- หน้าแรก
- ข้าคือเทพเจ้าสุขา ภารกิจกู้โลกเริ่มจากห้องน้ำ
- บทที่ 29 สุขาอัจฉริยะ
บทที่ 29 สุขาอัจฉริยะ
บทที่ 29 สุขาอัจฉริยะ
บทที่ 29 สุขาอัจฉริยะ
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องน้ำในอาณาเขตเทพ สีหน้าเฝ้าระวังของลู่เหยียนก็มลายหายไป มีเพียงห้องน้ำแห่งนี้เท่านั้นที่มอบความรู้สึกปลอดภัยให้เขาได้
เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไท่ซือ กายเนื้อยังคงมีควันสีขาวลอยออกมาเหมือนเครื่องทำความชื้นขนาดใหญ่ ส่วนเจ้าผีร้ายผู้โชคร้ายตนนั่นก็นั่งตัวสั่นงันงกอยู่ใต้โต๊ะเครื่องแป้ง
ทุกอย่างช่างดูลงตัวและเงียบสงบ อารมณ์ของลู่เหยียนดีขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"ได้เลื่อนขั้นเป็นระดับแปด แถมยังกำจัดผลกระทบจากการล่มสลายของตระกูลหลี่ได้หมดจด เรียกว่าโชคหล่นทับก็ได้มั้ง"
ใบหน้าของลู่เหยียนเปื้อนยิ้ม โดยเฉพาะเมื่อคืนเขาค้นพบเรื่องราวเกี่ยวกับการเลื่อนขั้นของเทพผีเพิ่มเติม
หลังจากเจ้าหน้าที่บุญบารมีส่งราชโองการสีเหลืองสำหรับการเลื่อนขั้นไปยังยมโลก 'ยันต์เทพ' ของเขาก็ดูเหมือนจะถูกปลดผนึกบางอย่าง พลังลึกลับนับไม่ถ้วนไหลบ่าเข้าสู่ร่างกาย ยกระดับตบะของเขาขึ้นสู่ขั้นแปดโดยบังคับ
กระบวนการนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ 'ธูปเทียน' ที่เขาสะสมมาเลยแม้แต่น้อย พูดอีกอย่างก็คือ ยมโลกใช้อำนาจโดยตรงในการเลื่อนระดับให้เขา
"ดูเหมือนตำนาน 'ทำเนียบเทพ' จะเป็นเรื่องจริง แต่สำหรับเทพผีอย่างข้า การควบคุมยังไม่เข้มข้นนัก เพียงแค่ดักทางไว้ที่จุดสำคัญ การจะเลื่อนขั้นต้องได้รับอนุญาตจากยมโลกเสียก่อน"
การค้นพบนี้ทำให้เขารู้สึกยอมรับได้ยากอยู่บ้าง เพราะนั่นหมายความว่าชะตากรรมของเหล่าเทพผีล้วนตกอยู่ในกำมือของยมโลกอย่างสมบูรณ์
เทพผีในโลกมนุษย์อยู่ภายใต้การดูแลของ 'มหาเทพตงเยว่' พระองค์จัดตั้ง 'เจ็ดสิบสองกรมกองตงเยว่' เพื่อดูแลกิจการงานภูตผีและเทพเจ้าในแดนมนุษย์ การคัดเลือก โยกย้าย และเลื่อนขั้นของเทพผีทั้งมวลล้วนถูกควบคุมโดยมหาเทพตงเยว่
ตามความรู้ที่เขาพอจะเข้าใจอย่างเลือนรางและตำนานจากชาติปางก่อน มหาเทพตงเยว่ก็น่าจะถูกจำกัดสิทธิโดย 'ทำเนียบเทพ' อีกชั้นหนึ่ง เป็นระบบซ้อนระบบ และวิถีเทพก็คือระบบที่สมบูรณ์แบบระบบหนึ่ง
"มิน่าล่ะ พวกสำนักใหญ่และวิถีเซียนถึงดูแคลนวิถีเทพ มันมีเหตุผลของมันนี่เอง ต่อให้มีพลังแข็งแกร่งแค่ไหน สุดท้ายก็ยังตกอยู่ภายใต้การควบคุมของทำเนียบเทพ"
ลู่เหยียนครุ่นคิดในใจ หากต้องการอิสระที่แท้จริง เขาต้องหลุดพ้นจากการควบคุมของวิถีเทพให้ได้ คิดได้ดังนั้น เขาจึงอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองกายเนื้อของตน แววตาเริ่มลุกโชนด้วยความปรารถนาแรงกล้า
ไม่ว่าข่าวลือในชาติก่อนจะเชื่อถือได้หรือไม่ กายเนื้อนี้จะเป็นหนึ่งในความหวังของเขาในการแหกกฎการควบคุม
เขารู้สึกโชคดีมากขึ้นเรื่อยๆ มนุษย์มีอายุขัย หากวิญญาณได้รับแต่งตั้งเป็นเทพ กายเนื้อย่อมเน่าเปื่อยไปตามธรรมชาติ นี่คือกฎของฟ้าดิน แต่ห้องน้ำนี้มาจากต่างโลก จึงหลบเลี่ยงข้อจำกัดของกฎเกณฑ์เหล่านั้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้กายเนื้อของเขายังคงสภาพอยู่ได้
อย่างไรก็ตาม เรื่องพวกนั้นยังเป็นเรื่องของอนาคตอันไกลโพ้น ตอนนี้ลู่เหยียนหันมาสนใจสิ่งที่เขาสามารถปรับปรุงได้ในปัจจุบัน
เขาหยิบ 'บันทึกเทพสุขา' บนโต๊ะขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจนัก ในนั้นจดบันทึกมาตรฐานการวัดค่าธูปเทียนและพลังเทพไว้อย่างยุบยิบ รวมถึงงานวิจัยต่อยอดบางอย่าง
แม้ว่ายันต์เทพจะสามารถประมวลผลสิ่งต่างๆ ได้โดยอัตโนมัติ แต่มันขาดฟังก์ชันทางสถิติและการคำนวณ ทุกครั้งที่เขาต้องการตรวจสอบ เขาต้องใช้ยันต์เทพมานั่งคำนวณอย่างละเอียด ซึ่งมันดูไม่เห็นภาพรวมเอาซะเลย
สำหรับเขาที่คุ้นเคยกับอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ ในชาติก่อน มันช่างไม่สะดวกเอาเสียเลย เขาจึงวางแผนที่จะดัดแปลงมัน เพื่อสร้าง 'ศาสตราวุธ' ที่ไม่เคยมีมาก่อน
ลู่เหยียนเดินไปที่โถส้วม ฝาชักโครกเรืองแสงสีแดงราวกับกำลังอวดความภาคภูมิใจในความเหนือชั้นของมัน
ใช่แล้ว นี่คือ... ชักโครกอัจฉริยะ
ไม่เพียงแต่กดน้ำอัตโนมัติหลังใช้งาน แต่ยังมีระบบฉีดน้ำชำระล้างก้นโดยอัตโนมัติหลังจากเสร็จกิจธุระหนักอีกด้วย
แน่นอนว่าเขาไม่ได้สนใจฟังก์ชันพวกนั้น ในฐานะลูกผู้ชายอกสามศอก การโดนน้ำฉีดก้นมันให้ความรู้สึกแปลกพิลึกเสมอ
สิ่งที่เขาต้องการคืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ฝังอยู่ภายในชักโครกอัจฉริยะต่างหาก ในเมื่อมันสามารถกดน้ำอัตโนมัติและเล่นเพลงได้ แสดงว่าข้างในต้องมี 'หน่วยประมวลผล' และ 'หน่วยความจำ' ด้วยสองสิ่งนี้ เรื่องหลายอย่างก็จะสะดวกขึ้นมาก
ต้องรู้ก่อนว่าคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยสองส่วนหลัก คือฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ โดยฮาร์ดแวร์ประกอบด้วยสี่ส่วนสำคัญ ได้แก่ หน่วยประมวลผล หน่วยความจำ หน่วยรับข้อมูล และหน่วยแสดงผล ซึ่งหน่วยประมวลผลและหน่วยความจำคือหัวใจสำคัญที่สุด
เมื่อแกะฝาครอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในชักโครกออก แผงวงจรที่ไม่ซับซ้อนนักก็เผยออกมาให้เห็น
หน่วยประมวลผลและหน่วยความจำที่ใช้ในชักโครกอัจฉริยะย่อมไม่ใช่ของวิเศษเลิศเลออะไร แต่เขาไม่สน สิ่งที่เขาต้องการคือก๊อปปี้โมดูลการคำนวณและการจัดเก็บข้อมูล ส่วนจะเอาไปใช้กับอะไรน่ะเหรอ... จะมีอะไรดีไปกว่า 'ยันต์เทพ' อีกล่ะ?
พอนึกถึงยันต์เทพ ลู่เหยียนก็ชะงักมือที่กำลังจะรื้อชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ชักโครกนี้ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน ขนาดกดอะไรลงไปก็หายวับไปหมด ถ้าแกะแล้วไปทำลายความสามารถพิเศษของมันเข้า คงขาดทุนย่อยยับ
หลังจากใคร่ครวญครู่หนึ่ง แสงสีแดงก็ปรากฏขึ้นที่มือเขา แล้วซึมเข้าไปผสานกับแผงวงจร เมื่อผสานเข้ากับพลังเทพ แผงวงจรก็เปล่งประกายลึกลับ ยันต์เทพและแผงวงจรเริ่มสร้างการเชื่อมต่อกันอย่างน่าอัศจรรย์
"สำเร็จ!"
ลู่เหยียนประหลาดใจมาก ยันต์เทพสามารถให้การสนับสนุนแก่โปรเซสเซอร์และหน่วยความจำได้ ช่วยยกระดับความสามารถในการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องด้วยพลังเทพ แถมพลังเทพไม่ได้เป็นแค่พลังงาน แต่ยังทำหน้าที่เชื่อมต่อส่วนประกอบต่างๆ เข้าด้วยกัน
การควบคุม 'คอมพิวเตอร์เวอร์ชันวิถีเทพ' ผ่านเจตจำนงของเขา มันล้ำหน้ากว่าพวกอุปกรณ์สมาร์ทโฮม ในชาติก่อนแบบเทียบไม่ติด
เขาอดนึกถึงลำโพงอัจฉริยะที่เคยซื้อในชาติก่อนไม่ได้ ฟังก์ชันตั้งเยอะแยะแต่ยังต้องมานั่งสั่งงานด้วยเสียง ถ้าเทียบกับคอมพิวเตอร์เวอร์ชันศาสตราวุธของเขาแล้ว...
ถุย! ขยะชัดๆ
หลังจากแก้ปัญหาเรื่องการป้อนข้อมูล การประมวลผล การจัดเก็บ และพลังงานได้แล้ว ยังเหลือปัญหาใหญ่อีกอย่างหนึ่งที่ยังแก้ไม่ตก... การแสดงผล
ตอนนี้ยังไม่มีวิธีดีๆ ที่จะฉายภาพเข้าสู่สมองโดยตรง ดังนั้นเขาจึงต้องหาจอแสดงผลชั่วคราวมาทดแทน
ปัญหานี้ทำเอาเขามึนตึ้บ โลกที่เวทมนตร์คาถาโบราณปรากฏชัดแบบนี้ จะไปหาหน้าจอแสดงผลได้จากที่ไหน?
เขาเดินงุ่นง่านไปมารอบชักโครกด้วยความกลุ้มใจ ทันใดนั้นเมื่อเงยหน้าขึ้น เขาก็ยืนนิ่งค้างไป
ตรงหน้าเขาคือโต๊ะเครื่องแป้ง และตรงกลางกระจกเงาบานใหญ่ ก็ปรากฏใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังฉายแววตื่นตะลึง
ลู่เหยียนตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่ ลืมเจ้านี่ไปได้ยังไง!
"ในเมื่อเป็นคอมพิวเตอร์ศาสตราวุธ ก็ไม่จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อทางกายภาพระหว่างหน่วยความจำกับหน่วยแสดงผลนี่นา สามารถส่งผ่านข้อมูลด้วยพลังเทพได้ทั้งหมด ถ้าพูดถึงประสิทธิภาพการส่งข้อมูล จะมีอะไรเทียบเท่าพลังเทพได้อีก?"
ในชาติก่อนเทคโนโลยีไร้สายพัฒนาไปตั้งไกลแล้ว เขายังมัวแต่คิดจะหา สายเชื่อมต่ออยู่ได้ เวทมนตร์นี่มันสารพัดนึกจริงๆ
เขายื่นมือปัดไปข้างหน้า สายพลังเทพเชื่อมต่อระหว่างชักโครกและโต๊ะเครื่องแป้ง เพียงแค่คิด ภาพก็เริ่มปรากฏขึ้นบนกระจกเงา
มันคือภาพยนตร์คลาสสิกจากชาติก่อนเรื่อง "ไซอิ๋ว เดี๋ยวลิงเดี๋ยวคน" ฉากที่คุ้นเคยช่างน่าตื่นตาตื่นใจ ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือไม่มีเสียง แม้ในความทรงจำเขาจะมีเสียง แต่เขาก็ไม่สามารถฉายเสียงออกมาได้
เขาหันไปมองชักโครกอัจฉริยะ มันสามารถเล่นเพลงอัตโนมัติเวลากดน้ำ แสดงว่าข้างในต้องมีลำโพง
พลังเทพแพร่ขยายไปเชื่อมต่อกับลำโพงโดยอัตโนมัติ และในที่สุด เสียงที่คุ้นเคยก็ดังเข้าหู
"คนรักของข้าคือวีรบุรุษผู้ไร้เทียมทาน สักวันหนึ่งเขาจะขี่เมฆสีรุ้งเจ็ดสีมารับข้าไปแต่งงาน ข้าทายจุดเริ่มต้นถูก แต่กลับทายตอนจบไม่ถูก..."
ฉากที่คุ้นเคยและเสียงที่คุ้นหู ทำเอาลู่เหยียนขอบตาร้อนผ่าว เขาคิดว่าจะไม่มีเยื่อใยใดๆ กับชาติก่อนอีกแล้ว ไม่นึกเลยว่าด้วยวิธีการแบบนี้ เขาจะสามารถจำลองฉากจากชีวิตเดิมกลับมาได้
เมื่อก่อนเวลาเห็นคนไกลบ้านร้องไห้ฟูมฟายตอนได้กลับถิ่นเกิด เขาเคยคิดว่าคนพวกนั้นอ่อนไหวเกินเหตุ ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่า ถ้าไม่เจอกับตัว คงไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกนั้น
"จะดราม่าทำไมเนี่ย!"
ลู่เหยียนเอ่ยเสียงเบา ก่อนจะสั่งให้ภาพกรอไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แต่สุดท้ายเขาก็ยังรู้สึกกระวนกระวายใจ จึงสั่งปิดหนังไปดื้อๆ
จากนั้น สีหน้าของเขาก็เริ่มกลับมาจริงจัง หากอุตส่าห์ลำบากขนาดนี้เพียงเพื่อเอาไว้ดูทีวี ชีวิตคงจะน่าเบื่อเกินไปแล้ว!