- หน้าแรก
- เมื่อทั้งโลกต้องปลุกวีรชน ผมดันได้จิ๋นซีฮ่องเต้มาครอง
- บทที่ 31: ล้มกระดาน
บทที่ 31: ล้มกระดาน
บทที่ 31: ล้มกระดาน
“โฮก——!”
เจ้า “คางคกทองคำ” แหงนหน้าคำรามลั่นจนแก้วหูแทบแตก
ในน้ำเสียงนั้นอัดแน่นไปด้วยความกระหายเลือดและความบ้าคลั่ง
ดวงตาประกอบคู่ยักษ์ของมันไม่ได้สนใจพวกคนงานเหมืองที่วิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่นเลยแม้แต่น้อย
แต่มันกลับล็อกเป้าไปที่... ถ้ำเหมืองหมายเลข 3 ที่พวกของลู่เหอประจำการอยู่!
วินาทีต่อมา ร่างมหึมาของมันก็โก่งตัวขึ้น
แล้วพุ่งชนดะเข้ามาทางนี้ราวกับรถบรรทุกหนักที่เบรกแตก!
พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นภายใต้การเคลื่อนไหวของมัน รถราง รางเหล็ก และอุปกรณ์เก่าๆ ตลอดทาง
ต่างเปราะบางราวกับกระดาษเมื่ออยู่ต่อหน้ามัน ถูกชนกระเด็นและบดขยี้จนแหลกเหลว
“แม่จ๋าช่วยด้วย!”
“หนีเร็ว!!”
ทีมรักษาความปลอดภัยแตกตื่นโกลาหลในทันที
สมาชิกทีมที่เมื่อกี้ยังยืนตัวตรง ตอนนี้กลับวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ล้มลุกคลุกคลานกันไปหมด
“สกัดมันไว้! รีบสกัดมันไว้เร็ว!”
หวังซานจื่อตะโกนสุดเสียง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวและร้อนรน
เป็นการแสดงที่โอเวอร์จนดูไม่ได้เลยจริงๆ
เขาตะโกนไปพลาง ชักอาวุธออกมาอย่างขอไปที
วิ่งเหยาะๆ ไปทาง “คางคกทองคำ” สองก้าว แล้วเท้าก็ “บังเอิญ” ไปสะดุดก้อนหินเข้าพอดี
ล้มหน้าคะมำจูบพื้น กินดินเข้าไปเต็มปาก
ทางด้านหลี่ชุนอี้ก็ “กล้าหาญ” ยิ่งกว่า
เขารวบรวมพลังวิญญาณ ยิงคลื่นพลังใส่ “คางคกทองคำ”
คลื่นพลังนั้นพุ่งออกไปอย่างสะเปะสะปะ
แล้วไปตกใส่พื้นที่ว่างห่างจาก “คางคกทองคำ” ไปสิบเมตรอย่างแม่นยำ
ฝุ่นฟุ้งกระจายขึ้นมาหน่อยนึง อย่าว่าแต่สร้างบาดแผลเลย แค่สะกิดให้คันยังทำไม่ได้
“ไม่ไหว! มันแกร่งเกินไป! พวกเราต้านไม่อยู่แล้ว!”
หลังปล่อยท่าไปทีเดียว หลี่ชุนอี้ก็หน้าซีดเผือดทันที หอบแฮกๆ ตะโกนลั่น
“เร็ว! รีบแจ้งเบื้องบนขอกำลังเสริมด่วน!”
ทั้งสองคนรับส่งบทกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย เล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์สุดๆ
สีหน้าของผู้คุมสอบไม่ใช่แค่ดูไม่ได้แล้ว แต่เขียวคล้ำไปเลย
แม้เขาจะไม่รู้เรื่องแผนการชั่วร้าย แต่ในฐานะครูฝึกมากประสบการณ์
เขารู้ดีว่าการที่สัตว์อสูรระดับนี้คลุ้มคลั่ง ไม่ใช่อุบัติเหตุแน่นอน!
และตอนนี้ เจ้าสัตว์อสูรกลายพันธุ์ที่กำลังคลุ้มคลั่งสุดขีดตัวนั้น กำลังพุ่งตรงไปยังถ้ำเหมืองหมายเลข 3!
ในถ้ำนั้น ยังมีศิษย์เตรียมอีกสองคนที่กำลังทดสอบอยู่!
ถ้าถูกมันขังไว้ข้างใน ผลที่ตามมาคงไม่อาจจินตนาการได้!
ทว่าเขาเองก็เป็นแค่ผู้ตื่นรู้ขั้นที่หนึ่ง
สัตว์อสูรตัวนั้นมีพลังเกือบจะถึงระดับสอง เขาไม่กล้าเข้าไปขวางหรอก
“เร็วเข้า! ลู่เหอ!”
ผู้คุมสอบร้อนรนจนเหงื่อท่วมหัว
ไม่สนเรื่องหาคนรับผิดชอบแล้ว เขารีบคว้าแขนลู่เหอไว้
“เพื่อนร่วมทีมของนายยังอยู่ข้างใน! รีบเข้าไปช่วยพวกเขาเร็ว!”
เสียงของเขาสั่นเครือไปหมด
“ตูม——!”
“คางคกทองคำ” มาถึงตรงหน้าแล้ว
กลิ่นคาวเลือดผสมกลิ่นดินและกำมะถันพัดปะทะใบหน้า แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามา
หัวขนาดมหึมาของมันชนสิ่งกีดขวางปากถ้ำกระจุย
โดยไม่หยุดชะงักแม้แต่น้อย มันพุ่งพรวดเข้าไปในความมืดมิดอันลึกล้ำนั้น
ถ้ำเหมืองหมายเลข 3 ทั้งถ้ำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ลู่เหอยืนอยู่ที่ปากถ้ำ ชายเสื้อถูกลมกรรโชกพัดจนส่งเสียงพั่บๆ
แต่เขากลับไม่กะพริบตาเลยสักนิด
ตั้งแต่ต้นจนจบ สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนไปเลย
เขามองดูหวังซานจื่อลุกขึ้นจากพื้น ปัดฝุ่นตามตัว
ทำหน้าดีใจราวกับ “รอดตายมาได้หวุดหวิด”
มองดูหลี่ชุนอี้ที่แสร้งทำเป็น “ร้อนใจสุดขีด” วอขอกำลังเสริม
และมองดูใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกของผู้คุมสอบกับลั่วปิง
ในที่สุดเขาก็ขยับตัว
เขาไม่ได้พุ่งเข้าไปข้างใน และไม่ได้ไปร่วมมือกับหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยจอมสร้างภาพสองคนนั้น
ท่ามกลางสายตาเหมือนเห็นผีของผู้คุมสอบและลั่วปิง
ลู่เหอมองไปรอบๆ แล้วเดินเนิบๆ ไปที่กล่องเครื่องมือไม้เก่าๆ ใบหนึ่ง
เขาเตะกล่องไม้ไปที่หน้าปากถ้ำ แล้วหย่อนก้นนั่งลงหน้าตาเฉย
แถมยังตบที่ว่างข้างตัว แล้วพยักพเยิดหน้าให้ลั่วปิงที่กำลังอ้าปากค้าง
“ยืนนานเมื่อยแย่ นั่งสิ”
“......”
ลั่วปิงรู้สึกเหมือนสมองช็อตไปชั่วขณะ
นี่มันเวลาไหนแล้ว?
ภูเขาถล่มดินทลาย สัตว์ยักษ์บุกถ้ำ เพื่อนร่วมทีมเป็นตายร้ายดีไม่รู้
ข้างนอกยังมีพวกที่เห็นชัดๆ ว่าคิดไม่ซื่ออยู่กลุ่มหนึ่ง
นาย... นายหากล่องมานั่งเฉยเลยเนี่ยนะ?
ยังจะชวนฉันนั่งด้วยอีก?
ผู้คุมสอบโกรธจนอกแทบระเบิด
เขาชี้หน้าลู่เหอ นิ้วสั่นระริกด้วยความโกรธและกลัว
“ลู่เหอ! นาย... นายทำบ้าอะไรของนาย!”
“เพื่อนของนายยังอยู่ข้างใน! นายอยากให้พวกเขาตายหรือไง!”
“ครูฝึก ใจเย็นๆ ก่อนครับ”
ลู่เหอนั่งไขว่ห้าง ท่าทางสบายใจเฉิบเหมือนกำลังนอนอาบแดดอยู่หลังบ้านตัวเอง
“กฎการทดสอบคือเคลียร์สัตว์อสูรในถ้ำให้หมด ไม่ได้กำหนดว่าผมต้องเป็นคนแรกที่วิ่งเข้าไปนี่ครับ”
“นายกำลังเมินเฉยต่อชีวิตเพื่อนร่วมทีมนะ!” ผู้คุมสอบคำราม
พอได้ยินแบบนั้น ลู่เหอก็หันมามองเขาเต็มตาเป็นครั้งแรก
แววตานั้นสงบนิ่ง แต่กลับทำให้เสียงของผู้คุมสอบขาดห้วงไปทันที
“เพื่อนร่วมทีมของผม ผมรู้ดีกว่าคุณ”
ลู่เหอพูดเรียบๆ
“พวกเขาไม่ต้องการความช่วยเหลือหรอก”
หวังซานจื่อกับหลี่ชุนอี้มองดูร่างที่นั่งนิ่งเป็นภูผานั้น
แผนเปลี่ยน
จุดสำคัญที่สุดผิดพลาดซะแล้ว
ไอ้เด็กนี่นอกจากจะไม่เข้าถ้ำแล้ว ยังมานั่งดูละครฉากใหญ่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก
เจ้า “คางคกทองคำ” ที่คลุ้มคลั่งนั่นคงไม่ออกมาเร็วๆ นี้แน่
พวกเขารอต่อไปไม่ได้แล้ว
แววตาอำมหิตวาบผ่านดวงตาหวังซานจื่อ เขาแอบส่งสายตาให้หลี่ชุนอี้เงียบๆ
ลงมือ!
หลี่ชุนอี้เข้าใจความหมาย ย่อตัวลงเล็กน้อย พลังวิญญาณเริ่มรวมตัวที่ฝ่ามือ
ภารกิจของพวกเขา คือต้องมั่นใจว่าลู่เหอจะตายที่นี่
“พอได้แล้ว”
ลู่เหอเอ่ยปากอีกครั้ง
เสียงไม่ดังนัก แต่กลับชัดเจนอย่างประหลาด
หวังซานจื่อกับหลี่ชุนอี้ชะงักกึก
ผู้คุมสอบที่กำลังเต้นเร่าๆ ก็อึ้งไปเหมือนกัน
สายตาของลู่เหอกวาดมองหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยทั้งสองอย่างเรียบเฉย
ในแววตาแฝงความดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง
“เลิกเล่นละครได้แล้ว การแสดงห่วยแตก ดูแล้วแสบตาชะมัด”
เขาเว้นจังหวะ แล้วเบนสายตาไปทางด้านหนึ่งของเหมือง
ตรงเงามืดลึกที่แสงส่องไปไม่ถึง
“แล้วก็หนูสกปรกที่ซ่อนอยู่ในท่อระบายน้ำนั่นด้วย ออกมาเถอะ”
“ขืนรอต่อไป ผมคงหลับพอดี”
สิ้นคำพูด ทั้งลานก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด
อากาศราวกับจะแข็งค้างไปในวินาทีนั้น
ผู้คุมสอบอ้าปากค้างจนยัดไข่ไก่เข้าไปได้ทั้งฟอง
เขาชี้ไปที่ลู่เหอ สีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
แค่ศิษย์เตรียมคนหนึ่ง?
กล้าท้าทายทีมรักษาความปลอดภัยของเหมืองต่อหน้าผู้คุมสอบกลางสนามสอบเนี่ยนะ?
แถมยังบอกว่ามีนักฆ่า?
เขาบ้าไปแล้วเหรอ?
เด็กสมัยนี้ มันห้าวกันขนาดนี้เลยเหรอ?
ดวงตากลมโตของลั่วปิงเต็มไปด้วยความสงสัย
นี่มันหมายความว่ายังไงอีก?
เธอเดาว่าลู่เหอคงจะทำอะไรสักอย่าง แต่ไม่คิดเลยว่า...
วิธีการของลู่เหอ คือการล้มกระดานมันดื้อๆ เลย!
ไม่แอ๊บแล้ว หงายไพ่โชว์เลย!
นี่มันช่างอวดดีอะไรขนาดนี้!
ช่างเผด็จการอะไรขนาดนี้!
เขาไม่ได้เห็นตาข่ายฟ้าฟางดินที่ตระกูลหวังวางไว้ในสายตาเลยสักนิด
ถึงขั้น... เหมือนกำลังหยอกล้อสัตว์ที่ติดอยู่ในกรงขังด้วยซ้ำ
หน้ากากจอมปลอมบนใบหน้าของหวังซานจื่อและหลี่ชุนอี้หายวับไปจนหมดสิ้น
แทนที่ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกฉีกหน้าและความตื่นตระหนกที่ไม่อาจระงับได้
ในที่สุดพวกเขาก็ตระหนักได้ว่า... แผนแตกแล้ว?
เป็นไปได้ยังไง!
ในขณะที่สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ลู่เหอ
ในเงามืดนั้น ร่างเลือนรางร่างหนึ่งก็ค่อยๆ เดินออกมา
เขาเดินช้ามาก แต่ทุกย่างก้าวราวกับเหยียบย่ำลงบนจังหวะหัวใจของทุกคน
เมื่อเขาเดินพ้นเงาออกมา ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ในความมืดก็ปรากฏสู่สายตา
เป็นชายหน้าตาธรรมดาคนหนึ่ง มีเพียงดวงตาคู่นั้นที่ดูอันตรายราวกับหมาป่า
ผู้ตื่นรู้ระดับสอง หวังเซียว
จิตวิญญาณสวรรค์【ฉินอู่หยาง】