- หน้าแรก
- เมื่อทั้งโลกต้องปลุกวีรชน ผมดันได้จิ๋นซีฮ่องเต้มาครอง
- บทที่ 30: เข้าสู่สนามสอบ
บทที่ 30: เข้าสู่สนามสอบ
บทที่ 30: เข้าสู่สนามสอบ
ช่องว่างแห่งปฐพีหมายเลข 901326
ที่นี่คือเหมืองร้างที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางหุบเขา
อากาศโดยรอบอบอวลไปด้วยกลิ่นฝุ่นผงและกลิ่นสนิมเหล็กคละคลุ้ง
ปากถ้ำเหมืองนับสิบแห่งที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง ราวกับปากขนาดมหึมาของสัตว์ร้ายที่กำลังอ้ากว้าง ฝังตัวอยู่บนหน้าผาหินอันโล้นเลี่ยน
รางรถไฟแบบเรียบง่ายทอดตัวยาวออกมาจากปากถ้ำ บนรางมีรถรางสภาพสนิมเขรอะจอดนิ่งสนิทอยู่หลายคัน
สายตาของลู่เหอจับจ้องไปยังเนินเขาที่อยู่ห่างออกไป
ที่นั่นมีคนงานเหมืองสวมชุดทำงานยืนจับกลุ่มกันอยู่ประปราย กำลังชี้ชวนกันมองมาทางพวกเขา
วันนี้พวกเขาได้รับวันหยุด เพื่อมาเป็นผู้ชมใน “การทดสอบ” ครั้งนี้โดยเฉพาะ
เมื่อมาถึงสถานที่จริง รอยยิ้มบนใบหน้าของลั่วปิงก็จางหายไป
เธอขบคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ
“ลู่เหอ แผนของนายคืออะไรกันแน่?”
เธออดไม่ได้ที่จะถามย้ำอีกครั้ง
“แผนง่ายมาก”
ลู่เหอละสายตากลับมา น้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ
“ซูเสี่ยวอวี่กับไป๋ฉวี่ซินรับผิดชอบจัดการสัตว์อสูร”
“แล้วนายล่ะ?” ลั่วปิงถามต่อ
“ผมรับผิดชอบจัดการคน”
ลู่เหอเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง
“ส่วนคุณ...”
สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ชุดต่อสู้ที่ขับเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งอันสมบูรณ์แบบของลั่วปิงชั่วครู่
“รับผิดชอบหาที่เหมาะๆ นั่งดูละครฉากนี้ซะ”
ลั่วปิงอ้าปากค้าง เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงลดเสียงลงต่ำ
“เรื่องอื่นเอาไว้ก่อน สองคนนั้นจะรับมือเจ้านั่นที่กำลังคลุ้มคลั่งไหวจริงๆ เหรอ?”
นั่นมันสัตว์อสูรห้วงมิติที่มีพลังเทียบเท่าระดับสองเชียวนะ!
ถึงแม้ทั้งสองคนจะเคยผ่านการจำลองสถานการณ์มาแล้ว แต่เป้าหมายในการฝึกซ้อมก็เป็นแค่ระดับหนึ่งเท่านั้น
“อย่าว่าแต่พวกเขาเลย ต่อให้เป็นหัวหน้าทีมอย่างคุณสักสองคน ก็คงรับมือไม่ไหวเหมือนกันใช่ไหมล่ะ?”
ลั่วปิงพูดจบก็กัดริมฝีปาก ดูเหมือนจะรู้ตัวว่าพูดผิดไป
แต่เมื่อโดนพูดใส่แบบนี้ ลู่เหอกลับไม่โกรธ เขาตอบกลับไปเรียบๆ
“ผมสองคนคงไม่ไหวจริงๆ แต่ถ้าเป็นพวกเขาสองคนน่ะทำได้”
“...”
คราวนี้ลั่วปิงไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี
เธอเริ่มสงสัยตะหงิดๆ แล้วว่า อีกฝ่ายดูออกถึงตัวตนที่แท้จริงของเธอหรือเปล่า
ภายใต้การนำของผู้คุมสอบ ทั้งสี่คนก็มาถึงหน้าถ้ำเหมืองหมายเลข 3 ตามที่กำหนดไว้อย่างรวดเร็ว
ปากถ้ำกว้างกว่าที่จินตนาการไว้ พอให้รถบรรทุกขนาดเล็กวิ่งเข้าออกได้สบายๆ
ข้างปากถ้ำมีสมาชิกทีมรักษาความปลอดภัยสองแถวยืนตัวตรงแหนว์
คนนำทีมก็คือผู้ตื่นรู้ขั้นที่หนึ่งสองคนที่มีชื่ออยู่ในข้อมูล หวังซานจื่อและหลี่ชุนอี้
“พวกคุณคงเป็นนักเรียนใหม่จากสำนักศึกษาจี้เซี่ยสินะครับ? ราศีจับไม่เบาเลยจริงๆ!”
หวังซานจื่อเป็นชายร่างใหญ่หน้าตาถมึงทึง
เขาบีบยิ้มต้อนรับอย่างกระตือรือร้น ซึ่งดูเสแสร้งพิกล
“ถ้ำหมายเลข 3 นี้พวกเราเข้าไปสำรวจล่วงหน้าแล้วครับ”
“ข้างในมีแต่พวกสัตว์อสูรระดับ F และระดับ D ที่ไม่ค่อยเก่งกาจอะไร เหมาะให้พวกคุณใช้ฝึกมือพอดี”
“ขอให้การทดสอบราบรื่นนะครับ!”
หลี่ชุนอี้ก็พูดผสมโรงด้วย แต่สายตากลับกวาดมองลู่เหออย่างแนบเนียน
คำให้กำลังใจของพวกเขาฟังดูจริงใจเหลือเกิน
ถ้าไม่ได้เห็นรายชื่อนั้นมาก่อน บางทีแม้แต่ลั่วปิงก็คงถูกหลอกไปแล้ว
ผู้คุมสอบยืนหน้านิ่งอยู่ข้างๆ หลังจากยืนยันข้อมูลบนเทอร์มินัลแล้ว ก็เปิดเครื่องบันทึกโฮโลแกรม
“ตามกฎแล้ว พวกคุณต้องกำจัดสัตว์อสูรห้วงมิติภายในถ้ำให้หมด”
“ตอนนี้... เริ่มได้”
“โฮก——”
ราวกับเพื่อยืนยันคำพูดของเขา เสียงคำรามต่ำของสัตว์ร้ายดังแว่วมาจากส่วนลึกของถ้ำมืดมิด พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่พัดโชยมา
อากาศรอบตัวดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
ลู่เหอไม่พูดอะไร เพียงแค่ส่งสายตาให้ไป๋ฉวี่ซินและซูเสี่ยวอวี่
ไป๋ฉวี่ซินเบ้ปาก พลางหมุนข้อมือวอร์มอัพ
ตอนนี้เขาหงุดหงิดไปทั้งตัว
พอคิดถึงบัญชีธนาคารที่ว่างเปล่า ก็รู้สึกเหมือนร่างกายถูกสูบพลังออกไปจนหมด
ความคิดเดียวของเขาตอนนี้ คือรีบทำภารกิจให้จบๆ ไป จะได้ไปรับเงินรางวัลรอบต่อไป
เขาต้องการเงิน ต้องการเงินเยอะๆ มาถมหัวใจที่กำลังหลั่งเลือดเพราะล้มละลายดวงนี้
ส่วนซูเสี่ยวอวี่ถอดแว่นตาออกเงียบๆ ใช้ผ้ากำมะหยี่เช็ดอย่างพิถีพิถัน
เมื่อเธอสวมแว่นกลับเข้าไป ดวงตาที่ปกติจะดูเปิ่นๆ คู่นั้น
ในเวลานี้เหลือเพียงความเยือกเย็นและมุ่งมั่น
ทั้งสองสบตากัน แล้วไม่ลังเลอีกต่อไป
คนหนึ่งหน้าคนหนึ่งหลัง ก้าวเท้าฉับๆ เดินเข้าไปในความมืดมิดที่มองไม่เห็นก้นบึ้งนั้น
แสงสว่างที่ปากถ้ำถูกแผ่นหลังของพวกเขากลืนกิน
เหลือเพียงเสียงฝีเท้าที่ดังแว่วออกมาและค่อยๆ ห่างออกไป
หัวใจของลั่วปิงเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เธอก้าวเท้าไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว เตรียมจะตามเข้าไป
ทว่า ลู่เหอกลับยืนอยู่ที่เดิม ไม่ขยับเขยื้อน
ลั่วปิงชะงัก หันกลับมามองเขา “นายไม่เข้าไปเหรอ?”
ลู่เหอไม่สนใจเธอ
สายตาของเขามองข้ามหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยจอมปลอมทั้งสองคนไป
มองไปยังเงามืดที่อยู่ไกลออกไปด้านหลังพวกเขา
ผู้คุมสอบเองก็ขมวดคิ้ว
“นักเรียนลู่เหอ เพื่อนร่วมทีมของคุณเข้าสนามสอบไปแล้ว ทำไมคุณยังยืนอยู่ตรงนี้? พวกคุณเป็นทีมเดียวกันนะ”
ลู่เหอทำเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของเขา
เขาเพียงแค่ยืนนิ่งเงียบ ราวกับรูปปั้นแกะสลัก
หัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยสองคนที่ยืนอยู่ปากถ้ำ หวังซานจื่อและหลี่ชุนอี้
รอยยิ้มบนใบหน้าก็ค่อยๆ เลือนหายไปเช่นกัน
พวกเขาสบตากัน ต่างฝ่ายต่างเห็นความงุนงงในแววตาของอีกฝ่าย
ไอ้เด็กนี่เล่นตลกอะไร?
บทมันไม่ได้เขียนมาแบบนี้นี่หว่า
ทันใดนั้นเอง เสียงการต่อสู้อันดุเดือดก็ดังแว่วออกมาจากส่วนลึกของถ้ำเหมือง พร้อมกับเสียงคำรามของสัตว์อสูร
และที่เหนือความคาดหมาย คือเสียงตะโกนอย่างตื่นเต้นของไป๋ฉวี่ซิน
“ไอ้ตัวดี! มองไรวะ!”
“ตูม!”
เสียงกระแทกหนักทึบและเสียงหินแตกกระจายดังก้องออกมา
การต่อสู้ได้เปิดฉากขึ้นแล้ว
สีหน้าของหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยทั้งสองที่ปากถ้ำยิ่งดูย่ำแย่ลง
พวกเขาคิดว่าทั้งสามคนจะเข้าไปพร้อมกัน แล้วพวกเขาจะได้ “ปิดประตูตีแมว” ตามแผน
แต่ตอนนี้ เป้าหมายที่สำคัญที่สุดดันยืนหัวโด่อยู่ข้างนอก
“ลู่เหอ!” น้ำเสียงของผู้คุมสอบเข้มขึ้น
“ผมสั่งให้คุณเข้าสนามสอบเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นจะถือว่าเจตนาละเลยการทดสอบ และตัดสิทธิ์คุณ!”
ลู่เหอไม่มีทางเข้าไปแน่นอน
มีแค่เขาไม่เข้าไป ปากถ้ำถึงจะเปิดอยู่ตลอดเวลา
ลู่เหอไม่เข้า ลั่วปิงก็ย่อมไม่เข้าตามไปด้วย
ส่วนผู้คุมสอบและพวกทีมรักษาความปลอดภัยก็เข้าไปไม่ได้
ดังนั้น ที่หน้าปากถ้ำเหมืองหมายเลข 3 จึงเกิดสถานการณ์คุมเชิงกันอย่างประหลาด
ภายในถ้ำมีเสียงโลหะปะทะกัน เสียงสัตว์คำรามและเสียงพิณประสานกัน การต่อสู้ดุเดือดเลือดพล่าน
ภายนอกถ้ำ คนไม่กี่คนยืนจ้องหน้ากันตาปริบๆ
บรรยากาศอึดอัดจนแทบจะบ้าตาย
“ลู่เหอ!”
ความอดทนของผู้คุมสอบขาดผึงในที่สุด น้ำเสียงเจือไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
“ผมขอเตือนคุณเป็นครั้งสุดท้าย! เข้าไปในสนามสอบ! เดี๋ยวนี้!”
ลู่เหอทำเหมือนไม่ได้ยิน กลับหันไปพูดกับลั่วปิงที่อยู่ข้างๆ ว่า
“คุณยิ้มไว้จะดูดีกว่านะ”
ลั่วปิงอึ้งไป ตามความคิดเขาไม่ทันเลยสักนิด
ลู่เหอก็ไม่ได้ต้องการคำตอบจากเธอ เพียงแค่ยิ้มกับตัวเอง
หวังซานจื่อและหลี่ชุนอี้สบตากัน ความกังวลในใจยิ่งทวีความรุนแรง
ไอ้เด็กนี่มันแปลกพิลึก ไม่เล่นตามเกมเลยสักนิด
พวกเขาเริ่มสงสัยแล้วว่า มีขั้นตอนไหนของแผนรั่วไหลออกไปหรือเปล่า
ทันใดนั้นเอง——
“ครืนนน!!!”
เสียงกัมปนาทที่หนักหน่วงและบ้าคลั่งยิ่งกว่าเสียงการต่อสู้ในถ้ำหลายเท่า
ดังมาจากภูเขาอีกฟากหนึ่งของเหมือง
ผืนดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงตามมา
ทุกคน รวมถึงผู้คุมสอบที่กำลังหัวเสีย ต่างหันขวับไปมองต้นเสียงเป็นตาเดียว
“เกิดอะไรขึ้น?!”
“แผ่นดินไหวเหรอ?”
กลุ่มคนงานเหมืองที่ยืนดูความสนุกอยู่ไกลๆ แตกตื่นกันทันที
เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังระงมไปทั่วฝูงชน ต่างพากันวิ่งหนีตายกระเจิดกระเจิง
ต่อมา ภายใต้สายตาที่ตื่นตะลึงของทุกคน
ภูเขาลูกย่อมๆ ที่เป็นเขตเหมืองหมายเลข 7 ซึ่งอยู่ไกลออกไป ก็ระเบิดออกทั้งลูก!
ฝุ่นควันพวยพุ่งเสียดฟ้า เศษหินปลิวว่อนราวกับห่าฝน
ร่างมหึมาสีทองทมิฬ พุ่งทะลุออกมาจากภูเขาที่ระเบิดออกอย่างรุนแรง!
มันคือหนอนยักษ์ที่มีขนาดใหญ่โตเกินจินตนาการ ลำตัวหนาเท่าตู้รถไฟ
เปลือกของมันไม่ใช่สีขาวซีดแบบหิน แต่เป็นสีทองทมิฬที่วาววับดั่งโลหะ
สะท้อนแสงเย็นเยียบภายใต้แสงอาทิตย์
ปากที่ประกอบด้วยฟันแหลมคมนับไม่ถ้วนขยับเปิดปิด ส่งเสียงเสียดสีที่ชวนให้เสียวฟัน
“มาแล้ว!” ลั่วปิงหน้าเปลี่ยนสี