เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม

บทที่ 1 ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม

บทที่ 1 ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม


บทที่ 1 ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม

เทือกเขาอันกว้างใหญ่รอบๆมียอดเขาสูงและหุบเหวขนาดใหญ่และกลุ่มภูเขาที่ไม่มีที่สิ้นสุดตั้งตระหง่านอยู่

แสงแดดส่องผ่านเมฆที่ย้อมสีและกระจายแสงสีทองขณะที่ผู้คนอาบน้ำอย่างอบอุ่นภายใน

เมื่อมีคัมภีร์อมตะอยู่ในมือ สือฮ่าวและมดตัวน้อยก็พอใจอย่างหาที่เปรียบมิได้ นี่คือเป้าหมายสูงสุดของการเดินทางครั้งนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงเต็มไปด้วยความสุขที่ได้รับมัน

แม้ว่าจะยังคงเสียดายอยู่บ้าง แต่บทหลังของคัมภีร์อมตะก็ไม่ได้อยู่ในดินแดนฝั่งนี้ แต่ถูกคนทรยศขโมยข้ามไปอีกฝั่งของดินแดนและในตอนนี้พวกเขาไม่มีความจำเป็นต้องเร่งรีบในการค้นหาบทหลังของคำภีร์แต่อย่างใด

ตอนนี้มันเพียงพอแล้วตราบใดที่พวกเขาฝึกฝนคำภีร์ในส่วนแรกอย่างจริงจัง!

“พวกเจ้าควรออกไปได้แล้ว พลังอันมหาศาลของสถานที่แห่งนี้กำลังปราบปรามคนนอกอย่างพวกเจ้าการอยู่ที่นี่นานเกินไปอาจทำให้ขั้นพลังของพวกเจ้าเสียหายได้ซึ่งยากจะฟื้นฟูกลับมา” อีกาเตือน

กระดูกของบรรพบุรุษพวกเจ้าฝังไว้ที่นี่ โดยปกติพลังงานชั่วร้ายจะไม่ค่อยปรากฏออกมา แต่จะปะทุในช่วงเวลาพิเศษ เมื่อเวลาเหล่านั้นมาถึงแม้แต่ผู้สูงสุดยังต้องหลบหนี

“ขอบคุณท่านผู้อาวุโส!” สือฮ่าวโค้งคำนับแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจ

“ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะสามารถฝึกฝนคัมภีร์อมตะได้สำเร็จและบรรลุความสมบูรณ์แบบ!” อีกาพูดอย่างจริงจังและมองไปที่สือฮ่าว

“ข้าจะทำให้สำเร็จ!” สือฮ่าวให้สัญญาซึ่งจะเป็นเรื่องยากมากเพราะมีคัมภีร์อีกห้าหน้าในส่วนหลังไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด

“ภูเขาลูกนี้ถล่มลงมาแล้วไม่เป็นไรจริงๆเหรอ?” มดตัวน้อยถาม

ท้ายที่สุดพวกเขาได้รับประโยชน์จากการล่มสลายของยอดเขาลูกนี้ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ

“ไม่ต้องสนใจหรอกถ้าวันหนึ่งมีคนจากอีกฟากกลับมาเห็นฉากนี้คงคิดว่าปีนั้นที่พวกเขาทำไม่สำเร็จจนเป็นเหตุให้ยอดเขาพังลงมา” อีกาพูดพร้อมกับกลายเป็นควันสีดำโฉบไปมาเพื่อจัดเรียงก้อนหินเหล่านั้นใหม่

“ลาก่อน!ผู้อาวุโส” สือฮ่าวหันมากล่าวอำลาพลางถอนหายใจเงียบๆ

เพราะเขารู้แล้วว่าอีกาตัวนี้คือสิ่งใด

เบื้องหลังพวกเขาควันสีดำกลับมารวมตัวกันเป็นอีกาอีกครั้ง จากนั้นก็สลายกลายเป็นใบหน้าคนขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยความหดหู่สิ้นหวัง

ในที่สุดใบหน้าที่ใหญ่โตนี้ก็ค่อยๆสลายหายไปอย่างช้าๆ

พวกเขาเป็นวิญญาณของวีรชนและบางคนก็ผ่านมาหลายยุคหลายสมัย ด้วยความยึดติดบางอย่างวิญญาณเหล่านี้จึงไม่ได้สลายหายไปตามกาลเวลา

กลุ่มวิญญาณวีรชนที่อาฆาตแค้นเหล่านี้พวกเขาต้องการเห็นคนรุ่นหลังผงาดขึ้นหวังล้างความอัปยศของบรรพบุรุษและเอาชนะศัตรูอีกฟากหนึ่งให้ได้

เหล่าศัตรูทำลายดินแดนบริสุทธิ์ของฝั่งนี้ฆ่านักรบทำลายลูกหลานของพวกเขา

นี่เป็นความเกลียดชังที่ดำเนินมาตั้งแต่สมัยโบราณแม้ว่าจะตายไปแล้ว แต่ความสิ้นหวังและเคียดแค้นก็ยังคงลอยอยู่ในโลกนี้.

สือฮ่าวอยู่ห่างออกไปแต่ยังได้ยินเสียงการต่อสู้เก่า ๆแม้ว่ามันจะคลุมเครือมากแต่ความโศกเศร้ายังพุ่งตรงเข้าสู้หัวใจเขา

พวกเขาตายจนหมดสิ้นและครอบครัวของพวกเขาก็ไม่มีใครคุ้มครอง ต้องเผชิญการล้างเลือดครั้งใหญ่

สือฮ่าวมองเห็นผืนดินที่เปื้อนเลือด ชายทุกคนจากทุกเผ่าพันธุ์ต่างๆเข้าสู่สงครามครั้งนี้ เหลือแต่ผู้หญิงและเด็กแต่ผลที่ตามมาคือความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ เหล่าผู้ชราที่อ่อนแอต่างเป็นเช่นเดียวกับผู้หญิงและเด็กเล็กล้วนถูกฆ่าล้าง

บรรพบุรุษเสียชีวิตในสนามรบทั้งหมด!

นี่คือเรื่องราวอันน่าเศร้าของดินแดนฝั่งนี้ เดิมมีความเจริญรุ่งเรืองแต่ผลที่ตามมาคือถูกทำลายล้างโดยผู้คนในอีกฟากหนึ่งทำให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่

"ข้าจะไม่ยอมให้สิ่งนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง!" สือฮ่าวสาบานกำหมัดแน่น

"ท่านแม่พี่น้องทุกคนข้าคิดถึงพวกท่าน ... " ดวงตาของมดน้อยป็นสีแดงก่ำเดินโซเซไปทีละก้าวเมื่อเห็นคนที่เขารักต่างถูกฆ่าที่นี่?

เป็นการยากที่จะทำใจได้เมื่อเห็นความโหดร้ายนี้: "เราต้องแข็งแกร่งขึ้นจากนั้นก็ข้ามไปล้างแค้นให้พวกเขา แม้เจ้าจะตายก็ต้องเป็นเหมือนพ่อของเจ้าหลั่งเลือดจนหยดสุดท้ายเข่นฆ่าศัตรูให้พินาศ!”

เมื่อพวกเขาเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ครั้งแรกพวกเขาเห็นศพมากมายและแม้แต่เลือดที่ไหลออกมาก็ยังคงเดือดพล่าน

สือฮ่าวรู้ว่าพวกเขาได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงนั่นคือจุดจบสุดท้ายของบรรพบุรุษ!

วีรชนผู้ล่วงลับ!

สือฮ่าวทำได้แค่ถอนหายใจ!

พวกเขาหันหลังออกไปจากดินแดนโบราณแห่งนี้ไปตามทางบนภูเขาที่สูงตระหง่านหลายลูก

"อาสวรรค์! หากข้ามองไม่ผิด... เขายังมีชีวิตอยู่!" ใครบางคนอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมา

ข้างนอกยังมีคนบางส่วนที่ยังไม่ได้กลับไปที่จริงแล้วมีผู้คนไม่น้อยรอดูจุดจบของสือฮ่าว

มีเมืองขนาดใหญ่หลายแห่งในซื่อหลินเป่ยไห่(ทะเลเหนือ)ที่มีผู้คนอาศัยเป็นจำนวนมาก

ทุกคนเชื่อว่าการเข้าสู่สนามรบจำลองขั้นสูงสุดของสือฮ่าวจะต้องตายอย่างแน่นอนและเป็นไปไม่ได้มีชีวิตรอดกลับมา มันเป็นเส้นทางที่ไม่อาจหวนกลับ

ดังนั้นหลายคนไม่ต้องการเสียเวลาที่นี่

อย่างไรก็ตามการปรากฏตัวของสือฮ่าวสร้างความตื่นตระหนกแก่ผู้คนอย่างยิ่งเป็นข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนทั่วทะเลเหนือ!

ไม่เคยมีใครรอดชีวิตออกมาได้มันเต็มไปด้วยอันตราย สนามรบขั้นสูงสุดนั้นน่ากลัวเกินไปและเป็นไปไม่ได้ที่จะมีชีวิตรอดกลับมา

วันนี้ใครบางคนสร้างตำนานและความสำเร็จอันน่าทึ่ง!

ตูม!

ความเดือดพล่านที่นี่ข่าวแพร่กระจายทุกทิศทางไปยังเมืองใหญ่หลายแห่งและส่งไปยังส่วนลึกของทะเลเหนือ

"เขาสามารถมีชีวิตกลับมาได้ สมกับเป็นอัจฉริยะแห่งสวรรค์ตัวจริง!"

คำสรรเสริญใดๆของอัจฉริยะในยุคนี้ต่างจืดจาง เมื่อเปรียบเทียบความสำเร็จของสือฮ่าว ทุกคนต่างรู้ในสนามรบจำรองขั้นสูงสุดถ้าเข้าไปจะต้องตายอย่างแน่นอน อดีตเป็นเช่นนี้ ปัจจุบันก็สวมควรเป็นเช่นนี้

ไม่ต้องพูดถึงความรู้สึกของคนอื่นสือฮ่าวเองก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเช่นกัน เขาได้พบกับยอดฝีมือที่ไม่มีใครเทียบได้ในดินแดนแห่งนี้และแม้ว่าเขาจำทุ่มสุดตัวก็ทำได้เพียงแค่พ่ายแพ้ตกตายทั้งสองฝ่าย เขารู้ดีว่าผู้คนจากอาณาจักรต่างๆเข้าสู่สนามรบจำรองขั้นสูงสุด และอันตรายที่พวกเขาพบนั้นสอดคล้องกับขอบเขตพลังของพวกเขา

เขาสามารถพบกับผู้นำทัพหนุ่มสาวของอีกฝั่ง หากผู้ยิ่งใหญ่ฝั่งนี้เข้าไปพวกเขาอาจพบกับครึ่งก้าวผู้อมตะ

เส้นทางขากลับเงียบสงบไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง

แมงป่องโบราณบนภูเขายักษ์เช่นเดียวกับซากศพโบราณบนหน้าผาลาดชัน ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆเมื่อเขาเดินผ่าน

ในที่สุดก็หลุดพ้นจากอันตรายสือฮ่าวถอนหายใจอย่างโล่งอก

เฮ่อ!

ทันใดนั้นลมก็พัดพาหมอกสีดำปลิวคละคลุ้งพร้อมกับฝนตกหนักกระหน่ำท่วมท้นพื้นดินด้านนอกภูเขายักษ์หลายลูก

บรรยากาศอึดอัดชวนตกตะลึง!

"แย่แล้ว!ที่นี่ไม่เคยมีฝนตกมาหลายล้านปีแล้วหรือว่าวิญาณอมตะมีอยู่จริง!"

บางคนตะโกนทำสร้างความโกลาหลและหลายคนก็หนีไปอย่างรวดเร็ว

เพราะที่นี่ทั้งมืดครึ้มเต็มไปด้วยหมอกและความอึดอัด

มีเพียงสือฮ่าวเท่านั้นที่รู้ว่านี่ไม่ได้มีสาเหตุจากวิญาณอมตะ แต่เป็นคนอื่น

พายุรุนแรงพัดกระหน่ำจนท้องฟ้าถูกฉีกออกเป็นรอยแยกมิติพร้อมกลับพาร่างสือฮ่าวลอยเข้าสู่รอยแยกนั้น

เมื่อยืนอยู่ที่นี่มองไปที่ท้องฟ้าสือฮ่าวรู้สึกถึงความต่ำต้อยของคนคนหนึ่งเมื่อเทียบกับจักรวาลอันกว้างใหญ่

"เป็นเจ้านั้นเอง!" สือฮ่าวหว่างคิ้วปรากฏเป็นเส้นสีดำ สีหน้าของเขาแสดงความไม่พอใจ

ฝั่งตรงข้ามมีสองคนหนึ่งชราหนึ่งฉกรรจ์ ชายชราสือฮ่าวไม่รู้จักเส้นผมเบาบางสีขาวราวกับหิมะใบหน้าหม่นหมองกลิ่นอายความตายตลบอบอวนดูท่าคงจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว

สำหรับชายหนุ่มสือฮ่าวรู้จักดีเมื่อไม่นานมานี้เขาได้ลงมือสั่งสอนไปรอบนึงจนเกือบเอาชีวิตมาทิ้งในสำนักเทพสวรรค์ หวังหมิงหลง

สองคนนี้มาจากตระกูลหวัง

“ต้องการอะไร!” สือฮ่าวถามเสียงเย็น

“ข้าเชื่อว่าเจ้าน่าจะเข้าใจดีถึงเหตุผลที่เรามา!” การแสดงออกของหวังหมิงหลงนั้นเย็นชามีเจตนาร้ายความเป็นศัตรูอย่างชัดแจ้ง

หัวใจสือฮ่าวเย็นเฉียบ ตระกูลหวังกล้าลงมือต่อเขาจริงๆ พวกมันวางแผนที่จะกำจัดเขาที่นี่?

“ข้าถูกบังคับให้เข้าสู่เหมืองโบราณโดยตระกูลหวังของเจ้าจนเกือบตายต่อมาถูกพวกเจ้าจับเป็นทาสถูกพวกเจ้ากดขี่ ตอนนี้เจ้าต้องการฆ่าข้าอย่างนั้นสินะ” สือฮ่าวถาม

“หนุ่มน้อยเจ้าไม่ได้ทำอะไรผิด พรสวรรค์ของเจ้ายอดเยี่ยมควรค่าแก่การเคารพ อย่างไรก็ตามนี่คือเหตุผลที่เจ้าทำให้หลายคนหวาดกลัว เมื่อเจ้าเติบโตข้าเกรงว่าอาจนำภัยพิบัติครั้งใหญ่มาสู่ตระกูลหวัง” ชายชราพูด แม้ว่าเขาจะให้ความรู้สึกราวกับว่าขาข้างนึงก้าวสู่ถนนแห่งความตายไปแล้วและพร้อมที่จะตายได้ทุกเมื่อ แต่เสียงของเขาก็ยังคงดังก้องทำให้เลือดและลมปราณสือฮ่าวพุ่งพล่าน!

“ฆ่าข้า!พวกเจ้าไม่รู้สึกว่ามันมากไปหน่อยเหรอ? นอกเหนือจากนี้เมื่อผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักเทพสวรรค์ได้ทราบเรื่องนี้พวกเจ้าตระกูลหวังทุกคนจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้หรือไม่?” สือฮ่าวมองพวกเขาอย่างเย็นชา

“ใครจะรู้ว่าข้าเป็นคนลงมือ? ทุกคนก็เห็นแล้วว่ามีการเปลี่ยนแปลงแปลก ๆ เกิดขึ้นบนภูเขาศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นและนั่นคือสาเหตุที่ทำให้เจ้าหายตัวไป” ชายชราตระกูลหวังยิ้มแย้มแจ่มใส

“เจ้าคิดว่าวิธีการของเจ้ายอดเยี่ยม แต่มันยากที่จะซ่อนความลับในโลกนี้ ด้วยความสามารถของผู้อาวุโสใหญ่เขาจะทราบในทุกสิ่งอย่างแน่นอน!”สือฮ่าวกล่าว

“เพื่อผลประโยชน์ของตระกุลเพื่อกำจัดภัยพิบัติในอนาคตแม้ว่าตัวประหลาดเฒ่านั้นจะค้นพบแล้วยังไงล่ะ? ตอนนั้นเจ้าก็ตายไปแล้ว เป็นไปได้ไหมว่าเขาต้องการที่ทำสงครามกับตระกูลหวังจริงๆ” หวังหมิงหลงเยาะเย้ย

“เจ้าคิดว่าจะมีชีวิตต่อไปได้?ถ้าข้าตาย” ศือฮ่าวกล่าวอย่างเย็นชา

“ข้ารู้ตัวมานานแล้ว การยั่วยุเจ้าในสำนักเทพสวรรค์เป็นความจงใจ ข้าแค่ทำตามคำสั่ง ความตั้งใจเพียงอย่างเดียวของข้าในตอนนี้คือการฆ่าเจ้าที่นี่!ความแค้นในใจข้าถึงจะคลาย” ใบหน้าของหวังหมิงหลงซีดเซียว เขาจ้องไปที่ สือฮ่าวด้วยความขุ่นเคืองและกล่าวว่า“ถ้าผู้อาวุโสจากสำนักเทพสวรรค์ยืนยันว่าพวกเราลงมือ เขาจะรู้เพียงว่าข้าฆ่าเจ้าด้วยความแค้นเก่าของเรา ในสถานการณ์เช่นนี้เพื่อผลประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่กว่าเขาจะไม่มีทางสู้กับตระกูลหวังอย่างแน่นอน ที่เขาทำได้ก็แค่ฆ่าข้าไปเท่านั้น!”

“อีกอย่างชายแก่คนนี้กำลังจะตายในไม่ช้าดังนั้นข้ายินดีที่จะพาเจ้าลงหลุมไปด้วย” ผู้อาวุโสจากตระกูลหวังหัวเราะเบาๆเต็มไปด้วยเจตนาร้าย

สือฮ่าวหน้าซีดหนาวไปถึงหัวใจ “พวกเจ้าเกลียดข้ามากขนาดนี้เลยเหรอ? กระทั่งไม่ลังเลที่จะทิ้งชีวิตตัวเองเพียงเพื่อกำจัดข้า”

“เดิมทีมันไม่มากนัก แต่การเติบโตของเจ้าเร็วเกินไป หากยังคงดำเนินต่อไปวันที่ตระกูลหวังของข้าจะถูกคุกคาม นั่นจะเป็นหายนะดังนั้นเจ้าควรจบชีวิตแต่เนิ่นๆจะดีกว่า” ผู้อาวุโสกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เขาพูดตรงไปตรงมามากว่าต้องกำจัดเขาก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นในอนาคต

นี่ก็เพียงพอแล้วที่จะพิสูจน์ว่าตระกูลหวังให้ความสำคัญกับสือฮ่าวมากเพียงใด พวกเขาเป็นตระกูลใหญ่ทรงอิทธิพลแต่เพื่อฆ่าเขาพวกเขาไม่ลังเลที่เผาผลาญตัวเองไปในกองเพลิง

“สิ่งมีชีวิตในอีกฝั่งกำลังจะบุกเข้ามาและข้าถือได้ว่าเป็นเมล็ดพันธุ์อันมีค่าถ้าข้าไม่ตายเมื่อพวกเขาข้ามมาข้ามั่นใจว่าจะทำประโยชน์ได้มากมายมหาศาล” สือฮ่าวกล่าวอย่างใจเย็น

“ช่างไร้เดียงสานัก เป็นเพราะเรากลัวว่าเจ้าจะเติบโตแข็งแกร่งขึ้นมาเราจึงคิดฆ่าเจ้า เจ้าคิดว่าเราจะปล่อยให้เจ้าเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง?!” ผู้อาวุโสคำรามด้วยเสียงหัวเราะ

“เจ้า!…” ใบหน้าของสือฮ่าวกลายเป็นเย็นชา “เจ้าไม่แม้แต่จะคำนึงถึงความจริงที่ว่ามีศัตรูอยู่อีกฟากหนึ่ง?!”

“ใครจะสนล่ะต่อให้สวรรค์ถล่มลงมา น้ำท่วมใหญ่ล้นฟ้า? ความโชคร้ายของคนอื่น ในโลกเกี่ยวข้องกับเราอย่างไร? ตราบใดที่ตระกูลหวังยังดำรงอยู่ไปได้อีกยาวนานนั่นก็เพียงพอแล้ว เมื่อสิ่งมีชีวิตจากอีกฝั่งบุกเข้ามามันเกี่ยวข้องอะไรกับเรา?!” ผู้อาวุโสหัวเราะอย่างเย็นชา

"พวกเจ้าช่างเห็นแก่ตัว?!"สือฮ่าวตำหนิ

“เจ้าหนูเจ้าไร้เดียงสาเกินไปแล้ว เจ้าเชื่อจริงๆเหรอว่าตระกูลที่มีอายุยืนยาวทั้งหมดจะต้องต่อสู้จนตายกับสิ่งมีชีวิตอีกฟากหนึ่ง? สาเหตุที่ตระกูลอย่างพวกเราดำรงอยู่ได้มายืนยาวสามารถคงอยู่ได้อย่างปลอดภัยผ่านยุคสมัยอันยิ่งใหญ่นั้นเป็นเพราะพวกเราต่างมีวิธีการ มีเหตุผลสำหรับสิ่งนี้!” ผู้อาวุโสกล่าวอย่างไม่แยแส แต่คำพูดเหล่านี้น่ากลัวอย่างแท้จริง

“เจ้า!…” สือฮ่าวตกใจและโกรธมาก คำพูดของชายชราคนนี้ชัดเจนเกินไป พวกเขาสมควรถูกลงโทษ!

จบบทที่ บทที่ 1 ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม

คัดลอกลิงก์แล้ว