- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นลูกสาวปลอม ผูกระบบแบล็คเทค ก้าวสู่มหาเศรษฐีโลก
- บทที่ 12 เรื่องยุ่ง ๆ
บทที่ 12 เรื่องยุ่ง ๆ
บทที่ 12 เรื่องยุ่ง ๆ
เจียงจูเยว่โอนเงินสองร้อยล้านให้เจียงหวยหนิงก่อนเป็นอันดับแรก
จากนั้นเธอก็กำชับคนขับรถให้จับตาดูคนตระกูลหลิวเป็นพิเศษ เธอไม่เคยชอบหน้าหลิวซั่งซูเลยสักนิด รู้สึกว่าเด็กคนนี้ร้ายลึกไปซะทุกอย่าง ใบหน้าหล่อเหลานั่นก็เป็นแค่ต้นทุนไว้ใช้หลอกลวงผู้คนเท่านั้น
การถอนหมั้นครั้งนี้ถือว่าเข้าทางเธอพอดี เธอไม่อยากให้ลูกสาวเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวุ่นวายพรรค์นั้นเลยแม้แต่น้อย
ไม่นานเจียงหวยหนิงก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนว่าเงินเข้าบัญชีแล้ว
เธอกดโทรศัพท์ติดต่อไปยังเจ้าของห้องแล็บเพื่อนัดเวลาเซ็นสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ทันที
ระบบร้องอุทานด้วยความทึ่ง “โฮสต์ ทำงานเร็วจังเลยครับ!”
พอเลิกเรียนปุ๊บก็มีแผนปั๊บ หาเงินทุนได้ทันที แถมยังหาห้องแล็บที่เหมาะสมเจออีกต่างหาก
ด้วยประสิทธิภาพระดับนี้ โฮสต์ทำอะไรก็ต้องประสบความสำเร็จแน่นอน
เจียงหวยหนิงตอบกลับ “ก็ไม่ได้ทำผิดกฎหมายสักหน่อย อยากทำก็ทำสิ จะรออะไรอีกล่ะ?”
ในฐานะนักธุรกิจ เวลาสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด
ในชาติก่อน เจียงหวยหนิงมักจะยุ่งจนลืมกินข้าว และเพราะความทุ่มเทอย่างหนักของเธอนี่แหละ ที่ทำให้สินทรัพย์ของตระกูลเจียงเพิ่มขึ้นจากหมื่นล้านเป็นแสนล้าน กำไรสุทธิต่อปีเพิ่มขึ้นถึงห้าเท่า
เจียงเฉิงเหอยอมยกบริษัทให้เธอ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเกลี้ยกล่อมของเจียงจูเยว่ แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะเจียงหวยหนิงพิสูจน์ให้เขาเห็นว่า ภายใต้การนำของเธอ ตระกูลเจียงจะมีแต่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
เธอทำได้ แต่กระบวนการมันไม่ง่ายเลย
เจียงหวยหนิงโทรศัพท์อีกสาย สั่งให้คนร่างสัญญาโอนห้องแล็บ รอแค่เซ็นชื่ออย่างเดียว
เมื่อเดินขึ้นมาที่ชั้นบน เธอเห็นเจียงหวยลู่แต่ก็ทำเหมือนมองไม่เห็น เดินผ่านไปหน้าตาเฉย
“ทำไมพี่ถึงขอเงินแม่ตั้งสองร้อยล้านคะ?” เจียงหวยลู่อดถามไม่ได้
“ฉันรู้ว่าพี่เก่ง แต่เรายังเป็นแค่เด็กมัธยมปลาย หน้าที่หลักคือการเรียนไม่ใช่เหรอคะ? ฉันก็ลงแข่งเคมีโอลิมปิกเหมือนกัน ช่วงนี้คะแนนฉันก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่พี่ไม่ได้เข้าคลาสติวมานานแล้วนะ”
เจียงหวยลู่พูดไปก็เริ่มไม่รู้เรื่องว่าตัวเองพูดอะไรอยู่
“ซั่งซูบอกฉันว่า พี่เป็นคนแบบนี้มาตลอด...”
เจียงหวยหนิงเลิกคิ้ว “ในเมื่อเธอฟังมาจากเขา ก็ไปถามเขาสิ จะมาถามฉันทำไม?”
“ฉัน...” เจียงหวยลู่อึกอัก “เขาแปลก ๆ แต่ก็ดีมาก ๆ เหมือนกัน”
เจียงหวยลู่สับสน เธอคิดว่าหลิวซั่งซูเป็นคนดี แต่บางครั้งเธอก็รู้สึกว่าเขาแปลก
พระเอกในนิยายมักจะตามใจนางเอกไม่ลืมหูลืมตา และต่อให้นางเอกจะปฏิเสธแค่ไหน เขาก็จะยัดเยียดความรักให้เธอจนได้
ครั้งหนึ่งเจียงหวยลู่ก็เคยโหยหาความรักแบบนั้น
“แปลก? แปลกยังไง? เธอไม่ชอบเขาเหรอ?” เจียงหวยหนิงแค่นเสียง
เพราะรู้ว่าโลกนี้คือนิยาย เธอเลยไปหาอ่านนิยายมาบ้าง แล้วก็นะ จะพูดยังไงดี เจียงหวยหนิงไม่เข้าใจเลยสักนิด
แต่เธอรู้สึกว่าเจียงหวยลู่ช่างเหมาะสมกับการเป็นนางเอกจริง ๆ ทั้งหน้าตาดี อ่อนโยน และ “ว่าง่าย” ยอมรับทุกอย่างที่คนอื่นยัดเยียดให้ไม่ว่าจะดีหรือร้าย แม้จะขัดขืนบ้างในบางครั้ง ก็เหมือนลูกแมวที่ถูกตัดเล็บ ข่วนไปก็ไม่เจ็บ
บุคลิกแบบนี้ทำให้เธอกลายเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสารโดยธรรมชาติ ไร้ซึ่งพลังจะต่อกร และนั่นก็เข้าเงื่อนไขที่จะรอให้พระเอกขี่ม้าขาวมา “ไถ่บาป” ช่วยเหลือพอดิบพอดี
“ฉันจะไปชอบเขาได้ยังไงคะ ขนาดตอนนี้เขาถอนหมั้นกับพี่แล้ว...” เจียงหวยลู่สวนกลับ “ฉันไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อย”
เจียงหวยหนิงมองเจียงหวยลู่อย่างพินิจพิเคราะห์ แล้วทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยเตือน “อย่าเพิ่งรีบออกตัวแรง วันหนึ่งเกิดกลืนน้ำลายตัวเองจะทำยังไง? ถึงหลิวซั่งซูจะเป็นพวกนกสองหัวชอบนินทาคนลับหลัง แต่หน้าตาเขาก็ดี แถมยังทำดีกับเธอด้วย จะหลอกเด็กสาวใสซื่อสักคนก็ไม่ใช่เรื่องยากหรอก”
แน่นอนว่าเจียงหวยหนิงพูดด้วยเจตนาไม่ดี พระเอกเล่นงานบริษัทเธอหนักขนาดนั้นในชาติก่อน ชาตินี้พอรู้ว่าเป็นนิยายรักหวานแหวว เธอจะยอมให้พระเอกสมหวังในความรักง่าย ๆ ได้ยังไง?
ไม่มีทางที่เธอจะยอมให้หลิวซั่งซูมีความสุข หมูตอนอย่างนั้นไม่ควรได้ดี
ดังนั้น เธอจึงเต็มใจอย่างยิ่งที่จะเป็นมารผจญขัดขวางความรักของพระเอกนางเอก
เจียงหวยลู่พูดไม่ออก ไม่รู้จะเถียงยังไง “...เขาไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย”
เจียงหวยหนิงส่งสายตามีเลศนัย ราวกับจะบอกว่า ‘เห็นไหมล่ะ โดนหลอกเข้าเต็มเปาแล้ว’
เจียงหวยลู่เริ่มลนลาน รีบพูดโพลงออกมา “ฉันไม่มีทางชอบเขาหรอกค่ะ”
เจียงหวยหนิงส่ายหน้าเหมือนไม่เชื่อ “ก็ขอให้จริงเถอะ”
เธอนึกถึงคำถามของเจียงหวยลู่เมื่อครู่ “เมื่อกี้เธอถามว่าทำไมฉันถึงขอเงินใช่ไหม? ง่าย ๆ เลย เพราะฉันอยากซื้อห้องแล็บ ก็เลยขอเงินแม่ ถ้าเธออยากได้ เธอก็ขอสิ แม่ไม่ปฏิเสธหรอก”
แต่หลิวซั่งซูคงไม่อยากเห็นนางเอกมีห้องแล็บเป็นของตัวเองแน่ ๆ
เจียงหวยลู่ “ฉันจะเอาห้องแล็บไปทำไมคะ...?”
“อ้าวเหรอ?” เจียงหวยหนิงแสร้งทำเสียงเสียดายที่ไม่ได้เห็นปฏิกิริยาที่คาดหวัง “ไม่อยากได้จริง ๆ เหรอ?”
“ถ้าไม่อยากได้ แล้วเธอจะถามทำไม?”
...
การเซ็นสัญญาผ่านไปอย่างราบรื่น เจียงหวยหนิงใช้เงินหนึ่งร้อยล้านแลกกับห้องแล็บมาเป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเองได้สำเร็จ
เซ็นสัญญาเสร็จแล้ว เจียงหวยหนิงก็ควรกลับไปเรียน
“หวยหนิง เธอจะไปทัศนศึกษาฤดูใบไม้ร่วงหรือเปล่า?”
มีแค่เด็ก ม.4 เท่านั้นที่ได้ไปทัศนศึกษาแบบสบาย ๆ นานขนาดนี้ พอขึ้น ม.5 ม.6 ต่อให้เป็นโรงเรียนเซนต์เอเชีย ก็ได้ไปอย่างมากแค่สัปดาห์เดียว
เจียงหวยหนิงส่ายหน้า “ฉันไปล่องเรือลิเบอร์ตี้ออฟเดอะซีส์มาสองรอบแล้ว ไม่อยากไปอีก พวกเธอไปเที่ยวให้สนุกเถอะ”
ครูประจำชั้นซ่งเจาหยางเดินเข้ามาพร้อมใบสมัคร “ใครจะไปทัศนศึกษาฤดูใบไม้ร่วงมาลงชื่อได้เลย ส่วนใครที่ไม่ไป ช่วงนี้ก็พักผ่อนอยู่บ้านรอโรงเรียนเปิดตามปกตินะ”
ตอนแรกเจียงหวยลู่ไม่ได้คิดจะไปทัศนศึกษาที่แพงหูฉี่ขนาดนี้ แต่พอได้ยินเจียงหวยหนิงบอกว่าเคยไปมาแล้วสองครั้ง เธอก็กัดฟันหยิบใบสมัครมา
หนึ่งล้านแปดแสนหยวน—เจียงหวยลู่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคนเราจะใช้เงินก้อนโตขนาดนี้ไปกับการเที่ยวเล่นได้ในคราวเดียว
มือของเธอสั่นเล็กน้อยขณะจรดปากกาเซ็นชื่อ
หลิวซั่งซูเห็นเจียงหวยลู่ลงชื่อ เขาจึงกรอกใบสมัครตามไปด้วย
ทัศนศึกษาครั้งนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ความสัมพันธ์ของพระเอกนางเอกจะเปลี่ยนไป แน่นอนว่าพวกเขาจะขาดไม่ได้ ในชาติก่อนเจียงหวยหนิงไม่ได้ไป แต่ได้ยินมาว่าพระเอกช่วยชีวิตนางเอกไว้บนเรือลิเบอร์ตี้ออฟเดอะซีส์
ว่ากันว่านางเอกพลัดตกลงไปในทะเลหลังจากมีปากเสียงกับใครบางคน ท่ามกลางความตื่นตระหนกของทุกคน มีเพียงพระเอกที่กระโดดตามลงไปช่วยนางเอกที่ว่ายน้ำไม่เป็นขึ้นมาได้
ฟังดูเหมือนฉากวีรบุรุษช่วยสาวงามที่แสนเพอร์เฟกต์ แต่เจียงหวยหนิงกลับรู้สึกทะแม่ง ๆ เธอจำได้ว่าเรือลิเบอร์ตี้ออฟเดอะซีส์มีมาตรการความปลอดภัยที่รัดกุมมาก และมีไลฟ์การ์ดระดับแชมป์ว่ายน้ำอยู่บนเรือนับร้อยคน
ทำไมถึงมีแค่พระเอกที่กระโดดลงไปช่วยตอนเจียงหวยลู่ตกเรือ? พระเอกเชี่ยวชาญเรื่องกู้ภัยมากกว่าไลฟ์การ์ดมืออาชีพพวกนั้นหรือไง?
หรือไลฟ์การ์ดพวกนั้นท้องผูกกะทันหันกันหมด? หรือทุกคนพร้อมใจกันมองไม่เห็นตอนนางเอกตกเรือ? แล้วทำไมพระเอกถึงเห็นคนเดียว?
หรือจะพูดให้ถูกคือ... เขารู้ได้ยังไงว่านางเอก “จะตกเรือ”?
มันมีเงื่อนงำ
บางทีเธออาจจะระแวงเกินไป แต่ไม่ว่ายังไง การระวังตัวจอมวายร้ายอย่างหลิวซั่งซูไว้ก่อนย่อมไม่เสียหาย
เจียงหวยหนิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ส่งข้อความหาแม่ให้ช่วยหาครูสอนว่ายน้ำให้เจียงหวยลู่ และเพิ่มจำนวนบอดี้การ์ดสำหรับการไปทัศนศึกษาครั้งนี้
“เจียงหวยลู่จะไปล่องเรือทัศนศึกษา ถึงระบบความปลอดภัยบนเรือจะดีมาก แต่กันไว้ดีกว่าแก้ค่ะแม่ เดี๋ยวจะโดนพวกไม่ประสงค์ดีฉวยโอกาสเอา”
เหตุผลที่เจียงหวยหนิงบอกเจียงจูเยว่นั้นเรียบง่าย อุบัติเหตุจริง ๆ อาจจะไม่เกิด แต่อุบัติเหตุจากฝีมือคนน่ะมีโอกาสสูงมาก
เจียงจูเยว่นึกถึงหลิวซั่งซูและเด็กผู้หญิงที่เขาเคยไปพัวพันด้วยทันที เธอตอบตกลงอย่างไม่ลังเล “ได้จ้ะ เดี๋ยวแม่จะจ้างครูมาสอนน้องให้”