- หน้าแรก
- ข้าคือเทพเจ้าสุขา ภารกิจกู้โลกเริ่มจากห้องน้ำ
- บทที่ 18 ลูกไม้ตื้นๆ
บทที่ 18 ลูกไม้ตื้นๆ
บทที่ 18 ลูกไม้ตื้นๆ
บทที่ 18 ลูกไม้ตื้นๆ
การที่ขุนพลผีอย่างเขาต้องมาบาดเจ็บเพราะเทพผีระดับเก้า ช่างเป็นความอัปยศอดสูเหลือจะกล่าว!
แม้วัดต้าหยานจะเงียบหายไปสามปี แต่พวกเทพเจ้าท้องถิ่นนั้นต่างออกไป หน้าที่ของพวกเขาคือปกป้องคุ้มครองปวงประชา ด้วยความเร็วในการทำงานของพวกเทพ อย่างช้าที่สุดพรุ่งนี้คงเริ่มลงมือ
ยังโชคดีที่เทพเจ้าหลักเมืองอำเภอเซียวเพิ่งเข้ารับตำแหน่ง การตอบสนองคงยังไม่รวดเร็วนัก หมายความว่าเขายังมีเวลาอีกหนึ่งคืน!
เขาหันกลับมาสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "จัดแถว!"
เหล่าภูตผีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบจัดแถวอย่างลนลาน แบ่งออกเป็นสิบหมู่ แต่ละหมู่มีวิญญาณอาฆาตเป็นหัวหน้าหมู่ ทว่าระเบียบแถวนั้นช่างห่างไกลจากกองทัพในโลกมนุษย์ลิบลับ
เฟิงหยวนขุยมองดูด้วยสายตาเย็นชา กองทหารผีชุดนี้เพิ่งตั้งไข่ ยังเทียบไม่ได้เลยกับกองทหารผีภายใต้สังกัดขุนพลผีตนอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม เขามั่นใจว่าขอเวลาเพียงหนึ่งปี เขาสามารถฝึกฝนกองทัพผีกลุ่มนี้ให้แข็งแกร่งไม่ด้อยไปกว่าขุนพลผีหน้าไหนทั้งสิ้น
"บุก! โจมตีศาลเจ้าสุขานั่น! หากสำเร็จ ข้าจะมอบรางวัลให้ทั้งกองทัพด้วยการสังเวยเลือด!"
เฟิงหยวนขุยโบกมือ นำกองกำลังองครักษ์วิญญาณอาฆาตสิบตนบุกทะลวงไปข้างหน้า โดยมีฝูงผีติดตามมาติดๆ ไอสังหารแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
เมื่อมาถึงหน้าศาลเจ้าสุขา ก็พบว่ารอบศาลเจ้าถูกล้อมรอบด้วยกองฟืนที่ราดน้ำมันจนชุ่ม ไฟลุกโชนโชติช่วงก่อตัวเป็นกำแพงเพลิง
ภายในกำแพงเพลิง มีเสาไม้ท้อปักเรียงราย ช่องว่างระหว่างเสาถูกอุดด้วยกิ่งหลิว ก่อเกิดเป็นตาข่ายป้องกันชั้นที่สอง
ส่วนชาวบ้านต่างพากันไปหลบภัยอยู่ในศาลเจ้าทั้งสามหลัง โดยมีชายฉกรรจ์ถือกระบี่ไม้ท้อและกิ่งหลิวเฝ้าระวังอยู่ที่ประตูทางเข้า
"เตรียมตัวมาดีใช้ได้นี่"
มุมปากของเฟิงหยวนขุยยกขึ้นเล็กน้อย แฝงแววดูแคลน หากกองทัพผีจัดการได้ง่ายดายขนาดนั้น ก็ดูถูกฝีมือเขาเกินไปแล้ว!
ทันใดนั้นเขาก็ชูมือขวาขึ้นและสั่งการ "กององครักษ์ บุก! ฝ่าวงล้อมไฟเข้าไป!"
องครักษ์วิญญาณอาฆาตสิบตนตั้งแถวหน้ากระดานเดินหน้า และหยุดลงเมื่อถึงวงล้อมไฟ พวกมันสบตากัน ก่อนจะพร้อมใจกันเป่าลมออกไปข้างหน้า
ฟู่... ฟู่...
ลมหยินอันเยือกเย็นพัดกรรโชกขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้เปลวเพลิงที่ลุกโชนเริ่มวูบไหวเจียนจะดับมิดับแหล่
ชาวบ้านที่ซ่อนตัวอยู่ในศาลเจ้าสังเกตเห็นความผิดปกติภายนอก บรรยากาศตึงเครียดขึ้นทันที เห็นได้ชัดว่าพวกมันมากันแล้ว!
ลู่เหยียนนั่งอยู่ภายในศาล ผสานจิตวิญญาณเข้ากับรูปปั้นเทพ เขาสัมผัสได้ถึงการมาเยือนของกองทัพผีตั้งแต่พวกมันยังไม่ปรากฏตัว เมื่อคืนตอนที่พวกวิญญาณอาฆาตและผีพยาบาทมารวมตัวกันเขายังไม่รู้สึกอะไร แต่พอพวกมันจัดตั้งเป็นกองทัพผี เขาถึงได้ตระหนักถึงความน่าเกรงขามของระดับ 'ขุนพลผี'
"ผีเป่าตะเกียง?"
แน่นอนว่าเขาเคยได้ยินตำนานเรื่อง 'ผีเป่าตะเกียง' มาบ้าง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นวิญญาณอาฆาตรวมพลังกันเป่าดับกองไฟกองมหึมา
"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ให้ข้าช่วยพวกเจ้าดับไฟดีไหม?"
ลู่เหยียนหัวเราะหึๆ แล้วเริ่มร่ายอาคม!
ภายนอกศาลเจ้าสุขา ภายใต้ความพยายามอย่างต่อเนื่องของสิบวิญญาณอาฆาต ในที่สุดกองไฟหน้าศาลเจ้าก็มอดดับลง ท่ามกลางเสียงหัวเราะบ้าคลั่งของกองทัพผี พวกมันกรูเกรียวกันเข้ามาในวงล้อมไฟ
ทันใดนั้น สายฝนก็โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า เม็ดฝนตกลงบนกองไฟ ทำให้ไฟที่เคยลุกโชนเริ่มมอดลงอย่างเห็นได้ชัด
"ฮ่าๆๆๆ แม้แต่สวรรค์ก็ยังเข้าข้างข้า! เทพกระจอกอย่างเจ้าสมควรตายอยู่ที่นี่ในวันนี้!"
เฟิงหยวนขุยเงยหน้าคำรามก้องฟ้า น้ำฝนไหลเข้าปากเขาโดยไม่ตั้งใจ แต่แล้วสีหน้าของเขาก็พลันแปรเปลี่ยนไปอย่างประหลาด
น้ำฝนนี่มันแปลกๆ!
ไม่เพียงแต่สีจะดูพิกล แต่มันยังมีกลิ่นเหม็นฉุนกึกจนแสบจมูก
เขารู้ตัวทันทีว่านี่ไม่ใช่น้ำฝน แต่มันคือปัสสาวะชัดๆ!
"อ๊ากกก!"
เฟิงหยวนขุยแทบจะคลุ้มคลั่ง คิดไม่ถึงว่าขุนพลผีผู้ยิ่งใหญ่อย่างเขาจะต้องมาดื่มกินปัสสาวะของเทพชั้นผู้น้อย
โทสะอันพุ่งพล่านทำให้ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยว ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความโกรธจัด!
ในโลกนี้มีเทพที่น่าขยะแขยงพรรค์นี้ด้วยหรือ วันๆ ขลุกอยู่กับอุจจาระปัสสาวะ แบบนี้จะเป็นเทพที่ดีได้ยังไง!
"ตายซะ!"
เฟิงหยวนขุยชกหมัดใส่อากาศเบื้องหน้า พลังหยินที่ระเบิดออกมาพร้อมกับหมัดกวาดล้างสิ่งกีดขวางตรงหน้าจนราบคาบราวกับคลื่นยักษ์ ซัดเสาไม้ท้อและกิ่งหลิวปลิวว่อนขึ้นสู่ท้องฟ้า
ด้านหลัง กองทัพผีเริ่มดาหน้าบุกเข้ามา พลังฮึกเหิมเสียดแทงฟ้า!
ชาวบ้านที่ซ่อนตัวอยู่ในศาลเจ้ายิ่งหวาดกลัวจนตัวสั่น น้ำฝนหลากสีเมื่อครู่ช่วยให้พวกเขามองเห็นการเคลื่อนไหวของพวกวิญญาณอาฆาต แม้จะไม่ชัดเจน แต่ก็รับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของพวกมัน
เงาร่างโปร่งแสงหลากสีนับร้อยกำลังพุ่งตรงมาที่ศาลเจ้า จะไม่ให้กลัวได้อย่างไร? มือที่กำกระบี่ไม้ท้อเริ่มสั่นระริก
"แดนศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ ผีร้ายจงถอยไป!"
ลู่เหยียนตวาดก้อง แสงสีแดงพลันระเบิดออกจากตัวศาลเจ้า พลังเทพแผ่ขยายออกไปครอบคลุมทหารผีชุดแรกที่บุกเข้ามา
เมื่อทหารผีสัมผัสถูกพลังเทพศักดิ์สิทธิ์ ร่างของพวกมันก็เริ่มละลายราวกับหิมะที่ร่วงหล่นลงในน้ำมันเดือด ไอความแค้นและบาปกรรมลอยฟุ้งออกจากวิญญาณ
ผีพยาบาทจำนวนมากแตกสลายไปในพริบตา ส่วนวิญญาณอาฆาตที่เหลือรอดต่างหวาดผวาและเริ่มถอยหนี
"ไร้ประโยชน์! บุกเข้าไป! เทพผีระดับเก้าต้านทานได้ไม่นานหรอก!"
เฟิงหยวนขุยโกรธจัด เขาเตะผีพยาบาทที่กำลังหนีตาย บังคับให้พวกมันบุกต่อ
สำหรับเขา ผีพยาบาทนั้นหาได้ง่ายดายนัก ขอเพียงมีพลังหยินและเลือดเนื้อของคนเป็น เขาจะสร้างพวกมันขึ้นมาเท่าไหร่ก็ได้ มีเพียงวิญญาณอาฆาตเท่านั้นที่นับว่าเป็นทหารผีที่แท้จริง
เหล่าทหารผีไม่มีทางเลือก จำต้องกัดฟันบุกตะลุยต่อไป
บุกก็ตาย ถอยก็ตาย สู้บุกไปข้างหน้าดีกว่า หากทำลายอาณาเขตเทพได้ อาจได้รับรางวัลตอบแทน
เฟิงหยวนขุยนำกององครักษ์คุมเชิงอยู่ด้านหลัง มองดูผีพยาบาทค่อยๆ ล้มตายไปด้วยสายตาเรียบเฉย หัวใจของเขาด้านชาไร้ความรู้สึก
ชาติก่อนเขาเคยคุมทัพออกศึกมานับครั้งไม่ถ้วน ความตายเป็นเรื่องชินชา ยิ่งกับผีพยาบาทที่ถูกควบคุมด้วยความแค้นพวกนี้ ยิ่งไม่มีค่าให้ใส่ใจ หากพวกมันช่วยตัดทอนพลังเทพของลู่เหยียนได้ ก็ถือว่าคุ้มค่า
ผู้ที่รอดชีวิตจากสมรภูมิย่อมเป็นยอดฝีมือ พวกมันจะได้รับรางวัลเป็นเครื่องเซ่นสังเวเลือดและพลังหยิน ช่วยให้เลื่อนระดับเป็นวิญญาณอาฆาต กลายเป็นทหารผีอย่างเป็นทางการ
ฟังดูโหดร้าย แต่นี่คือวิถีแห่งการฝึกทหารที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะในโลกคนเป็นหรือโลกวิญญาณ!
หลังจากผลาญผีพยาบาทไปกว่าสามสิบตน อาณาเขตเทพสีแดงจางๆ ก็เริ่มหม่นหมองลง นี่คือสัญญาณเตือนว่ามันกำลังจะพังทลาย ในที่สุดเฟิงหยวนขุยก็ยิ้มออกมา
"เทพกระจอกระดับเก้า จะมีปัญญาสำแดงอิทธิฤทธิ์ได้สักกี่น้ำ คอยดูเถอะว่าเจ้าจะต้านข้าได้ยังไง!"
ในใจเขาประเมินผลได้ผลเสีย เมื่อคืนเขาบุ่มบ่ามเกินไปจึงพ่ายแพ้ยับเยิน ปล่อยให้ลู่เหยียนรอดมาได้จนถึงตอนนี้ คืนนี้เขาจะไม่ทำพลาดซ้ำสอง
ใบหน้าของเฟิงหยวนขุยเคร่งขรึมดั่งภูเขาน้ำแข็งพันปี เมื่อเห็นว่าอาณาเขตเทพถูกกัดกร่อนจนเกือบหมดสิ้น เขาก็ออกคำสั่ง "อาณาเขตเทพกำลังจะแตก! ทุกหน่วย บุก! ชาวบ้านตระกูลลู่คือรางวัลของพวกเจ้า!"
"ฆ่า!"
เหล่าวิญญาณอาฆาตที่ถูกกดดันมานานเริ่มถาโถมเข้าใส่ แม้จะยังได้รับผลกระทบจากพลังเทพที่ทำให้อ่อนแรง แต่พวกมันก็ฝืนบุกเข้าไปอย่างยากลำบาก
จังหวะนั้นเอง เฟิงหยวนขุยก็เคลื่อนไหว ร่างของเขาพลิ้วไหวประดุจภูตพราย เพียงพริบตาเดียวก็มาปรากฏที่หน้าประตูศาลเจ้าสุขา แล้วผลักประตูเข้าไปพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน
เมื่อก้าวเข้ามา กลับไม่พบรูปปั้นเทพ แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือไร่หม่อนเขียวชอุ่ม และเสียง 'ซวบ ซวบ' ของหนอนไหมที่กำลังกัดกินใบหม่อนดังเข้าหู
"ภาพมายา!"
เฟิงหยวนขุยแค่นเสียง จะมาเล่นกลภาพมายาต่อหน้าขุนพลผี ช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลย
เขาชกหมัดออกไปทันที ป่าหม่อนตรงหน้าพลันแตกกระจาย ใบหม่อนและรังไหมปลิวว่อน โลกทั้งใบกลายเป็นภาพลวงตา
เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าอีกครั้ง แต่แล้วป่าหม่อนก็กลับมาปรากฏขึ้นอีกครั้ง เหมือนเดิมทุกประการ
"ภาพมายาซ้อนงั้นรึ! การแตกสลายเมื่อกี้เป็นของปลอมสินะ!"
เฟิงหยวนขุยเริ่มตื่นตระหนก สีหน้าเคร่งเครียดขึ้น เขาเพิ่งตระหนักหลังจากได้ปะทะกับลู่เหยียนว่า เทพผีระดับเก้าสามารถใช้ลูกเล่นแบบนี้ได้ด้วย
ช่างเป็นการเปิดหูเปิดตาจริงๆ
"น่าเสียดาย ต่อให้เจ้ามีลูกเล่นแพรวพราวแค่ไหน แต่พื้นฐานของเทพผีระดับเก้าก็ยังเปลี่ยนแปลงไม่ได้อยู่ดี"
เฟิงหยวนขุยกระทืบเท้าลงพื้นอย่างแรง ภาพมายาตรงหน้าแตกกระจายหายไปจนหมดสิ้น ในที่สุดเขาก็เห็นลู่เหยียน เทพกระจอกระดับเก้าที่ทำให้เขาเสียท่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยืนยิ้มเฝ้ามองเขาอยู่บนแท่นบูชา
เขารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ทำไมร่างกายถึงรู้สึกคันยุกยิก?
เมื่อก้มลงมอง ก็พบว่าทั่วทั้งตัวของเขาถูกปกคลุมไปด้วย 'หนอนไหม' ยุ่บยั่บที่กำลังกัดกินร่างของเขาอยู่
"ลูกไม้ตื้นๆ"
เฟิงหยวนขุยทำหน้าดูแคลน เพียงแค่กระตุ้นพลังหยินสั่นสะเทือนร่าง หนอนไหมเหล่านั้นก็ร่วงกราวลงพื้น
ทว่า... ใบหน้าของเขากลับเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ
เจ้าหนอนไหมพวกนั้นไม่ได้กัดกินแค่ตัวเขา แต่มันกัดกินเสื้อผ้าของเขาจนเกลี้ยง
ในเวลานี้ เขายืนเปลือยเปล่าล่อนจ้อนต่อหน้าเหล่าภูตผีทั้งปวง!