เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 65 เซตมาม่าซีฟู้ด

บทที่ 65 เซตมาม่าซีฟู้ด

บทที่ 65 เซตมาม่าซีฟู้ด


หลุมศพของพ่อกับแม่ได้รับการดูแลอย่างดี รอบข้างสะอาดสะอ้านไร้วัชพืช บนหน้าหลุมศพยังมีดอกไม้แห้งวางอยู่ช่อหนึ่ง

ดูเหมือนช่วงที่เขาไม่อยู่ พี่สาวคงคอยแวะเวียนมาไหว้พ่อกับแม่อยู่เสมอ

เจียงหานเก็บดอกไม้แห้งช่อนั้นออกไป จากนั้นก็จุดธูปเทียนปักลงหน้าหลุมศพ

เขาหยิบกระดาษเงินกระดาษทองที่ซื้อมา ค่อย ๆ เผาอุทิศส่วนกุศลให้พ่อกับแม่ทีละแผ่น

“พ่อครับ แม่ครับ ผมกลับมาอยู่บ้านได้พักหนึ่งแล้ว ตอนนี้ชีวิตความเป็นอยู่ก็ถือว่าดีใช้ได้ ที่เพิ่งมาหา เพราะกลัวว่าจะโดนพ่อกับแม่ดุน่ะครับ”

“ผมตัดสินใจแล้วว่าจะไม่กลับไปสู้ชีวิตในเมืองใหญ่แล้ว จะขอปักหลักเป็นชาวประมงอยู่ที่เกาะเจียวหวานี่แหละ ถ้าพ่อกับแม่รับรู้ ก็ช่วยปัดเป่าความซวยให้ผมหน่อยนะครับ ขอให้ชีวิตบนเกาะของผมราบรื่นมีความสุขด้วยเถิด”

หลังจากทำพิธีเสร็จ เจียงหานก็เดินทางกลับบ้าน

จางไห่ไต้นึ่งหอยนางรมเสร็จพอดี และกำลังต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปส่งกลิ่นหอมฉุย

เจียงหานหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เห็นในกลุ่มแชทของห้องเรียนมีการแท็กหาเขา

[หูตานเจิน: @เจียงหาน คนที่กลับไปทำงานที่บ้านเกิดอย่างนาย คงไม่มีวันเข้าใจความขมขื่นของมนุษย์เงินเดือนหรอก]

หูตานเจินแนบรูปถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาด้วย

[เจียงหาน: กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนี่เรียกว่าลำบากเหรอ? งั้นฉันก็คงกำลังลำบากเหมือนกัน]

เจียงหานส่งรูปบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของตัวเองลงไปบ้าง

แต่พอรูปถูกส่งออกไป จุดโฟกัสของเพื่อนในกลุ่มกลับไปอยู่ที่จานหอยนางรมข้าง ๆ

[อวี๋เหอ: บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกินคู่กับหอยนางรม นี่มันเมนูเทพเจ้าอะไรเนี่ย?]

[เจียงหาน: ก็แค่หอยนางรมธรรมดาเอง]

[เถียนเฉิงเหวิน: ให้โอกาสนายเรียบเรียงคำพูดใหม่อีกที]

เจียงหานพูดไม่ออก เขาคิดว่ามันก็แค่หอยนางรมจริง ๆ นี่นา

หอยนางรมพวกนี้ก็เหมือนกับหอยแมลงภู่ สำหรับคนที่อาศัยอยู่ริมทะเล กินจนเบื่อกันไปข้างหนึ่งแล้ว

จางไห่ไต้ดูเวลา “ปลาจาระเม็ดขาวเล็กน่าจะสุกได้ที่แล้ว”

“นายทำปลาจาระเม็ดขาวเล็กด้วยเหรอ” เจียงหานแปลกใจเล็กน้อย

“ก็พี่บอกว่าจะไม่วางลอบแล้วนี่นา ไม่วางลอบก็ไม่ต้องเก็บเหยื่อไว้ ผมเห็นพี่ยังไม่กลับมา พอนึ่งหอยนางรมเสร็จ ก็เลยเอาปลาจาระเม็ดขาวเล็กใส่ลงไปนึ่งต่อ”

หอยนางรมพวกนี้ใช้เวลานึ่งไม่นาน แค่สามนาทีก็สุกแล้ว

ตอนที่จางไห่ไต้นึ่งหอยนางรมเสร็จ เจียงหานยังอยู่บนเขา

น่าจะเพราะอยากประหยัดเวลา จางไห่ไต้เลยจับหอยหวานพวกนั้นโยนลงไปนึ่งพร้อมกันเสียเลย

ไม่รู้ว่าไปจำมาจากร้านฮ่าวไหลวั่งหรือเปล่า ตอนจัดจานเขายังมีการจัดแต่งอย่างสวยงาม

ตรงกลางเป็นปลาจาระเม็ดขาวเล็ก ล้อมรอบด้วยหอยหวานเรียงเป็นวงกลม

เห็นเพื่อนในกลุ่มโอดครวญว่าเขากินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอย่างหรูหราฟุ่มเฟือย เขาเลยถ่ายรูปปลาจาระเม็ดขาวเล็กจานนี้ส่งลงไปในกลุ่มด้วย

[หูตานเจิน: เจียงหาน สิ่งที่นายกินนี่ยังเรียกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้อีกเหรอ]

[เจียงหาน: ไม่เรียกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แล้วจะให้เรียกว่าอะไร]

[หูตานเจิน: เรียกว่าเซตมาม่าซีฟู้ดไงล่ะ]

[เจียงหาน: ...]

[ถังฉิน: ที่ล้อมรอบปลานั่นคือหอยหวานใช่ไหม]

[เจียงหาน: ใช่ เป็นหอยหวานชนิดหนึ่ง]

[ถังฉิน: แค่กับข้าวตานนี้จานเดียวก็ปาเข้าไปสองร้อยกว่าหยวนแล้วมั้ง]

[หลิวปัวหง: คราวก่อนหัวหน้าทีมพาพวกเราไปเลี้ยงข้าว ยังกินไม่ดีเท่านายเลย]

โทรศัพท์ของเจียงหานดังขึ้น ในที่สุดเจียงเฟิ่งก็โทรกลับมา

“แกไปไหว้พ่อกับแม่มาแล้วเหรอ”

“ครับ วันนี้จู่ ๆ ก็คิดถึงพ่อกับแม่ขึ้นมา เลยไม่อยากรอพี่แล้ว”

“ดีแล้วล่ะ พ่อกับแม่รู้เข้าคงดีใจกันแย่ จริงสิ พี่มีเรื่องจะถามแกหน่อย”

เดิมทีเจียงเฟิ่งไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ แต่ไหน ๆ ก็โทรคุยกันแล้ว เธอเลยอดไม่ได้ที่จะเล่าให้ฟัง

“เมื่อคืนดึก ๆ พี่เขยแกกลับมา เขาบอกว่าเพื่อนทหารผ่านศึกของเขามีเรือเก่าลำหนึ่งใกล้จะปลดระวาง ถามว่าแกสนใจไหม พี่เลยด่าพี่เขยแกไปชุดใหญ่ พวกเราไม่ใช่คนรับซื้อของเก่านะ จะไปเอาเรือใกล้พังของชาวบ้านเขามาทำไม!”

เจียงหานจับสังเกตอะไรบางอย่างได้ “พี่ด่าพี่เขยจริง ๆ เหรอ”

“แน่... แน่นอนสิ” เสียงของเจียงเฟิ่งเริ่มตะกุกตะกัก “พี่ด่าเขาเสียงดังลั่นบ้านเลยนะ”

เจียงหานแอบขำ พี่สาวเขาก็เก่งแต่ปากนั่นแหละ หลายปีมานี้เขายังไม่เคยเห็นพี่สาวด่าพี่เขยจริง ๆ จัง ๆ สักที

“แล้วมันเป็นเรือแบบไหนครับ”

“ก็เรือใกล้จะพังไงล่ะ”

เจียงหาน: “...”

เจียงเฟิ่งสัมผัสได้ถึงความเงียบจากปลายสาย “เอาเถอะ เดี๋ยวพี่ให้พี่เขยคุยกับแกเอง”

เสียงทุ้มต่ำของเจียงเหวินซานดังมาจากปลายสาย “เป็นเรือไม้เก่าแก่ของครอบครัวเพื่อนฉันน่ะ เขาบอกว่าเก็บไว้ก็เกะกะที่ เลยอยากจะปล่อยออกไป พี่สาวนายบอกว่าช่วงนี้นายกลับมาทำประมง ฉันเลยลองไปดูมาให้”

“สภาพมันก็เก่าตามอายุการใช้งานนั่นแหละ แต่ถ้าไม่เจอพายุหนัก ๆ ใช้งานต่ออีกสักครึ่งปีหรือปีหนึ่งก็น่าจะไหว ถ้าบำรุงรักษาดี ๆ อาจจะอยู่ได้ถึงสองสามปี”

“เครื่องยนต์เรือก็เป็นตัวที่มาติดเพิ่มทีหลัง เก่าหน่อยเหมือนกัน ถ้านายไม่ชอบ จะเปลี่ยนเครื่องใหม่ก็ได้”

“เรือลำนี้ฉันไม่แนะนำให้ออกไปไกลนัก แต่ถ้าระยะร้อยเมตรจากเกาะก็ไม่มีปัญหา เพื่อนฉันก็แนะนำมาแบบนี้เหมือนกัน ห้ามออกไปไกล แต่ถ้าใกล้ ๆ สบายมาก”

เจียงหานรู้ดีว่าน้ำตื้นย่อมปลอดภัยกว่าน้ำลึก ระยะร้อยเมตรจากเกาะ ถ้าเรือเกิดมีปัญหาขึ้นมาจริง ๆ เขาว่ายน้ำกลับเข้าฝั่งก็ยังไหว

เจียงหานรู้สึกว่าการไปไหว้บรรพบุรุษนี่เห็นผลทันตาจริง ๆ พ่อกับแม่คงดลบันดาลให้เขาได้รับข่าวดีชิ้นใหญ่ขนาดนี้

“เขาขายเท่าไหร่ครับ”

“เรื่องราคาฉันยังไม่ได้ถาม ฉันแค่มาลองถามความเห็นนายดูก่อน ถ้านายสนใจฉันค่อยไปถามราคาให้ ถ้าไม่สนใจก็ปล่อยผ่านไป”

เจียงหานคิดอยู่ครู่หนึ่ง “พี่เขยครับ พาผมไปดูเรือหน่อยได้ไหม ถ้าดูแล้วถูกใจ เดี๋ยวผมคุยราคากับเขาเอง”

“ได้ นายสะดวกไปดูเมื่อไหร่”

“ถ้าพี่เขยสะดวก ผมไปตอนนี้เลยก็ได้ครับ”

เจียงเหวินซานเหลือบมองลูกสาวสองคนที่กำลังทำการบ้าน “ได้ งั้นอีกครึ่งชั่วโมงเจอกันที่หน้าหมู่บ้านฉันนะ”

“ตกลงครับ อีกครึ่งชั่วโมงเจอกัน”

จากบ้านเจียงหานไปถึงหน้าหมู่บ้านซ่างเจียง ใช้เวลาขับรถแค่ไม่กี่นาที เขามีเวลาเหลือเฟือที่จะจัดการเซตมาม่าซีฟู้ดฝีมือจางไห่ไต้จนเกลี้ยง

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เจียงหานก็เห็นเจียงเหวินซานยืนรออยู่ที่หน้าหมู่บ้านแล้ว

พี่เขยยังคงสวมชุดทำงานเหมือนเดิม

ในความทรงจำของเขา พี่เขยมักจะใส่แต่ชุดทำงาน เสื้อผ้าส่วนตัวแทบจะไม่มี

“พี่เขย รอนานไหมครับ”

“ไม่หรอก ฉันก็เพิ่งมาถึง” เจียงเหวินซานพูดด้วยน้ำเสียงที่ยังคงรักษาระยะห่าง

แต่เจียงหานรู้ดีว่าพี่เขยไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร

“บ้านเพื่อนพี่เขยอยู่ที่ไหนเหรอครับ”

เจียงเหวินซานเคยเป็นทหารอยู่สองปี พอปลดประจำการกลับมาก็แต่งงานกับเจียงเฟิ่ง

“อยู่บนเกาะนี่แหละ แต่ไกลหน่อย”

เจียงเหวินซานขี่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามา เขาเห็นเจียงหานขี่รถสามล้อเครื่องมา

“นายจอดรถสามล้อไว้ข้างทางเถอะ เดี๋ยวซ้อนท้ายรถฉันไป”

ถ้าเป็นจางไห่ไต้พูดแบบนี้ เจียงหานคงปฏิเสธไปแล้ว ผู้ชายสองคนนั่งเบียดกันบนรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันเดียว มันดูแปลกพิลึก

แต่พอกับพี่เขย เขาไม่กล้าปฏิเสธ

“ครับ” เขาจอดรถสามล้อเครื่องไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ แล้วเดินไปซ้อนท้ายเจียงเหวินซานอย่างว่าง่าย

เจียงเหวินซานขี่รถช้าและนิ่มนวลมาก เหมือนกับนิสัยของเจียงเหวินซานไม่มีผิด

“เครื่องใช้ไฟฟ้าที่บ้าน นายซื้อมาเหรอ”

จู่ ๆ เจียงเหวินซานก็ถามขึ้นมา เจียงหานชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า

“ก็แค่เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่กี่ชิ้นครับ เทียบไม่ได้กับที่พี่ดูแลผมมาตลอดหรอก”

จบบทที่ บทที่ 65 เซตมาม่าซีฟู้ด

คัดลอกลิงก์แล้ว