เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 56 นึกไม่ถึงว่าจะให้เยอะขนาดนี้

บทที่ 56 นึกไม่ถึงว่าจะให้เยอะขนาดนี้

บทที่ 56 นึกไม่ถึงว่าจะให้เยอะขนาดนี้


เจียงหานถึงกับพูดไม่ออก สรุปแล้วเจ้าหมอนี่เมื่อกี้กำลังลองเชิงเขาอยู่ชัด ๆ ถึงขนาดวิดีโอคอลมาดูสถานการณ์ฝั่งนี้ พอเห็นว่าทางเขามีฟ้าผ่าฟ้าร้องจริง ๆ ถึงได้มั่นใจว่าไม้เหลยมู่ที่เขาส่งรูปไปให้นั้นเป็นของจริง

คนที่บ้านมีทรัพย์สินเงินทองนี่มันไม่ธรรมดาจริง ๆ ภายนอกดูเหมือนลูกเศรษฐีหัวทึ่ม แต่ไอ้ความเจ้าเล่ห์เหลี่ยมจัดนี่มันถ่ายทอดทางพันธุกรรมมาชัด ๆ

โชคดีที่ตัวเขาย้ายกลับมาอยู่ที่เกาะแล้ว ไม่อย่างนั้นต่อให้มีสักแปดร้อยเล่ห์เหลี่ยมก็คงตามคนพวกนี้ไม่ทัน

“นายก็พูดมาเลยว่าจะเอาไม้เหลยมู่นี่หรือเปล่า”

“เอาสิ เอาแน่นอน นายกะจะขายยังไงล่ะ”

“เรื่องนี้ฉันไม่รู้หรอก นายว่าราคามาเองเถอะ”

เจียงหานคำนวณในใจไว้เรียบร้อยแล้ว ถ้าเสิ่นเริ่นให้ราคาแค่ไม่กี่ร้อยหยวน เขาก็จะบอกให้อีกฝ่ายถ่อมาขุดเอาเอง เขาไม่ยอมเสียแรงไปขุดต้นไม้ให้หรอก เอาเวลาว่างไปเดินเก็บของทะเลที่ชายหาดยังจะดีซะกว่า

แต่ถ้าอีกฝ่ายให้ราคาเกินหนึ่งพันหยวน เขาจะขุดแล้วส่งไปรษณีย์ไปให้ เพราะยังไงก็ได้ตั้งพันกว่าหยวน

เสิ่นเริ่นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว

เจียงหานกะพริบตาปริบ ๆ หมายความว่ายังไง

สองร้อย หรือว่าสองพัน

น่าจะไม่ใช่สองพันหรอกมั้ง ก็แค่ต้นไม้โทรม ๆ ต้นหนึ่งที่ออกลูกไม่ได้แล้ว

แต่ถ้าให้สองร้อยก็ดูจะขี้เหนียวเกินไปหน่อย อย่างน้อยก็น่าจะสักห้าร้อยสิ เขาจะปลูกต้นเอี๊ยมโร้ให้โตขนาดนี้ใหม่สักต้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนะ

“เจียงหาน ฉันจะโอนมัดจำให้นายก่อนสองหมื่น พอของมาถึงแล้วฉันจะโอนให้อีกแสนแปด นายคิดว่าราคานี้โอเคไหม”

เจียงหานยืนอึ้งไปทั้งตัว สองหมื่นบวกหนึ่งแสนแปดหมื่น นั่นมันสอง... สองแสนหยวนไม่ใช่เหรอ

เสิ่นเริ่นเห็นเจียงหานตาโตอ้าปากค้าง ก็เดาไปเองว่าคงจะตกใจที่เขากดราคา

ราคานี้มันค่อนข้างต่ำไปจริง ๆ นั่นแหละ

“เอ่อ งั้นฉันเพิ่มให้อีกห้าหมื่น เป็นสองแสนห้าคงเพิ่มให้ไม่ได้มากกว่านี้แล้วนะ”

ปากของเจียงหานยิ่งอ้ากว้างเข้าไปใหญ่

“ก็ได้ ๆ สองแสนแปด ช่วงนี้พ่อฉันคุมเรื่องเงินเข้มมาก ที่ตัวฉันมีเงินหมุนได้เท่านี้แหละ มากกว่านี้ฉันไม่มีแล้ว”

ในที่สุดเจียงหานก็ได้สติกลับมา “เป็นเพื่อนเรียนกันมาทั้งที ฉันจะใจร้ายกับนายได้ยังไง สองแสนแปดก็สองแสนแปด”

เสิ่นเริ่นรู้สึกซาบซึ้งใจมาก “ขอบใจมากนะ” ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเป็นเพื่อนเรียนกับเจียงหาน เจียงหานคงไม่ยอมขายไม้นี้ให้เขาแน่ ๆ

“นายส่งที่อยู่มา เดี๋ยวฉันจะส่งของไปให้” เจียงหานพยายามตีหน้าขรึมเก็บอาการสุดฤทธิ์

“ได้ นายก็ระวังตัวหน่อยแล้วกัน จริงสิ นายจะเก็บมัดจำกี่หมื่นนะ”

“เมื่อกี้นายบอกว่าสองหมื่น ก็สองหมื่นตามนั้นแหละ”

เสิ่นเริ่นซาบซึ้งจนน้ำตาแทบไหล “เจียงหาน นายดีกับฉันจริง ๆ บุญคุณครั้งนี้ฉันจะจดจำไว้”

หลังจากวางสาย ทั้งสองฝ่ายต่างก็พึงพอใจกันถ้วนหน้า

เจียงหานตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ จางไห่ไต้ยังอาบน้ำไม่เสร็จ แต่เขาอดใจรอไม่ไหวแล้ว

พอจางไห่ไต้เดินออกมาจากห้องน้ำ เสื้อผ้ายังใส่ไม่ทันเรียบร้อยดี ก็เห็นเจียงหานแบกจอบเดินออกจากบ้านไปแล้ว

จางไห่ไต้ตะโกนไล่หลังผ่านหน้าต่าง “พี่หาน พี่จะไปไหน”

แต่เจียงหานเดินไปไกลแล้ว บวกกับเสียงฝนที่ตกกระหน่ำ ทำให้เขาไม่ได้ยินเสียงเรียกเลย

จางไห่ไต้ตั้งท่าจะตามไปดู แต่กว่าจะใส่เสื้อผ้าเสร็จ เจียงหานก็หายลับไปทางไหนแล้วก็ไม่รู้

เจียงหานไปถึงภูเขาเอี๊ยมโร้ก็ลงมือใช้จอบขุดต้นไม้ทันที

ต้นไม้โทรม ๆ ต้นนี้ตอนนี้มีค่าตั้งสองแสนแปด

จะให้เอาเงินสองแสนแปดมาวางทิ้งไว้บนเขาโล่ง ๆ แบบนี้ เขาไม่วางใจหรอกนะ

โชคดีที่ต้นไม้นี้โดนฟ้าผ่าหักไปส่วนหนึ่ง แล้วก็โดนไฟไหม้ไปอีกส่วนหนึ่ง ไม่อย่างนั้นต้นไม้ใหญ่ขนาดนี้ เขาลำพังคนเดียวคงแบกไม่ไหวแน่

ตอนที่เขาแบกต้นไม้กลับมาถึงบ้าน จางไห่ไต้ถึงกับยืนมองตาค้าง

“พี่หาน พี่แบกต้นไม้เน่า ๆ นี่กลับมาบ้านทำไม”

“นี่ไม่ใช่ต้นไม้เน่าแล้ว นี่คือไม้เหลยมู่” ไม้เหลยมู่ที่มีมูลค่าตั้งสองแสนแปดเชียวนะ

สมองของจางไห่ไต้ยังประมวลผลตามไม่ทัน แต่เขาก็เชื่อมั่นว่าสิ่งที่เจียงหานทำต้องถูกต้องเสมอ

“พี่หาน พี่รีบไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอา”

“อืม” เสื้อผ้าเปียกแนบเนื้อนี่มันทำให้รู้สึกไม่สบายตัวจริง ๆ

เจียงหานเข้าไปอาบน้ำล้างตัว พอเป่าผมจนแห้งเขาก็จามออกมา

ฮัดชิ้ว!

เขารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี หรือว่าจะโดนหวัดเล่นงานเข้าให้แล้วจริง ๆ

แต่เพื่อแลกกับเงินสองแสนแปด ต่อให้ต้องเป็นหวัดก็คุ้มแสนคุ้ม

เพราะยาแก้หวัดซองหนึ่งราคาไม่ถึงยี่สิบหยวนด้วยซ้ำ

นึกถึงสวิงตักปลาสองอันนั้นขึ้นมาได้ เขาจึงเปิดแอปพลิเคชันซื้อของออนไลน์

ร้านค้าที่เขาเคยส่งข้อความไปสอบถามได้ตอบกลับมาแล้ว

ความต้องการของเขาคือสวิงตักปลาที่รับน้ำหนักได้ 60 ชั่ง (30 กิโลกรัม) และมีความยาวห้าเมตร

มีร้านหนึ่งตอบกลับมาว่าสามารถทำได้

เจียงหาน: ราคาเท่าไหร่

ร้านค้า: เพราะเป็นงานสั่งทำพิเศษ ราคาจะสูงหน่อยครับ ประมาณ 580 หยวน

เจียงหานรู้สึกว่าแพงไปหน่อย เพราะสวิงตักปลาอันเดิมเขาซื้อมาแค่สิบหยวนเอง

แต่ถ้าสวิงสั่งทำนี่ทำได้ตามมาตรฐานที่ขอจริง ๆ ก็ถือว่าคุ้มค่ากับราคา

เจียงหาน: ตกลงครับ สั่งทำสองอัน แล้วผมจะเพิ่มเงินให้อีก 50 หยวน รบกวนให้คนส่งของมาส่งให้ถึงในหมู่บ้านด้วยนะครับ

จ่ายเงินไปตั้งพันกว่าหยวนแล้ว เพิ่มอีกห้าสิบหยวนก็ไม่นับเป็นอะไร

เพราะขนาดเขานั่งเรือออกไปรับของที่ในเขต ค่าเรือไปกลับยังตั้ง 15 หยวน

เจียงหานจามออกมาอีกครั้ง ตัวสั่นยะเยือกขึ้นมา

“พี่หาน พี่คงโดนความเย็นเข้าแล้วล่ะ เดี๋ยวผมไปขิงที่บ้านป้ากุ้ยฮวามาต้มน้ำขิงให้พี่กินดีกว่า”

เจียงหานไม่รู้ว่าน้ำขิงจะช่วยได้ไหม เขาหยิบเงินเศษห้าหยวนออกมาจากลิ้นชัก “ชีวิตความเป็นอยู่ป้ากุ้ยฮวาก็ลำบาก อย่าไปเอาของแกมาเปล่า ๆ เลย”

จางไห่ไต้รับเงินห้าหยวนมา “เข้าใจแล้ว”

จางไห่ไต้ทำงานคล่องแคล่วว่องไว เพียงไม่กี่นาทีก็ใช้หม้อต้มไฟฟ้าต้มน้ำขิงเสร็จเรียบร้อย

เจียงหานดื่มน้ำขิงลงไปแล้ว รู้สึกว่าร่างกายอุ่นขึ้น ไม่หนาวสั่นเหมือนก่อน แต่ก็ยังจามอยู่

“หรือว่ากินน้ำขิงไม่พอ ให้ผมต้มเพิ่มอีกหน่อยไหม”

“ไม่ต้องต้มแล้ว เดี๋ยวรอฝนหยุด ฉันค่อยออกไปซื้อยาแก้หวัดแบบชงที่ในเมืองดีกว่า”

“ฝนจะหยุดเมื่อไหร่ก็ไม่รู้”

ฤดูกาลนี้ชอบมีฝนตกหรือไม่ก็พายุเข้าอยู่เรื่อย

“น่าจะใกล้หยุดแล้วล่ะ” เพราะตอนนี้ฝนซาลงไปกว่าเมื่อกี้มาก

แล้วก็ไม่มีฟ้าร้องฟ้าผ่าแล้วด้วย

เจียงหานโอนเงินให้จางไห่ไต้ 800 หยวน “ช่วยไปซื้อเหล้าดีกรีแรง ๆ ที่ร้านขายของชำมาให้ไหหนึ่ง”

“แค่ไหเดียวไม่น่าจะแพงขนาดนี้นะพี่”

จางไห่ไต้เคยไปซื้อเหล้าขาวดีกรีสูงให้พ่อ ไหใหญ่สุดแพงที่สุดก็แค่ 680 หยวน

“นายก็ดู ๆ ซื้อเอาแล้วกัน ที่เหลือให้นายเก็บไว้เป็นค่าขนม”

“ทำแบบนี้ได้ไงพี่ ผมแค่ไปซื้อเหล้าให้พี่เอง”

“งั้นขากลับ นายช่วยไปเก็บลอบดักปูให้ฉันหน่อย”

เดิมทีเจียงหานตั้งใจจะเก็บสองวันครั้ง แต่ถ้าจะเก็บวันละครั้งก็ไม่มีปัญหา

คนในหมู่บ้านบางคนขยันจัด เก็บกันทุกไม่กี่ชั่วโมงด้วยซ้ำ

“งั้นก็ได้ พี่ก็นอนพักดื่มน้ำเยอะ ๆ อยู่ที่บ้านเถอะ”

จางไห่ไต้รู้สึกว่าถ้ามัวแต่เกรงใจเรื่องเงินกับพี่หานต่อไป พี่หานคงจะไม่พอใจแน่

เขาอยากจะช่วยแบ่งเบาภาระพี่หานให้มากขึ้นด้วยใจจริง แต่พี่หานก็ไม่ยอมให้เขาเสียเปรียบเลยสักนิด

จางไห่ไต้กางร่มออกไป ไม่นานก็อุ้มไหเหล้าขาวดีกรีแรงใบใหญ่กลับมา

เนื่องจากลูกเอี๊ยมโร้พวกนั้นพวกเขาเด็ดจากต้นมาทีละลูก จึงสะอาดมาก ไม่จำเป็นต้องล้าง

เขาจัดการเทลูกเอี๊ยมโร้ลงไปดองในไหเหล้าทีละไหแล้วปิดผนึกอย่างดี

ส่วนลูกเอี๊ยมโร้ที่เหลือ จางไห่ไต้ก็จัดใส่ตะกร้าไว้ทีละใบ

จางไห่ไต้เมื่อก่อนอาจจะดูเป็นคนเหลวไหล แต่พอลงมือทำงานแล้วกลับละเอียดรอบคอบมาก

เจียงหานโทรศัพท์หาเจียงเฟิ่ง “พี่ครับ ผมกับไห่ไต้เก็บลูกเอี๊ยมโร้มา พี่เอาไปกินบ้างสิ”

จบบทที่ บทที่ 56 นึกไม่ถึงว่าจะให้เยอะขนาดนี้

คัดลอกลิงก์แล้ว