เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

13 - โทสะ

13 - โทสะ

ตอนที่ 13 - เหตุการณ์ฉุกเฉินที่ชายแดนรกร้าง


ตอนที่ 13 - เหตุการณ์ฉุกเฉินที่ชายแดนรกร้าง

ในขณะที่พายุใหญ่กำลังพัดไปทั่วทุกดินแดน ความวุ่นวายก็ปะทุขึ้นอย่างไรก็ตามกลุ่มอำนาจหลายกลุ่มในเก้าสวรรค์สิบพิภพยังไม่ทราบถึงเรื่องนี้

ที่พรมแดนที่อยู่ติดกับอีกฝั่งซึ่งเป็นกำแพงกั้นขนาดใหญ่ที่ยังคงปิดผนึกไว้อย่างหนาแน่นไม่มีใครทราบทราบว่าเกิดรอยร้าวขึ้นตั้งแต่เมื่อใด!

คำสั่งของตระกูลหวังถูกส่งไปทั่ว ทุกดินแดนสั่นสะเทือน!

เฉพาะครั้งนี้มันแตกต่างจากก่อนหน้า นี่ไม่ใช่การแสดงอำนาจของตระกูลหวัง

การต่อสู้ของผู้อาวุโสใหญ่กับเซียนอมตะหวังทำให้โลกต่างตกตะลึง

ชื่อของฮวงก็ยิ่งถูกส่งต่อไปยังทุกตระกูลดึงดูดความสนใจจากทุกด้านเตือนสาวกของพวกเขาอย่างเคร่งครัดว่าอย่าได้ยั่วยุ

ผลของการต่อสู้ครั้งนี้สามารถเห็นได้อย่างชัดเจน ตระกูลใหญ่ต่างๆล้วนแสดงท่าทีว่าพวกเขาจะไม่เป็นศัตรูกับสือฮ่าว พวกเขาทั้งหมดเห็นว่าผู้อาวุโสใหญ่มีทัศนคติแบบไหนต่อสถานการณ์นี้โดยรู้ว่าเขาจะไม่ยอมให้มีการยั่วยุใดๆเกิดขึ้น

“นี่เรื่องจริงเหรอ…” เฉาอวี้เซิงรู้สึกมึนงง เมื่อได้รับข่าวเขาก็อึ้งสงสัยเล็กน้อยว่านี่เป็นข่าวจริงหรือข่าวปลอม

เป็นเพราะความวุ่นวายในครั้งนี้มากเกินไป เพื่อผลประโยชน์ของฮวงผู้อาวุโสใหญ่ได้ต่อสู้กับตระกูลอมตะด้วยตัวคนเดียวด้วยขั้นพลังที่สูงส่งแข็งแกร่ง

หนุ่มสาวหลายคนเช็ดเหงื่อเย็นๆพวกเขาอดรู้สึกอิจฉาไม่ได้ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดใน 9สวรรค์ 10 พิภพ เมิ่งเทียนเจิ้งแสดงจุดยืนปกป้องศิษย์ของเขาใครจะกล้ายั่วโมโห?

ด้วยปรมาจารย์ระดับนี้สามารถเดินผ่านเก้าสวรรค์สิบพิภพได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ไม่มีที่ให้หลบซ่อน

“ ตระกูลหวังสมควรจะถูกจัดการซะบ้าง พวกเขาคงหลงคิดว่าพวกเขาเป็นเจ้าเหนือหัวของ เก้าสวรรค์สิบพิภพสามารถตัดสินชีวิตและความตายของผู้อื่นได้?

คราวนี้ผู้อาวุโสใหญ่จัดการพวกเขาลงไปมันเป็นเรื่องที่น่ายินดีจริงๆ!” มีคนแสดงความยินดีจำนวนไม่น้อย

หลายคนมาจากสำนักเทพสวรรค์

การสำรวจถ้ำเซียนอมตะใต้ดินสิ้นสุดลงแล้วผู้เชี่ยวชาญรุ่นเยาว์เหล่านั้นก็ออกมารวมถึงราชันย์สวรรค์อาทิตย์ม่วง, มหาโสดา, หลานเซียน, ซีกู้และคนอื่น ๆ

เมื่อหวังซีได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของทุกคนใบหน้าของนางก็แปรเปลี่ยนเล็กน้อย นางอยากจะออกไปจากที่นี่ทันที

เมื่อเทียบกันแล้วองค์หญิงเหยาเยว่มีความสุขมากกว่า เมื่อเห็นคู่แค้นต้องทนทุกข์ทรมาน ไม่มีอะไรที่ทำให้มีความสุขไปกว่านี้เพราะทั้งสองตระกูลเป็นศัตรูเก่า

พ่อขององค์หญิงเหยาเยว่คือซูหมิงซวน คราวนี้ตระกูลซูยืมธงสงครามโบราณอมตะให้กับผู้อาวุโสใหญ่สำนักเทพสวรรค์ เป็นการแสดงออกชัดเจนว่าสำนักเทพสวรรค์กับตระกูลราชวงศ์ร่วมรุกร่วมถอยด้วยกัน ผู้อาวุโสใหญ่เข้ามาในดินแดนบรรพบุรุษของตระกูลหวังด้วยพลังของผ้าห่อศพและแสดงให้เห็นถึงพลังสมบัติเซียนขั้นสูงสุดของตระกูลซูถือได้ว่าช่วยให้พวกเขามีหน้ามีตาไปด้วย

“เทพธิดาหวังซีไม่จำเป็นที่เจ้าต้องกังวล ด้วยความที่บรรพบุรุษของท่านเซียนอมตะหวังเป็นที่ทราบกันว่าเขามาถึงขึ้นเซียนอมตะได้ไม่มีทางที่เขาจะพ่ายแพ้ในศึกครั้งนี้” มีคนปลอบใจหวังซี

บรรดาคนจากสำนักปราชญ์เชื่อมั่นว่าจินซานกำลังจะออกจากการกักตัว เมื่อถึงเวลานั้นเขาอาจต่อสู้ขั้นสุดท้ายกับฮวง

จินซาน นับเป็นความภาคภูมิใจของศิษย์สำนักปราชญ์ไม่มีใครสามารถประเมินความแข็งแกร่งของเขาได้ ตั้งแต่เริ่มบ่มเพาะมา เขากวาดล้างทุกอย่างที่ขวางหน้า

แต่ถึงปากจะกล่าวอย่างเชื่อมั่นแต่ในใจลึกๆแล้วพวกเขายังคงรู้สึกหนักอึ้งอยู่บ้างเพราะ สือฮ่าวใช้ร่างกายเป็นเมล็ดพันธุ์ซึ่งเหนือกว่าคนรุ่นก่อนๆทั้งหมดเขาเป็นคนเดียวที่ประสบความสำเร็จ พรสวรรค์ของเขาน่ากลัวเกินไปแล้ว

“ฮวงฝึกฝนชิชาเซียนโบราณพี่ใหญ่จินซานฝึกฝนวิชาของโลกปัจจุบัน ส่วนใครจะแข็งแกร่งกว่าและใครอ่อนแอกว่าเราจะได้รู้หลังจากการต่อสู้ครั้งนี้”

“ยิ่งไปกว่านั้นข้าได้ยินมาว่าเขาเพิ่งฝึกฝนเท่านั้น ยังมีช่องว่างอีกมากให้ไขว่คว้าในบรรดาคนรุ่นใหม่แม้ว่าเขาจะไม่ติดอันดับ 1 แต่ก็ต้องติด 1 ใน 3 อย่างแน่นอน” ผู้คนจากสำนักปราชญ์ต่างให้เชื่อมั่นต่อจินซาน

“ทำไมเราไม่จัดวันให้พวกเขาประลองกันล่ะ? ข้าจะช่วยพวกเจ้านัดหมายฮวงให้ ที่พวกเจ้าต้องทำก็แค่เชิญจินซานออกมา?” องค์หญิงเหยาเยว่กล่าวพลางหัวเราะคิกคัก

คนของปราชญ์แกล้งมองข้ามคำพูดของนางไปทันที

จากที่ห่างไกลราชันย์สวรรค์อาทิตย์ม่วงก็เก็บตัวเงียบ ก่อนหน้านี้เขาเคยเป็นจุดความสนใจของทุกคน เป็นที่รู้กันว่าเป็นหนึ่งในผู้แข็งแกร่งที่ทรงพลังที่สุดในยุคนี้ แต่หลังจากการต่อสู้กับฮวงซึ่งเขาประสบกับความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่เขาก็สูญเสียคุณสมบัติที่จะมุ่งสู่อันดับหนึ่ง

มหาโสดา , ซีกู้ และคนอื่น ๆยังคงดีกว่าแม้ว่าพวกเขาจะต่อสู้กลับสือฮ่าวอยู่ด้วย แต่ก็ไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าพ่ายแพ้ให้แก่ฮวง

“ เวลาไม่เช้าแล้ว?พวกเจ้าทุกคนยังคุยกันอย่างไม่สนใจระเบียบ พวกเจ้าควรสนใจเพิ่มระดับบ่มเพาะของตัวเองให้ได้มากที่สุดสิ่งมีชีวิตอีกฝั่งอาจข้ามมาเมื่อไหร่ก็ได้ ผู้อาวุโสจากสำนักปราชญ์สั่งสอนเสียงดัง

ในตอนนั้นเองลมสวรรค์พัดมาผู้อาวุโสใหญ่พาสือฮ่าวกลับมาแล้ว

ในความเป็นจริงพวกเขาควรจะกลับมาถึงเมื่อสองวันก่อน แต่พวกเขาหยุดพักเพื่อหลอมยาเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำหนักม่วงของสือฮ่าว จำเป็นต้องใช้สมุนไพรเก่าแก่หลายประเภทเป็นส่วนผสมเสริม

น่าเสียดายที่พวกเขายังไม่สามารถรวบรวมทุกอย่างได้ครบ มียาศักดิ์สิทธิ์บางอย่างที่หายากเกินไปแม้แต่คนที่มีอำนาจอย่างผู้อาวุโสใหญ่ยังไม่สามารถเสาะหาได้

อย่างไรก็ไม่ต้องรีบเร่งมากนัก สมุนไพรตำหนักม่วงสามารถเสริมสร้างวิญญาณดั้งเดิมได้และมันก็มีผลเช่นเดิมไม่ว่าจะถูกนำมาใช้เมื่อใด ไม่นานหลังจากสือฮ่าวกลับมาถึง จากความเงียบสงบเพียงไม่นานมานี้กลายเป็นความวุ่นวายในทันที

“ผู้อาวุโสใหญ่!” หลายคนร้องเอะอะเดินขึ้นไปคำนับทักทาย

สือฮ่าวก็ถูกล้อมรอบเช่นกัน กระต่ายจันทราชางกงเหยียน เฟิงหวู่และคนอื่นๆต่างก็มีความสุขมาก หลังจากนี้สือฮ่าวแทบจะไม่ได้รับอันตรายใดๆอีกต่อไป ไม่มีใครกล้าทำร้ายเขาอย่างแน่นอน

“เฮ้เฮ้เฮ้พวกเจ้าทุกคนระวังหน่อย! หยุดตบไหล่เขาสักที! ต่อหน้าราชาองค์นี้พวกเจ้าควรทำตัวสงบเสงี่ยมหน่อย!” มดตัวน้อยบนไหล่ของสือฮ่าวร้องอย่างไม่พอใจและหลีกเลี่ยงมือขนาดใหญ่เหล่านั้น

สือฮ่าวหัวเราะไปด้วย ความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่มากเขารู้สึกขอบคุณผู้อาวุโสใหญ่จากก้นบึ้งของหัวใจ

ตอนนี้จิตใจของเขาไม่ค่อยสงบนักเพราะเขามีเรื่องไม่เข้าใจ 2-3 ข้อ ด้วยความแข็งแกร่งที่ไม่มีใครเทียบได้ของเซียนอมตะหวังทำไมเขาถึงยอมประนีประนอมเช่นนี้?

ต้องเข้าใจว่าการต่อสู้ของเขากับผู้อาวุโสใหญ่จบลงด้วยผลเสมอ ไม่คุ้มค่ากับชื่อเสียงของเขาเสียไปในฐานะผู้แข็งแกร่งที่สุดในโลก

ในตอนนั้นสีหน้าของผู้อาวุโสใหญ่ดูจริงจังด้วยการถอนหายใจเบา ๆ เขาบอกว่าเป็นเพราะสายตาของเซียนอมตะหวังเฉียบคมเกินไปเขามองเห็นบางสิ่งบางอย่างต้องการหลีกเลี่ยงการจมอยู่ในพายุนี้

การต่อสู้ครั้งนี้ทำให้เซียนอมตะหวังมีข้ออ้างในการพาตัวเข้าสู่ความสันโดษชั่วคราว เขาจะไม่ออกมาอีกในเร็วๆนี้

นั่นคือเหตุผลที่ขากลับสือฮ่าวมักจะรู้สึกไม่สบายใจอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นผู้อาวุโสใหญ่หรือเซียนอมตะหวังทั้งคู่ต่างก็เป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในโลก เรื่องที่เซียนอมตะหวังต้องการหลีกเลี่ยงย่อมไม่ใช่เรื่องเล็กๆ

“ในเมื่อทุกคนอยู่ที่นี่แล้วพวกเราก็ควรคุยกันดีกว่าถึงความร่วมมือของ 3 สำนัก” ผู้อาวุโสจากสำนักปราชญ์กล่าว

นี่ไม่ใช่การตัดสินใจอย่างกะทันหันแต่ได้รับการกล่าวถึงล่วงหน้ามานานแล้ว สำนักเซียนสำนักปราชญ์สำนักเทพสวรรค์กำลังจะรวมตัวกันเพื่อให้เหล่าลูกศิษย์มีปฏิสัมพันธ์แลกเปลี่ยนคำชี้แนะเพื่อกระตุ้นให้พวกเขาแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

แน่นอนว่าสาเหตุหลักเป็นเพราะพวกเขาค้นพบถ้ำเซียนอมตะทรัพยากรที่นั่นถูกค้นกลับมาแล้วสามารถเลี้ยงดูลูกศิษย์ 3 สำนักได้อย่างสบาย

ก่อนหน้านี้ผู้อาวุโสใหญ่สำนักเทพสวรรค์ไม่ได้อยู่ที่นี่แต่นำสือฮ่าวไปเมื่อเขากลับมาในฐานะบุคคลสำคัญเห็นได้ชัดว่าพวกเขาต้องขอความเห็นจากผู้อาวุโสใหญ่

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมครั้งนี้ผู้ปกครองของเหล่าศิษย์ทั้งสามสำนักจำนวนไม่น้อยมาถึงที่นี่เป็นการส่วนตัว

อีกอย่างคนเหล่านี้ยังต้องการถามเกี่ยวกับรายละเอียดการต่อสู้ของผู้อาวุโสใหญ่กับเซียนอมตะหวังหลายคนยังตกใจและรู้สึกสงสัย

“ดินแดนโบราณเป็นดินแดนสวรรค์ที่ท้าทายอย่างยิ่งมีถ้ำเซียนอมตะมากมาย หากพวกมันถูกขุดค้นทั้งหมดแล้วย้ายไปอยู่ในพื้นที่เดียวมันจะทำให้เกิดดินแดนล้ำค่าที่ไม่อาจจินตนาการได้” ผู้อาวุโสสำนักเซียนกล่าว

“ความตั้งใจของเจ้าคือการย้ายถ้ำเหล่านั้นออกไปและรวมเข้าด้วยกัน? เรื่องนี้มีความยากลำบากมากเกินไปเพราะมันเป็นถ้ำของเซียนอมตะที่แท้จริงในถ้ำต้องมีกับดักค่ายกลทรงพลังมากมาย” ใครบางคนขมวดคิ้ว

ทุกคนพูดคุยกันและพยายามตัดสินใจว่าพวกเขาจะไปทำอะไร และที่ไหนกันแน่ที่จะใช้ก่อตั้งสำนัก

ในเวลานี้คลื่นแห่งความผันผวนที่น่าตกใจเกิดขึ้นระหว่างสวรรค์กับโลก มิติถูกแยกออกเรือรบโบราณสภาพยับเยินพุ่งออกมาพร้อมกับหมอกสีเลือดและพลังชั่วร้ายน่าสะอิดสะเอียน

“ใครกล้าล่วงเกินสถาบันเทพสวรรค์” ผู้อาวุโสบางคนตะโกน

ผู้อาวุโสใหญ่โบกมือของเขาไม่ให้ผู้อาวุโสคนนั้นตะโกนออกไป การแสดงออกของเขาดูจริงจังอย่างไม่น่าเชื่อขณะที่จ้องไปที่เรือรบทองแดง

ทุกคนต่างตกตะลึง พวกเขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าทุกคนจ้องไปที่เรือทองแดงที่เปื้อนเลือดลำนั้น

เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเรือผุพังลำนี้ถึงเข้ามาในสำนักเทพสวรรค์ได้ มีหยดเลือดที่หยดลงมาจากพื้นผิวเรืออย่างต่อเนื่อง

“มันมาจากชายแดน!” การแสดงออกของผู้อาวุโสใหญ่นั้นรุนแรง เมื่อเขาพูดคำนี้ทุกคนที่นี่รู้สึกถึงความหนาวเย็นทันที

รูปแบบของเรือลำนี้เป็นลักษณะเฉพาะของพื้นที่ชายแดน นอกจากนี้ยังมีตราสัญลักษณ์สงครามที่ชัดเจนบนพื้นผิวถูกแกะสลักไว้ ยังมีของอีกสิ่งหนึ่งมันคือธงสงครามที่เต็มไปด้วยเลือด!

กองทัพไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้สัญลักษณ์นี้เมื่อเคลื่อนที่ผ่านเก้าสวรรค์สิบพิภพ จะทำเช่นนี้ได้ที่ชายแดนเท่านั้น

หลังจากที่เรือรบทองแดงซ์พุ่งออกมาก็ไม่มีสิ่งใดตามมาอีกมันจอดอย่างสงบนิ่ง

จิ!

ผู้อาวุโสใหญ่บินขึ้นไปในอากาศอย่างรวดเร็ว อาวุโสคนอื่นก็รีบตามไปด้วย

"ตื่น!" ผู้อาวุโสใหญ่ปีนขึ้นไปบนเรือทันทีก็สังเกตเห็นชายวัยกลางคนที่หมดสติเหลือเพียงครึ่งร่างของเขาเต็มไปด้วยเลือด

ผู้อาวุโสใหญ่ถ่ายทอดพลังปราณเข้าไปในร่างของเขาเพื่อให้เขาฟื้นคืนสติมา

“แย่แล้ว…กำแพงมิติถูกทะลวงผู้แข็งแกร่งจากอีกฟากหนึ่งได้ปรากฏตัวแล้ว!” ชายวัยกลางคนตะโกน แม้ว่าเขาจะอ่อนแอมาก แต่เสียงของเขาก็ยังคงดังก้องไปทั่วฟ้า

"อะไรนะ?!"

ในขณะนี้เสียงคร่ำครวญนับไม่ถ้วนดังขึ้น จากนั้นทุกคนรู้สึกว่าหนังศีรษะของพวกเขาชาด้านหนาวสั่นไปหมด คำพูดเหล่านี้น่าตกใจเกินไป

นี่เป็นข้อมูลที่สร้างความแตกตื่นทั่วโลก!

ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่านี้อีกแล้ว สถานการณ์เปลี่ยนไปไม่เป็นไปตามแผนสิ่งที่ทุกคนกังวลมากที่สุดก็เกิดขึ้นแล้ว

ทุกคนต่างรู้ดีว่าวันนั้นจะต้องมาถึงสิ่งมีชีวิตของอีกฝั่งจะปรากฏตัวและเข่นฆ่าพวกเขาในโลกนี้อีกครั้ง เมื่อเวลานั้นมาถึงโลกจะตกอยู่ในความสับสนวุ่นวายเลือดจะไหลนองทะเลกระดูกไม่มีที่สิ้นสุด

เมื่อวันนั้นมาถึงอย่างแท้จริงมันจะเป็นช่วงเวลามืดมนที่โลกคงจะไม่สงบสุขอีกต่อไป

ใครจะไปคาดคิดว่าวันนั้นจะมาถึงในวันนี้ มันเป็นสิ่งที่ยากจะยอมรับ

จิตใจของทุกคนหนาวเหน็บพวกเขายังเตรียมการไม่เสร็จแต่สิ่งมีชีวิตของอีกฝ่ายกำลังจะเข่นฆ่าเข้ามา!

หลายคนสั่นสะท้านภายในใจ บางที…ช่วงเวลาที่น่ากลัวที่สุดได้เริ่มขึ้นแล้ว!

จบบทที่ 13 - โทสะ

คัดลอกลิงก์แล้ว