- หน้าแรก
- ระบบมายคราฟในโลกเดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์
- บทที่ 15 ระบบฝ่าย
บทที่ 15 ระบบฝ่าย
บทที่ 15 ระบบฝ่าย
บทที่ 15 ระบบฝ่าย
[เปิดระบบฝ่าย]
[นูเมนอร์] ชื่อเสียง +50
"ชื่อเสียงฝ่าย [นูเมนอร์] ในปัจจุบัน เป็นมิตร"
[เปิดแผนที่โลก]
[เปิดใช้งานการอ้างสิทธิ์อาณาเขต]
ในตอนที่ลีวายกำลังปวดหัวกับคำถามของฟาโรดันอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงเตือนหลายครั้งติดต่อกัน
ม็อดระบบฝ่ายกับแผนที่เหรอ?
ลีวาย รีบเปิดระบบที่เพิ่มเข้ามาใหม่ทันทีแล้วเปิดดูคําอธิบาย
อย่างแรกคือระบบชื่อเสียง เมื่อเขาทําสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่เกี่ยวข้องก็จะเพิ่มชื่อเสียงให้กับตัวเขาเอง
แต่ไม่ใช่ว่าแค่ทำที่ไหนก็ได้ เพราะหากเขาอยู่ไกลจากพื้นที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากเกินไป ฝ่ายนั้นก็จะไม่มีทางรับรู้ได้ว่าเขาได้ทำอะไรลงไปบ้าง ทำให้คะแนนชื่อเสียงของเขาไม่เพิ่มขึ้น
ยกตัวอย่างตอนนี้ เขาอยู่ในขอบเขตของฝ่าย นูเมนอร์ และมีพยานหนึ่งคนอยู่ข้างๆ เขา
นั่นก็คือ ฟาโรดัน ที่ได้เห็นและรับรู้เรื่องราวการ ที่เขาเอาชนะกองทัพออร์คเพียงลําพัง ทำให้ระดับชื่อเสียงของเขาในหมู่ชาวนูเมนอร์ขึ้นมาอยู่ในระดับที่เป็นมิตร
แต่ถ้าเขาไปดักตีพวกออร์คในพื้นที่ที่ห่างไกลอย่างที่มอร์ดอร์ ไม่ว่าเขาจะฆ่าพวกออร์คไปมากสักเท่าไหร่ ก็ไม่มีทางเพิ่มชื่อเสียงของเขากับฝ่ายนูเมนอร์ได้
มีแต่จะลดชื่อเสียงของเขากับฝ่ายออร์คลงเพียงเท่านั้น
ดังนั้นระบบฝ่ายจึงเป็นมากกว่าแค่โลโก้ที่ป่าวประกาศให้คนอื่นรับรู้ แต่มันยังมีผลในทางปฏิบัติอีกด้วย
เพราะมีชื่อเสียงของเขาในฝ่าย นูเมนอร์ ถึงระดับเป็นมิตร จากนี้ไปชาวนูเมนอร์ทั้งหมดที่เขาพบเจอในอนาคตก็จะปฏิบัติต่อเขาอย่างเป็นมิตร
และหลังจากเข้าใจในระบบฝ่ายแล้ว
ก็ถึงเวลามาดูระบบที่สอง [แผนที่โลก]
แผนที่โลกก็เข้าใจได้ง่ายๆ มันมีหน้าที่บันทึกพื้นที่ที่เขาเคยเดินทางไป และมาร์คไว้บนแผนที่ว่าฝ่ายใดอยู่ตรงไหน
แต่จนถึงตอนนี้ เขาไม่ได้เดินทางมากนัก ดังนั้นบนแผนที่จึงแสดงเฉพาะพื้นที่ตั้งแต่ ไชร์ ถึง บรี แล้วก็ที่ตั้งปราสาทของเขาเอง และส่วนที่เหลือของแผนที่ก็มีหมอกปกคลุม
"วีรกรรมครั้งนี้ของท่านจะแผ่กระจายไปทั่วดินแดนแห่งนี้ ท่านลีวาย"
เสียงพูดข้างๆ ดึงลีวายกลับออกมาจากแผงระบบ
ฟาโรดันพูดต่อ "ท่านได้แก้ปัญหาพวกออร์คที่ยากลำบากสําหรับพวกข้าแล้ว ข้าอยากจะขอบคุณท่านในนามของชาวอาร์นอร์ผู้เร่ร่อนในดินแดนแห่งนี้"
"ไม่เป็นไร คุณก็ช่วยฉันไว้ได้มาก ถ้าไม่ใช่เพราะข่าวที่คุณบอก ฉันก็อาจจะไม่ทันได้เตรียมตัวป้องกัน ถึงตอนนั้นฉันก็คงต้องหลบหนีไปจากปราสาทที่สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองในที่สุด"
"ดังนั้นฉันเองก็ต้องขอขอบคุณคุณด้วย ฟาโรดัน"
คำพูดนี้ไม่ใช่คำพูดเยินยอ เพราะในความเป็นจริงหากเขาไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้า แล้วต้องมาเผชิญหน้ากับกองทัพออร์คและไรเดอร์วาร์ก เขาก็คงจะต้องระหกระเหิน ออกไปจากเมืองของตัวเอง เพราะพลังในการกระโดดของหมาป่าสามารถข้ามกําแพงก่อนหน้านี้ได้อย่างง่ายดาย
"ด้วยความยินดีท่าน"
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฟาโรดัน ไม่ว่าจะเป็นตัวคุณเอง หรือคนของคุณ ก็ไม่จําเป็นต้องเสียเวลาขออนุญาตเพื่อเข้าไปในปราสาทของฉัน คุณสามารถเข้าและออกและใช้วัสดุข้างในได้ตามต้องการ นี่ถือได้ว่าเป็นของตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ จากฉัน"
"ถ้าอย่างนั้นข้าก็ขอไม่เกรงใจ ข้าจะจดจํามิตรภาพอันดีนี้ไว้" ฟาโรดันไม่ปฏิเสธ ของตอบแทนนี้
เพราะป้อมปราการที่แข็งแกร่งขนาดนี้แม้ว่าจะใช้แค่แวะเข้าพักผ่อนเป็นครั้งคราวก็ถือว่าช่วยคนของเขาได้อย่างมากแล้ว
[ชื่อเสียงฝ่ายนูเมนอร์ +10]
จู่ๆ
ลีวายก็นึกถึงออร์คชั้นยอดที่มีเลือดถึง 40
เขามองไปที่ด้านบนหัวของ ฟาโรดัน
เขาเห็นหลอดเลือด
[25/25]
อายุขัยเฉลี่ยของชาว นูเมนอร์ คือหลายร้อยปีและมีความแข็งแกร่งที่เหนือกว่ามนุษย์ธรรมดา จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีหลอดเลือดที่เยอะขนาดนี้
งั้นจากที่คิดๆ ดูลูกครึ่งออร์คชั้นยอดตัวนั้นน่าจะมีสายเลือดของปอบเพราะไม่งั้นก็คงไม่มีทางที่จะมีผิวหนังที่หนาทนทานต่อระเบิดได้ขนาดนั้น
เขาส่ายหัว สลัดความคิดพวกนั้นทิ้งไป
หลังจากการต่อสู้ที่ดุเดือดมาทั้งคืน ลีวายก็รู้สึกเหนื่อยนิดหน่อยจึงขอตัวไปพักผ่อน
พอเช้าวันรุ่งขึ้นเขาก็ตื่นขึ้นมาพบว่าฟาโรดันหายตัวไปแล้ว
เหลือเพียงชุดเกราะเหล็กที่ถูกวางไว้ในห้องพักเท่านั้น ผู้ชายคนนี้
ไม่ยอมเอาของที่เขามอบให้ไปด้วย
ลีวายส่ายหัว แต่ทันใดนั้นจู่ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่ามีอีกระบบใหม่ที่ถูกเปิดขึ้นเมื่อวานนี้ แต่เขาถูกฟาโรดันขัดจังหวะ ทำให้เขาลืมมันไป
【อ้างสิทธิ์อาณาเขต】
"คุณสามารถอ้างสิทธิ์ในอาณาเขตที่ยังไม่มีผู้อ้างสิทธิ์เป็นอาณาเขตของคุณได้"
"ทุกๆ 10 เลเวลที่เพิ่มขึ้นคุณสามารถอ้างสิทธิ์ในอาณาเขตเพิ่มได้ จํานวนการอ้างสิทธิ์ในปัจจุบัน 0/3"
ระบบการอ้างสิทธิ์นี้ทําให้เขานึกถึงม็อดที่เรียกว่า "ยูทิลิตี้" ซึ่งทำให้ผู้เล่นสามารถอ้างสิทธิ์ในดินแดนได้จำนวนหนึ่ง
ลีวายประกาศว่าปราสาทที่เขาสร้างขึ้นใต้เท้าของเขาว่าเป็นอาณาเขตแรกในทันทีโดยไม่เสียเวลา
"โปรดยืนยันชื่ออาณาเขต"
ลีวายคิดครู่หนึ่ง ปราสาทของเขาตั้งอยู่ในพื้นที่กันดารไม่ไกลจากถนนสายหลักมากนัก ดังนั้น
"ขอตั้งชื่อมันว่า [ป้อมริมถนน]"
หลังจากสร้าง
อาณาเขตเสร็จเรียบร้อย เขาก็รู้สึกว่าเหมือนมีบางอย่างขาดหายไป และหลังจากคิดไปคิดมา เขาก็นึกขึ้นได้ว่าต้องทำป้าย ดังนั้นเขาจึงสร้างป้ายและนำไปแขวนไว้ที่หน้าประตูเมือง
ตัวป้ายสลักด้วยคําว่า ป้อมริมถนน
ตามคําอธิบายของระบบ ภายในอาณาเขตของเขา พวกหีบสมบัติจะได้รับการปกป้องและถ้าคนที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเขาก็จะไม่สามารถเปิดหรือทําลายได้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการยกขโมยหีบ
นี่เป็นเพียงการปกป้องทรัพย์สินขั้นพื้นฐานที่สุดของระบบอาณาเขต
และนอกจากนี้ ภายในอาณาเขต เขาสามารถสร้างโกเลมได้โดยไม่ต้องกลัวว่าพวกมันจะเดินเตร่จนหายไปจากอาณาเขต
เพราะว่าพวกมันไม่สามารถออกจากอาณาเขตของเขาได้
มีข้อดีก็หมายความว่ามีข้อเสีย
เฮ้อ… แผนการที่จะสร้างกองทัพโกเล็มเหล็กเพื่อไปถล่มทั่วมอร์ดอร์ของเขา มันสลายหายไปก่อนที่มันจะเริ่มต้นขึ้นด้วยซ้ํา
แต่มันก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยในอนาคตถ้าเขาออกไปผจญภัยนอกอาณาเขต ก็จะได้ไม่ต้องกังวลว่าเวลากลับมาแล้วจะเจอพวกออร์คหรือโจรที่เข้ามาอาศัยอยู่ในเมือง
และหลังจากเข้าใจฟังก์ชันของม็อดที่เพิ่งปลดล็อกแล้ว เขาก็คันมืออยากจะสร้างโกเลมขึ้นมาสักสองสามตัวดูว่าเจ้ายามเฝ้าบ้านตัวนี้จะมีหน้าตาอย่างไร อาจเป็นตัวเหลี่ยมๆ หรือจะมีพื้นผิวเดียวกับชุดเกราะเหล็กที่ใกล้เคียงกับของจริงน
แต่ว่า หลังจากค้นหีบทั้งหมด เขาก็ไม่พบส่วนผสมที่สําคัญ นั่นคือฟักทอง
จนถึงตอนนี้ เขาปลูกพืชเพียงชนิดเดียว นั่นก็คือข้าวสาลี เพราะเมล็ดข้าวสาลี เขาแค่ทุบพวกวัชพืชก็ได้มาแล้ว
ดูแล้วคงต้องเดินทางออกไปหาซื้อ
เมื่อตัดสินใจแล้ว เขาก็เปิดแผนที่โลกและกางแผนที่กระดาษที่เขาขอจากบิลโบเพื่อเปรียบเทียบ
ทิศตะวันตกของป้อมริมถนนคือ บรี ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกันกับที่เขาใช้เดินทางมาจนถึงที่นี่ ดังนั้นเขาจึงคุ้นเคยถนนสายนี้
ส่วนทางทิศตะวันออกเป็นหุบเขา และทางตะวันออกคือภูเขาหมอก
เขามองไปที่หุบเขาทางทิศตะวันออก
ตั้งแต่มายังโลกใบนี้เขายังไม่เคยเห็นเอลฟ์ตัวเป็นๆ เลย
และถ้าเขาจําไม่ผิด อารากอร์น น่าจะยังอยู่ในหุบเขาในเวลานี้ และถ้าคํานวณตามเวลา อารากอร์น น่าจะยังเป็นแค่เด็กอายุต่ำกว่าสิบขวบ
(จบบท)