- หน้าแรก
- เมื่อทั้งโลกต้องปลุกวีรชน ผมดันได้จิ๋นซีฮ่องเต้มาครอง
- บทที่ 8: โอกาสของเด็กใหม่
บทที่ 8: โอกาสของเด็กใหม่
บทที่ 8: โอกาสของเด็กใหม่
เงาร่างหน้าประตูชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มอย่างน่าขนลุก
“โฮ่ กล้าเปิดประตูด้วยแฮะ?”
ไอ้หัวเหลืองหรี่ตามอง พลางใช้สายตาประหนึ่งมองขยะกวาดผ่านร่างลู่เหอ
“ไอ้หนู แกซ่าไม่เบานี่หว่า กล้ามาแหยมกับพี่สงของพวกเราเหรอ?”
ชายหัวเกรียนอีกคนยืนกอดอก พลางหัวเราะเยาะ
“พี่สงฝากมาบอกว่า ให้แกไสหัวไปหาเขาเดี๋ยวนี้ คุกเข่าต่อหน้าเขา แล้วเลียมือข้างนั้นของเขาให้สะอาด”
“ไม่อย่างนั้น อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์แกอย่าหวังว่าจะได้ก้าวออกจากตึกนี้เลย”
เสียงของพวกมันดังลั่นไปทั่ว จนเด็กใหม่ระดับ E จากห้องพักอื่นบนทางเดินต่างพากันชะโงกหน้าออกมาดู
แต่พอเห็นท่าทีคุกคามเช่นนั้น ต่างก็รีบหดหัวกลับเข้าไปทันที
ในสำนักศึกษาจี้เซี่ย แม้จะมีกฎห้ามไม่ให้นักเรียนต่อสู้กันเอง
แต่การ “ประลอง” เล็กๆ น้อยๆ นั้นไม่ได้รวมอยู่ในข้อห้าม
สีหน้าของลู่เหอไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย เขาไม่แม้แต่จะชายตามองเจ้าสองตัวที่กำลังเห่าหอนอยู่ตรงหน้า
สายตาของเขามองข้ามไหล่พวกมันไป ทอดมองยังส่วนลึกของทางเดิน
ณ ที่แห่งนั้น เขาสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังวิญญาณจางๆ หลายสาย
เห็นได้ชัดว่าคนของหวังสงไม่ได้มีแค่สองคนนี้
“พวกแก...” ในที่สุดลู่เหอก็เอ่ยปาก น้ำเสียงราบเรียบไร้ระลอกคลื่น “คิดไว้หรือยังว่าจะตายยังไง?”
ไอ้หัวเหลืองกับไอ้หัวเกรียนถึงกับนิ่งอึ้งไป ราวกับได้ยินเรื่องตลกที่ขบขันที่สุดในโลก
“ฮะ? ฉันหูฝาดไปหรือเปล่า? ไอ้ขยะนี่มันพูดว่าอะไรนะ?”
“ตาย? ฉันว่าแกนั่นแหละที่ไม่รู้ว่าคำว่า ‘ตาย’ เขียนยังไง!”
ไอ้หัวเกรียนสบถลั่น
หมัดขนาดเท่าหม้อดินแหวกอากาศพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของลู่เหอ!
หมัดนี้มันอัดสุดแรง
เห็นได้ชัดว่าตั้งใจจะซัดหมัดเดียวให้ลู่เหอฟันร่วงหมดปาก เพื่อเชือดไก่ให้ลิงดูต่อหน้าทุกคน
แค่ไอ้ขยะที่มีพลังวิญญาณแค่หลักหน่วย จะไปจัดการยากเย็นอะไร?
พวกที่แอบมองอยู่รอบๆ ต่างพากันหลับตาปี๋โดยสัญชาตญาณ
ราวกับเห็นภาพลู่เหอเลือดสาดกระเซ็นคาที่ไปล่วงหน้าแล้ว
ทว่า ลู่เหอกลับยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
ในชั่วพริบตาที่หมัดนั้นกำลังจะปะทะใบหน้า
เขาก็เงยหน้าขึ้น
ภายในดวงตาที่เคยสงบนิ่งคู่นั้น พลันบังเกิดพายุโหมกระหน่ำ!
อำนาจแห่งมังกรบรรพกาล!
แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวเกินบรรยายถาโถมลงมาอย่างฉับพลัน!
ไม่มีคลื่นพลังงานที่จับต้องได้ ไม่มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
แต่ในวินาทีนั้น อากาศทั่วทั้งทางเดินราวกับแข็งตัวกลายเป็นเหล็กกล้า!
ไอ้หัวเกรียนที่ง้างหมัด ร่างกายแข็งทื่อค้างอยู่กลางอากาศ
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวถึงขีดสุดในบัดดล
เขารู้สึกว่าสิ่งที่ตนกำลังเผชิญหน้าอยู่ ไม่ใช่เด็กหนุ่มอายุสิบแปดปี
แต่เป็นตัวตนอันสูงส่งที่ประทับบนสวรรค์ชั้นเก้า ผู้กุมดวงตะวัน จันทรา และดวงดาราไว้ในฝ่ามือ
...จักรพรรดิผู้ทอดเนตรมองสรรพชีวิตเบื้องล่าง!
ในดวงตาคู่นั้น เขาเห็นภูเขาซากศพและทะเลโลหิต
เห็นหมื่นแคว้นแดนดินมาสวามิภักดิ์ เห็นความตายของสรรพสัตว์ และเห็นการหลอมรวมใต้หล้าเป็นหนึ่ง!
พลังอันน้อยนิดของเขาเมื่ออยู่ต่อหน้าแรงกดดันนั้น ช่างเล็กจ้อยราวกับธุลีดินใต้กรงเล็บมังกรยักษ์!
“ตุบ!”
เข่าของไอ้หัวเกรียนอ่อนยวบ ร่างทั้งร่างทรุดฮวบลงไปคุกเข่าอย่างควบคุมไม่ได้ ตัวสั่นเทาราวกับเจ้าเข้า
ส่วนไอ้หัวเหลือง ยิ่งหนักหนาสาหัสกว่า ถึงกับขวัญหนีดีฝ่อ
หว่างขาเปียกชุ่มไปด้วยของเหลวอุ่นๆ ส่งกลิ่นเหม็นฉุนกึกออกมาทันที
“มดปลวก”
ลู่เหอเอ่ยออกมาเบาๆ สองคำ
เสียงไม่ดัง แต่กลับเหมือนค้อนยักษ์ที่มองไม่เห็น ทุบลงกลางดวงวิญญาณของทุกคนอย่างจัง
พวกที่แอบซุ่มดูอยู่ไกลๆ รู้สึกราวกับหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ
ความหนาวเหน็บแล่นจากฝ่าเท้าพุ่งปราดขึ้นสู่สมอง
ต่างพากันล้มลุกคลุกคลานหนีกลับเข้าห้อง แล้วปิดประตูล็อกตายทันที
โลกทั้งใบราวกับเหลือเพียงลู่เหอ และ “มดปลวก” สองตัวที่นั่งตัวสั่นงันงกอยู่แทบเท้า
ลู่เหอละสายตากลับมา อำนาจกดดันในดวงตาจางหายไปราวกับกระแสน้ำที่ลดลง
เขาสัมผัสได้ว่าพลังที่หยิบยืมมานั้นได้หมดสิ้นลงแล้ว
เขาปิดประตูลงด้วยสีหน้าเรียบเฉย ตัดขาดความวุ่นวายและความหวาดกลัวภายนอกออกไปอย่างสิ้นเชิง
เมื่อพิงประตูแล้ว เขาก็ค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น หอบหายใจอย่างหนักหน่วง
พลังหมดลงอีกแล้ว
ความรู้สึกที่สามารถควบคุมทุกสรรพสิ่งได้ดั่งใจพลันจางหายไปเช่นกัน
เขากลับมาเป็น “ไอ้ขยะ” ที่มีค่าพลังวิญญาณแค่ 9 อีกครั้ง
ไม่ได้การ
ยังอ่อนแอเกินไป
ผลึกห้วงมิติเศษเล็กๆ หนึ่งชิ้น รองรับการปลดปล่อย ‘บารมีจักรพรรดิ’ ได้ไม่ถึงสามวินาทีด้วยซ้ำ
หรือจะเรียกว่า ‘อำนาจแห่งมังกรบรรพกาล’ ก็ตามที
หากต้องการจะยืนหยัดให้มั่นคงอย่างแท้จริง
หากต้องการจะเหยียบย่ำเสียงหัวเราะเยาะและสายตาดูถูกเหล่านั้นไว้ใต้ฝ่าเท้า
หากต้องการจะมีชีวิตรอดในโลกอันโหดร้ายใบนี้...
เขาต้องการผลึกห้วงมิติมากกว่านี้!
อันที่จริงด้วยพละกำลังทางกายภาพของเขาในตอนนี้ ก็ไม่ได้เกรงกลัวผู้ตื่นรู้ระดับกึ่งตื่นรู้คนอื่นหรอก
เพียงแต่เขาแค่มีอาการของ ‘โรคหวาดระแวงว่าอำนาจการยิงจะไม่พอ’ ก็เท่านั้นเอง
ทันใดนั้น เทอร์มินัลนักเรียนบนข้อมือของเขาก็สั่นเบาๆ
ข้อความหนึ่งปรากฏขึ้น
เป็นข้อความจากซูเสี่ยวอวี่
“ลู่เหอ ฉันรู้วิธีหาผลึกห้วงมิติแบบเร็วๆ แล้ว! แต่ว่า... อาจจะอันตรายหน่อยนะ”
“พรุ่งนี้เช้าเจ็ดโมง รอฉันที่ลานเทเลพอร์ตประตูตะวันออกของสำนักศึกษา”
ลู่เหอตอบยืนยันกลับไป
จากนั้นก็นั่งขัดสมาธิบนเตียงเหล็กอันเย็นเฉียบ แล้วหลับตาลง
สำนักศึกษาจี้เซี่ยมีวิชาพื้นฐานและเป็นวิชาบังคับชื่อว่า 《เคล็ดวิชาชำระใจแจ้งจิต》
จุดประสงค์ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ตื่นรู้ถูกจิตวิญญาณสวรรค์กัดกิน
ลู่เหอไม่ได้ฝึกฝน 《เคล็ดวิชาชำระใจแจ้งจิต》 อะไรนั่น แต่ตัดสินใจใช้วิธีของตัวเองก่อน
เขาท่องจำข้อมูลทางประวัติศาสตร์อันแม่นยำซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ในใจ
“อิ๋งเจิ้ง แซ่จ้าว นามเจิ้ง เกิดที่เมืองหานตาน แคว้นจ้าว ขึ้นครองราชย์เมื่ออายุสิบสามปี สถาปนาตนเป็นจักรพรรดิเมื่ออายุสามสิบเก้าปี...”
เขาใช้ความเยือกเย็นและเป็นกลางในแบบฉบับของการวิจัยทางวิชาการ
ทำการแยกแยะ วิเคราะห์ และตรวจสอบชีวประวัติของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลพระองค์นั้น
เขาวางตำแหน่งตนเองเป็นผู้สังเกตการณ์ เป็นนักวิจัย ไม่ใช่ผู้สืบทอด
นี่คือวิธีที่เขาใช้ต่อต้าน ‘การกัดกินวิญญาณ’
ใช้เหตุผลของนักศึกษาปริญญาโทด้านประวัติศาสตร์จากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ไปต่อกรกับบารมีแห่งราชันย์อันยิ่งใหญ่ที่ข้ามผ่านกาลเวลามานับพันปี
ฟ้าเริ่มสาง ลู่เหอลืมตาขึ้น แววตาของเขาใสกระจ่าง
เขาเหลือบมองเวลาบนเทอร์มินัลนักเรียนที่ข้อมือ แล้วลุกขึ้นเดินออกจากห้อง
......
ประตูตะวันออกสำนักศึกษาจี้เซี่ย ลานเทเลพอร์ต
แสงแดดยามเช้าอาบไล้ลานกว้างแห่งอนาคตจนเป็นประกายสีทอง
วงเวทย์เคลื่อนย้ายทรงกลมนับสิบเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นเป็นระยะ
ส่งกลุ่มนักเรียนไปยังเขตต่างๆ ภายใต้การดูแลของสำนักศึกษา
สนามฝึกซ้อม จุดทรัพยากร หรือไม่ก็... สนามรบ
การปรากฏตัวของลู่เหอดึงดูดความสนใจอย่างเลี่ยงไม่ได้
ทุกที่ที่เขาเดินผ่าน ฝูงชนที่เคยจอแจพลันเงียบกริบลงชั่วขณะอย่างน่าประหลาด
สายตาของทุกคนจับจ้องมาที่เขาโดยสัญชาตญาณ
แล้วก็รีบเบือนหนีอย่างรวดเร็ว ราวกับเขาเป็นตัวอัปมงคล
“ขยะระดับ E”, “ว่าที่ผู้ถูกไล่ออก”, “ปีศาจอำมหิต”
ฉายาเหล่านี้แพร่กระจายไปทั่ววงสังคมของเด็กใหม่ภายในเวลาเพียงวันเดียว
ลู่เหอทำราวกับมองไม่เห็นสิ่งเหล่านี้
เขาเดินตรงไปยังใต้ต้นอู๋ถงที่ริมลานกว้าง
ซูเสี่ยวอวี่มารออยู่ที่นั่นนานแล้ว
วันนี้เด็กสาวสวมชุดต่อสู้ทะมัดทะแมง ขับเน้นสัดส่วนงดงามออกมาได้อย่างชัดเจน
เพียงแต่สีหน้าของเธอดูไม่เป็นธรรมชาตินัก สายตาหลุกหลิก มือสองข้างบิดชายเสื้อโดยไม่รู้ตัว
เห็นได้ชัดว่าการตกเป็นเป้าสายตาและเสียงนินทาจากรอบข้างทำให้เธอรู้สึกกดดันอย่างมาก
“เด็กหัวกะทิที่มีศักยภาพระดับ B ทำไมถึงคิดสั้นไปคลุกอยู่กับไอ้ขยะระดับ E นั่นนะ?”
“ได้ยินมาหรือเปล่า เมื่อวานหวังสงส่งคนไปหาเรื่องมัน สองคนนั้นโดนขู่จนฉี่ราดเลย”
“เรื่องโม้หรือเปล่า? อย่างมันเนี่ยนะ? ต้องใช้วิธีสกปรกอะไรแน่ๆ”
“ดูค่าพลังมันสิ พลังวิญญาณแค่หลักหน่วย ลมพัดก็คงปลิวแล้ว”
“เสียดายซูเสี่ยวอวี่จริงๆ ต้นกล้าชั้นดีแท้ๆ สงสัยจะโดนไอ้ขยะนี่ถ่วงจนตาย”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ดังมากนัก แต่กลับดังหึ่งๆ ราวกับเสียงยุงบินน่ารำคาญ
แก้มของซูเสี่ยวอวี่แดงก่ำ
พอเห็นลู่เหอเดินเข้ามา เธอก็เหมือนเจอที่พึ่ง รีบเดินเข้าไปหาทันที
“นายมาแล้ว”
“อืม” ลู่เหอพยักหน้า สายตากวาดมองใบหน้าที่ดูตื่นเต้นเล็กน้อยของเธอ “วิธีอะไร?”
ซูเสี่ยวอวี่ลดเสียงลง รีบเปิดเทอร์มินัลนักเรียนของตัวเอง แล้วเรียกหน้าจอโฮโลแกรมออกมา
“นายดูนี่สิ ‘ประกาศภารกิจ’ ของสำนักศึกษา”
บนหน้าจอมีภารกิจเรียงรายอยู่ละเอียดยิบ
【ภารกิจระดับ C: ล่า ‘ไฮยีน่าหนังเน่า’ 3 ตัว รางวัล: ผลึกห้วงมิติมาตรฐาน 15, หน่วยกิต30 เงื่อนไข: ทีม 3 คนขึ้นไป สมาชิกต้องมีระดับไม่ต่ำกว่า B】
【ภารกิจระดับ D: รวบรวมต่อมพิษของ ‘แมงมุมหน้าผี’ รางวัล: ผลึกห้วงมิติมาตรฐาน8, หน่วยกิต15 เงื่อนไข: ......】
ภารกิจส่วนใหญ่มีข้อกำหนดเรื่องระดับความแข็งแกร่งของทีมอย่างชัดเจน
เป็นการปิดกั้นเด็กใหม่อย่างพวกเขาไว้ภายนอก
นิ้วของซูเสี่ยวอวี่เลื่อนผ่านหน้าจอ ไปหยุดอยู่ที่หมวดหมู่พิเศษด้านล่างสุดซึ่งมีตัวอักษรสีแดงกำกับไว้
【ภารกิจสำรวจ (ความเสี่ยงสูง)】
“ตรงนี้” เธอชี้ไปที่ข้อความหนึ่ง
“‘ช่องว่างแห่งปฐพี’ หมายเลข 32073 ปรากฏขึ้นเมื่อวานตอนตีสามที่ ‘ซากปรักหักพังหมิงซา’ ทางทิศตะวันตกของสำนักศึกษา”
“สถานะรอยแยกไม่เสถียรอย่างยิ่ง สภาพแวดล้อมภายในไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด”
“สำนักศึกษาสนับสนุนให้ทีมเด็กใหม่เข้าไปสำรวจ หากนำวัสดุห้วงมิติหรือข้อมูลที่มีค่ากลับมาได้ จะได้รับรางวัลอย่างงามตามมูลค่า”
“ซากปรักหักพังหมิงซา?” ลู่เหอเลิกคิ้ว
“ใช่” สีหน้าของซูเสี่ยวอวี่จริงจังขึ้น
“ที่นั่นเคยเป็นเขตอุตสาหกรรมหนักในยุคเก่า ต่อมาก็ถูกทิ้งร้าง”
“เพราะผลกระทบจาก ‘เหตุการณ์มหารอยแยก’ โครงสร้างมิติที่นั่นจึงไม่ค่อยเสถียร มักจะมี ‘ช่องว่างแห่งปฐพี’ ขนาดเล็กปรากฏขึ้นบ่อยครั้ง”
“สำหรับผู้ตื่นรู้ระดับสูง รอยแยกขนาดเล็กเช่นนี้ไม่มีอะไรน่าดึงดูดใจ พวกเขาจึงไม่เสียเวลาไป”
“แต่สำหรับมือใหม่อย่างพวกเรา นี่เป็นโอกาสทองที่หาได้ยากที่จะขุดทองก้อนแรกได้เร็วที่สุด”
เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเสริมว่า “แต่ว่า... ก็ต้องตั้งทีมสามคนถึงจะรับภารกิจได้เหมือนกัน”