เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 ปวดใจ

บทที่ 17 ปวดใจ

บทที่ 17 ปวดใจ


พละกำลังของเขามหาศาลเพียงใดกัน เพียงหมัดเดียวก็ชกวัวตายได้ทั้งตัว นับประสาอะไรกับอมนุษย์เนาเหริน

เสียงเพียะดังสนั่นลั่นทุ่ง

กิ่งไม้ในมือฟาดเข้าที่ศีรษะของอมนุษย์ตนหนึ่งเต็มแรง

พลังทำลายล้างที่แฝงอยู่ระเบิดออก ปลิดชีพมันได้ในพริบตา ศีรษะของมันระเบิดกระจุยกระจาย!

เลือดและเศษเนื้อสาดกระเซ็นไปทั่วทุกทิศทุกทาง

แม้แต่เตียงไม้ที่อยู่ใต้ร่างของมันก็ทนรับพละกำลังนี้ไม่ไหว พังทลายลงครึ่งหนึ่งในทันที

"โฮก!"

อมนุษย์เนาเหรินที่เหลืออีกสองคนเห็นเหตุการณ์เข้า ก็พากันคำรามลั่นด้วยความโกรธแค้น และพุ่งเข้าใส่ฮั่วหลิงเฟยหมายจะฉีกกระชากเนื้อกิน

แต่ในชั่วพริบตาเดียว

กิ่งไม้ในมือของเขาพลิกหมุนเปลี่ยนทิศทาง แล้วสะบัดฟาดออกไปในแนวขวางอย่างรุนแรง!

"เพียะ!"

"ปัง!"

แรงฟาดทำให้กิ่งไม้พุ่งเข้าปะทะร่างของอมนุษย์ตนหนึ่งจนมันปลิวละลิ่วออกไปดุจลูกกระสุนปืนใหญ่ ทะลุผ่านเพิงเหล็กออกไปตกที่ถนนด้านนอก สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้คนรอบข้างในพริบตา!

ตามมาด้วยเสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วทั้งถนน!

ฮั่วหลิงเฟยหมุนตัวกลางอากาศ พลิกกิ่งไม้ในมือแล้วฟาดลงมาที่ศีรษะของอมนุษย์อีกคนหนึ่งอย่างแม่นยำ

ศีรษะของมันถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดทันที!

คราวนี้ กิ่งไม้ในมือดูเหมือนจะทนรับพละกำลังมหาศาลของฮั่วหลิงเฟยไม่ไหว หลังจากฟาดลงไปแล้วมันก็หักสะบั้นออกเป็นสองท่อน

ฮั่วหลิงเฟยปรายตามอง เห็นอมนุษย์ตนสุดท้ายดูเหมือนจะตระหนกตกใจและพยายามจะวิ่งหนีด้วยร่างที่โชกไปด้วยเลือด

เขาไม่เปิดโอกาสให้มันได้หนีรอดไปได้ เขาโยนกิ่งไม้ที่หักทิ้งไป แล้วหดนิ้วเป็นกรงเล็บ ตะปบออกไปอย่างรวดเร็ว!

พละกำลังอันน่าหวาดหวั่นพุ่งพล่านออกมาจากมือของเขา

คว้าหมับเข้าที่ศีรษะของอมนุษย์ตนนั้นได้อย่างแม่นยำ

ก่อนจะออกแรงบีบ!

"ปัง!"

สมองของมันระเบิดกระจุย ศีรษะทั้งซีกถูกฮั่วหลิงเฟยบีบจนแหลกคามือ

ใบหน้าอาบไปด้วยเลือด ทว่าแววตาของเขากลับเรียบเฉยเย็นชา

ดูเหมือนว่าการปลิดชีพอมนุษย์เนาเหรินทั้งสามจะยังไม่อาจดับไฟแค้นในอกได้ เขาหันไปมองความเคลื่อนไหวด้านนอกเพิงเหล็ก

อมนุษย์ตนที่ถูกเขาฟาดกระเด็นออกไป ดูเหมือนขาจะหักทั้งสองข้าง แต่ก็ยังคงส่งเสียงคำรามข่มขวัญออกมาไม่หยุด

เมื่อเห็นเช่นนั้น

เขาจึงใช้ปลายเท้าเตะกิ่งไม้ที่หักทิ้งไปให้พุ่งทะยานออกไปดุจลูกศร

"ฉัวะ!"

ด้วยพละกำลังอันมหาศาล กิ่งไม้นั้นพุ่งทะลุคอของมันจนมิด เลือดสาดกระจายไปทั่วท้องถนน

"เกิดเรื่องอะไรขึ้น?!"

"ข้างนอกเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมเสียงดังขนาดนี้?!"

"เร็วเข้า... รีบไปดูเร็ว!!"

"..."

เสียงระเบิดอากาศดังสนั่นสั่นสะเทือนไปทั่วท้องถนน ปลุกผู้คนที่กำลังหลับใหลให้สะดุ้งตื่น ทุกคนต่างลุกจากเตียง จุดตะกียงน้ำมัน ถือท่อนไม้เป็นอาวุธแล้วเปิดประตูออกมาดู

เมื่อเห็นซากศพโชกเลือดนอนอยู่บนถนน และร่างของฮั่วหลิงเฟยที่อาบไปด้วยเลือดค่อยๆ เดินออกมาจากเพิงเหล็ก

ทุกคนต่างก็พากันขวัญหนีดีฝ่อ

"นั่นไม่ใช่ลูกชายตระกูลฮั่วหรอกรึ?!"

"เกิดอะไรขึ้นน่ะ ทำไมเขาถึงเดินออกมาจากบ้านอาเล็กกันล่ะ?!"

"แถมเลือดท่วมตัวขนาดนั้น อย่าบอกนะว่าเขาฆ่าคน!"

"หุบปากเลยนะ พูดจาพล่อยๆ เขาเป็นถึงนักรบ ต่อให้ฆ่าคนแล้วจะอย่างไร อีกอย่าง ฮั่วหลิงเฟยข้าเห็นมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย เขาไม่มีทางฆ่าคนส่งเดชแน่ ต้องเป็นพวกอมนุษย์เนาเหรินแน่ๆ!"

"ใช่ๆ ดูเสื้อผ้าขาดๆ วิ่นๆ นั่นสิ..."

ทุกคนต่างก็มีสีหน้าตระหนกตกใจ เมื่อคาดเดาได้ว่ามีอมนุษย์เนาเหรินบุกเข้ามา ในใจก็เริ่มหวาดวิตก

พวกเขารู้จักฮั่วหลิงเฟยดีอยู่แล้ว และช่วงไม่กี่วันมานี้ก็มีข่าวลือหนาหูว่าเขากลายเป็นนักรบ

ประกอบกับซากศพที่แต่งตัวมอมแมมบนถนน ทำให้ทุกคนมั่นใจว่านั่นคืออมนุษย์เนาเหริน

"เสี่ยวเฟย!"

"เกิดเรื่องอะไรขึ้น!"

ฮั่วหยวนเองก็สะดุ้งตื่นเพราะเสียงอึกทึก เขาตกใจจนขวัญหายที่เห็นฮั่วหลิงเฟยไม่ได้อยู่ในบ้าน จึงรีบวิ่งออกมาดูด้วยความเป็นห่วง

พอเห็นลูกชายอยู่ในสภาพเลือดท่วมตัว เขาก็ถึงกับใจหายวาบ

เขารีบวิ่งฝ่าฝูงชนเข้าไปถามไถ่ฮั่วหลิงเฟยทันที

ฮั่วหลิงเฟยกวาดสายตามองไปรอบๆ โดยไม่สนใจชาวบ้านที่มุงดู เขาพยายามมองหาว่ายังมีอมนุษย์ตนไหนรอดหลงเหลืออยู่อีกหรือไม่

เมื่อเห็นพ่อวิ่งเข้ามาหา

เขาก็พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ในใจ แล้วเอ่ยปากบอกว่า "พ่อครับ... มีอมนุษย์เนาเหรินบุกมา... ครอบครัวอาเล็กถูกพวกมันกินหมดแล้วครับ!"

สิ้นคำพูดของเขา

ดวงตาของฮั่วหยวนเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนจะพุ่งตัวไปยังเพิงเหล็กด้านหลังฮั่วหลิงเฟยโดยไม่ลังเล

เมื่อเห็นภาพซากศพหลายร่างบนเตียงถูกกัดกินจนจำเค้าเดิมไม่ได้ เขาก็โกรธจนตัวสั่น ตบโต๊ะดังสนั่นพลางสบถออกมาด้วยความแค้น "ไอ้พวกเดรัจฉาน!!"

อาเล็กนั้นดีต่อครอบครัวเขามาก ตั้งแต่ลูกสาวของเขาเกิดเรื่อง อาเล็กก็คอยสอดส่องดูแลความปลอดภัยให้บ้านเขาเสมอมายามที่พวกเขาไม่อยู่

เพราะเกรงว่าจะมีพวกอมนุษย์เนาเหรินแอบเข้าไป

แต่ใครจะไปคิด ว่าสุดท้ายอาเล็กกลับต้องมาถูกพวกมันกินเสียเอง!

และดูจากสภาพแล้ว ดูเหมือนอาเล็กจะถูกกินในขณะที่ยังนอนหลับสนิทอยู่เสียด้วย

เมื่อคิดได้ดังนั้น

ฮั่วหยวนแทบจะกระอักเลือดด้วยความแค้น เขามองดูซากศพของพวกอมนุษย์เนาเหรินที่ถูกฮั่วหลิงเฟยฆ่าตาย แล้วคว้าก้อนอิฐขึ้นมา ทุ่มใส่ซากศพพวกมันอย่างบ้าคลั่ง "ไอ้พวกสัตว์นรก กูจะถลกหนังพวกมึงออกมาให้หมด!"

"กินคนอย่างนั้นรึ กินคนรึไง มึงยังอยากกินคนอยู่อีกไหม!!"

เขารู้สึกปวดใจอย่างที่สุด

ชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่รอบๆ เมื่อรู้ความจริง บางคนถึงกับน้ำตาคลอด้วยความโกรธแค้น ต่างพากันคว้าก้อนอิฐขึ้นมาช่วยฮั่วหยวนระบายโทสะใส่ซากศพพวกอมนุษย์เหล่านั้น

อาเล็กคนนี้เป็นคนดีที่คนทั้งถนนต่างรู้จักและเคารพ มีหลายคนเคยได้รับความช่วยเหลือจากเขา

เมื่อเขาต้องมาจบชีวิตลงอย่างสยดสยองเช่นนี้

หลายคนจึงรู้สึกโกรธแค้นจนถึงขีดสุด อยากจะฉีกร่างพวกอมนุษย์เนาเหรินให้เป็นหมื่นๆ ชิ้น

ฮั่วหลิงเฟยไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างใด หลังจากจัดการพวกอมนุษย์เนาเหรินเสร็จ เขาก็เดินสำรวจไปทั่วถนนสายนั้น

เมื่อแน่ใจว่าไม่มีพวกมันหลงเหลืออยู่อีกแล้ว เขาจึงลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

ทว่าแววตาของเขายังคงหมองหม่น

เขากับพ่อต่างก็รู้สึกเจ็บปวดใจไม่แพ้กัน และเขารู้ดีว่าหากแม่รู้เรื่องนี้เข้าก็คงจะเสียใจมากเช่นกัน

เขาเดินเข้าไปในบ้านของอาเล็กช้าๆ

ซากศพของพวกอมนุษย์เนาเหรินตอนนี้ถูกรุมทึ้งจนเละเทะไม่เหลือชิ้นดี

ฮั่วหยวนและชายฉกรรจ์อีกหลายคนจ้องมองร่างไร้วิญญาณบนเตียงพลางทอดถอนใจ

อาเล็กมีบุญคุณต่อครอบครัวพวกเขาอย่างมหาศาล แต่พวกเขายังไม่ทันได้ตอบแทน ก็ต้องมาจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของพวกอมนุษย์เนาเหรินเสียก่อน

หากเขาสังเกตเห็นเร็วกว่านี้สักนิด บางทีเรื่องเลวร้ายนี้อาจจะไม่เกิดขึ้น

แต่... โชคชะตามันช่างเล่นตลก

แม้แต่พวกเขาก็ไม่อาจคาดเดาอนาคตได้

ทำได้เพียงยืนมองด้วยความเงียบงันและเศร้าโศก

"ไอ้พวกอมนุษย์สารเลว อาศัยช่วงที่คนกำลังหลับมุดเข้ามาจับกิน!"

"ไอ้พวกเดรัจฉาน ถ้าพวกมึงกล้าโผล่หัวมาให้กูเห็นอีก กูจะหักแขนหักขาพวกมึงให้หมด!"

บางคนยังคงเดือดดาลไม่หาย

แม้แต่ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ไกลๆ ก็ได้แต่ส่ายหน้าพลางถอนใจด้วยความเวทนา "น่าเสียดายจริงๆ อาเล็กเป็นคนดีแท้ๆ ไม่น่ามาตายแบบนี้เลย"

"ถ้าไม่ใช่เพราะนักรบฮั่วมาเจอเข้า ป่านนี้พวกเราคงโดนหางเลขไปด้วยกันหมดแล้ว"

"ต่อไปนี้ตอนนอนคงต้องระวังตัวให้มากขึ้น ช่วงนี้พวกอมนุษย์เนาเหรินออกอาละวาดหนักจริงๆ..."

หลังจากเงียบสงัดอยู่ครู่หนึ่ง ฮั่วหยวนและคนอื่นๆ ก็ช่วยกันแบกร่างของอาเล็กและครอบครัวออกมา สภาพของแต่ละร่างแหลกเหลวเกินกว่าจะจดจำใบหน้าได้

จากนั้นพวกเขาจึงทำพิธีคารวะศพเป็นครั้งสุดท้าย

ก่อนจะช่วยกันรวบรวมฟืนมาสุมไว้ แล้วนำร่างของพวกเขาวางลงบนกองเพลิงเพื่อเผาทำลาย

เพราะหากเลือกที่จะฝังลงดิน ด้วยประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นของพวกอมนุษย์เนาเหริน พวกมันคงจะขุดศพขึ้นมาแทะกินในเวลาไม่นาน

และมันจะยิ่งดึงดูดพวกอมนุษย์ตนอื่นให้แห่กันมาที่นี่มากขึ้น

ถึงตอนนั้นสลัมแห่งนี้คงไม่มีวันได้สงบสุขอีกเลย

ดังนั้น ทันทีที่มีคนตาย พวกเขาจึงต้องรีบเผาศพเพื่อตัดต้นตอของกลิ่นที่พวกมันโปรดปราน

เมื่อเหตุการณ์คลี่คลายลง ชาวบ้านต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้านของตน แต่กลับไม่มีใครกล้าข่มตานอน เพราะหวาดผวาว่าพวกอมนุษย์เนาเหรินจะโผล่มาอีกเมื่อไหร่

"อาเล็ก... เฮ้อ... คืนนี้พ่อจะอยู่เฝ้าศพให้เขาเอง เสี่ยวเฟย ลูกกลับไปนอนเถอะ" ฮั่วหยวนยืนอยู่หน้ากองไฟ เขามองไปที่ร่างของฮั่วหลิงเฟย และเมื่อเห็นว่าลูกชายยังไม่ยอมขยับไปไหน จึงเอ่ยปากออกมา

ในบ้านของอาเล็กไม่เหลือใครที่มีชีวิตรอดอีกแล้ว ย่อมต้องเป็นฮั่วหยวนที่ออกหน้าจัดการงานศพให้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีชาวบ้านคนอื่นๆ อยู่เป็นเพื่อนด้วย ซึ่งล้วนแต่ตั้งใจเดินทางมาช่วยกันเองทั้งสิ้น

"พ่อครับ ผมขอคำนับลาอาเล็กอีกสักหน่อย" ฮั่วหลิงเฟยเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขาโน้มตัวลงคำนับต่อหน้ากองเพลิงที่โหมกระหน่ำครั้งแล้วครั้งเล่า

หลังจากอยู่เฝ้าเป็นเพื่อนอยู่ครู่หนึ่ง ความเหนื่อยล้าทั้งทางกายและใจก็เริ่มถาโถมเข้ามาอย่างหนัก เขารู้ดีว่าหากไม่พักผ่อนตอนนี้ ร่างกายคงจะทนรับไม่ไหว จึงทำได้เพียงกล่าวคำขอโทษต่ออาเล็กเบาๆ ในใจ ก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านไป

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 17 ปวดใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว