- หน้าแรก
- อกหักกลับเกาะพร้อมระบบ ทะเลนี้คือขุมทรัพย์ทองคำ
- บทที่ 62 บ้านของเจียงหานไม่เหมือนเดิมแล้ว
บทที่ 62 บ้านของเจียงหานไม่เหมือนเดิมแล้ว
บทที่ 62 บ้านของเจียงหานไม่เหมือนเดิมแล้ว
ใบหน้าของป้าหลี่ดูเบิกบานสำราญใจเป็นที่สุด “เจียงหาน แอร์บ้านเอ็งนี่มันเด็ดดวงจริง ๆ ใช้ดีกว่าแอร์บ้านผู้ใหญ่บ้านตั้งเยอะ มิน่าล่ะซูเปอร์มาร์เก็ตในเมืองถึงเลือกใช้แอร์แบบเดียวกับเอ็ง”
“ป้าพูดผิดแล้ว ต้องบอกว่าเจียงหานกับซูเปอร์มาร์เก็ตในเมืองใช้แอร์แบบเดียวกันต่างหาก” ป้าจินจวี๋ช่วยแก้ให้ถูก
“จะอะไรก็ช่างเถอะ ความหมายมันก็เหมือนกันนั่นแหละ” ป้าหลี่โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
เย่เถียนเถียนเองก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงภายในบ้านของเจียงหานเช่นกัน
เพราะพวกเขาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน เมื่อก่อนเวลาปิดเทอมกลับบ้านก็จะกลับมาพร้อมกันเสมอ
สภาพความเป็นอยู่ของบ้านเจียงหานเป็นอย่างไร เธอรู้ดีที่สุด
บ้านเจียงหานแม้จะมีพื้นที่ใช้สอยไม่น้อย แต่ภายในบ้านกลับว่างเปล่าแทบไม่มีสมบัติอะไร ดูยากจนข้นแค้นไม่ต่างจากบ้านของเธอ
แต่ตอนนี้ เก้าอี้โยกเก่าคร่ำครึกับโต๊ะเก้าอี้ชุดเดิมในห้องโถงยังคงตั้งอยู่ที่เดิม ข้าวของเครื่องใช้อื่น ๆ ก็แทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร แต่กลับมีแอร์ตั้งพื้นเครื่องใหญ่โผล่ขึ้นมาอย่างโดดเด่นสะดุดตา
แถมยังมีตู้เย็นเล็กอีกหนึ่งตู้
ตู้เย็นแบบนี้ เธอเคยเห็นตอนไปเที่ยวบ้านเพื่อนในเมือง
มันเป็นตู้เย็นสำหรับแช่เครื่องดื่มและไอศกรีมโดยเฉพาะ
เย่เถียนเถียนขมวดคิ้ว เรื่องที่เจียงหานซื้อรถสามล้อเครื่อง แม่ของเธอเคยเล่าให้ฟังทางโทรศัพท์แล้ว
ดังนั้นเมื่อวานตอนที่เห็นเจียงหานขี่รถสามล้อเครื่องโผล่มา เธอจึงไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร
อีกอย่างรถสามล้อเครื่องก็ไม่ใช่รถยนต์
เจียงหานขี่รถสามล้อเครื่องไปตามท้องถนน ดูยังไงก็เป็นแค่หนุ่มบ้านนอกคอกนาที่ไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้
แต่ทำไมเขาถึงมีเงินซื้อแอร์ตั้งพื้นกับตู้เย็นอีก?
เขาไปเอาเงินมาจากไหน?
โดยเฉพาะตู้เย็นแบบนี้ ถ้าไม่ใช่พวกเงินเหลือใช้ ใครเขาจะซื้อมาตั้งไว้ในบ้าน
เย่เถียนเถียนคิดไปคิดมา ก็รู้สึกว่าตัวเองอาจจะเข้าใจผิด
ที่เขาซื้อตู้เย็นแบบนี้ อาจไม่ใช่เพราะเอามาแช่เครื่องดื่มหรือไอศกรีม แต่เป็นเพราะตู้เย็นแบบนี้ราคาถูกกว่าตู้เย็นใหญ่ทั่วไป
ดีไม่ดีข้างในอาจจะอัดแน่นไปด้วยผักสดก็ได้
ยิ่งคิดเย่เถียนเถียนก็ยิ่งมั่นใจว่าเป็นอย่างนั้น
เธออยากจะกระชากหน้ากากจอมปลอมของเจียงหานออกมา จึงแกล้งพูดขึ้นว่า “เจียงหาน ฉันหิวน้ำจัง ในตู้เย็นนายมีน้ำไหม”
ยังไม่ทันที่เจียงหานจะตอบรับ เย่เถียนเถียนก็เดินตรงดิ่งไปที่ตู้เย็นใบเล็กนั้น
เธอเปิดประตูตู้เย็นออกอย่างถือวิสาสะ
ทว่าเธอกลับไม่เห็นอาหารทะเลหรือผักสดวางระเกะระกะอย่างที่คาดหวัง
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือขวดเครื่องดื่มเรียงรายกันอยู่อย่างเป็นระเบียบ มีเครื่องดื่มสารพัดรสชาติวางอยู่อย่างละสองสามขวด
เธอลองเปิดช่องแช่แข็งด้านล่างดู ก็ไม่เจอเนื้อสัตว์หรืออาหารทะเลแช่แข็ง
มีแต่ไอศกรีมแท่งและไอศกรีมถ้วยรสชาติต่าง ๆ อัดแน่นอยู่เต็มไปหมด
เมื่อกี้ตอนที่ช่างกำลังติดตั้งแอร์ เจียงหานเห็นช่างเหงื่อท่วมตัว เลยเดินไปร้านขายของชำซื้อไอศกรีมมาเลี้ยงช่างจำนวนหนึ่ง
ส่วนที่ช่างกินไม่หมด เขาก็เอามาแช่เก็บไว้ในช่องแช่แข็ง
แถมช่วงก่อนหน้านี้เขายังขนซื้อเครื่องดื่มหลากหลายรสชาติมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตในเมือง แล้วเอามาแช่เย็นไว้จนเต็มตู้
“โอ้โห เครื่องดื่มเพียบเลยแฮะ!” ป้าหลี่อุทาน
“ไอศกรีมก็เยอะแยะไปหมด อากาศร้อน ๆ แบบนี้ เอ็งเปิดร้านขายไอศกรีมได้เลยนะเนี่ย” ป้าจินจวี๋เสริมขึ้นมาบ้าง
เจียงหานหัวเราะขำกับคำพูดของพวกป้า ๆ “ผมก็ซื้อมาจากร้านขายของชำนั่นแหละครับ ถ้าผมขายแพงกว่าร้านขายของชำ พวกป้าก็คงไม่ซื้อ แต่ถ้าผมขายถูกกว่า นอกจากจะขาดทุนแล้ว ป้าเหมยฮวาเจ้าของร้านคงวิ่งมาทุบผมแน่”
พอจินตนาการถึงภาพนั้น ป้าหลี่กับป้าจินจวี๋ก็พากันหัวเราะร่า
“เถียนเถียน แอร์นี่เย็นสบายดีใช่ไหมล่ะ เมื่อไหร่บ้านเอ็งจะซื้อมาติดบ้างล่ะ”
ป้าจินจวี๋รู้สึกว่าลมเย็น ๆ จากแอร์ของเจียงหานมันช่างสบายตัวเหลือเกิน เป่าทีไรก็รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันตา
“ฉันยังต้องเรียนหนังสือน่ะค่ะ ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาเสพสุข”
ป้าหลี่กับป้าจินจวี๋นึกขึ้นได้ “จริงด้วยสิ เอ็งเรียนปริญญาโทอยู่นี่นา เดี๋ยวพอเรียนจบ เอ็งต้องได้ดีเป็นเจ้าคนนายคนแน่ ๆ”
“มันแน่นอนอยู่แล้วค่ะ” เย่เถียนเถียนเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
ตอนนี้เจียงหานจะเสพสุขก็ปล่อยให้ทำไปเถอะ เขาก็เป็นได้แค่ไอ้ขี้แพ้ที่จบแค่ปริญญาตรี หางานในเมืองใหญ่ก็ไม่ได้
ตั้งแต่วินาทีที่เธอสอบติดปริญญาโท เจียงหานกับเธอก็กลายเป็นคนละชนชั้นกันแล้ว
เย่เถียนเถียนขอตัวไปเข้าห้องน้ำ นึกไม่ถึงว่าจะได้เห็นเครื่องซักผ้ากับเครื่องทำน้ำอุ่นตั้งอยู่ในนั้น
เครื่องทำน้ำอุ่นเสียบปลั๊กไฟโชว์สถานะทำงานอยู่ ไม่เหมือนชาวบ้านบางคนที่ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ามาตั้งโชว์โก้ ๆ แต่ไม่กล้าใช้ไฟ
แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นก๊อกน้ำในห้องน้ำของเจียงหาน เย่เถียนเถียนก็หลุดขำออกมา
ก๊อกน้ำแบบนี้ แม้แต่ในหอพักโรงเรียนยังเลิกใช้ไปตั้งนานแล้ว ดูล้าสมัยชะมัด
ต่อให้เขาซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ามาถมบ้านแล้วยังไง? มันก็แค่เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่กี่ชิ้น
พื้นห้องน้ำยังเป็นพื้นปูนขัดมันธรรมดา ไม่ได้ปูกระเบื้องสักแผ่น ฝ้าเพดานก็แค่ทาสีขาวทับ ไม่มีการตกแต่งฝ้าหลุมอะไรทั้งนั้น
ส่วนอื่น ๆ ของบ้านยิ่งไม่ต้องพูดถึง ดูซอมซ่อพอกัน
เย่เถียนเถียนเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยอารมณ์สุนทรีย์กว่าเดิม
พื้นห้องน้ำอย่างน้อยยังเป็นปูนขัดมัน แต่พื้นห้องโถงนี่สิ เป็นพื้นปูนหยาบ ๆ ดิบ ๆ เลยด้วยซ้ำ
รอยยิ้มบนหน้าเย่เถียนเถียนดูจริงใจขึ้นอีกหลายส่วน
เธอเดินเชิดหน้าเข้าไปหาเจียงหาน “เจียงหาน นายก็โตป่านนี้แล้ว นายจะมัวแต่แบมือขอเงินพี่สาวอยู่ตลอดไม่ได้นะ”
“เธอพูดเรื่องอะไร” เจียงหานงุนงงไปหมด
“เครื่องใช้ไฟฟ้าพวกนี้รวม ๆ กันแล้วก็หลายตังค์อยู่นะ พี่สาวนายยังมีลูกสาวตั้งสองคนต้องเลี้ยงดู ชีวิตก็ลำบากพออยู่แล้ว นายยังจะไปรบกวนขอเงินพี่เขาอีก มันจะเกินไปหน่อยไหม”
พอจับใจความสิ่งที่เย่เถียนเถียนพูดได้ เจียงหานก็รู้สึกขำจนแทบหลุดหัวเราะ
เมื่อก่อนเขาตาบอดขนาดไหนกันนะ ถึงได้ไปหลงชอบผู้หญิงหน้าไหว้หลังหลอกแบบนี้ได้
เย่เถียนเถียนเคยอยากได้โทรศัพท์มือถือราคาห้าพันกว่าหยวน ตอนนั้นเขาไม่มีปัญญาซื้อให้ ได้แต่คิดจะทำงานพิเศษเพิ่มเพื่อเก็บเงินมาซื้อให้เธอ
แต่เธอกลับรอไม่ไหว คอยรบเร้าให้เขาไปขอเงินจากพี่สาวมาซื้อให้
โชคดีที่ตอนนั้น ถึงเขาจะคอยตามใจเย่เถียนเถียนแค่ไหน เขาก็ยังมีความละอายใจพอที่จะไม่ไปรีดไถเงินเลือดตาแทบกระเด็นของพี่สาวมาปรนเปรอแฟนสาว
ยิ่งไปกว่านั้น โทรศัพท์เครื่องเก่าของเย่เถียนเถียนก็ยังใช้ได้ดี ที่เธออยากได้เครื่องใหม่ก็แค่เพราะอยากเอาไปอวดเพื่อนเท่านั้น
จังหวะนั้นเอง เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของเจียงหานก็ดังขึ้น
ตอนที่เจียงหานหยิบโทรศัพท์ออกมา เย่เถียนเถียนรู้สึกคุ้นตาโทรศัพท์เครื่องนั้นชอบกล แต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน
อาจจะเป็นเพราะเสียงของเจียงเฟิ่งดังมาก หรือไม่ก็เพราะห้องโถงเงียบเกินไป
เจียงหานไม่ได้เปิดลำโพง แต่เสียงของเจียงเฟิ่งก็ยังดังลอดออกมาให้เย่เถียนเถียนและป้าทั้งสองได้ยินกันชัดแจ๋ว
“อาหาน ช่างมาติดตั้งแอร์ที่บ้านพี่เสร็จแล้วนะ เมื่อก่อนพี่ไม่เคยรู้เลยว่าแอร์มันจะดีขนาดนี้ พออุณหภูมิในห้องลดลง พี่รู้สึกหายหงุดหงิดเป็นปลิดทิ้งเลย”
เจียงเฟิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้ ก็ถามเสียงอ่อย ๆ ว่า “ไอ้ของแบบนี้มันกินไฟมากไหม”
ทรัพยากรน้ำไฟบนเกาะเจียวหวาแม้จะไม่ถึงกับขาดแคลน แต่ก็ไม่ได้อุดมสมบูรณ์นัก
ค่าไฟหลายปีมานี้ก็ปรับขึ้นเรื่อย ๆ
ถ้ามันกินไฟมากนัก เธอก็คงไม่กล้าเปิดใช้บ่อย ๆ
“พี่ครับ ถ้าพี่กลัวเปลืองไฟ เดี๋ยวค่าไฟช่วงหน้าร้อนผมจัดการให้เอง”
“พี่จะให้แกมาจ่ายค่าไฟให้ได้ยังไง แค่นี้นะ ช่างมาติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นแล้ว”
เจียงเฟิ่งวางสายไปแล้ว เจียงหานฟังจากน้ำเสียงก็รู้ว่าพี่สาวมีความสุขมาก
ช่วงนี้เขาขยันส่งข้าวของไปให้พี่สาว
แต่คำพูดของพี่สาวทำให้เขาตระหนักได้ว่า การที่เขาเอาแต่ส่งของไปให้ ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุของบ้านพี่สาวได้จริง ๆ