เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 นกฟลามิงโก

บทที่ 18 นกฟลามิงโก

บทที่ 18 นกฟลามิงโก


เจียงหานรู้สึกว่าเรื่องนี้อธิบายไปก็คงไม่เข้าใจ

พายุไต้ฝุ่นครั้งนี้ลูกเล็ก บวกกับศูนย์กลางพายุไม่ได้พาดผ่านเกาะโดยตรง ผ่านไปแค่คืนเดียวพายุก็สงบลง

เจียงหานมองใบไม้และโคลนเลนที่ปลิวว่อนเต็มลานบ้าน ไม่รู้ว่าลมพัดมาจากทิศไหน เขาหยิบไม้กวาดทางมะพร้าวออกมาเริ่มกวาดลานบ้าน

หม่าเสี่ยวเหม่ยกับหม่าเสี่ยวเม่ยเองก็ไม่ได้อยู่เฉย รีบวิ่งเข้ามาช่วย

เจียงหานยกกระถางกล้วยไม้สองกระถางที่ย้ายหนีพายุเข้าไปในบ้านออกมาวางที่เดิม

ตอนพายุเข้า ทุกที่เต็มไปด้วยบรรยากาศน่าสะพรึงกลัว แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับคืนสู่ความสงบสุขดังเดิม

จังหวะนั้นเอง จางไห่ไต้ก็เดินเข้ามา พอเห็นผู้หญิงสองคนในบ้านเจียงหาน เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง

เมื่อวานเจียงหานโทรบอกเขาแล้วว่า ถ้าวันนี้พายุสงบ ให้มาหาตอนสิบเอ็ดโมงครึ่ง

เจียงหานดูเวลา สิบเอ็ดโมงครึ่งพอดีเป๊ะ เจ้านี่กะเวลาแม่นจริงๆ

หลายครั้งที่วันน้ำเกิดมักจะเกิดขึ้นติดต่อกันสองสามวัน บางครั้งก็นานกว่านั้น

วันนี้ก็เป็นวันน้ำเกิด แถมยังมีรอบน้ำลงถึงสามรอบ

รอบแรกคือตอนรุ่งสาง ซึ่งชนกับพายุพอดีเลยพลาดไป

อีกสองรอบคือตอนเที่ยงวันกับตอนห้าทุ่ม

พวกเขายังเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงก่อนน้ำจะลงรอบที่สองของวัน

กลับมาบ้านเกิดคราวนี้ เจียงหานยังไม่เคยลงหาดในวันน้ำเกิดเลย สังหรณ์ใจบอกเขาว่าวันนี้ต้องมีของดีแน่ๆ

“เตรียมอุปกรณ์กันเถอะ อย่าลืมเอาน้ำไปเผื่อสักสองขวดนะ”

ตอนแรกพวกเขายังต้มน้ำใส่กระติกไปกิน แต่ครั้งก่อนที่ไปในเมืองซื้อน้ำแร่กลับมาสองลัง ตอนนี้เลยพกน้ำแร่ขวดไปเลยสะดวกกว่า

สองสาวเห็นหนุ่มๆ สาละวนเตรียมของก็ขยับเข้ามามุง “พวกคุณจะไปหาของทะเลกันเหรอคะ?”

ดวงตาของสองสาวเป็นประกายวิบวับทันที “พวกเราขอไปด้วยสิ พาพวกเราไปด้วยนะ”

มือที่กำลังเก็บของของเจียงหานชะงักกึก “พวกคุณยังไม่กลับกันอีกเหรอ?”

“พวกเรายังไม่ได้เที่ยวเลย กะว่าจะกลับพรุ่งนี้ค่ะ”

เจียงหานรู้สึกว่าการหิ้วผู้หญิงสองคนไปด้วย มีแต่จะถ่วงความเร็วในการหาเงินของเขา

แต่สองสาวเล่นกะพริบตาปริบๆ มองเขาด้วยสายตาน่าสงสาร ราวกับว่าถ้าเขาปฏิเสธ เขาจะกลายเป็นคนชั่วช้าสารเลวเนรคุณคนทันที

เจียงหานหมดหนทาง จำใจต้องพาพวกเธอไปด้วย

เดิมทีเขาตั้งใจจะไปหาดเลน เพราะคุ้นเคยพื้นที่แถวนั้นดี

แต่จะให้ผู้หญิงไปลุยโคลนเลนสกปรกๆ ก็คงไม่ดี ไปแถวโขดหินน่าจะดีกว่า

“งั้นพวกคุณต้องเกาะกลุ่มกับพวกผมให้ดี ห้ามทำอะไรที่ผมไม่ได้อนุญาตเด็ดขาด”

พอได้ยินว่าเจียงหานจะไม่ทิ้งพวกเธอ สองสาวก็แท็กมือกันอย่างดีใจ

“วางใจได้เลยค่ะ พวกเราจะเชื่อฟังคำสั่งคุณทุกอย่าง”

แนวโขดหินอยู่ตรงรอยต่อระหว่างสองหมู่บ้าน คนที่มาหาของแถวนี้เยอะกว่าฝั่งหาดเลน

เพราะพายุเพิ่งผ่านพ้นไป น้ำทะเลจึงขุ่นคลั่ก

แต่หม่าเสี่ยวเหม่ยกับหม่าเสี่ยวเม่ยก็ยังส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น

บริเวณชายฝั่ง มีนกฟลามิงโกบินโฉบลงมาหลายตัว

เรือนร่างสีแดงเพลิงราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนอยู่เหนือท้องทะเล สวยงามจนบรรยายไม่ถูก

นกชนิดนี้ด้วยความที่หน้าตาสวยงาม เลยมักจะถูกเอาไปทำเป็นลายการ์ตูนพิมพ์บนเสื้อผ้าหรือของที่ระลึก

ตอนนี้สองสาวได้เห็นนกฟลามิงโกตัวเป็นๆ ก็ตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่

“ฟลามิงโก! นั่นนกฟลามิงโกจริงๆ ด้วย!”

“กรี๊ดดดด! สวยมาก สวยไม่ไหวแล้ว!”

“เร็วเข้า ถ่ายรูปฉันกับนกฟลามิงโกให้หน่อย”

สองสาวยังไม่ทันได้เริ่มหาของ ก็เข้าสู่โหมดถ่ายรูปบ้าคลั่งไปเรียบร้อยแล้ว

ของอย่างนกฟลามิงโก เจียงหานเองก็เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งที่สอง

ตอนเด็กๆ ไม่มีมือถือเลยบันทึกภาพไว้ไม่ได้ ครั้งหน้าจะได้เห็นอีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

เขาเลยหยิบมือถือออกมาถ่ายบ้าง จางไห่ไต้เห็นแบบนั้นก็เอาอย่างบ้าง

ป้าที่กำลังก้มหน้าก้มตาหาของอยู่ข้างๆ อดหัวเราะไม่ได้

“เด็กมหาลัยนี่เห็นอะไรก็ตื่นเต้นไปหมด เห็นนกไม่กี่ตัวก็ต้องถ่ายรูปเก็บไว้”

“ดูนกมันจะไปสำคัญกว่าทำมาหากินได้ยังไง คนรุ่นเราไม่สนเรื่องไร้สาระพวกนี้หรอก”

เจียงหานหันไปยิ้มให้พวกป้าๆ “เขาว่ากันว่าใครเห็นนกฟลามิงโกจะโชคดีนะครับ”

มือที่กำลังขุดหาหอยของพวกป้าชะงักกึก

“จริงเหรอ?”

เจียงหานตอบหน้าตาย “ผมจะหลอกป้าทำไมล่ะครับ?”

ได้เห็นของสวยๆ งามๆ ย่อมถือเป็นโชคดีอยู่แล้ว

คนทะเลมีความเชื่อเรื่องโชคลางกันอยู่แล้ว พอได้ยินว่าเจ้านกนี่เป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี แต่ละคนก็รีบควักมือถือออกมาถ่ายรูปกันยกใหญ่

ถ่ายเสร็จก็เตรียมส่งต่อให้ผัวให้ลูกดู

เจียงหานอัปรูปคู่กับนกฟลามิงโกของตัวเองลงในโมเมนต์วีแชท

อาจเป็นเพราะตื่นตะลึงกับนกฟลามิงโก ยอดไลก์เลยพุ่งขึ้นมาหลายไลก์ในเวลาสั้นๆ

หนึ่งในนั้นมีไลก์ของเย่เถียนเถียนด้วย

ความรู้สึกโชคดีที่ได้เห็นนกฟลามิงโกเมื่อครู่ มลายหายไปจนหมดสิ้น

หูตานเจินแคปรูปนี้ไปลงในกลุ่มแชต

[หูตานเจิน: @เจียงหาน บ้านเกิดนายมีฟลามิงโกด้วยเหรอ?]

[เจียงหาน: อืม]

[หูตานเจิน: ขอพิกัดหน่อย เดี๋ยวฉันจะตามไปดู]

[เจียงหาน: กว่าเธอจะมา มันคงบินหนีไปหมดแล้ว]

[หูตานเจิน: ...]

ความจริงพิสูจน์แล้วว่า นกฟลามิงโกฝูงนี้แค่บินผ่านมาจริงๆ แป๊บเดียวพวกมันก็บินจากไป

แต่แค่นี้ก็พอให้หม่าเสี่ยวเหม่ยกับหม่าเสี่ยวเม่ยเอาไปโม้ได้อีกนาน

ในที่สุดสองสาวก็ละสายตากลับมาที่โขดหิน

“ว้าว! เปลือกหอยเต็มไปหมดเลย!”

“เอ๊ะ ทำไมเปลือกหอยพวกนี้ถึงกลวงโบ๋หมดเลยล่ะ?”

“โดนพายุพัดจนตายเหรอคะ?”

พวกเธอไม่รู้จักของพวกนี้ เห็นอะไรมีเปลือกก็เหมารวมเรียกว่าหอยหมด

เจียงหานไม่อยากจะเสียสมาธิไปกับพวกเธอ แต่ก็อดขำไม่ได้

“พวกคุณลองดูข้างๆ สิ เห็นหอยมะระจิ๋วไหม?”

“หอยมะระจิ๋วอยู่ตรงไหน?” สองพี่น้องประสานเสียงถามพร้อมกัน

เจียงหานเริ่มปวดขมับ สองสาวนี่มีคำถามวันละแปดแสนคำถาม แถมถามแต่คำถามอนุบาลทั้งนั้น

เจียงหานจำต้องชี้เป้าหอยมะระจิ๋วให้ดู

พวกเธอถึงได้เห็นหอยที่รูปร่างคล้ายหอยขม แต่ตัวใหญ่กว่าและลายพร้อยกว่า

พวกมันเกาะหนึบอยู่บนหิน บางตัวก็ขยับคืบคลานไปมา

พอมองดีๆ ถึงเห็นว่ามีเยอะยุ่บยั่บไปหมด

“ฉันเหมือนเคยเห็นเจ้านี่มาก่อน ที่มีปูเสฉวนตัวเล็กๆ สองตัวอยู่ในนั้น เปลือกข้างบนคือหอยมะระจิ๋วนี่ใช่ไหมคะ?”

เจียงหานคิดในใจว่ายังดีที่ไม่โง่จนเกินเยียวยา

“เปลือกหอยกลวงๆ ที่พวกคุณเห็น ความจริงมันคือหอยนางรม หอยนางรมพวกนี้บางส่วนก็โดนคนแคะเนื้อไป แต่บางส่วนก็โดนหอยมะระจิ๋วพวกนี้กิน”

“ส่วนที่พวกคุณเห็นปูเสฉวนแบกเปลือกหอยมะระจิ๋วไปมา เป็นเพราะปูเสฉวนกินหอยมะระจิ๋ว แล้วก็ยึดเปลือกมันมาเป็นบ้าน”

“พูดง่ายๆ คือ ศัตรูตามธรรมชาติของหอยนางรมคือหอยมะระจิ๋ว และศัตรูตามธรรมชาติของหอยมะระจิ๋วก็คือปูเสฉวน”

สองสาวฟังแล้วทำหน้าทึ่ง อ้าปากค้าง ฟังจบก็ปรบมือเกรียวกราว

“เจียงหาน คุณเก่งมากเลย”

“รู้เรื่องพวกนี้ด้วย ความรู้รอบตัวแน่นสุดๆ”

เจียงหานตัวแข็งทื่อ แค่นี้เรียกความรู้แน่นแล้วเหรอ?

เรื่องพวกนี้จับคนแถวนี้มาถามสักคนใครเขาก็รู้กันทั้งนั้น

เจียงหานเริ่มลงมือแกะหอยมะระจิ๋วที่เกาะแน่นอยู่บนหินตามแบบจางไห่ไต้

หอยที่แกะได้ร่วงกราวลงไปในถุงตาข่ายที่เตรียมมา

สองพี่น้องรู้สึกว่าถุงตาข่ายนี่มันทะแม่งๆ

“ถุงตาข่ายนี่รูมันใหญ่เกินไปหรือเปล่าคะ? รูมันกว้างเท่านิ้วครึ่งของพวกเราเลยนะ”

จบบทที่ บทที่ 18 นกฟลามิงโก

คัดลอกลิงก์แล้ว