- หน้าแรก
- อกหักกลับเกาะพร้อมระบบ ทะเลนี้คือขุมทรัพย์ทองคำ
- บทที่ 55 ไม้เหลยมู่
บทที่ 55 ไม้เหลยมู่
บทที่ 55 ไม้เหลยมู่
จางไห่ไต้ยกนิ้วโป้งให้เจียงหานอีกครั้ง
อาจเป็นเพราะไม่เคยทำไร่ทำสวนมาก่อน พอผู้ชายอกสามศอกสองคนหว่านเมล็ดพันธุ์ลงดินจนหมดก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งเนื้อทั้งตัว
ตอนที่จะลงเขา เจียงหานก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “ฤดูนี้น่าจะมีเอี๊ยมโร้แล้วใช่ไหม”
“ไม่รู้สิครับ เมื่อก่อนร้านผลไม้ในตำบลมีขายอยู่ แต่ตอนนี้น่าจะหมดแล้วมั้ง”
“ลองแวะไปดูกันหน่อยไหม ยังไงก็ไม่ไกลเท่าไหร่”
บ้านเจียงหานมีที่ดินบนภูเขาเอี๊ยมโร้อยู่ผืนหนึ่ง
ตอนแบ่งที่ดิน พ่อแม่ของเขาไม่ได้ใช้เส้นสายอะไร ดังนั้นที่ดินที่ได้มาเลยมีขนาดเท่ากับบ้านของจางไห่ไต้ แต่ในที่ดินบ้านเขามีต้นเอี๊ยมโร้อยู่ห้าต้น ส่วนบ้านจางไห่ไต้มีหกต้น
พวกเขาเดินไปถึงที่ดินของบ้านจางไห่ไต้ก่อน ต้นเอี๊ยมโร้ทั้งหกต้นนั้นมองไม่เห็นลูกเอี๊ยมโร้แล้ว
แต่บนยอดต้นไม้อื่นๆ ยังพอจะเห็นลูกเอี๊ยมโร้อยู่บ้าง
เจียงหานเดาว่าเอี๊ยมโร้ของบ้านสกุลจางคงถูกเก็บไปหมดแล้ว ฤดูเอี๊ยมโร้น่าจะยังไม่หมดเสียทีเดียว
เขาเดินหาต้นเอี๊ยมโร้ของบ้านตัวเอง บนต้นยังมีลูกดกเต็มไปหมด
เอี๊ยมโร้ที่ร่วงเน่าอยู่ตามพื้นมีเยอะกว่าเสียอีก
เจียงหานเริ่มนึกเสียใจ ถ้ารู้แบบนี้ เขาควรจะรีบมาเก็บเอี๊ยมโร้ตั้งนานแล้ว
กินไม่หมดก็เอาไปดองเหล้าได้
เหล้าเอี๊ยมโร้รสชาติไม่เลวเลย แถมยังเอามาทำยาได้ด้วย
หน้าร้อนใครเป็นไข้ตัวร้อน ปวดท้อง ก็กินเอี๊ยมโร้ดองเหล้าสักสองสามลูกช่วยบรรเทาอาการได้
การเก็บเกี่ยวเอี๊ยมโร้จะแบ่งเป็นรอบๆ รอบแรกกับรอบสุดท้ายทิ้งช่วงห่างกันนานพอสมควร
เอี๊ยมโร้บนต้นพวกนี้ น่าจะเป็นผลผลิตรอบสุดท้ายแล้ว
อาจจะเพราะความเคยชินจากการเดินชายหาด ตอนที่เจียงหานกับจางไห่ไต้ขึ้นเขามาเลยติดกระสอบปุ๋ยมาคนละใบ
ตอนนี้กระสอบปุ๋ยสองใบนั้นก็ได้ใช้ประโยชน์แล้ว
จางไห่ไต้เด็ดลูกเอี๊ยมโร้โยนเข้าปาก “พี่หาน จะว่าไปเอี๊ยมโร้บ้านพี่หวานใช้ได้เลยนะเนี่ย”
แม้เอี๊ยมโร้รอบแรกจะมีความสดกว่า แต่ถ้าพูดถึงความหวาน เอี๊ยมโร้รอบสุดท้ายอร่อยกว่าเห็นๆ
“ถ้าหวานก็เก็บไปเยอะๆ เมิ่งเฟยกับเมิ่งกั่วให้ราคาพวกเรายุติธรรมมาตลอด เดี๋ยวแบ่งเอี๊ยมโร้พวกนี้ไปให้พวกเธอหน่อย”
จางไห่ไต้พอได้ยินว่าจะเอาเอี๊ยมโร้พวกนี้ไปฝากเมิ่งเฟย เขาก็เก็บอย่างขะมักเขม้นยิ่งขึ้น
“ปีนี้เอี๊ยมโร้ดูเหมือนจะออกช้า ไม่อย่างนั้นฉันคงมาไม่ทันรอบสุดท้ายแน่” เจียงหานรู้สึกว่าตัวเองโชคดีจริงๆ
เมื่อก่อนเขาไปเรียนหนังสือข้างนอก ของพวกนี้ที่บ้านเขาก็ดูแลไม่ทั่วถึง
ตอนนี้เขากลับมาแล้ว ของบางอย่างเขาก็ควรจะใส่ใจสักหน่อย
ยังไงเอี๊ยมโร้จากธรรมชาติบนภูเขาที่เก็บเองกับมือ ก็ต้องดีกว่าเอี๊ยมโร้ฉีดยาเร่งโตในร้านผลไม้อยู่แล้ว
เจียงหานเก็บไปกินไป ถึงจะเหนื่อยหน่อย แต่ก็เก็บอย่างมีความสุข
เอี๊ยมโร้ข้างล่างถูกเก็บไปจนหมด เจียงหานกับจางไห่ไต้เลยปีนขึ้นไปเก็บต่อบนต้น
“พี่หาน อากาศดูแปลกๆ นะครับ”
เจียงหานเงยหน้ามองฟ้า เมฆดำลอยต่ำม้วนตัวอยู่บนท้องฟ้า เหมือนฝนกำลังจะตกหนัก
จริงด้วย ฝนเริ่มลงเม็ดหนักกว่าเมื่อกี้แล้ว
เจียงหานรู้สึกว่าตัวเองโดนกรมอุตุนิยมวิทยาหลอกอีกแล้ว ไหนบอกว่าวันนี้ฝนตกปรอยๆ ทั้งวัน ดูยังไงนี่มันก็ฝนตกหนักชัดๆ
“ช่างเถอะ พวกเรากลับกันดีกว่า”
ยังไงก็ได้มาสองกระสอบแล้ว
จังหวะที่พวกเขากระโดดลงจากต้นไม้ สายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมา ผ่าลงกลางต้นเอี๊ยมโร้ที่พวกเขาเพิ่งปีนขึ้นไปเมื่อกี้พอดี
ต้นไม้ถูกผ่าออกเป็นสองซีก
จางไห่ไต้ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ “พี่หาน เราไปทำบาปทำกรรมอะไรมาหรือเปล่า ทำไมฟ้าถึงผ่าลงมาแบบนี้”
ถ้าพวกเขาลงมาช้ากว่านี้แค่วินาทีเดียว คนที่โดนผ่าคงเป็นพวกเขาสองคนแน่ๆ
เจียงหานเองก็ตกใจเหมือนกัน สายฟ้านี้รุนแรงมาก ไม่รู้ว่าเป็นผลกระทบจากสายฟ้าหรือเปล่า เขารู้สึกชาหนึบที่ปลายนิ้ว
“ต้นไม้ต้นนี้ไหม้เกรียมเลย” จางไห่ไต้รำพึง
เขาคิดว่าพวกเขารีบกลับกันดีกว่า เพื่อความปลอดภัย
เจียงหานก็คิดแบบนั้น แต่ในวินาทีสุดท้าย เขาหยิบมือถือออกมาถ่ายรูปต้นเอี๊ยมโร้ต้นนั้นไว้
คิดไปคิดมา ก็ถ่ายวิดีโอสั้นๆ ไว้อีกสิบวินาที
จางไห่ไต้ดูงงๆ ถึงปกติเจออะไรสนุกๆ เขาจะชอบโพสต์ลงโมเมนต์วีแชท แต่เขาไม่คิดว่าต้นไม้ถูกฟ้าผ่าจะมีอะไรน่าเก็บไว้เป็นที่ระลึก
“พี่หาน พี่จะโพสต์ลงโมเมนต์บอกคนอื่นว่าเราเกือบโดนฟ้าผ่าเหรอครับ”
“นี่คือไม้เหลยมู่”
“ไม้อะไรนะ” นี่มันไม้ต้นเอี๊ยมโร้ไม่ใช่เหรอ จางไห่ไต้ฟังแล้วงงเป็นไก่ตาแตก
“รายละเอียดลึกๆ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เหมือนว่ามันจะช่วยคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย เอาไปทำเป็นเครื่องรางของขลังได้”
จางไห่ไต้ลูบหัวตัวเอง นี่มันอยู่นอกเหนือความรู้ของเขาจริงๆ
ช่างเถอะ พี่หานเป็นเด็กจบมหาลัยมีความรู้เยอะ เขาอย่าไปซักไซ้ให้มากความเลย
ความจริงที่เจียงหานรู้เรื่องนี้ ก็เพราะในห้องเรียนเขามีเพื่อนคนหนึ่งที่คลั่งไคล้เรื่องลัทธิเต๋า ที่บ้านสะสมเครื่องรางของขลังไว้เพียบ แถมยังเคยเล่าเรื่องไม้เหลยมู่ให้เขาฟังเป็นตุเป็นตะ บอกว่าไม้เหลยมู่ที่ขายในเน็ตล้วนเป็นของปลอม ไม้เหลยมู่ของจริงหาซื้อไม่ได้ง่ายๆ
พอกลับมาถึงบ้านเจียงหาน ฝนฟ้าคะนองก็ยิ่งรุนแรงขึ้น
เขาไล่ให้จางไห่ไต้ไปอาบน้ำก่อน ส่วนตัวเองหยิบมือถือเครื่องใหม่ออกมา
มือถือเปียกฝนจนชุ่ม แต่การใช้งานยังลื่นไหลไม่มีสะดุด
ดูท่าเขาจะตัดสินใจถูกแล้วที่ซื้อรุ่นกันน้ำ
เขาส่งรูปไม้เหลยมู่ลงในกลุ่มแชทห้องเรียน
[เจียงหาน: ไม้เหลยมู่ที่เห็นกับตาว่าถูกผ่าสดๆ ร้อนๆ ใครสนบ้าง]
[เจียงหาน: @เสิ่นเริ่น]
เสิ่นเริ่นคนนี้แหละคือเพื่อนที่เล่าเรื่องไม้เหลยมู่ให้เขาฟัง
ปกติเสิ่นเริ่นไม่รู้ว่ายุ่งหรืออะไร แทบจะไม่ค่อยเข้ามาคุยในกลุ่มแชทห้องเรียน
แต่คราวนี้ เขากลับตอบเจียงหานมาเป็นคนแรก
[เสิ่นเริ่น: เจียงหาน ของจริงหรือเปล่าเนี่ย]
[เจียงหาน: ฉันเห็นมันผ่าลงมาต่อหน้าต่อตา นายว่าเป็นของจริงหรือเปล่าล่ะ]
รูปโปรไฟล์ของเสิ่นเริ่นขยับ เขาอินบ็อกซ์มาหาเจียงหาน
[เสิ่นเริ่น: นายมีหลักฐานอื่นยืนยันไหม]
เจียงหานนึกไม่ถึงว่าหมอนี่จะรอบคอบขนาดนี้
โชคดีที่เขาถ่ายวิดีโอไว้ เขาเลยส่งวิดีโอสั้นสิบวินาทีนั้นไปให้เสิ่นเริ่น
ในวิดีโอ ส่วนหนึ่งของต้นเอี๊ยมโร้ถูกเผาจนไหม้เกรียม รอบด้านมีแต่เสียงฟ้าคะนอง ฝนตกหนัก
แถมยังมีเปลวไฟเล็กๆ เต้นระริกอยู่บนต้นเอี๊ยมโร้ท่ามกลางสายฝน
เสิ่นเริ่นดูวิดีโอจบก็รีบวิดีโอคอลหาเจียงหานทันที
เจียงหานกดรับสาย ก็เห็นเป็นวิดีโอคอล
เสิ่นเริ่นที่หน้าตาหล่อเหลาเอาการกำลังนั่งจิบชาอยู่ในโรงงานแห่งหนึ่ง
เจียงหานรู้ว่าที่บ้านเสิ่นเริ่นทำธุรกิจโรงงาน โรงงานที่เขาอยู่นี่ก็น่าจะเป็นโรงงานของที่บ้านเขานั่นแหละ
เพราะคนอื่นสวมชุดพนักงาน ก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ในไลน์การผลิต มีแค่เขาคนเดียวที่แต่งตัวตามสบาย นั่งไขว่ห้างจิบชา คุยวิโอคอลอย่างสบายใจเฉิบ
“เจียงหาน นายเจอไม้เหลยมู่เข้าจริงๆ เหรอ เจอที่ไหนวะ”
“จะที่ไหนอีกล่ะ ก็ที่บ้านเกิดฉันน่ะสิ”
เพราะสัญญาณในห้องนอนดีที่สุด เจียงหานเลยเข้ามารับสายในห้อง
ตอนที่เขาออกไป ไม่ได้ปิดหน้าต่างห้อง
ทันใดนั้น สายฟ้าแลบแปลบปลาบราวกับมังกรแหวกว่ายพาดผ่านนอกหน้าต่าง พร้อมกับเสียงฟ้าร้องคำรามครืนครั่น
“เชรดดด ของจริงว่ะ นายไม่ได้หลอกฉันจริงๆ ด้วย” เสิ่นเริ่นอุทานด้วยความทึ่ง