เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

14 - บ้าบิ่น

14 - บ้าบิ่น

ตอนที่ 14 - ความสิ้นหวัง


ตอนที่ 14 - ความสิ้นหวัง

สิ่งน่ากลัวที่สุดในประวัติศาสตร์มาถึงแล้ว!

เมื่อพวกเขาคิดถึงเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ทุกคนต่างสั่นสะท้าน ภายในจิตใจของทุกคนจมดิ่งลงเหวการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่จะเกิดขึ้นในทันทีทันใดจึงไม่มีใครสามารถเตรียมจิตใจได้อย่างเหมาะสม

ในอีกด้านหนึ่งความโหดร้ายและความไร้ปรานีของคู่ต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นมีตำนานมากเกินไป มันเป็นตัวแทนของยมโลกดินแดนแห่งความทุกข์!

ยิ่งไปกว่านั้นจากการคาดเดาก่อนหน้านี้หายนะครั้งใหญ่ในยุคนี้น่าจะแรนแรงเกินกว่าที่ผ่านมาชนิดพลิกคว่ำจักรวาลทั้งหมด พวกเขากำลังจะเข้าสู่ยุคมืดในที่สุด

“นี่มันกะทันหันเกินไป! เหตุใดจึงเกิดขึ้นเร็วเช่นนี้? ข้ายังไม่ได้เตรียมใจไว้เลย!” เด็กหนุ่มบางคนร้องไห้ออกมา

หลายคนสั่นสะท้านใครเล่าจะเตรียมตัวพร้อมแล้ว แทบไม่มีใครทำ!พวกเขาต่างหวังให้เวลานั้นมาถึงยิ่งช้ายิ่งดี

แม้แต่ใบหน้าของผู้อาวุโสใหญ่สำนักเทพสวรรค์ตำนานที่ยังมีชีวิตยังเปลี่ยนไป ข่าวที่ถูกนำมาในครั้งนี้ทำให้เขาตกตะลึงเช่นเดียวกัน

เป็นเพราะคนเหล่านี้เคยร่วมมือกันเพื่อวิเคราะห์ภัยพิบัติที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเชื่อว่ายุคแห่งความมืดจะไม่มาถึงเร็วขนาดนี้อย่างน้อยก็ยังเหลือเวลาอีกหลายกี่พันปี

“มันเร็วเกินไปพวกเขาทำลายกำแพงได้อย่างไร? ทำร่างกายตัวเองให้แข็งแกร่งหรือปลอมตัวเป็นผู้ฝึกฝนวิชาเซียน?” ใครบางคนพูดอย่างเงียบๆ

“ตื่นขึ้นมาอย่ามัวแต่เสียสติ! บอกเราเกี่ยวกับรายละเอียดทั้งหมด!” ผู้อาวุโสใหญ่ชี้ไปที่ช่องว่างระหว่างคิ้วของชายวัยกลางคนช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของเขาด้วยญาณวิเศษ

อาการบาดเจ็บของชายวัยกลางคนนั้นร้ายแรงเกินไปเช่นเดียวกับเรือรบทองแดงเขาสูญเสียร่างกายไปครึ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรือเหาะหรือร่างกายของเขาทั้งคู่ก็ได้รับความเสียหายร้ายแรง

ยิ่งไปกว่านั้นวิญญาณดั้งเดิมของเขาก็แทบแตกสลายออกจากกัน

“ผู้อาวุโสเมิ่งมันโหดร้ายเกินไปพรมแดนกลายเป็นนรก ไม่ทราบว่ามีผู้เสียชีวิตกี่คนวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนที่ถูกทำลายไม่มีใครทนดูได้!” น้ำตาไหลลงมาจากดวงตาของชายวัยกลางคน

เขาเต็มไปด้วยความเศร้าโศกอย่างแท้จริง พี่น้องของเขาคนที่เขารักเพื่อนของเขาหลายคนที่เขาคุ้นเคยถูกฆ่าตายในทันทีไม่สามารถตอบโต้ได้แม้แต่น้อย

เมื่อพวกเขาได้ยินสิ่งนี้เส้นผมของคนจำนวนมากลุกชัน ผู้โจมตีจากต่างแดนดุร้ายเกินไปผู้แข็งแกร่งจากฝั่งนี้ไม่สามารถอุดช่องแตกของกำแพงได้ทัน

ในช่วงเวลานั้นผู้คนจำนวนมากถูกฝังอยู่ในซากปรักหักพังเลือดเนื้อและเศษซากของเมืองถูกฝังอยู่รวมกันเป็นภาพที่น่ากลัวเกินจะทน!

“เจ้าบอกว่าเจ้ามาจาก สวรรค์สีชาด” ผู้อาวุโสใหญ่ขมวดคิ้วยังคงไม่สูญเสียความเยือกเย็นของเขาพยายามรักษาความสงบต่อไป

“ถูกต้องสวรรค์สีชาดดินแดนโบราณที่รู้จักกันดีว่าแข็งแกร่งและไม่เคยได้รับความเสียหายมาก่อน สถานการณ์เลวร้ายมากสถานที่แห่งนั้นกลายเป็นอาณาจักรแห่งภูตผีไปแล้ว!”ที่ดวงตาของชายวัยกลางคนมีเลือดสีแดงไหลหลั่งเขาร่ำไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือดแล้ว

ตอนนี้ผู้อาวุโสจากสำนักปราชญ์ได้หลอมยาศักดิ์สิทธิ์สีม่วงทองให้เขากิน สภาพของเขาดูดีขึ้นมาก

จากนั้นกระดูกภายในร่างกายของเขาก็ปล่อยเสียงดังกึกกัก เนื้อและเลือดดิ้นไปมา ครึ่งล่างของร่างกายเขาเริ่มงอกออกมาในอัตราที่มองเห็นได้

เห็นได้ชัดว่านี่คือยาเม็ดศักดิ์สิทธิ์ซึ่งทำให้เขาฟื้นตัวได้ในเวลาอันสั้น!

“ขอบคุณท่านมากผู้อาวุโส!” ชายวัยกลางคนแสดงความขอบคุณ ด้วยพลังการฝึกฝนของเขาไม่มีทางที่เขาจะรอดจากความตายเพราะเหตุนี้ หลังจากพักไปครู่หนึ่งเขาก็สามารถสร้างแขนขาที่เสียไปของเขาขึ้นมาใหม่ได้

ตอนนี้เขามีแต่ความเหนื่อยล้าและความเศร้าโศก

“สวรรค์สีชาดไม่ได้ถูกสร้างมาจากกระดูกของผู้อมตะหรือ? เส้นทางนั้นถูกผนึกไว้อย่างแน่นหนามันจะพังลงได้อย่างไร”

ผู้อาวุโสทุกคนขมวดคิ้วสีหน้าของพวกเขามืดครึ้ม หากสิ่งนี้กลายเป็นจริงสถานการณ์จะเลวร้ายอย่างถึงที่สุด

ในสายตาของพวกเขาหากสิ่งมีชีวิตในอีกฝั่งสามารถหลุดรอดเข้ามาได้ต้องผ่านทางชายแดนร้าง 3,000 แคว้น เพราะที่นั่นมีสภาพโกลาหลที่สุด

หลังจากผ่านไปหลายปีไม่มีใครรู้ว่ามีผู้แข็งแกร่งระดับเซียนอมตะกี่คนไปที่สวรรค์สีชาดเพื่อปกป้องเมืองโบราณไว้

ในเก้าสวรรค์สิบพิภพมีเพียงชายแดนที่รกร้างสามพันแคว้นเท่านั้นที่ไม่แข็งแกร่งพอ หลังจากเวลาผ่านไปหลายปีแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่สามารถบุกเข้ามาได้ แต่พวกเขาก็ยังคงนำปัญหามาสู่ฝั่งนี้

นั่นคือเหตุผลที่บุคคลที่น่าเกรงขามรุ่นแล้วรุ่นเล่าเมื่อพวกเขาเหลืออายุขัยไม่มากนักพวกเขาก็จะมุ่งหน้าไปที่นั่นเพื่อใช้พลังเฮือกสุดท้ายจุดประกายตัวเองหวังทะลวงขั้นบ่มเพาะที่สูงขึ้นไปกว่าเดิมใช้ต่อเวลาชีวิตของพวกเขา

“ถ้าสวรรค์สีชาดอันยิ่งใหญ่ยังล่มสลายทุกอย่างกลายเป็นความยากลำบากมากขึ้น ซึ่งหมายความว่าเส้นทางอื่นๆ ก็น่าจะไม่ปลอดภัยเช่นกันเพราะเป็นเส้นทางโบราณระดับใกล้เคียงกัน” ผู้อาวุโสใหญ่ถอนหายใจเบา ๆ

มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง? ความสงบสุขของหลายชั่วอายุคนมาถึงจุดจบ เช่นนั้นเลือดและเปลวไฟกำลังจะแผดเผาแผ่นดินใหญ่

“รีบไปขอแตรมังกรบรรพบุรุษเพื่อเรียกกลุ่มต่างๆใน 9 สวรรค์ด้านบนมาป้องกันสวรรค์สีชาด!” ผู้อาวุโสใหญ่ออกคำสั่งอย่างรวดเร็วเพราะสถานการณ์เลวร้ายถึงที่สุด

ทุกคนตัวสั่น พวกเขากำลังฟังชายวัยกลางคนเล่าเหตุการณ์ในตอนที่ผนึกเส้นทางโบราณถูกทำลายและตอนนี้พวกเขากำลังจะเข้าสู่สงครามอย่างแท้จริง

แม้ว่าพวกเขาจะรู้มานานแล้วว่าเรื่องเหล่านี้จะเกิดขึ้น แต่เมื่อมันมาถึงจริงๆสิ่งที่วางแผนไว้ต่างๆนานากลับไม่สามารถนำออกมาทำได้ ไม่ใช่ว่าเหตุการณ์มาถึงเร็วกว่าที่คิดแต่เป็นเพราะว่าครั้งนี้ต้องเดิมพันด้วยชีวิตตัวเองจริงๆไม่ใช่แค่ลมปากเหมือนกับที่เคยจินตนาการไว้

บรรพบุรุษพี่น้องของพวกเขาแม้กระทั่งตัวของพวกเขาเองก็อาจกลายเป็นหนึ่งในเลือดที่ย้อมสีสนามรบ!

“บอกเราทุกอย่างที่เจ้ารู้ สวรรค์สีชาดถูกทำลายได้อย่างไร? ก่อนหน้านี้มีสัญญาณอะไรบ้าง!” ผู้อาวุโสจากสำนักปราชญ์กล่าวด้วยเสียงต่ำ

“ในเวลานั้นเมืองโบราณไม่มีความผิดปกติใด ๆ มันถูกปกคลุมไปด้วยปราณเซียนเมืองยังคงแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามในตอนเช้าเมื่อแสงอาทิตย์แรกของวันสาดส่องลงมา  เกิดเสียง กากา! ดังขึ้น ฉับพลันปราณเซียนที่ปกป้องเมืองก็หายไป จากนั้นหม้อโบราณใบใหญ่ก็กระแทกเข้ากับกำแพงเมือง เมืองถูกทำลายลงเช่นนี้”

ชายวัยกลางคนบรรยายฉากที่หวาดหวั่นเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบทำให้หลายคนรู้สึกประหม่าราวกับว่าพวกเขาอยู่ที่นั่น

เมืองโบราณที่แข็งแกร่งซึ่งสร้างขึ้นจากเลือดเนื้อเซียนโบราณหลายหมื่นคนถูกทำลายในพริบตา

ไม่คิดว่า ‘หม้อ’เพียงใบเดียวจะสามารถทำลายได้แม้กระทั่งเมืองที่สร้างจากกระดูกผู้อมตะ

เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ใบหน้าของสือฮ่าวก็เปลี่ยนไปทันที เขานึกถึงอะไรบางอย่างแล้วมองไปที่มดเขาสวรรค์บนไหล่

“อาจจะเป็น…หม้อหลอมเซียน?” มดตัวน้อยสีทองอดตัวสั่นไม่ได้

เมื่อไม่นานมานี้พวกเขาเคยเห็นหม้อใบนี้ที่ด้านหน้ายอดเขาที่สูงที่สุดในสนามรบเซียนโบราณจำลอง เสียงคำรามของมันผ่านภูเขาและแม่น้ำกำลังดูดซับแก่นแท้ของสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังที่สุด

สิ่งเหล่านี้เป็นรอยประทับที่หลงเหลือจากช่วงสุดท้ายของยุคเซียนโบราณ!

มีข่าวลือว่าหม้อใบนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหลอมผู้อมตะที่แท้จริงให้ตายได้อย่างรวดเร็วความชั่วร้ายของมันไม่มีสิ่งใดเทียบได้

เดิมทีมันเป็นสมบัติล้ำค่าของผู้แข็งแกร่งจากอีกฝั่งนึงแต่เขากลับตายไป อย่างไรก็ตามมันไม่ได้ปรากฏขึ้นมานานมากแล้ว

ด้วยเหตุผลบางประการในสงครามเซียนโบราณครั้งสุดท้ายหม้อหลอมเซียนไม่ปรากฏขึ้น มีคนเคยบอกว่าหม้อถูกฝังไปพร้อมกับเจ้าของของมัน

มีเพียงสือฮ่าวกับมดเขาสวรรค์เท่านั้นที่ไม่เชื่อเรื่องนี้ นับตั้งแต่พวกเขาไปที่ยอดเขาที่สูงที่สุดลูกนั้นพวกเขาได้รู้ความจริงบางอย่าง หลังจากยุคเซียนโบราณอันยิ่งใหญ่สิ้นสุดลงเฮ่ออู๋ซวงได้นำหม้อใบนี้ไปที่สนามรบเพื่อรวบรวมเลือดแก่นแท้

“อู๋หวู่…” เสียงแตรเดี่ยวที่หนักหน่วงดังขึ้นขัดความคิดของสือฮ่าว

เสียงแตรนี้ดังก้องไปทั่วหมือนฟ้าร้องคำรามดังก้องไปทั่วสวรรค์ไร้ขอบเขตจากนั้นมันก็ผ่านกำแพงอาณาจักรกระจายไปทั่วเก้าสวรรค์สิบพิภพ

สิ่งนี้ได้รับการปลุกเสกจากเขาของมังกรที่แท้จริง หลังจากถูกใช้โดยบุคคลที่มีทรงพลังชั้นเหนือกว่าเจ้าสำนักนี้เสียงของมันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถจินตนาการได้ เสียงที่ดังต่อเนื่องสามารถผ่านกำแพงอาณาจักรเรียกตระกูลที่มีอำนาจมากที่สุด

พวกเขาไม่สามารถเสียเวลาได้พวกเขาต้องติดต่อกับตระกูลใหญ่ทั้งหมดในทันทีให้พวกเขาเตรียมพร้อมสำหรับสงคราม!

โดยปกติแล้วแตรมังกรจะไม่ถูกเป่าและในความเป็นจริงมันถูกใช้เพียงครั้งหรือสองครั้งในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ต่อเมื่อเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวซึ่งเป็นอันตรายต่อเก้าสวรรค์สิบพิภพเกิดขึ้นเท่านั้น!

เมื่อเสียงแตรนี้ดังขึ้นนั่นหมายความว่ายุคแห่งความมืดมาถึงแล้ว!

เขาของมังกรที่แท้จริงเป็นสมบัติล้ำค่าที่ยากจะหาได้ในโลกนี้ หลังจากที่มันถูกทำให้เป็นแตรเดี่ยวแล้วก็สามารถจินตนาการถึงพลังของมันได้ อย่างไรก็ตามเสียงแตรนี้ไม่ได้ทำร้ายจิตวิญญาณแม้ว่ามันจะดังก้องไปทั่วสวรรค์และโลกแต่ก็ไม่ได้ทำให้พลังปราณโลหิตพุ่งพล่านแต่อย่างใด

ในขณะที่เสียงแตรเดี่ยวดังขึ้นผู้อาวุโสหลายคนรู้สึกเคารพอย่างยิ่ง มีหนุ่มสาวบางคนที่รู้สึกได้ถึงเลือดร้อนอันระอุหวังว่าพวกเขาจะสามารถพาตัวเองเข้าสู่การต่อสู้ครั้งใหญ่ได้ทันที แต่ก็มีบางคนที่ใบหน้าซีดขาวหวาดกลัวสั่นสะท้าน

“สวรรค์สีชาดพังทลายลงมากกว่าร้อยละเก้าสิบผู้ที่ปกป้องมันล้วนเสียชีวิตอย่างน่าอนาถ พวกนั้นแข็งแกร่งยากเกินจะต้านทาน…” ชายวัยกลางคนพูดต่อ

หลังจากที่หม้อหลอมเซียนปรากฏขึ้นมันก็ทำลายทุกอย่าง ผู้บ่มเพาะทุกคนที่อยู่ในเส้นทางสวรรค์สีชาดไม่สามารถต้านทานได้ถูกบดขยี้ลงอย่างง่ายดาย มีเพียงแก่นแท้จากธรรมชาติเท่านั้นที่ถูกดูดเข้าไปในหม้อปีศาจใบนั้น

นี่เป็นฉากที่น่ากลัวอย่างยิ่ง ใครจะต้านทานพลังปีศาจประเภทนี้ได้?

สิ่งเดียวที่ทำให้พวกเขาสับสนคือหม้อหลอมเซียนลอยอยู่เหนือซากปรักหักพังไม่ได้พุ่งไปข้างหน้าและในที่สุดมันก็ถอยกลับออกไปอีกครั้ง อย่างไรก็ตามฉากที่ตามมาก็ยังคงน่ากลัวถึงที่สุด มือสีดำขนาดใหญ่เอื้อมออกมาตามเส้นทางนั้นออกมาบริเวณชายแดนบดขยี้ทุกชีวิตที่อยู่ที่นั่น

ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นชายหญิงคนแก่เด็กไม่ว่าระดับการบ่มเพาะของพวกเขาจะเป็นอย่างไรทุกอย่างก็กลายเป็นคราบเลือดใต้กรงเล็บนั้น คนที่ไม่ได้อยู่ในเมืองก็ตายทุกคน

นี่เป็นการเปิดฉากที่รุนแรงโหดร้ายและไร้ความปรานี!

“ยิ่งไปกว่านั้นดูเหมือนจะเป็นพิธีบูชายัญประเภทหนึ่งโดยใช้เลือดของสิ่งมีชีวิตจากด้านของเราเพื่อเปิดเส้นทางที่แข็งแกร่งมากพอ!” ชายวัยกลางคนฟันแน่นดวงตาของเขาก็กลายเป็นสีแดง เป็นเพราะคนที่เขารักเพื่อนของเขาล้วนเสียชีวิตภายในเหตุการณ์

พวกเขาไม่ได้ตายในสนามรบ แต่ถูกพรากชีวิตไปอย่างไม่ทันตั้งตัวความอับอายและความเศร้าโศกเต็มจิตใจของเขา

“ทุกคนตายหมดสิ้นในเขตแดนของสวรรค์สีชาดแม้แต่เด็กที่อายุเพียงไม่กี่ขวบก็ตายภายใต้กรงเล็บนั้นตาย ดวงตายังเบิกกว้าง! ข้ายอมรับเรื่องนี้ไม่ได้!” ชายวัยกลางคนคำราม แม้แต่เหลนของเขาก็เสียชีวิตอย่างน่าสังเวชความโกรธแค้นเต็มหัวใจจนต้องกระอักเลือดออกมา

ย้อนกลับไปตอนนั้นเขาอยู่ไกลมาก เมื่อเขาวิ่งไปอย่างบ้าคลั่งลมแรงที่พัดมาจากมือใหญ่ได้กระแทกร่างของเขาจากระยะไกลทำลายเรือและร่างกายของเขาไปครึ่งนึง!

เมื่อทุกคนได้ยินมาถึงตอนนี้ต่างก็รู้สึกหนาวสั่นตั้งแต่หัวจรดเท้า ชายคนนี้แข็งแกร่งมากถึงขั้นครึ่งเซียน แต่เขาก็ยังเกือบตายที่นั่นโดยไม่มีแรงต้านทานใด ๆ

เพียงแค่ลมที่พัดมาจากระยะไกลก็น่ากลัวแล้วถ้ามือใหญ่ของศัตรูบดขยี้ลงใครจะต้านทานพลังปนั้นได้?

ทุกคนเงียบและพบว่ามันยากที่จะพูด พวกเขาตื่นตระหนกจริงๆ

ตามที่ชายวัยกลางคนพูด เก้าสวรรค์สิบพิภพน่าจะจบสิ้นในไม่ช้า เป็นเพราะไม่มีใครหยุดพลังนั้นได้อย่างแน่นอน!

พวกเขาหลายคนสงสัยว่านี่น่าจะเป็นบุคคลระดับผู้อมตะที่แท้จริงซึ่งซึ่งมีชีวิตตั้งแต่ยุคโบราณมาจนถึงปัจจุบัน ใครในอาณาจักรนี้จะสามารถเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตประเภทนี้ได้? ไม่มีสิ่งมีชีวิตแบบนั้นในโลกฝั่งนี้!

“เขาไม่ได้ไล่ตามเจ้า?” ผู้อาวุโสจากสำนักเซียนถามเสียงเครียด

“ข้าไม่รู้ว่าทำไม แต่มือใหญ่นั้นถอยออกไปหลังจากโจมตีเสร็จสิ้น” ดวงตาของชายวัยกลางคนเต็มไปด้วยน้ำตาที่ร้อนแรง เมื่อเขานึกถึงคนที่เขารักที่ตายไปแล้วเขาก็อยากจะบ้าตายจริงๆ

เป็นเพราะเขารู้ว่าความแตกต่างระหว่างตัวเองกับมือขนาดใหญ่นั้นมากมายเพียงใดเช่นเดียวกับหม้อหลอมเซียนนั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เขาจะเอาชีวิตไปทิ้งอย่างเปล่าประโยชน์สู้รอดกลับมาแจ้งข่าว ให้ผู้คนฝั่งนี้ทราบถึงสถานการณ์ยังจะดีกว่า

น่าเสียดายที่มีกำแพงขนาดยักษ์กั้นระหว่าง9 สวรรค์ 10 พิภพ ค่ายกลส่งผ่านมิติถูกทำลายด้วยมือขนาดใหญ่นั้นเขาจึงใช้เวลานานในการฝ่ากำแพงอาณาจักรมาถึงสำนักเทพสวรรค์แห่งนี้

“พวกเจ้ากลัวกันแล้ว? ข้ารู้สึกว่าพวกเจ้าหวาดกลัวกันแล้ว” ผู้อาวุโสใหญ่พูดโดยมองไปที่ทุกคน

ตอนนี้ไม่มีทางที่ทุกคนจะไม่ตื่นตระหนก ไม่มีสิ่งมีชีวิตระดับผู้อมตะในฝั่งนี้พวกเขาจะเอาอะไรมาต่อสู้กับผู้อมตะของอีกฝั่งมันขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นที่พวกเขาจะถูกกวาดล้างไป

มันเหมือนกับตั๊กแตนตำข้าวที่พยายามหยุดรถม้าซึ่งเป็นสถานการณ์แห่งความตายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่มีร่องรอยแห่งความหวังแม้แต่น้อย!

ตอนนี้หลายคนเริ่มเงียบและรู้สึกเหมือนท้องฟ้ามืดลง ทุกคนเต็มไปด้วยความสิ้นหวังมองไม่เห็นเส้นทางชีวิต!

“ข้าขอบอกพวกเจ้าทุกคนอย่าได้รู้สึกกลัวไป ไม่ว่าอีกฝ่ายจะมีพลังมากแค่ไหนพวกมันก็ยังคงต้องถูกเราไล่กลับ!” ผู้อาวุโสใหญ่ตะโกน

“พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมพวกมันเมื่อข้ามมาฝั่งนี้เหตุไฉนจึงต้องรีบถอยกลับอย่างรวดเร็ว? เป็นเพราะมีพลังลึกลับบางอย่างกดขั้นพลังของพวกมันไว้หาพวกมันอยู่ที่นี่นานเกินไปขั้นพลังของพวกมันจะตกลงอย่างถาวร!” ผู้อาวุโสใหญ่คำราม “ยุคนี้ไม่จำเป็นต้องรู้สึกสิ้นหวังเพราะพวกมันจะไม่สามารถตั้งหลักได้ในโลกนี้!”

เขากระตุ้นความเชื่อมั่นของทุกคนไม่สามารถปล่อยให้พวกเขาตื่นตระหนกและสูญเสียความมั่นใจได้

“อู๋หวู่…” เสียงแตรมังกรดังก้องไปทั่วสถานที่แห่งนี้ทำให้ภูเขาและแม่น้ำสั่นสะเทือน จิตใจของทุกคนพุ่งพล่านอย่างมาก

เป็นเพราะเสียงแตรดังกึกก้องกังวานปลุกเร้าวิญญาณต่อสู้ของทุกคน!

จบบทที่ 14 - บ้าบิ่น

คัดลอกลิงก์แล้ว