- หน้าแรก
- ระบบไม่มี แต่ฝีมือเกินมนุษย์
- บทที่ 32 - จะดื้อด้านไปทำไม
บทที่ 32 - จะดื้อด้านไปทำไม
บทที่ 32 - จะดื้อด้านไปทำไม
บทที่ 32 - จะดื้อด้านไปทำไม
ทหารเยอรมันที่เฝ้าปากทางมีทั้งหมดสิบนาย ไม่มีนายทหารสัญญาบัตรคุมอยู่ด้วย คนที่ยศสูงสุดในกลุ่มคือจ่าสิบเอก
พอลีอันและพรรคพวกเดินเข้าไปใกล้ คนอื่นๆ ก็หมอบลงหลังที่กำบังเตรียมพร้อมยิง มีเพียงจ่าสิบเอกคนนั้นเดินออกมาจากที่กำบังแล้วทำความเคารพลีอัน
"ผู้หมวดครับ ขอดูเอกสารประจำตัวหน่อยครับ"
เอกสาร?
ตัวลีอันย่อมไม่มีเอกสารอยู่แล้ว ของปลอมก็ไม่มี เวลาจะไปทำของปลอมก็ไม่มีอีกต่างหาก
"ไอ้ปืนใหญ่บ้าบอนั่น เมื่อกี้รถของฉันโดนระเบิดเละเป็นจุณ พวกเรารอดมาได้ก็บุญหัวแล้ว"
ลีอันพูดพลางล้วงบุหรี่ออกมากล่องหนึ่งยื่นให้จ่าสิบเอก
"ลำบากแย่เลยนะ เอาไปแบ่งลูกน้องสูบเถอะ
ถ้ารถฉันไม่โดนระเบิด คงมีเหล้าให้พวกนายด้วย"
จ่าสิบเอกรับบุหรี่ไปแล้วทำวันทยหัตถ์อีกครั้ง "ขอบคุณสำหรับบุหรี่ครับผู้หมวด แต่ผมยังจำเป็นต้องขอดูเอกสารของคุณอยู่ดี"
ลีอันรับบุหรี่ไปแล้วยังไม่ยอมปล่อยผ่านอีก ไอ้หมอนี่สมองมันจะดื้อด้านอะไรขนาดนี้
"พลทหาร เมื่อกี้ไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ รถของฉันโดนระเบิดเฮงซวยเป่ากระจุย ฉันรอดมาถึงนี่ได้ก็เก่งแล้ว นายยังจะมาถามหาเอกสารอีกเรอะ
เอ้า ได้ ถ้านายยืนกรานจะดูเอกสาร ก็ไปถามหากับลูกระเบิดของข้าศึกนู่น มันแหลกไปพร้อมกับรถขยะคันนั้นแล้ว
อีกอย่าง ฉันจะบอกอะไรให้ ฉันเป็นนายทหารขนส่งของผู้พันฟอน ไฮดท์ มีหน้าที่ดูแลการขนส่งเสบียงให้ผู้พันโดยเฉพาะ
ฉันซวยมาพอแล้ว นายยังจะมาถ่วงเวลาฉันอยู่ที่นี่อีกเหรอ"
ลีอันรู้สึกว่าทักษะการแสดงของตัวเองยอดเยี่ยม คว้ารางวัลตุ๊กตาทองได้สบายๆ
อีกฝ่ายเป็นแค่ทหารชั้นประทวน ส่วนเขาเป็นนายทหารสัญญาบัตร เทียบยศกันแล้วเขาใหญ่กว่ามาก
แถมเขายังพูดดักทางไปแล้วว่าทำงานให้ผู้พันฟอน ไฮดท์ ใครๆ ก็รู้ว่านายทหารขนส่งทำหน้าที่อะไร เสบียงพวกนั้นมันก็คือของเชลยส่วนตัวของผู้พันนั่นแหละ
คนปกติที่ไหนพอรู้ฐานะของลีอันก็คงไม่กล้าขวาง การล่วงเกินคนส่งของของผู้พันฟอน ไฮดท์ ก็เท่ากับล่วงเกินตัวผู้พันเอง
"ผู้หมวดครับ สรุปว่าคุณไม่มีเอกสารติดตัวเลยเหรอครับ"
สีหน้าของจ่าสิบเอกขรึมลง แล้วหันไปมองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังลีอัน
"แล้วพวกเขาล่ะครับ คงไม่ใช่บังเอิญว่าเอกสารของทุกคนโดนระเบิดหายไปหมดหรอกนะ"
เอาล่ะ ลีอันต้องยอมรับเลยว่าจ่าสิบเอกตรงหน้านี้หลอกไม่ได้ง่ายๆ
เอกสารของคนคนเดียวหายเพราะระเบิดยังพอฟังขึ้น แต่ถ้าเอกสารของทุกคนหายหมด มันก็น่าสงสัยแล้ว
ไอ้หมอนี่ถ้าไม่ใช่คนบ้าก็ต้องฉลาดเป็นกรด สมกับคำว่าผีน้อยจอมป่วนจริงๆ
ลีอันสังเกตเห็นข้าศึกที่ซ่อนตัวอยู่หลังที่กำบัง พวกมันตื่นตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กระสุนพร้อมจะพุ่งออกจากปากกระบอกปืนได้ทุกเมื่อ
ในระยะแค่นี้ ลีอันอาศัยร่างของจ่าสิบเอกตรงหน้าเป็นโล่กำบังให้รอดไปได้ แต่คนอื่นล่ะ
ต้องมีคนบาดเจ็บล้มตายแน่นอน
ลีอันมีหน้าที่ต้องรักษาความปลอดภัยให้ลูกน้อง ไม่งั้นใครจะอยากมาติดตามเขา
"พลทหาร หรือว่าไม่มีเอกสารนายก็จะฆ่าฉัน หรือนายจะส่งพวกเราขึ้นศาลทหารเพราะเรื่องแค่นี้
ได้
ถ้านายอยากฆ่าพวกเรานักก็ลงมือเลย!"
ลีอันแสร้งทำหน้าโกรธจัดตวาดลั่น แล้วหันไปสั่งลูกน้อง
"วางอาวุธลงให้หมด ฉันอยากจะรู้นักว่าพวกมันจะมีน้ำยาฆ่าพวกเราไหม!"
บูลกับพวกฟังภาษาเยอรมันไม่ออก แต่พวกเขาอ่านสถานการณ์เป็น พอลีอันชักปืนทิ้งลงพื้น พวกเขาก็รีบทิ้งอาวุธตามทันที
การทำแบบนี้ก็เพื่อเล่นสงครามจิตวิทยากับศัตรู
ถ้าอีกฝ่ายยังกัดไม่ปล่อยเรื่องเอกสาร มันต้องยิงแน่
แต่ตอนนี้ ลีอันกับพวกทิ้งอาวุธหมดแล้ว ขืนยิงซ้ำก็คงดูไม่ดีมั้ง จ่าสิบเอกมีสิทธิ์สงสัย แต่เขาจะยิงคนตรงหน้าทิ้งเพียงเพราะไม่มีเอกสารไม่ได้ เขาไม่มีเหตุผลหรือหลักฐานมากพอจะฆ่าคน
"พลทหาร นายอยากฆ่าพวกเราไม่ใช่เหรอ ยิงสิ!"
ลีอันตวาดใส่จ่าสิบเอก
คราวนี้กลายเป็นจ่าสิบเอกที่ลำบากใจ พวกทหารที่ซ่อนอยู่หลังที่กำบังก็ทำตัวไม่ถูก
ลีอันพูดด้วยท่าทางดุดัน "ฉันขอย้ำอีกครั้ง พวกเรามีหน้าที่ขนส่งเสบียงให้ผู้พันฟอน ไฮดท์
ผู้พันรอเราอยู่ที่เมืองข้างหน้านี้ นายจะยิงทิ้งพวกเราเดี๋ยวนี้ หรือจะปล่อยพวกเราไป!"
จ่าสิบเอกลังเล
ลีอันไม่รอช้า โบกมือพาลูกน้องเดินหน้าต่อ
จังหวะที่ลีอันพาคนเดินผ่านแนวป้องกันข้าศึก จ่าสิบเอกก็ตะโกนเรียก "ผู้หมวดครับ"
"มีอะไรอีก" ลีอันหยุดเดินแล้วหันไปถาม
จ่าสิบเอกยิ้มแล้วชี้ไปที่อาวุธบนพื้น "กรุณานำอาวุธของพวกคุณไปด้วยเถอะครับ"
"ได้"
ลีอันรู้ว่าอีกฝ่ายสงสัยในตัวตนของเขาแล้ว เพียงแต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนเท่านั้น
ในสถานการณ์แบบนี้ ย่อมต้องลงมือก่อนได้เปรียบ
เมื่อครู่ลีอันกับพวกแค่ทิ้งปืนลงพื้น แต่บนตัวยังมีมีดปลายปืน มีดสั้น และอาวุธอื่นๆ
ที่ก่อนหน้านี้ไม่โจมตี เพราะข้าศึกได้เปรียบเรื่องชัยภูมิ และตรงนี้ก็อยู่ไม่ไกลจากเมืองเซนต์แมรี่ ถ้าเสียงปืนดังขึ้นต้องได้ยินไปถึงในเมืองแน่
ลีอันอยากจัดการพวกนี้แบบเงียบเชียบมากกว่า
หลายวันมานี้ทุกคนสร้างความรู้ใจกันอย่างดี แค่ลีอันส่งสายตาหรือขยับตัวนิดเดียว คนอื่นก็รู้ทันทีว่าต้องทำอะไร ดังนั้นพอลีอันชักมีดสั้นปาใส่จ่าสิบเอก คนอื่นๆ ก็เริ่มลงมือพร้อมกัน
"ฉึก"
มีดบินของลีอันแม่นยำมาก ระยะห่างจากจ่าสิบเอกประมาณสิบเมตร แต่มีดกลับปักเข้ากลางหัวใจอีกฝ่ายอย่างจัง
การเคลื่อนไหวของพวกบูลก็เฉียบขาด ไม่รอให้ศัตรูทันตั้งตัวก็เสียบมีดเข้าจุดตายทันที
หมายเลขแปดโหดกว่าใคร ตบทีเดียวก็ส่งศัตรูไปลงนรกได้
หลังจากปามีดออกไป ลีอันก็เตะเข้าที่หัวของทหารนายหนึ่ง "กร๊อบ" คอของอีกฝ่ายบิดเบี้ยวผิดรูปในทันที
การต่อสู้จบลงภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที ศัตรูไม่ได้ยิงแม้แต่นัดเดียว
ลีอันเดินไปดึงมีดออกจากศพจ่าสิบเอก ในใจถอนหายใจด้วยความเสียดาย
ถามจริงจะดื้อด้านไปทำไม ยอมปล่อยพวกเราไปแต่แรกก็ไม่ตายแล้วไหม
เก็บกู้อาวุธเสร็จ ลีอันและพรรคพวกก็มุ่งหน้าสู่เมืองเซนต์แมรี่ต่อ และไปถึงเมืองก่อนค่ำ
กรมทหารราบพลร่มที่ 6 มีกำลังพลกว่าสี่พันนาย ฟังดูเหมือนเยอะ แต่พอกระจายกำลังออกไปในรัศมียี่สิบกิโลเมตรรอบคาเรนตัน คนก็ดูบางตาไปถนัดตา ทำได้แค่เฝ้าจุดยุทธศาสตร์สำคัญๆ เท่านั้น
เมืองเซนต์แมรี่อยู่ในวงล้อมป้องกัน กำลังทหารเยอรมันในเมืองนี้มีแค่หนึ่งกองร้อย
หน้าที่หลักของกองร้อยนี้คือคุ้มกันความปลอดภัยให้ผู้พันฟอน ไฮดท์ เทียบได้กับกองร้อยรักษาพระองค์
ลีอันและพรรคพวกเข้ามาในเมืองโดยไม่เป็นที่สนใจของทหารเยอรมันเท่าไหร่นัก
ตราบใดที่พวกเขาไม่เข้าใกล้ผู้พันฟอน ไฮดท์ ทหารที่นี่ก็คร้านจะสนใจว่าพวกเขามาจากหน่วยไหน
[จบแล้ว]