- หน้าแรก
- ระบบมายคราฟในโลกเดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์
- บทที่ 17 กลับป้อมริมถนน
บทที่ 17 กลับป้อมริมถนน
บทที่ 17 กลับป้อมริมถนน
บทที่ 17 กลับป้อมริมถนน
ช่างตีเหล็กขับไล่วิลเลียมออกจากบริเวณร้าน
ลีวายถอนหายใจเดินตามวิลเลียมออกมาด้วย
"ฮี่ฮี่ ข้าบังเอิญได้ยินว่าท่านต้องการทองคําใช่ไหมท่าน" วิลเลียมในขณะที่ถูกไล่ก็ไม่ลืมเรื่องการค้าขายของเขา
"ใช่ข้าต้องการทองคํา แต่ข้าอยากรู้มากกว่า ว่าเจ้านั่งยองๆ อยู่ที่หน้าร้านคนอื่นทุกวันเพื่อแย่งลูกค้าใช่ไหม ถ้าข้าเป็นช่างตีเหล็ก ข้าก็คงจะอยากทุบเจ้าเช่นกัน"
"ฮ่าฮ่า ไม่ท่าน ข้าไม่ได้ทำแบบนั้นทุกวัน"
มุมปากของลีวายกระตุก
บอกว่าไม่ใช่ทุกวัน แต่นั่นก็หมายความว่าทำบ่อยเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?
"โอเค งั้นบอกมาว่าเจ้าขายทองคํายังไง"
"ในฐานะที่ท่านเป็นลูกค้าเก่า ข้าสามารถลดราคาให้ท่านเหลือ 80% ของราคาทองคําในตลาด"
"ถูกขนาดนั้นเลย?"
วิลเลียมพูดด้วยท่าทางสาบาน "ท่านข้าไม่เคยขายของที่ราคาแพงเกินจริง"
ลีวายนึกถึงอุปกรณ์เน่าๆ ที่วิลเลียมขายให้เขาครั้งที่แล้ว
"อย่าคิดจะเอาทองแดงหุ้มทองมาหลอกขายข้า"
ลีวาย ไม่เคยกลัวว่าจะถูกหลอก เพราะท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าอะไรก็ตามที่ถูกใส่ไปในกระเป๋า มันจะบอกได้ทันทีว่าสิ่งนั้นทำมาจากวัสดุประเภทใด
แต่ถึงแม้จะสงสัย แต่ลีวายก็เดินตามวิลเลียมไปที่โกดังร้างที่เดิม เขามองไปยังที่แห่งนี้ที่ไม่เปลี่ยนไปเลยจากคราวที่แล้ว มันทั้งมืดหมน และเงียบสงัด
วิลเลียมค้นหากล่องที่อยู่ลึกในโกดังเจอพอดี
"ข้าเจอแล้วท่าน"
ลีวายเปิดกล่อง ได้เห็นสิ่งที่อยู่ข้างในก็ถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย
ในกล่องนี้มันไม่ได้เต็มไปด้วยเครื่องประดับที่มีความแวววาว แต่กลับเต็มไปด้วยเครื่องประดับที่มีคราบดำและสนิมเขียว
วิลเลียมหยิบสร้อยข้อมือขึ้นมาด้วยความมั่นใจในสินค้าของตัวเอง "ท่าน ดูนี่สิ นี่คือทองคําบริสุทธิ์!"
หางคิ้วของ ลีวายกระตุก เขาหยิบสร้อยข้อมือมาจากวิลเลียม สร้อยนี้มีคราบดำมากมายบนพื้นผิวจนแทบมองไม่เห็นสีเดิม เขาใส่มันไว้ในกระเป๋า
【สร้อยข้อมือทองขึ้นสนิม】
คาดว่าจะรีไซเคิลได้: เม็ดทอง 2-3 เม็ด
ลีวายที่ได้เห็นข้อความนี้ก็รู้สึกโล่งใจ
สร้อยข้อมือนี้ทํามาจากทองคําจริงๆ แต่บางทีมันอาจถูกเก็บไว้ในสภาพแวดล้อมการเก็บรักษาที่ไม่ดีมานานเกินไปจนทำให้คราบดำปกคลุม
"ข้าขอเหมาทั้งหมด"
สภาพภายนอกไม่สําคัญสําหรับเขา เพราะท้ายที่สุดมันก็จะถูกโยนเข้าเตาหลอมอยู่ดี
วิลเลียมที่ได้ยินลีวายเหมาทั้งหมด เขาก็รีบคำนวณราคาทันที
ลีวายไม่มีเหรียญเงินติดตัว ดังนั้นเขาจึงนําเครื่องประดับโบราณออกมาอีกครั้ง และในการซื้อครั้งนี้มันก็หายไปครึ่งหนึ่งทันที
เครื่องประดับโบราณส่วนใหญ่ที่เขาได้มาจากปอบล้วนทำมาจากเงินทั้งสิ้น แต่เขากลับสามารถนำมันมาแลกเป็นทองคําของวิลเลียมได้มากกว่าตั้งสองเท่า
ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่าในมิดเดิลเอิร์ธราคาของเงินนั้นสูงมากโดยเฉพาะในหมู่เอลฟ์ที่ว่ากันว่ารักเงินมากกว่าทองคํา
ลีวายมองไปที่มุมปากของวิลเลียม เขารู้ว่าในการทำธุรกรรมครั้งนี้ อีกฝ่ายไม่ขาดทุนอย่างแน่นอน
แต่มันไม่สําคัญ เพราะในที่สุดเขาก็บรรลุเป้าหมายที่ต้องการแล้ว
หลังจากซื้อขายกันเสร็จแล้ว ลีวาย ก็เดินกลับออกไปที่โรงเตี๊ยม
วิลเลียมเฝ้าดูลีวายที่เดินจากไป แล้วเช็ดเหงื่อที่ไหลลงมาจากหน้าผากตัวเอง
"ซื้อขายเป็นไงบ้าง"
ในบ้านร้างข้างๆ จู่ๆ ก็มีชายที่มีเคราแต่งตัวในเสื้อสีดำเดินออกมา
"ไม่ขาดทุน" วิลเลียมยิ้มมุมปาก
"อีกฝ่ายพบอะไรไหม"
"ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่"
"ข้าขอเสนอว่า สิ่งที่เจ้าทํา เป็นการดีที่สุดที่จะไม่ให้เขารู้"
ชายมีเคราพูดช้าๆ
" คืนนั้นข้าได้ยินเสียงฟ้าร้องใกล้ๆ ถนนจากนั้นก็มีไฟลุกขึ้นในป่า แต่จากนั้นมันก็ถูกดับด้วยสายน้ำที่ไหลลงมาจากสวรรค์... ข้าหักห้ามความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหว จึงเดินไปที่ป่านั้น และที่นั่นข้าก็เจอเข้ากับหลุมขนาดใหญ่ และศพเละๆ ของครึ่งออร์คที่กระจายไปทั่วพื้นที่
วิลเลียมที่ได้ยินก็ถึงกับขาอ่อน "ข้าบอกพวกนั้นแล้วว่าอย่าไปยุ่งกับนักเวทผู้นั้นแล้วแท้ๆ"
"แต่อาวุธในมือของพวกนั้นทั้งหมดมาจากเจ้า"
วิลเลียมพูดด้วยเสียงกระซิบ "เจ้าพูดอย่างกับว่าเจ้าไม่ได้เป็นคนบงการพวกครึ่งออร์คนั้น"
"นั่นเป็นอดีตไปแล้ว ข้าแนะนำว่าพวกเราควรออกไปจากที่นี่ เพราะถ้าอีกฝ่ายรู้เรื่องนี้เข้า เราอาจจะไม่สามารถรักษาชีวิตของตัวเองเอาไว้ได้"
"..."
วิลเลียมมีสีหน้าที่คิดหนัก
...
ลีวายไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะจู่ๆ
บนหัวของเขาก็มีข้อความโผล่ขึ้นมาว่า [ชื่อเสียงบรี +10]
ดูเหมือนว่าจะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นโดยที่เขาไม่ได้ตั้งใจ
หลังกลับมาที่โรงเตี๊ยมด้วยความเบื่อหน่าย ลีวาย ก็ตรวจสอบพวกทองคํา
ถ้านำไปหลอมทั้งหมดก็น่าจะได้ทองสองสามก้อน
ถือว่าไม่มาก แต่ก็เพียงพอที่จะทําแครอททองสองอัน
สองวันถัดมานอกเหนือจากการพักผ่อน และรับประทานอาหารที่โรงเตี๊ยมแล้วลีวายยังออกไปเดินเล่นรอบๆ และดูวิถีชีวิตของชาวเมืองบรี
และเขายังได้ซื้อไก่สองตัว เพื่อเตรียมนํากลับไปเลี้ยง แต่ว่าพวกหมูกับวัวและแกะเขาต้องคิดหนักว่าจะซื้อดีไหม เพราะเขามีแค่ตัวคนเดียวแล้วไหนจะม้าอีกสองตัวอีกถ้าซื้อมาก็กลัวว่าจะจูงกลับบ้านยุ่งยากอีก
สถานะการณ์นี้ทำให้เขารู้สึกว่าการตัวคนเดียวบางทีก็ไม่สะดวก
แต่เอาจริงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะรอบๆ ป้อมริมถนนของเขามีสัตว์ป่ามากมายไม่ว่าจะเป็นหมูป่าหรือวัวกระทิง เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องการเลี้ยงปศุสัตว์มาก่อน ก่อนหน้านี้เขาล่าพวกมันเพื่อกินเนื้ออย่างเดียว ดูแล้วคราวนี้ถ้ากลับไปถึงป้อมแล้ว ว่าจะลองจับกลับมาเลี้ยงดู
…..
เมืองบรีมีมนุษย์มากกว่าฮอบบิท
แต่บางครั้งก็มีเผ่าพันธุ์อื่นที่ผ่านเมือง เช่น คนแคระ
"ทุกครั้งที่กองคาราวานคนแคระผ่านเมืองบรี กระเป๋าของข้าก็จะเต็มไปด้วยเหรียญเงินจนแทบฉีกเพราะคนแคระเหล่านั้นกวาดไวน์ที่อยู่ในห้องใต้ดินของข้าไปจนหมด"
ผู้ผลิตไวน์พูดด้วมรอยยิ้มที่ฉีกเกือบถึงหู
โชคของ
ลีวายก็ไม่แย่ เพราะเขาบังเอิญได้พบกับกองคาราวานคนแคระ
เขาจึงมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ว่าในคาราวานมีแค่ไวน์หรือเครื่องมือโลหะ ต่อให้พวกมันจะดูดีแค่ไหน เขาก็ไม่ต้องการพวกมันเพราะเขาสามารถสร้างมันขึ้นมาเองได้ทั้งหมด
และนอกจากนี้แถบเลือดของคนแคระยังค่อนข้างเยอะ [25/25]
พ่อค้าคนแคระที่กําลังคุยกับลีวายมักจะถามเขาว่าเขาต้องการซื้ออะไรไหมในเกือบทุกสองสามคำที่พูดกัน แต่หลังจากทั้งสองคุยกันมานาน ลีวายก็ไม่ได้ซื้ออะไรเลย
เขาเดินกลับโรงเตี๊ยมภายใต้สายตาของคนแคระที่ควันเกือบออกหู
และทันทีที่เขากลับมาถึงที่โรงเตี๊ยม บาร์เทนเดอร์ก็เดินมาหา
"ท่าน ม้าที่ท่านต้องการพร้อมแล้ว"
"โอเค พาข้าไปดู"
และที่รางหญ้าข้างโรงเตี๊ยม มีม้าสองตัวที่ดูกระฉับกระเฉง
ลีวายมองมัน ข้อมูลที่เกี่ยวกับม้าก็ปรากฏขึ้นบนหัวม้า
【26/26】ความเร็วสูงสุด: 36 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
【24/24】ความเร็วสูงสุด: 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พูด
ตามตรงว่าม้าทั้งสองตัวนี้ค่อนข้างธรรมดา
แต่ใช้เป็นแค่พาหนะการขนส่งก็ไม่เป็นไร
ในที่สุดก็ได้สิ่งที่ต้องการทั้งหมดแล้วได้เวลาเดินทางกลับป้อมริมถนนสักที
แต่ว่า ทันทีที่เขาจับสายจูง จู่ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่า
เขาขี่ม้าไม่เป็น..
(จบบท)
วันนี้มีแค่ 1บทครับ