้ แต่เพราะว่าการลงโทษที่รุนแรงของมัน มันจึงไม่ได้เป็นสิ่งที่จะได้รับมาอย่างง่ายดายจากคนอื่นๆ เมื่อเขาสังเหตุความลังเลของซังจิน เขาก็ถามออกมา

"ได้โปรดบอกมาเลย ฉันอยากจะขอบคุณและตอบแทนที่นายมอบชีวิตที่สองให้แก่ฉัน"

ซังจินลังเลอยู่เล็กน้อยก่อนที่ในที่สุดเขาจะตัดสินใจถามออกมา

"มันอาจจะฟังดูแปลกๆไปหน่อยแต่ว่า นายช่วยจูบแหวนวงนี้หน่อยได้ไหม แต่...."

ชายคนนั้นไม่ได้สนใจจะฟังอีกก่อนที่เขาจะเคลื่อนที่มาเพื่อที่จะจูบแหวน ซังจินสามารถจะปล่อยมือออกไป ให้ชายคนนั้นทำตามที่ต้องการโดยที่ไม่อธิบายอะไร แต่เขาก็จะรู้สึกแย่ในใจ

ซังจินจึงกล่่วคำอธิบายออกไปให้ชัดเจนที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้

"ในทางกลับกัน นายจะต้องเผชิญกับการลดเงินรางวัลการจู่โจมลง 10% ในอนาคต นายยังคงจะยอมรับอยู่อีกไหม?"

จากคำอธิบายนี้ชายคนนั้นก็ได้นิ่งไป ซังจินหยักหน้ายอมรับในสิ่งนี้

'ฉันก็คิดอย่างนี้...."

ถึงแม้ว่าซังจินจะเป็นผู้ช่วยชีวิตเขา แต่การจะต้องทิ้งเงินไปเป็นจำนวนมากหลังจากนี้มันก็เป็นเรื่องยากที่จะยอมรับ แต่แล้วชายคนนั้นก็ตัดสินใจถามออกมา

"ถ้านายสามารถจะตอบคำถามของฉันข้อหนึ่ง ฉันก็จะยังคงที่จะยอมรับมัน"

ซังจินจึงตอบกลับไป

"อะไรหละ?"

"ถ้าหากรู้ว่าฉันจะได้รับโทษดังกล่าว ทำไมนายถึงขอให้ฉันไปจูบแหวน?"

ซังจินครุ่นคิดว่าเขาควรจะตอบกลับไปเช่นไรดี

'เพื่อที่จะให้ได้รับเหรียญขาว'

แต่ว่าถ้าหากเขาพูดถึงเหรียญขาวในตอนนี้ เขาก็จะต้องอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับสิ่งนี้ตั้งแต่ต้น หลังจากที่เขาไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจตอบกลับมา

"ฉันมีซา มยอง" (ไม่แน่ใจเกี่ยวกับตรงนี้นะครับ แต่คิดว่าคงจะเป็นเกี่ยวกับการมาเริ่มใหม่ของซังจินแหละ)

"ซา มยอง...?"

"ใช่แล้ว นายอาจจะจำได้ว่าในครั้งล่าสุดที่ไปฮอลล์นักล่า ถ้าหากใครบางคนสามารถที่จะจัดการหรือเคลียการจู่โจมสุดท้ายได้ มนุษยชาติทุกคนก็จะได้รับการปลดปล่อยจากนรกและฟื้นคืนมา...ในขณะที่นายอาจจะเห็น ฉันมีพัฒนาการที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมากในผลของการโยกย้ายในการจู่โจมที่ต่างกัน"

"สิ่งที่เขาต้องการจะหมายถึงจริงๆของคำว่าโยกย้ายก็คือ 'การเริ่มใหม่' ของเขา แต่เขาก็ไม่สามารถจะพูดออกไปได้

"ฉันไม่สามารถจะบอกนายได้ในทุกๆอย่าง...แต่ถ้าหากว่านายจูบแหวนวงนี้และยอมรับฉัน ฉันก็จะสามารถรับประกันได้เลยว่ามันจะมีส่วนร่วมเป็นอย่างมากในการที่จะจบการจู่โจมทั้งหมดและช่วยเหลือมนุษยชาติ"

ทันทีที่ซังจินได้อธิบายจบ ลูกบาศก์ก็ได้ประกาศออกมาอีกครั้ง

[จะกลับสู่ตลาดมืดในอีก 1 นาที]

ชายคนนั้นได้ใช้เวลาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วในที่สุดเขาก็หยักหน้ายอมรับ

"ฉันเข้าใจ ฉันจะจัดการกับโทษ 10% เองและจูบแหวนของนาย ตั้งแต่ที่นายบอกว่าจะช่วยเหลือมนุษยชาติ ฉันก็ต้องการที่จะมีส่วนร่วมในนั้นด้วย ฉันต้องการที่จะจูบแหวนวงนั้น"

คำพูดของเขาต่างก็เต็มไปด้วยความรู้สึกจริงจัง จากนั้นซังจินจึงยืนมือที่สวมแหวนของขุนศึกไปให้เขา และชายคนนั้นก็คุกเข่าลงและจูบแหวนของซังจิน

ลูกบาศก์ของชายคนนั้นได้ส่งเสียงประกาศออกมาเป็นอย่างแรก

[คุณได้ยอมรับ 'อำนาจการปกครอง' ของผู้อื่น เหรียญรางวัลการจู่โจมของคุณจะลดลงอย่างถาวร 10%]

ต่อจากนั้นก็ลูกบาศก์ของซังจิน

[ได้รับเหรียญขาว 1 เหรียญจากผลของ 'อำนาจการปกครอง']

และด้วยเสียงประกาศนี้เหรียญขาวก็ได้ปรากฏออกมาข้างหน้่ของซังจิน มันมีขนาด รูปร่าง และน้ำหนักที่เหมือนกับเหรียญดำ ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือสีของมัน

แม้กระทั่งสำหรับซังจินแล้ว นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นมัน ชายคนนั้นก็จ้องมาที่เหรียญนี้อย่างสงสัยเช่นกัน ซังจินก็เก็บเหรียญขึ้นมาในขณะที่ถามกับชายคนนั้น

"นายชื่ออะไรงั้นหรอ?"

"แม็ก...ชื่อของฉันคือแม็ก โอ เบรน"

'แม็ก...'

ซังจินได้เก็บชื่อของเขาเอาไว้ภายในใจ นี้เป็นครั้งแรกในชีวิตนี้ที่เขากำลังจะเปิดเผยชื่อที่แท้จริงของเขาออกมาเนื่องจากความซาบซึ้ง

"ฉัน....น"

แต่ชายคนนั้นก็ได้คว้ามือของเขา มือนั้นทั้งใหม่และมีขน

"ท่านผู้พิพากษา...ได้โปรดแข็งแกร่งขึ้นและยุติการจู่โจมเหล่านี้ ในนรก...ภรรยาและลูกสาวของฉันกำลังรอฉันอยู่"

ขฯะที่เขากำลังพูดอยู่ ดวงตาของเขาก็ได้กล่ยเป็นสีแดง ซังจินก็ไม่มีอะไรจะพูดออกไป เขาเพียงแค่จับมือแม็กเอาไว้

"ได้โปรดเชื่อในตัวฉัน ฉันจะทำมัน ฉันขอสาบานกับนายเลย"

จากนั้นโอเปอเรเตอร์ก็ได้เริ่มนับถอยหลัง

[10 9 8 7]

ซังจินจับมือของเขาเอาไว้จนกว่าการนับถอยหลังจะเสร็จสิ้น

[6 5 4 3 2 1 0]

เมื่อการนับถอยหลังจบลง ซังจินก็ได้กลับไปที่ตลาดมืด

จบบทที่ Chapter 65 - Tahrakhan Plateau (10)

คัดลอกลิงก์แล้ว