เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 การซื้อของ

บทที่ 16 การซื้อของ

บทที่ 16 การซื้อของ


บทที่ 16 การซื้อของ

อารากอร์นคือผู้ที่จะได้เป็นกษัตริย์ในอีกหลายทศวรรษต่อมา  คงจะดีถ้าได้มีโอกาสเจอกันล่วงหน้า

แต่ว่าถ้านับเวลาเดินทางไปกลับจากหุบเขาก็ใช้เวลาไม่ใช่น้อยๆ อีกอย่างตอนนี้ก็ยังไม่ได้สร้างโกเลมไว้เฝ้าอาณาเขต

หลังจากคิดไปคิดมาเขาก็ตัดสินใจกลับไปซื้อฟักทองที่เมืองบรีแล้วกลับมาสร้างโกเลมก่อนเพื่อความปลอดภัยของอาณาเขต

ลีวายนําอาหารกับเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นใส่ไปในกระเป๋า และก่อนออกเดินทางเขาก็นำป้ายที่เขียนไว้ว่า ไม่อยู่ออกไปข้างนอก มาปักไว้ที่หน้าประตูเมือง จากนั้นก็เริ่มออกเดินทางไปตามบนถนนสายหลัก

เมื่อเทียบกับขามา ขากลับครั้งนี้เดินทางได้สบายกว่ามาก เพราะหนึ่งคือคุ้นเคยกับสภาพเส้นทางกับสองคือมีอาหารเพียงพอ

และสามคือสิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือเขามีแผนที่โลก เขาสามารถตรวจสอบตําแหน่งของตัวเองได้ตลอดเวลา และยังคํานวณได้ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะไปถึงจุดหมายปลายทาง

เขาไม่พบกับอุปสรรคใดๆ ในระหว่างทางทุกอย่างราบรื่นมาก จนในไม่ช้าลีวายก็เดินทางมาถึงประตูเมืองบรี ที่ซึ่งที่นี่จะมีคนเฝ้าประตูคอยสอบสวนคนที่ต้องการเข้าเมือง แต่คราวนี้ทัศนคติของคนเฝ้าประตูก็ได้ทําให้ลีวายแปลกใจ

เพราะเขาเห็นว่าคนเฝ้าประตูแค่เปิดหน้าต่างไม้แล้วมองเขา จากนั้นก็เปิดประตูแล้วส่งสัญญาณให้เข้าไปในเมืองโดยไม่ถามคำถามสักคำ

แถมยังเป็นฝ่ายริเริ่มทักทายเขาด้วย "ยินดีต้อนรับสหายการเดินทางเป็นอย่างไรบ้าง"

ลีวายถึงกับตะลึงกับการทักทายจากคนเฝ้าประตูอย่างเป็นมิตร "ไม่แย่ ฉันไม่พบอุปสรรคใดๆ ระหว่างทาง"

"ดี"

คนเฝ้าประตูพยักหน้าแล้วกลับมานั่งประจำที่ต่อไป

ในตอนที่ลีวายกําลังเดินอยู่บนถนน เขาก็นึกขึ้นได้ เขาเปิดระบบฝ่าย และดูที่ฝ่ายบรี

[บรี] ชื่อเสียง 34 เป็นมิตร]

ดูเหมือนว่าแม้ว่าระบบชื่อเสียงจะมาที่หลังแต่สิ่งที่เขาทำไปก่อนหน้านั้นก็ถูกนับด้วย เพราะก่อนหน้านั้นเขาได้ฆ่าโจรและทําลายล้างกองทัพออร์ค

เมื่อรู้ที่มาของความเป็นมิตรเมื่อกี้ของคนเฝ้าประตู เขาก็ไม่ได้สนใจต่อไป เขากลับมาสนใจที่จุดประสงค์หลักของการเดินทางมาที่เมืองนี้

นั่นก็คือการเลือกซื้อสิ่งที่เขายังไม่สามารถหามาได้ด้วยตัวเอง

ตัวอย่างพวก เมล็ดพืชฟักทอง มันฝรั่ง และแครอท

แล้วก็ซื้อม้าด้วยเพื่อความสะดวกในการเดินทางในอนาคต

ดังนั้นลีวายจึงไปที่โรงเตี๊ยมม้ากระโดด แล้วเช่าห้องก่อน จากนั้นก็ไปหาเจ้าของโรงเตี๊ยม เพื่อถามว่าสามารถช่วยเขาหาม้าดีๆ สักตัวสองตัวได้ไหม บางทีอาจเป็นเพราะชื่อเสียงหรือเพราะลีวายใจกว้างกับค่านายหน้า เจ้าของโรงเตี๊ยมถึงได้พูดออกมาอย่างมั่นใจว่าจะนําม้าสองตัวที่ดีที่สุดของเมืองบรี มาให้ภายในเวลาที่สั้นสุด

แต่ถึงแม้เจ้าของโรงเตี๊ยมจะพูดอย่างนั้น แต่ลีวายก็ไม่รู้ว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่รอไปก่อนเท่านั้น

หลังจากรับประทานอาหารจนอิ่มแล้ว ลีวายก็เดินออกมาถามคนที่เดินผ่านไปมาว่าจะซื้อพวกของชําได้ที่ไหน และการที่มีชื่อเสียงที่เป็นมิตรทำให้เขาถามได้อย่างราบรื่นชาวเมืองบอกเขาถึงที่ตั้งของตลาด และฟาร์มที่ขายผัก

ลีวายเดินไปตามที่ชาวเมืองบอก และในไม่ช้า เขาก็มาถึงฟาร์ม

"ยินดีต้อนรับครับท่าน ท่านต้องการอะไรสามารถบอกข้ามาได้เลย"

เจ้าของฟาร์มต้อนรับด้วยความอบอุ่น

ลีวายบอกของที่เขาต้องการ โชคดีของที่เขาต้องการซื้ออยู่ที่นี่มีทั้งหมด

ฟักทอง มันฝรั่ง แครอท

"นี่มัน..."

ลีวายเดินไปที่ตะกร้าแล้วหยิบของขึ้นมา

"ข้าวโพด!"

[ปลดล็อค: เมล็ดข้าวโพด]

"เอากระสอบนี้ด้วย!"

ลีวายซื้อมันทันที

"โอเคครับท่าน"

จากนั้นเขาก็เหลือบไปเห็นหัวหอม ขิง และกระเทียมที่มีพวกเศษดินติดเล็กน้อยอยู่ข้างๆ

"แล้วก็พวกนี้ด้วย"

"โอเคครับท่าน!"

หลังจากซื้อของที่นี่เหรียญเงินทั้งหมดรวมถึงเหรียญเงินไหม้ที่เก็บมาจากสนามรบก็หายไป

วันนี้เจ้าของฟาร์มยิ้มไม่หยุด แหม๊ค้าขายวันนี้ดีจริงๆ ชายผู้นี้ไม่เห็นเงินว่าเป็นเงินจริงๆ เขาไม่แม้แต่จะถามราคา อันไหนที่ชอบก็แค่โบกมือซื้อ

"ฟาร์มของข้ายินดีต้อนรับท่านเสมอ"

ครั้งหน้าอย่าหวัง ไม่มีวัน

ลีวายพูดในใจ

ในการปลูกพืชของมายคราฟ ข้าวสาลีสามารถโตเต็มที่พร้อมเก็บในเวลาเพียง 2 วัน เรื่องอะไรที่จะต้องมาซื้ออีกรอบให้เสียตังค์

หลังออกจากฟาร์มเขาก็มองเข้าไปข้างในกระเป๋าที่มีพืชผลที่หลากหลาย ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนถูกหวยแม้เงินรางวัลที่ได้รับในตอนนี้จะไม่ได้มากมายอะไร แต่ในวันข้างหน้าเมื่อพวกมันงอกเงย ออกดอกออกผลขึ้นมา มันจะยิ่งกว่าถูกรางวัลที่ 1!

แต่ว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีแตงโมที่นี่ และหลังจากคิดๆ ดู เอาจริงๆ ตั้งแต่มาที่โลกนี้เขาไม่เคยเห็นมันเลยสักครั้งจริงๆ

พวกพืชผักที่ต้องการก็ซื้อครบ ที่เหลือก็แค่รอให้เจ้าของโรงเตี๊ยมนําม้าที่ตกลงกันไว้มาให้แล้วจะได้กลับบ้านสักที

พวกเมล็ดของพืชแค่เอาเข้าโต๊ะคราฟก็จะกลายเป็นเมล็ดที่เหมือนกับในเกม

แต่เรื่องการสืบพันธุ์ของสัตว์ เขายังไม่ได้ลอง แม้ว่ารอบๆ ป้อมริมถนนจะพบวัวกับกระทิงบ้างเป็นครั้งคราว แต่เขาก็ไม่สามารถจับพวกมันทั้งเป็นได้เลย จับตายได้อย่างเดียวเพื่อนำเนื้อของพวกมันมากิน

คราวนี้ที่เขาซื้อม้าสองตัว เพราะเขาวางแผนที่จะนําพวกมันกลับไปลองเพาะพันธุ์ดู ว่าพวกมันจะกลายเป็นม้าของมายคราฟได้หรือไม่

แต่ว่าในการผสมพันธุ์ม้าต้องใช้สิ่งที่หายากที่สุดอย่างหนึ่ง นั่นก็คือทองที่จะต้องนำมาทำให้แครอทกลายเป็นแครอททองหรือแอปเปิ้ลทอง

แต่ว่าทองคํานั้นหายากมากๆ แม้ว่าเขาจะขุดไปตามเส้นแร่ต่างๆ ในบริเวณและโดยรอบของป้อมริมถนนทั้งเดือน เขาก็ยังไม่เคยเจอแม้แต่ก้อนเดียว

ไม่มีทางเลือกฉันคงต้องหาซื้อเอาเท่านั้น

และที่แรกที่เขาพอจะนึกได้ก็คือ ร้านของช่างตีเหล็กคนนั้น ไม่รอช้าเขาเดินทางไปทันที

"แขกท่านต้องการอะ..."

"โอ้ สวัสดี ท่านต้องการอะไรไหม"

ช่างตีเหล็กทักทายเห็นได้ชัดว่าจําลีวายได้

"เป็นเกียรติที่คุณจําฉันได้"

"แน่นอนท่าน ข้าได้ยินมาว่ามีนักผจญภัยที่เดินทางผ่านเมืองบรีไป ที่ไม่เพียงแต่จัดการกับกลุ่มโจรที่ขวางทางด้วยตัวเองเพียงลําพัง แต่ยังกำจัดพวกออร์คและหมาป่าด้วย"

ขณะที่พูดช่างตีเหล็กวางงานที่กำลังทำอยู่แล้วลุกขึ้นเดินเข้าหาลีวาย แล้วถามด้วยเสียงกระซิบ" มีคนบอกว่าท่านสามารถใช้เวทมนตร์ได้ มันเป็นเรื่องจริงไหมท่าน"

เมื่อเห็นว่าคำถามเริ่มออกทะเลไปไกล ลีวาย จึงรีบหยุด

"หยุด อย่าถามถึงเรื่องนั้นเลย วันนี้ฉันมาซื้อของจากคุณ แต่ฉันไม่รู้ว่าคุณมีสิ่งนั้นหรือเปล่า"

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่อยากพูดถึง ช่างตีเหล็กก็เก็บคำถามกลับไปไว้ในใจ "ท่านต้องการสิ่งใด ข้าขอบอกไว้ก่อนว่าจากชื่อเสียงของท่านก็รู้แล้วว่าท่านไม่ใช่คนเลว ดังนั้นตอนนี้ถ้าท่านจะซื้ออาวุธก็ไม่ใช่ปัญหา"

ลีวายส่ายหัว "ไม่ ฉันอยากถามว่าคุณมีทองคําขายที่นี่ไหม ฉันอยากจะซื้อ..."

ช่างตีเหล็กเงยหน้ามองลีวายทันที

"ด้วยความเคารพท่าน ข้าเป็นแค่ช่างตีเหล็ก ไม่ใช่ช่างทอง"

ในขณะที่ลีวายถอนหายใจ และกําลังจะออกไป

สถานที่ที่คุ้นเคยกับสถานการณ์ที่คุ้นเคย และเสียงที่คุ้นเคย

จู่ๆ ก็มีคนคนหนึ่งโผล่ตัวขึ้นมาจากหลังรั้วด้านข้าง "เฮ้ ท่านนักผจญภัย ข้าเพิ่งได้ยินว่าท่านต้องการ…"

"ไสหัวไป! ไอ้พ่อค้าตัวเหม็น ออกไปห่างๆ จากร้านของข้า! "  พ่อค้าพูดยังไม่ทันจบ ช่างตีเหล็กก็ไล่ทันทีโดยไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย

ช่างเป็นฉากที่คุ้นเคย เหมือนถูกฉายซ้ำ..

ลีวายหันไปมองคนที่โผล่ขึ้นมาก็ได้เห็นหน้าของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ

พ่อค้าวิลเลียม

(จบบท)

วันนี้มีแค่ 1 บทครับ

จบบทที่ บทที่ 16 การซื้อของ

คัดลอกลิงก์แล้ว