- หน้าแรก
- อกหักกลับเกาะพร้อมระบบ ทะเลนี้คือขุมทรัพย์ทองคำ
- บทที่ 52 ฟังเมิ่งกั่วเป่าหอยสังข์
บทที่ 52 ฟังเมิ่งกั่วเป่าหอยสังข์
บทที่ 52 ฟังเมิ่งกั่วเป่าหอยสังข์
“ปลิงทะเลนี่ก็ตัวใหญ่ชะมัด ปลิงทะเลตัวเดียวของนาย เท่ากับของพวกฉันตั้งหลายตัวแน่ะ”
“เจียงหาน นายรวยเละแน่งานนี้”
“วันๆ นายมีแต่โชคดีๆ แบบนี้ เงินทั้งทะเลคงเสร็จนายคนเดียวแล้วมั้ง”
พวกเขามองกลับมาที่แอ่งน้ำขังที่ตัวเองวิดน้ำอย่างยากลำบาก
แอ่งน้ำพวกนี้พวกเขาเลือกสุ่มเอาจากปริมาณน้ำที่พอจะวิดไหว
บางคนเลือกได้ดีหน่อย แต่พอวิดน้ำเสร็จ แขนสองข้างก็แทบจะหลุด แถมของในแอ่งน้ำก็เทียบกับของเจียงหานไม่ได้เลย
บางคนเลือกได้แย่หน่อย นอกจากแขนจะพังแล้ว ของในแอ่งน้ำยังขายไม่ได้กี่ตังค์
พอมองดูผลประกอบการของเจียงหานที่ไม่ได้วิดน้ำสักหยดเดียว ความรู้สึกในใจมันช่างบรรยายไม่ถูกเลยจริงๆ
“เจียงหาน นายพกโชคอะไรมาเนี่ย หรือนายจะมีตาทิพย์จริงๆ”
คนที่พูดก็แค่พูดไปอย่างนั้นแหละ ตาคนเราที่ไหนจะมีตาทิพย์ได้
เจียงหานหันไปยิ้มให้พวกเขา “สงสัยจะมีตาทิพย์จริงๆ มั้งครับ”
ชาวบ้านหัวเราะแห้ง ยิ่งกว่าร้องไห้เสียอีก
ดูสิ เจียงหานกลัวพวกเขาเสียใจ ถึงขั้นพูดยอเล่นปลอบใจพวกเขาน่ะ
เจียงหานกับจางไห่ไต้หิ้วถังน้ำคนละสองใบเดินผ่านคนบ้านสกุลจาง บรรยากาศของคนบ้านสกุลจางดูไม่ดีเอาเสียเลย
คนบ้านสกุลจางทั้งสี่คนไม่มีใครพูดอะไรสักคำ
รอจนเจียงหานกับจางไห่ไต้เดินลับตาไปแล้ว พ่อของจางไห่ไต้ก็ขว้างถังเปล่าทิ้งไปด้านข้างอย่างหัวเสีย
“ไอ้ลูกอกตัญญู รู้งี้ไม่น่าเกิดมันมาเลย”
“พ่อ อย่าโกรธไปเลย น้องชายก็เป็นแบบนี้มาตลอด พ่อก็รู้นี่” จางเย่าซู่ พี่ชายคนโตของจางไห่ไต้พูดปลอบ
“นั่นสิคะ หาของได้ตั้งเยอะ ไม่รู้จักเอามาให้พ่อแม่” ซุนอวี้ฉินสุมไฟเข้าไปอีก
วันนี้พวกเขาซวยจริงๆ
เธอขโมยถังน้ำก็โดนจับได้คาหนังคาเขา
ประเด็นคือแอ่งน้ำที่พวกเขาเลือกก็ไม่ได้เล็กนะ แต่วิดน้ำกันแทบตาย จนป่านนี้เจอแค่ปูขนสองตัว แถมปูขนสองตัวนี้ก็ตัวไม่ได้ใหญ่โตอะไร
ถ้าเอาไปขายให้น้าเอ๋อร์เหมา สองตัวรวมกันน่าจะได้สักสามสี่สิบหยวน จะเก็บไว้กินเอง ก็ยังไม่พอแบ่งกันคนละตัวเลยด้วยซ้ำ
ในบรรดาชาวบ้านที่มาเดินชายหาดวันนี้ ครอบครัวพวกเขาถือว่าดวงกุดที่สุดแล้ว
วันนี้เป็นช่วงน้ำเกิดใหญ่ คนอื่นเขาได้อย่างน้อยๆ ก็สองสามร้อยหยวนกันทั้งนั้น
พอกลับถึงบ้าน เจียงหานก็เอาของในถังน้ำเทใส่ลงไปเลี้ยงไว้ในบ่อพักน้ำ
ตอนกลางคืนอากาศไม่ร้อนมาก ไม่น่าจะถึงขั้นขาดออกซิเจนจนตาย
เขาเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ แต่กลัวว่าจะมีตัวอะไรเข้ามาขโมยกินอาหารทะเล ก็เลยปิดมุ้งลวดไว้
เขากับจางไห่ไต้แยกย้ายกันไปอาบน้ำ แล้วเข้านอนก่อน กะว่าพรุ่งนี้เช้าตรู่ค่อยเอาของไปขายที่ร้านฮ่าวไหลวั่ง
ปรากฏว่าเจียงหานเพิ่งจะล้มตัวลงนอน ก็เห็นข้อความที่เมิ่งกั่วส่งมาเมื่อ 20 นาทีก่อน
[เมิ่งกั่ว: หลับหรือยัง]
[เจียงหาน: นี่มันตีสามแล้วนะ คุณไม่นอนเหรอ]
เจียงหานพิมพ์ไม่กี่คำนี้อยู่นานมาก รู้สึกว่ามือถือของตัวเองเริ่มรวนๆ
ตอนที่เขาโดดลงไปช่วยจางไห่ไต้ เขาไม่ได้หยิบมือถือออก โดดลงไปทั้งอย่างนั้นเลย
นี่เป็นมือถือยี่ห้อซานไจ้ที่เขาซื้อมาเมื่อสองปีก่อนในราคา 999 หยวน ตอนซื้อคนขายยังโม้กับเขาว่ามือถือรุ่นนี้กันน้ำ
ดูท่าคงกันน้ำไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์สินะ
[เมิ่งกั่ว: นอนตื่นหนึ่งแล้ว แล้วก็นอนไม่หลับแล้ว]
[เจียงหาน: ...]
[เมิ่งกั่ว: นายคุยเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม]
[เจียงหาน: ...]
[เจียงหาน: ดึกมากแล้ว นอนเถอะ พรุ่งนี้คุณยังต้องช่วยงานพี่สาวนะ]
กว่าจะพิมพ์เสร็จแต่ละตัว เหนื่อยชะมัด
เมิ่งกั่วที่อยู่อีกฝั่งของหน้าจอก็งงเหมือนกัน เธอเห็นฝั่งเจียงหานขึ้นสถานะกำลังพิมพ์อยู่นานสองนาน...
นึกไม่ถึงว่าพิมพ์ตั้งนาน จะส่งมาแค่ไม่กี่คำนี้
[เมิ่งกั่ว: แต่ฉันนอนไม่หลับจริงๆ นี่นา จริงสิ เปลือกหอยสังข์จุกพราหมณ์ที่นายให้ฉันคราวก่อน ฉันจัดการเรียบร้อยแล้วนะ นายลองฟังฉันเป่าหอยสังข์หน่อยไหม]
เจียงหานเริ่มสนใจขึ้นมานิดหน่อย
[เจียงหาน: งั้นคุณเป่ามาสิ]
พอเจียงหานส่งประโยคนี้ไป เมิ่งกั่วก็วิดีโอคอลเข้ามาทันที
เจียงหานกดยอมรับสายตั้งหลายครั้งกว่าจะกดติด
“ทำอะไรอยู่เหรอ” เมิ่งกั่วที่หน้าสดไม่ได้แต่งหน้า สวมชุดนอนดูนุ่มนิ่มน่ารัก
เธอหลงนึกว่าเจียงหานไม่อยากรับสายเธอเสียอีก
“เปล่าหรอก มือมันลื่นนิดหน่อยน่ะ”
เมิ่งกั่วไม่ได้คิดมาก เธอหยิบหอยสังข์ตัวนั้นขึ้นมา “งั้นฉันเป่าจริงๆ แล้วนะ”
เจียงหานเห็นหอยสังข์จุกพราหมณ์ในมือเมิ่งกั่ว ตรงก้นหอยเจาะรูไว้หนึ่งรู ด้านข้างเจาะไว้อีกสี่รู
ของชิ้นนี้ถูกเธอทำออกมาได้ดูดีทีเดียว
เขาเห็นเมิ่งกั่วจ่อปากเล็กๆ สีแดงระเรื่อเหมือนลูกเชอร์รี่เข้ากับรูที่ก้นหอย นิ้วมือเรียวกดปิดรูด้านข้างเอาไว้
เขาคิดว่าเมิ่งกั่วก็คงเป่าเล่นๆ
นึกไม่ถึงว่าเมิ่งกั่วจะเป่าออกมาเป็นท่วงทำนองที่ไพเราะจับใจ
เสียงของหอยสังข์แตกต่างจากเครื่องดนตรีชนิดอื่นมาก มันมีความรู้สึกหนักแน่นและเก่าแก่ตามธรรมชาติ
เจียงหานรู้สึกราวกับมองทะลุฝุ่นทรายที่ตลบอบอวล ย้อนกลับไปสู่ยุคสมัยแห่งสงคราม...
เจียงหานไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอหลับไปตอนไหน พอตื่นมาอีกที วิดีโอคอลระหว่างเขากับเมิ่งกั่วก็ตัดไปแล้ว
เวลาโทรที่แสดงบนหน้าจอคือ 35 นาที
เมิ่งกั่วเป่าหอยสังข์ให้เขาฟังตั้ง 35 นาทีเชียวเหรอ!
ไม่รู้ป่านนี้ปากของเมิ่งกั่วจะเจ็บหรือเปล่า เขาควรจะซื้อยาอมแก้เจ็บคอไปฝากเธอสักกล่องดีไหมนะ
เจียงหานปลุกจางไห่ไต้ ชายฉกรรจ์สองคนแปรงฟันล้างหน้าลวกๆ แล้วขี่รถสามล้อเครื่องไฟฟ้าออกเดินทาง
เจียงหานไม่ได้รีบไปที่ร้านฮ่าวไหลวั่ง พอผ่านร้านมินิมาร์ทเห็นร้านเปิดแล้ว เขาก็แวะลงไปซื้อยาอมแก้เจ็บคอมากล่องหนึ่ง
ร้านฮ่าวไหลวั่งเปิดแล้ว เมิ่งเฟยอยู่ที่ร้านแล้ว
เจียงหานมองไปรอบๆ ไม่เห็นเงาของเมิ่งกั่ว “เสี่ยวกั่วล่ะครับ”
“ยังนอนอยู่เลย ยัยเด็กคนนี้ปกติจะตื่นเช้ามาก แต่วันนี้ดันตื่นสาย ฉันเห็นแกหลับสบายอยู่เลยไม่ได้ไปปลุก”
มุมปากเจียงหานยกขึ้น สงสัยจะเป็นเพราะนอนไม่หลับเมื่อคืนมั้ง ไม่รู้ว่าเป่าหอยสังข์จบแล้ว เธอได้นอนหรือเปล่า
ดีไม่ดีอาจจะได้นอนตอนสว่างคาตานั่นแหละ
เมิ่งเฟยมองเจียงหาน “มีธุระอะไรกับน้องหรือเปล่า ถ้ามีเดี๋ยวฉันโทรตามให้ลงมา”
ยังไงพวกเธอก็พักกันอยู่ชั้นบนนี่เอง
“ไม่ต้องหรอกครับ ให้เธอนอนเถอะ ผมก็แค่ถามดูเฉยๆ” งั้นยาอมแก้เจ็บคอกล่องนี้ เขาเก็บไว้กินเองดีกว่า
เมิ่งเฟยยิ้ม ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ เธอพาทั้งสองคนไปที่จุดชั่งน้ำหนัก
ตอนแรก เมิ่งเฟยไม่ได้ดูของที่เจียงหานเอามา พอเห็นของในถังน้ำของเจียงหานชัดๆ เธอก็ตกใจมาก
“เจียงหาน นายนี่สุดยอดไปเลยนะ คนทั่วไปมาเดินชายหาด ไม่เก่งเท่านายหรอก” ต่อให้เมื่อวานเป็นช่วงน้ำเกิดใหญ่ ก็ไม่มีทางหาของดีได้ขนาดนี้แน่
ของที่เจียงหานเอามาแต่ละอย่างชัดเจนมาก เหมือนเขาจงใจเลือกเก็บแต่ของดีๆ
ส่วนของที่ไม่ดี เหมือนเขาจะไม่เก็บมาเลยด้วยซ้ำ
ถ้าให้คนอื่นรู้เรื่องความโชคดีของเจียงหาน ไม่รู้ว่าจะอิจฉา หรือจะโกรธจนอกแตกตายดี
“จางไห่ไต้ช่วยไว้เยอะครับ ปลิงทะเลพวกนี้เขาเป็นคนช่วยเก็บขึ้นมา”
เมิ่งเฟยหันไปมองจางไห่ไต้ รู้สึกว่าจางไห่ไต้คนนี้เป็นประเภทพึ่งพาได้จริงๆ
จางไห่ไต้ถูกเมิ่งเฟยมองจนทำตัวไม่ถูก เขาเอามือลูบหัวตัวเอง
บนหัวของเขาเริ่มมีผมสั้นๆ งอกออกมาแล้ว ดูเหมือนทรงสกินเฮด
เขายกของในถังขึ้นวางบนตาชั่ง
รอบนี้ของที่เจียงหานเอามามีแค่สามอย่าง อย่างหนึ่งคือฉลามกบ อย่างหนึ่งคือกุ้งลายเสือ และอีกอย่างคือปลิงทะเล