เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 คุณแม่ช่วยลงทุนหน่อยสิคะ

บทที่ 11 คุณแม่ช่วยลงทุนหน่อยสิคะ

บทที่ 11 คุณแม่ช่วยลงทุนหน่อยสิคะ


“แม่ฉันรวยกว่าฉันอีก”

หุ้นของเจียงหวยหนิงเป็นรางวัลจากการสอบเข้าแผนกมัธยมปลายโรงเรียนเซนต์เอเชียด้วยคะแนนเต็ม แต่นี่เพิ่งผ่านมาไม่ถึงห้าเดือน แม้จะมีหุ้นอยู่ในมือ แต่ก็ยังไม่ถึงรอบจ่ายเงินปันผลประจำปี

ดังนั้นตอนนี้เธอจึงไม่มีเงินสดมากนัก มีอยู่แค่ไม่กี่ล้าน

เงินไม่กี่ล้านอาจจะดูเยอะ แต่ถ้าจะสร้างห้องแล็บเพื่อทำงานวิจัยของตัวเองล่ะก็ มันยังห่างไกลความจริงอยู่มาก

เจียงหวยหนิงครุ่นคิด เธอต้องใช้เงินเท่าไหร่ถึงจะซื้อห้องแล็บได้นะ?

เธอสามารถรับช่วงต่อเจียงกรุ๊ปได้ แต่เธอไม่มีวันยอมให้เจียงกรุ๊ปมาชุบมือเปิบผลงานจากน้ำพักน้ำแรงของเธอเด็ดขาด

ดังนั้น การลงทุนสร้างห้องแล็บและสตูดิโอเป็นของตัวเองน่าจะดีกว่า

ปลายปากกาของเจียงหวยหนิงขีดเขียนลงบนกระดาษ แผนการในใจเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง

...

ฤดูใบไม้ร่วง อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อย ๆ

โรงเรียนมัธยมเซนต์เอเชียเริ่มเตรียมการสำหรับการทัศนศึกษาฤดูใบไม้ร่วง

ครั้งนี้ทางโรงเรียนวางแผนจะให้นักเรียนล่องเรือสำราญรอบโลกเป็นเวลา 21 วัน

“เหมือนจะคนละล้านแปดนะ ราคาก็โอเค ไม่แพงเท่าไหร่”

“เฮ้อ ทำไมล่องเรืออีกแล้ว? ตอนมัธยมต้นก็เพิ่งไปล่องเรือสิบสองวันมาเองไม่ใช่เหรอ? รอบนี้โรงเรียนเหมาเรือลำไหนอีกล่ะ?”

“ลิเบอร์ตี้ออฟเดอะซีส์ ฉันเคยไปกับเพื่อนแล้ว ก็ดีนะ ตอนนั้นคนละห้าแสน แต่รอบนี้โรงเรียนเหมาทั้งลำเพื่อความปลอดภัย ราคาก็ต้องสูงกว่าอยู่แล้ว”

“แพงขึ้นเกือบสี่เท่าเลยนะ” แม้จะเป็นโรงเรียนไฮโซ แต่ไม่ใช่ว่านักเรียนทุกคนจะได้เงินค่าขนมเยอะขนาดนั้น นักเรียนส่วนใหญ่ได้เงินค่าขนมแค่สามแสน ซึ่งต้องแบ่งหมื่นนึงไว้กินข้าวที่โรงอาหารด้วย

“ลิเบอร์ตี้ออฟเดอะซีส์มีสวนสนุก ร้านอาหารข้างในก็อร่อย ถือซะว่าไปเที่ยวพักผ่อนก็แล้วกัน”

“แล้วเจียงหวยหนิงไปไหม?”

มีคนถามขึ้น

นั่นสิ เจียงหวยหนิงจะไปไหม?

พักหลังมานี้เจียงหวยหนิงทำตัวลึกลับ บางทีก็โดดเรียนคาบปกติ ไม่มีใครรู้ว่าเธอไปทำอะไร

ทุกคนรู้แค่ว่าการหมั้นหมายระหว่างตระกูลเจียงกับตระกูลหลิวถูกยกเลิกไปแล้ว และไม่ได้มีการเปลี่ยนตัวคู่หมั้นเป็นเจียงหวยลู่อย่างที่คาดกัน

เรื่องนี้ทำเอาทุกคนงงไปตาม ๆ กัน ตระกูลเจียงยังเลี้ยงดูเจียงหวยหนิงไว้ไม่ใช่เพื่อการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์หรอกเหรอ? ตระกูลหลิวเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของตระกูลเจียงแท้ ๆ แล้วทำไมถึงยกเลิกหมั้นล่ะ?

ดูจากการกระทำของเจียงเฉิงเหอแล้ว ดูเหมือนเขาจะไม่มีความคิดเรื่องนี้เลยสักนิด

แปลกจริง ๆ

แต่ตระกูลเจียงก็ดูจะแปลกแบบนี้มาตลอด ดูได้จากการที่ตระกูลเจียงไม่มีลูกเมียน้อยเลย ในห้องเรียนนี้มีบ้านใครบ้างที่ไม่มีปัญหาเรื่องเมียน้อยหรือลูกนอกสมรส?

เพราะแบบนี้ หลายคนจึงเคยอิจฉาเจียงหวยหนิงที่สามารถสืบทอดเจียงกรุ๊ปได้อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องกลัวใครมาแย่ง แต่ตอนนี้ความอิจฉานั้นหายไปแล้ว เหลือเพียงความสมเพชเล็กน้อย

ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ แล้ว บริษัทจะยังเป็นของเธอได้อยู่อีกเหรอ?

แม้แต่พวกลูกเมียน้อยในตอนนี้ก็ยังอดรู้สึกเหนือกว่าไม่ได้ แม้จะไม่กล้าแสดงออกก็ตาม

“เธอกล้าตบหลิวซั่งซูด้วยนะ” แถมยังไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย ใครจะกล้าไปยั่วโมโหเธอล่ะ?

เจียงหวยลู่เองก็สงสัยเหมือนกันว่าช่วงนี้เจียงหวยหนิงมัวไปทำอะไรอยู่

พอกลับถึงบ้าน เธอเห็นเจียงหวยหนิงนั่งอยู่ในห้องรับแขกกับคุณแม่

ทั้งสองคนหันหลังให้เธอ ดูเหมือนกำลังคุยอะไรกันอยู่

เจียงหวยลู่เดินเข้าไป ตั้งใจจะขึ้นชั้นบน แต่บังเอิญได้ยินบทสนทนาของเจียงหวยหนิงพอดี

“แม่คะ หนูอยากซื้อห้องแล็บ แม่ช่วยเป็นสปอนเซอร์ให้หนูหน่อยได้ไหมคะ? น่าจะต้องใช้สักร้อยล้าน ถ้าผลิตภัณฑ์หนูพัฒนาเสร็จแล้ว เดี๋ยวหนูให้เงินปันผลแม่ด้วย อิอิ”

เจียงหวยลู่ชะงักฝีเท้า

หนึ่งร้อยล้าน?

เจียงหวยลู่เกิดมายังไม่เคยเห็นเงินเยอะขนาดนั้น แต่เจียงหวยหนิงกลับเอ่ยปากขอแม่ได้ง่าย ๆ เพียงเพราะอยากจะวิจัยอะไรสักอย่าง

ความรู้สึกของเจียงหวยลู่ตีกันยุ่งเหยิง เจียงหวยหนิงไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของแม่ ทำไมถึงกล้าขอเงินมากมายขนาดนี้ได้อย่างมั่นใจ?

แม่จะยอมให้เหรอ? แม่คงจะคิดว่าเจียงหวยหนิงเพ้อเจ้อแน่ ๆ

เธอปักใจเชื่อในสิ่งที่ตัวเองอยากจะเชื่อโดยไม่รู้ตัว แต่เท้าที่ตั้งใจจะก้าวขึ้นบันไดกลับก้าวไม่ออก

เจียงจูเยว่มีท่าทีอ่อนใจเล็กน้อย “เด็กคนนี้นี่ แม่จะเอาเงินปันผลลูกไปทำไม? แม่ไม่ได้ขาดเงิน แล้วก็ไม่ได้ใช้อะไรเยอะแยะ... สองร้อยล้านพอมั้ยลูก?”

เจียงหวยหนิงกอดแขนเจียงจูเยว่ ยิ้มร่าเริง “พอค่ะ พอถมเถเลย! แม่โอนเข้าบัญชีหนูเลยนะ อีกวันสองวันหนูจะไปเซ็นสัญญาแล้ว”

เงินของเจียงเฉิงเหอได้มาจากบริษัทก็หมุนเวียนกลับเข้าไปลงทุนในบริษัท แต่สินทรัพย์หมุนเวียนของเจียงจูเยว่อาจจะมีมากกว่าเจียงเฉิงเหอด้วยซ้ำ

“แล้วลูกมีไอเดียทำแล็บยังไงบ้าง?” เจียงจูเยว่รู้ดีว่าลูกสาวไม่เคยลงสนามโดยไม่มีแผน ในเมื่อลูกเอ่ยปาก แสดงว่าความคิดต้องตกผลึกแล้วแน่ ๆ

ได้ยินดังนั้น เจียงหวยลู่ก็เดินจากไปพร้อมกับสายตาที่หม่นหมอง

เจียงหวยหนิงเล่าไอเดียให้แม่ฟัง “หนูอยากทำผลิตภัณฑ์ลบรอยแผลเป็นค่ะ ประสิทธิภาพน่าจะออกมาดี ถ้าสำเร็จ หนูอยากจะตั้งสตูดิโอเป็นของตัวเองด้วย”

“ดีจ้ะ ดีมาก ถ้าเงินไม่พอมาบอกแม่ได้นะ”

เจียงเฉิงเหอเริ่มมีท่าทีลังเล แต่เจียงจูเยว่ไม่อยากให้หวยหนิงต้องลำบาก ลูกสาวที่เธอฟูมฟักมากับมือช่างเก่งกาจเหลือเกิน ลูกไม่เคยต้องลำบากมาก่อน ตอนนี้ก็ไม่ควรต้องลำบากเช่นกัน

เจียงจูเยว่จะทนเห็นเด็กที่ไม่เคยพานพบความทุกข์ยากต้องมากลัดกลุ้มหรือถูกปฏิเสธได้อย่างไร?

เจียงหวยหนิง: “รับทราบค่ะแม่ ถ้าเสร็จเมื่อไหร่ หนูจะให้แม่ลองใช้คนแรกเลย”

สายตาของเจียงจูเยว่อ่อนโยนลง เธอลูบศีรษะทุย ๆ ของเจียงหวยหนิงเบา ๆ

เธอมีแผลเป็นที่มือ ซึ่งเกิดจากการทำร้ายตัวเองตอนที่มีภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ไม่ใช่เพราะอยากตาย แต่เพราะเจ็บปวดทรมาน และรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้เห็นเลือด มันก็แค่นั้น

ตอนนั้นกรีดลึกไปหน่อย แผลหายแล้วก็ยังทิ้งรอยแผลเป็นที่ลบยากเอาไว้ ถึงตอนนี้รอยจะจางลงมาก แต่ถ้ามองใกล้ ๆ ก็ยังเห็นชัดเจน

เจียงจูเยว่ใส่นาฬิกาข้อมือปิดทับรอยแผลเป็นนั้นไว้

ไม่ใช่เพราะกลัวไม่สวย แต่เพราะไม่อยากเห็นความอ่อนแอของตัวเองในตอนนั้นอีก

“จ้ะ แม่จะรอนะ แม่จะเป็นหนูทดลองคนแรกให้เอง”

มองลูกสาวที่เติบโตขึ้นทุกวัน ความสุขก็เอ่อล้นในใจของเจียงจูเยว่

ลูกสาวของเธอเก่งกาจขนาดนี้ นี่คือลูกสาวที่เธอเลี้ยงดูมากับมือ

เจียงหวยหนิงที่ได้รับคำสัญญาเรื่องเงินสองร้อยล้าน เดินขึ้นชั้นบนไปอย่างอารมณ์ดี

หลังจากเจียงหวยหนิงจากไป พ่อบ้านก็เดินเข้ามาหาเจียงจูเยว่แล้วกระซิบ “นายหญิงครับ เมื่อกี้ตอนคุยกับคุณหนูใหญ่ คุณหนูเล็กก็ได้ยินด้วยครับ”

เจียงจูเยว่ชะงักไป “...เข้าใจแล้ว เดี๋ยวฉันจะลองคุยกับเจียงหวยลู่ดู”

บางทีการที่เธอมีลูกเพิ่มไม่ได้อีกอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้ เพราะการมีลูกสองคน มันยากจริง ๆ ที่จะให้ความยุติธรรม

เธอเงยหน้ามองท้องฟ้านอกคฤหาสน์ ฝนเริ่มตกตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

“ช่วงนี้เห็นเจียงหวยลู่เดินกับลูกชายบ้านหลิวบ้างหรือเปล่า?”

คนขับรถตอบ “ตอนไปส่งคุณหนูเล็กที่โรงเรียน บางครั้งก็เห็นลูกชายบ้านหลิวเข้ามาทักทาย แล้วก็เดินเข้าโรงเรียนไปด้วยกันครับ”

คิ้วของเจียงจูเยว่ขมวดมุ่น “แล้วสีหน้าเจียงหวยลู่เป็นยังไง?”

“คุณหนูเล็กดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบลูกชายบ้านหลิวเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเขาครับ”

เจียงจูเยว่พึมพำ “อย่างนั้นเหรอ?”

ลูกชายบ้านหลิวหน้าตาดีจริง ๆ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่กังวลขนาดนี้

เจียงจูเยว่ยังจำได้ดี ครั้งหนึ่งเคยมีเด็กผู้หญิงที่ชอบหลิวซั่งซูบุกมาถึงบ้านตระกูลเจียง โวยวายให้หวยหนิงคืนหลิวซั่งซูให้เธอ

เด็กบ้านหลิวคนนี้... เจ้าชู้ประตูดินเหลือเกิน

จบบทที่ บทที่ 11 คุณแม่ช่วยลงทุนหน่อยสิคะ

คัดลอกลิงก์แล้ว